ออกทีวแถลงแผนใหม่
ขอทุกคนเสี่ยงร่วมกัน
คลัสเตอร์รง.ลาม27จว.
ปิดตลาดห้วยขวาง3วัน
‘เวิร์คพอยท์’หยุด11วัน
ยันปัญญา-หม่ำไร้โควิด

‘บิ๊กตู่’แถลงออกทีวีแจงแผนใหม่ สั่งร่นเปิดประเทศทั้งหมดภายใน 120 วัน เริ่มต.ค.นี้ ไม่ต้องรอฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ระบุชี้ต้องยอมรับความเสี่ยงบ้าง ศบค.เผยไทยติดเชื้อใหม่ 2,331 ราย ตายเพิ่ม 40 ราย พบติดเชื้อในโรงงานถึง 27 จังหวัด ห่วงโรงงานขนาดเล็กติดเชื้อเพิ่มขึ้น อยุธยาเสียชีวิตเซ่นโควิดวันเดียว 5 ราย กทม.สั่งปิดตลาดห้วยขวาง 3 วัน หลังพบพ่อค้าติดเชื้อ ด้าน‘เวิร์คพอยท์’ยัน‘ปัญญา-หม่ำ-โหน่ง-เท่ง’ไม่ติดเชื้อโควิด หลังพิธีกร 2 คนป่วย พร้อมปิด 11 วัน ระดมพ่นยาฆ่าเชื้อ กลุ่มธุรกิจกลางคืนบุกร้องสภา ยื่น 8 ข้อ ปลดล็อก 1 ก.ค.นี้

เก็บตก – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และผู้บริหาร สธ. ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิดกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ลงทะเบียนหมอพร้อมแต่ถูกเลื่อนหรือยกเลิกการฉีด ซึ่งทุกคนได้สิทธิ์กลับมาฉีดเป็นวันแรก ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

ติดเชื้ออีก 2,331-ตายพุ่ง 40

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 2,331 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,276 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,814 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 462 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 26 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 29 ราย จำนวนนี้เป็นผู้เดินทางจากช่องทางธรรมชาติกัมพูชา 12 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 204,595 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,947 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 167,665 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35,405 ราย อาการหนัก 1,306 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 364 ราย

เสียชีวิตเพิ่ม 40 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 16 ราย ผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุด 34 ปี สูงสุด 90 ปี อยู่ในกทม. 20 ราย นครปฐม 5 ราย พระนครศรีอยุธยา 4 ราย ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ พัทลุง สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่ยังมีปัจจัยเสี่ยงเหมือนเดิม ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,525 ราย ถ้านับจำนวนยอดสะสม สมุทรปราการเกินหมื่นราย หลายจังหวัดการระบาดดูเหมือนควบคุมได้ แต่ยอดสะสมรวมตั้งแต่ 1 เม.ย.ค่อนข้างสูงทีเดียว

ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศ 29 ราย มาจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ประเทศละ 1 ราย และกัมพูชา 26 ราย มาช่องทางธรรมชาติผิดกฎหมาย 12 ราย มาทางด่านจันทบุรีและสระแก้ว ทางพื้นที่ต้องกำชับอย่างเข้มงวด

ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 15 มิ.ย. 269,632 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 186,164 ราย เข็มที่สอง 83,468 ราย ขณะที่ยอดสะสมฉีดวัคซีนไปแล้ว 6,780,816 โดส

ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ป่วยสะสม 177,408,618 ราย เสียชีวิตสะสม 3,838,375 ราย

