ขังไว้ที่สงขลา
จับยกแก๊ง4คน
แฉ‘สอ.’เอี่ยว!
กองปราบฯ บุกช่วย 2 ตัวประกันเรียกค่าไถ่ 2 ล้าน เผยคนร้ายนำไปกักตัวอยู่ในบ้านเช่าอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา พร้อมจับกุมคนร้ายได้ทั้ง 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจยศส.ต.ต. แต่ถูกให้ออกจากราชการ ที่ผ่านมามีคดีติดตัวอื้อ เผยชนวนอุ้มรีดมาจากปมหักค่ายาเสพติดนายทุนรายใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีทหารยศส.อ.ร่วมแก๊งด้วย เตรียมขยายผลลากตัวมาดำเนินคดี

แก๊งค่าไถ่ – กองปราบฯ บุกจับแก๊งคนร้ายกักขัง 2 เหยื่อรีดค่าไถ่ 2 ล้านบาท ที่บ้านเช่าในอ.สิงหนคร จ.สงขลา ควบคุมตัว 4 ผู้ต้องหาที่มีตำรวจร่วมด้วย และเร่งล่าทหารยศส.อ.เพื่อน ร่วมแก๊ง เมื่อ 14 มิ.ย.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. และพ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการบุกช่วยเหลือบุคคลถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการได้ 4 คน คือนายอรรถพนธ์ หรือเอก เดชะ อายุ 33 ปี นายอภิสิทธิ์ หรือเจ นิคม อายุ 26 ปี นายสุทธิรักษ์ หรือบ่าว บริรักษ์ อายุ 25 ปี และนายสิทธิพงษ์ หรือบอย บุญสง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆ รวม 80 นัด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่องกุญแจมือสแเตนเลส 3 คู่ โซ่ล่ามยาว 2 เส้น ยาเสพติดทั้งยาไอซ์ และ กัญชาอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.จิรภพเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. น.ส.จินดา เจนจริยานนท์ เข้ามาร้องเรียนกองปราบปราม เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามสืบสวน หลังนายจาฎพันธุ์ เจนจริยานนท์ ลูกชาย และนายรุสดี ปูเต๊ะ เพื่อนสนิท ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งใช้กำลังบังคับพาตัวขึ้นรถยนต์ออกไปจากรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง
ต่อมากลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาน.ส.จินดา ข่มขู่เรียกเงิน ค่าไถ่เป็นเงิน 2,000,000 บาท แลกกับการปล่อยตัวบุตรชาย พร้อมส่งภาพถ่ายของนายจาฎพันธุ์และนายรุสดี ในสภาพไม่สวมเสื้อ มือและเท้าถูกล่ามโซ่ตรวนขังอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้น.ส.จินดายื้อเวลาต่อรองขอจ่ายเงินก่อน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะนำที่ดินไปขาย แล้วนำเงินไปมอบให้
พล.ต.ต.จิรภพกล่าวต่อว่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำกำลังลงพื้นที่เร่งสืบหาเบาะแสจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายได้พานายจาฎพันธุ์ และ นายรุสดี สองผู้เสียหายมากักขังไว้ในบ้านเช่าเลขที่ 49/3 ม.5 ต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา จากนั้นก็วางแผนเข้าช่วยเหลือตัวประกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ก่อนจู่โจมบุกเข้าไปตรวจค้น พบกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 ยืนเฝ้าเหยื่อที่ถูกล่ามโซ่ขังไว้อยู่ในห้อง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนและยาเสพติดได้อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับเข้าให้การช่วยเหลือผู้เสียหายทั้ง 2 คนนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
ด้านพ.ต.อ.พงศ์ปณตกล่าวว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนยา เสพติดรายใหญ่ เพื่อให้จับผู้เสียหายทั้ง 2 คนมาเรียกค่าไถ่ เนื่องจากติดค้างเงินค่ายาเสพติดกับนายทุนคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่าที่ผ่านมาพวกตนเคยรับงานทวงหนี้นอกระบบ และจับคนมาเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ภาคใต้มาแล้วหลายครั้ง กระทั่งมาถูกจับกุมตัวครั้งนี้
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ทั้ง 4 คนในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ใดให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากการตรวจสอบประวัตินายอรรถพนธ์นั้น เคยรับราชการตำรวจยศ ส.ต.ต. ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดปฏิบัติการพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถูกออกราชการเมื่อปี 2558 เพราะขาดราชการเกิน 15 วัน จากนั้นจึงผันตัวเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด มีประวัติเคยถูกจับคดีมีอาวุธปืนและระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ก.ย.2563 แต่หลังจากพ้นโทษออกมา ยังคงมีพฤติการณ์ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนมีหมายจับศาลจังหวัดสตูล ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอีก 1 คดี
นอกจากนี้ตามแนวทางการสืบสวนยังพบอีกว่า นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกจับกุม ยังมีทหารยศ ส.อ. สังกัดหนึ่งหน่วยงานแห่งหนึ่งทางภาคใต้ อยู่ร่วมในขบวนการนี้ด้วย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า นายทหารคนดังกล่าวเป็นคนรับงานต่อมาจากนายทุน และมาว่าจ้างพวกตนให้ก่อเหตุ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลการดำเนินคดีต่อไป