พบคลัสเตอร์สื่อช่องดังติดเชื้อ

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ กทม. 807 ราย นนทบุรี 204 ราย สมุทรปราการ 161 ราย ชลบุรี 108 ราย สมุทรสาคร 101 ราย วันนี้มีรายงานพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัด ได้แก่ 1.นนทบุรี 2 คลัสเตอร์ คือบริษัทกระจกอะลูมิเนียม อ.ไทรน้อย พบ 19 ราย น่าจะเกี่ยวกันแคมป์ก่อสร้าง และบริษัทอะลูมิเนียม อ.บางบัวทอง 6 ราย 2.สมุทรปราการ 3 คลัสเตอร์ใหม่ คือบริษัทไม้แขวนเสื้อพลาสติก อ.พระประแดง 26 ราย, บริษัทผลิตผ้า อ.เมือง 8 ราย และบริษัทผลิตซอสปรุงรส อ.เมือง 8 ราย 3.สมุทรสาคร โรงงานอาหารทะเลแช่แข็ง อ.เมือง 23 ราย 4.ปทุมธานี บริษัทนำเข้าเครื่องจักร อ.ลาดหลุมแก้ว 78 ราย และ 5. พระนครศรีอยุธยา โรงงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ.อุทัย 7 ราย

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนกรณีบริษัทผลิตสื่อที่เป็นข่าวยังไม่ได้นำขึ้นมารายงาน กำลังสอบสวนโรค เบื้องต้นพบว่าบริษัทผลิตสื่อมีการติดเชื้อเริ่มรายงานประปรายตั้งแต่ พ.ค.ที่ผ่านมา พบในฝ่ายข่าว แต่ไม่เป็นคลัสเตอร์ สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน พ.ค. บริษัทยังมีการดำเนินการปกติ แต่เริ่มมีรายงานติดเชื้อฝ่ายถ่ายทอดสด ฝ่ายสถานี ฝ่ายถ่ายทำรายการ เป็นต้น จนวันที่ 5 มิ.ย.มีการติดเชื้อกันในส่วนของหลายราย ทั้งพิธีกร ฝ่ายคอสตูม ดูและเสื้อผ้าหน้าผม ช่างเทคนิค ตัดต่อ ฝ่ายเสียง รายละเอียดเมื่อกรมควบคุมโรคสอบสวนครบถ้วนแล้ว คาดว่า 1-2 วันนี้จะนำเสนออีกครั้ง

“กรมควบคุมโรค รายงานปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ยกเว้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นโรงงาน สถานประกอบการ ที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน มีอยู่ 4 จังหวัด คือสระบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และตรัง ตลาดค้าส่งที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากและพบผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน พบใน 2 จังหวัด คือนครปฐม และเพชรบุรี ส่วนชุมชนแออัดที่พบผู้ติดเชื้อเกิน 50 คนมี 1 จังหวัดคือสมุทรสาคร ขณะพื้นที่ชายแดนที่พบต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศมีผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน 3 จังหวัดคือ จันทบุรี สงขลา ปัตตานี”

โรงงานติดเชื้อแล้ว 27 จว.

ส่วนการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ในกลุ่มโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 16 มิ.ย. มีไปแล้ว 27 จังหวัด ซึ่งรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมรายงานตัวเลขว่าขณะนี้มีโรงงานทั่วประเทศ 64,038 แห่ง เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีแรงงานเกิน 200 คน 3,304 โรงงาน จนถึง 14 มิ.ย. มีโรงงานทั้งหมดประเมินตนเองในระบบไทยสต๊อปโควิดพลัส 8,132 โรง เฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ทำการประเมินตนเองแล้ว 2,241 โรง ผ่านเกณฑ์ 1,583 โรง ไม่ผ่านเกณฑ์ 656 โรง และตั้งเป้าตั้งแต่วันที่ 16-30 มิ.ย. จะให้โรงงานทั้งหมดประเมินตนเอง ขอความร่วมมือทุกโรงงานต้องทำการประเมินตนเอง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะโรงงานที่ทำแล้วไม่ผ่านจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยปรับปรุง ขณะที่พนักงานต้องประเมินตัวเองทุกวัน อย่างไรก็ตามสำหรับโรงงานต่างๆ นั้นจะมีการประเมินซ้ำทุกๆ 2 สัปดาห์

พิมพ์ผิด – พญ. ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผอ.ร.พ.นครพิงค์ เชียงใหม่ ชี้แจงนายอดุลย์ ดวงสร้อย กรณีรับวัคซีน 2 เข็มคนละยี่ห้อ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ผิดพลาด ด้านเอกสาร ยืนยันได้รับวัคซีนซิโนแวคทั้ง 2 เข็ม เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

แจงฉีดวัคซีนต่างชนิด 2 เข็ม

พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า วันที่ 15 มิ.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่ม 269,632 โดส ฉีดรวมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-14 มิ.ย. 6,780,816 โดส จากการกระจายวัคซีน 7,111,968 โดส แยกกลุ่มก้อน บุคลากรทางการแพทย์ฉีดเข็ม 2 แล้ว 88.3% กลุ่มโรคเรื้อรังฉีดเข็มแรก 8.4% ประชาชนทั่วไปเข็มแรก 7.6% กลุ่ม 60 ปีเข็มแรก 6.8% มีความคืบหน้าต่อเนื่อง

“ส่วนกรณีการฉีดเข็มแรกยี่ห้อหนึ่ง และอีกเข็มยี่ห้อหนึ่ง นอกจากคนไทยที่ถาม ต่างประเทศก็สงสัย เรียนว่าเริ่มต้นมีที่มาจากประชาชนที่ฉีดวัคซีนยี่ห้อใดก็ตาม เกิดการแพ้วัคซีนนั้นอย่างรุนแรง เป็นข้อห้าม ไม่สามารถฉีดซ้ำเข็มสองได้ หลายประเทศจัดหาวัคซีนคนละยี่ห้อต่างรูปแบบการผลิตมาฉีด เช่น ซิโนแวคเป็นเชื้อตาย ถ้าแพ้จะย้ายไปใช้เทคโนโลยีอื่น เช่น แอสตร้าเซนเนก้าเป็นไวรัลเวกเตอร์เพื่อไม่ให้แพ้ ทางการแพทย์เองศึกษาวิจัยเป็นเรื่องราว บ้านเราก็ศึกษา แต่ยังไม่มีใครกล้าสรุปว่าจะได้ประสิทธิภาพดีกว่า ขอให้ติดตามรายละเอียด ฟังความเห็น ผู้เชี่ยวชาญ และกระทรวงสาธารณสุขด้วย”

‘เวิร์คพอยท์’ปิด 11 วัน

ล่าสุด บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์ เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทขอแจ้งปิดสตูดิโอและส่วนออฟฟิศ ตั้งแต่วันที่ 10-20 มิ.ย. 2564 เป็นเวลา 11 วัน เพื่อทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อ

ยัน‘ปัญญา-หม่ำ’ไม่ติดเชื้อ

วันเดียวกัน รายการ ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ ผู้ประกาศข่าวโดยสุภาพชาย บุตรจันทร์ และ พรทิพย์ โม่งใหญ่ ระบุถึงกรณีมีข่าวการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้ประกาศข่าว และพิธีกร ดารา ในบริษัท เวิร์คพอยท์ ว่า “ท่านผู้ชมครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เวิร์คพอยท์ มีมาตรการเข้มข้นในการที่จะมีการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 มีการ “สว็อบ เทสต์” ให้กับพนักงานทุกคน ทุก 7 วัน มีการทำตลอดเวลา แต่เชื้อก็ยังหลุดรอดมาได้ ทำให้ ผู้ประกาศ 2 คน คือ ปอเปี๊ยะ กาลเวลา เสาเรือน และ ชิน ธณภัทร ติรางกูล ได้รับเชื้อ ผู้สื่อข่าวทั้ง 2 ท่านเข้าไปรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อย

จากการที่ผู้ประกาศข่าว 2 คนนี้ติดโควิด-19 ทำให้มาตรการของเวิร์คพอยท์ เข้มข้นมากขึ้น มีการปิดสตูดิโอฉีดพ่นฆ่าเชื้อ มีการอบโอโซนตลอดเวลา พนักงานทุกคนผู้อยู่เบื้องหลังกล้อง และผู้ที่อยู่หน้ากล้อง เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นนะครับ

ส่วนปัญญา นิรันดร์กุล พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง พี่กันต์ พี่ซี ศิวัฒน์ ป๋ากิ๊ก คุณตุ๊กกี้ ต่างๆ ติดเชื้อมั้ย ยืนยันว่าทุกท่านยังแข็งแรง ไม่ติดเชื้อ พร้อมที่จะออกมาสร้างความสุขให้กับแฟนข่าวเวิร์คพอยท์ แฟนรายการเวิร์คพอยท์ ในเร็วๆ นี้ ส่วนที่มีข่าวว่า คุณสุนารี ราชสีมา ได้รับเชื้อเดี๋ยวในห้องข่าวบันเทิง คุณตุ๊กกี้ จะมาบอกเรื่องนี้ให้ฟัง ก็อยากจะชี้แจงแบบนี้ครับ”

จ่าย 1 ล.ตายจากซิโนฟาร์ม

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ข้อมูลประกันภัยสำหรับวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า รวมเสียชีวิต จำนวนเงินเอาประกันภัย 1 ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาล จำนวนเงิน เอาประกันภัย 3 หมื่นบาท

‘บิ๊กตู่’ออกทีวี-แจงแก้โควิด

เมื่อเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี “ประเทศไทยต้องเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน” ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจระบุว่า “การเดินหน้าแผนฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนมีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้อยากจะอัพเดตให้ทุกท่านทราบ ถึงโรดแม็ปที่เรากำลังจะเดินหน้าต่อไป เพื่อเริ่มการพลิกฟื้นจากวิกฤตโควิด-19 การที่ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการตรงได้ ช่วยให้หน่วยงานและคณะกรรมการชุดต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างฉับไวและเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น ตลอดจนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ทำให้มีความคืบหน้าในการเจรจากับ ผู้ผลิตวัคซีนรายใหม่ๆ ได้อย่างดี จนถึงปัจจุบัน เราอยู่ระหว่างการทำงานกับผู้ผลิตวัคซีน 6 รายแล้ว ได้แก่ ไฟเซอร์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, โมเดอร์นา, รวมถึง แอสตร้าเซนเนก้า, ซิโนแวค, และซิโนฟาร์ม ส่วนการเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม จนถึงตอนนี้ ยืนยันการจัดหาลงนามในสัญญาจองหรือสัญญาซื้อไปแล้ว 105.5 ล้านโดส ทำได้เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้สำหรับปีนี้ โดยทั้งหมดจะทยอยส่งมอบเข้ามาภายในปีนี้ และจะทยอยฉีดต่อไป

พร้อมกันนี้เราจะยังเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกสำหรับปีหน้า การเดินหน้าตามแผนฉีดวัคซีนนี้ เราจะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้โดยเฉลี่ยประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมาเพียงพอในแต่ละเดือนและประมาณต้นเดือนต.ค. จะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน อย่างน้อยเข็มแรกแล้ว จำนวน 50 ล้านคน

ร่นเปิดประเทศใน 120 วัน

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองไปในอนาคตที่ไกลขึ้น คือการเปิดประเทศ และรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยอีกครั้ง ตั้งเป้าไว้ว่าประเทศไทยจะต้องเปิดประเทศทั้งประเทศให้ได้ภายใน 120 วัน นับจากวันนี้ ส่วนเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หากพร้อมได้เร็วกว่าก็ควรทยอยเปิดให้ได้เร็วกว่านั้น

นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสเรียบร้อยแล้ว ควรเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดย ไม่ต้องกักตัว และไม่ต้องมีเงื่อนไขข้อห้ามที่สร้างความยากลำบาก รวมทั้งคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ หากเป็นคนที่ฉีดวัคซีนครบโดส แล้ว ก็ควรสามารถเดินทางกลับเข้าประเทศของตัวเองได้โดยไม่ต้องกักตัวเช่นเดียวกัน

ส่วนสถานที่ทำงานและธุรกิจร้านค้าต่างๆ ควรต้องกลับมาเปิดทำการได้ การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ควรทำได้โดยไม่มีข้อห้ามหรือข้อบังคับแบบเหมารวมทั้งจังหวัด ที่จะสร้างความยากลำบากอีก ยกเว้นหากมีสถานการณ์ร้ายแรงใหม่เกิดขึ้น หรือมีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้พิจารณาเป็นกรณีไป

ขอให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เริ่มเตรียมการและเตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อม เพื่อที่จะสามารถเปิดให้มีการทำมาหากินของประชาชนได้อีกครั้งตามกรอบเวลาที่ผมได้กล่าวไป ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องดำเนินการเรื่องการฉีดวัคซีนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเปิดประเทศภายใน 120 วัน เราจะเริ่มนำร่องที่จ.ภูเก็ต ที่เตรียมผ่อนคลายบางมาตรการ และเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาแบบแซนด์บ็อกซ์ ผมเร่งรัดให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาและอนุมัติ ในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อจะได้เดินหน้าทำให้เกิดขึ้นจริงตามแผน เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศในระยะต่อไป

ด้วยกรอบเวลานี้ คาดหวังว่า ถึงตอนนั้นหลายๆ ประเทศคงจะเริ่มผ่อนคลายให้ประชาชนของเขาสามารถเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้แล้ว และน่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพอสมควรที่เลือกเดินทางมาประเทศไทย

ดูแลแรงงาน – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ในกทม. ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน บริษัท โรงงานฟุตบอลไทย สปอร์ตติ้ง กู๊ดส์ จำกัด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

ขอทุกคนรับความเสี่ยงร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ระบุด้วยว่า การตัดสินใจวันนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงกับการเปิดประเทศ แต่เมื่อประเมินสถานการณ์ และคิดถึงความอยู่รอดในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน คิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันบ้าง หากความเสี่ยงนั้น เราได้ประเมินอย่างรอบคอบแล้วว่าอยู่ในระดับที่พอจะรับได้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

“ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ภารกิจหลักของผมในตอนนั้น คือ พยายามรักษาชีวิตของพี่น้องคนไทย ไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมากๆ การปกป้องชีวิตของผู้คน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การปกป้องชีวิตของคนที่ได้รับเชื้อเท่านั้น แต่เป็นการปกป้องทั้งครอบครัว ไม่ให้ครอบครัวจำนวนมาก ต้องเจอกับความสูญเสียที่หนักหนาสาหัส เสียเสาหลักของครอบครัว หรือสูญเสียคุณพ่อ-คุณแม่ เสียปู่ย่าตายาย ที่ดูแลลูกๆ หลานๆ ของเรา จนถึงวันนี้ เราทำสำเร็จ ทำให้ประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก”

ขณะนี้ภารกิจต่อไป คือ ผมต้องทำให้ ทุกคนสามารถกลับมาทำมาหากินกันได้ปกติอีกครั้งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่รอให้ฉีดครบ 2 เข็ม

“เราได้เห็นกันแล้ว และต้องทำใจว่าทั่วโลกยังจะต้องอยู่กับไวรัสนี้ต่อไปอีก รวมถึงประเทศไทยด้วย อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรอจนไวรัสนี้หมดไปจากโลก และเราก็ ไม่สามารถรอจนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสกันถ้วนหน้าก่อน แล้วจึงค่อยเปิดประเทศ สิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้เหมือนกับโรคภัยอื่นๆ จัดการโควิดให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับออกมาทำมาหากินกันได้อีกครั้ง นี่คือนโยบายของผม และเป็น เป้าหมายที่ผมตั้งไว้”

ดังนั้นเพื่อจะสามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเปิดประเทศ ภายใน 120 วันให้ได้ จะพยายามทำทุกทาง เพื่อให้เราได้รับส่งมอบวัคซีนตามกำหนดการ แม้ในความเป็นจริง เราจะเห็นตัวอย่างได้จากในหลายประเทศว่าการส่งมอบวัคซีนจากผู้ผลิตรายต่างๆ อาจจะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งเรื่องล่าช้า หรือไม่ครบจำนวนตามที่ตกลง แต่ประเทศไทยเรา ต้องบริหารจัดการตรงจุดนี้ให้ดี

ในระยะสั้น นโยบายสำคัญของผม คืออย่างน้อยที่สุดประชาชนทุกคนควรต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกโดยเร็วที่สุด เพราะการได้รับวัคซีนแม้แค่เพียงเข็มแรก ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้ในระดับที่มากพอสมควรแล้ว และในระยะยาว การจัดการกับ โควิด-19 คือ การมีฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 ตั้งอยู่ในประเทศของเราเอง ซึ่งจะช่วยให้เราทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในระยะยาวต่อไป ตราบเท่าที่เราต้องการ

การมีโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 อยู่ในประเทศไทย จะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในระยะยาว ซึ่งแนวทางนี้เราได้เลือกมาตั้งแต่ต้น และถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ต้องขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่แนะนำให้เราเลือกเดินหน้าในแนวทางนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ที่ร่วมกันดำเนินการจนสำเร็จ

ในการเดินหน้าต่อจากนี้เป็นต้นไป เราอาจจะต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหม่ๆ และความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อเราเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ต้องขอชื่นชม บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ทุกท่าน อสม. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่แม้ว่าทุกท่านจะเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังนึกถึงว่า พี่น้องคนไทยยากลำบากกันมากขนาดไหน และเราล้วนต้องการร่วมมือกันทุกวิถีทาง เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนในการทำมาหากินให้กับพี่น้องคนไทยด้วยกัน แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นหนทางที่จะดีสำหรับประเทศไทย

การปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศให้ได้ครบตามเป้าหมายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นภารกิจสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามแผน หรือบางอย่างอาจจะต้องดัดแปลง ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความไม่แน่นอน ขอให้ทุกคนเปิดใจว่าภารกิจใหญ่ขนาดนี้ที่ต้องเร่งให้เร็วที่สุด และต้องเข้าถึงทุกคน ทุกพื้นที่ ครอบคลุมทั้งประเทศ อาจจะมีความผิดพลาดหรือมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง

ปิดตลาดห้วยขวาง 3 วัน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเขตดินแดง ออกคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 16 มิ.ย.2564 โดยนายวาน อุทัยศรี หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตดินแดง เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เรื่องแจ้งปิดดำเนินการกิจการตลาดห้วยขวาง

โดยระบุใจความว่า สำนักงานเขตดินแดงได้รับรายงานผลการตรวจเสมหะค้นหาผู้ติดเชื้อโควิดของผู้ค้าและลูกจ้างตลาดห้วยขวาง จากศูนย์บริการสาธารณสุข 52 สามเสนนอก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 พบผู้ค้าและลูกจ้างติดเชื้อ 15 คน จากการสุ่มตัวอย่าง 75 คน จึงขอให้ปิดเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-18 มิ.ย. และให้ดำเนินการปรับปรุงสุขาภิบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ปิดแผงที่พบเชื้อ 14 วัน

อยุธยาตายโควิดอีก 5

นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต 5 ราย รายที่ 1 ชายไทย อายุ 89 ปี เป็นผู้ป่วยสูงอายุ รายที่ 2 ชายไทย อายุ 60 ปี มีโรคประจำตัวเบาหวาน รายที่ 3 หญิงไทยอายุ 78 ปี เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รายที่ 4 ชายไทยอายุ 51 ปี ไม่มีโรคประจำตัว รายที่ 5 ชายไทย อายุ 85 ปี เป็นผู้สูงอายุ โรคความดันโลหิตสูง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

“สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายที่พบในวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุติดเชื้อมาจากบุคคลในครอบครัว อยากฝากให้คงเข้มมาตรการในการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่เสี่ยงหรือทำกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก”

ชลบุรีป่วยโควิดอีก 108

สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่าพบ ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 108 ราย ยอดสะสม 5,569 ราย กำลังรักษาตัว 877 ราย หายป่วย 4,658 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 32 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 1 แห่ง เป็นการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวมาจากกรุงเทพฯ มาไว้ในแคมป์แห่งหนึ่ง พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย ขณะนี้กักบริเวณห้ามเข้าออก เร่งตรวจคัดกรองหาผู้ที่ติดเชื้อเพื่อไม่ให้กระจายออกจากแคมป์ไปสู่ชุมชน

ส่วนตลาดใหม่ชลบุรี อ.เมืองชลบุรี ซึ่งเป็นตลาดผักผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก พบติดเชื้อเพิ่ม 14 ราย ตลาดบ้านทุ่ง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา พบเพิ่ม 6 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันมาจากกทม.อีก 2 ราย ผู้ป่วยที่อาศัยร่วมกันของแรงงานต่างด้าว 5 ราย ผู้ป่วยในครอบครัวที่มีประวัติเดินทางมาจากจ.สมุทรปราการ 1 ราย ผู้ป่วยจากอาชีพเสี่ยง 2 ราย สัมผัสผู้ป่วยในครอบครัว 23 ราย จากสถานที่ทำงาน 15 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 30 ราย

ธุรกิจกลางคืนร้องปลดล็อก

วันเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิง ธุรกิจภาคกลางคืน และธุรกิจอิสระ อาทิ ฟิตเนส ธุรกิจรับจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ผับ บาร์ เข้าพบ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผอ.ศปก.ศบค. ที่อาคารสภาความมั่นคง แห่งชาติ ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล หลังได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก นานกว่า 200 วัน

นายนนทเดช บูรณะสิทธิพร เจ้าของร้าน The Rock Pub กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน สถานบันเทิงและธุรกิจอิสระเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้ 1.ขอให้ยกเลิกคำสั่งปิดสถานบันเทิงแบบเหมารวม โดยให้ปิดเฉพาะสถานบันเทิงที่พบผู้ติดเชื้อหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง 14 วัน เพื่อทำความสะอาดร้านตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข และให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้กักตัว 2.ขอให้มีคำสั่งปลดล็อกให้ธุรกิจกลางคืนและสถานบันเทิงได้กลับมาเปิดบริการ และจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งของศบค.และกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด 3.ขอให้ ผ่อนปรนให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อบริโภคในร้านได้ เพราะปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ยืนยันว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อ 4.ขอให้ผ่อนปรนให้สามารถจัดมหรสพในพื้นที่ปิดได้ โดยต้องจัดที่นั่งแบบ 2 เว้น 1 และรักษาระยะห่างตามความเหมาะสม

5.ขอให้พิจารณาการจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจกลางคืน ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจอิสระเร็วที่สุด โดยให้มีสิทธิ์เข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงไปพร้อมกับกลุ่มธุรกิจ ท่องเที่ยว 6.ขอให้พิจารณาให้มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการเยียวยา การพักชำระหนี้ และการกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจและการจ้างพนักงานจากการปิดธุรกิจชั่วคราว โดยพิจารณาการงดเว้นเก็บภาษาบางประเภท เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ภาษีป้าย เป็นต้น

7.ขอให้เปิดช่องทางการสื่อสาร เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการประชาชนที่เดือดร้อน เพื่อให้ทราบถึงมุมมอง ผลกระทบ ความยากลำบากของผู้ประกอบอาชีพแต่ละกลุ่ม ก่อนที่ภาครัฐจะออกมาตรการต่างๆ 8.ขอให้ศบค.หารือกับกระทรวงแรงงานให้ผ่อนปรนเรื่องการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน กรณีที่นายจ้างต้องลดเงินเดือนพนักงานลงเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ แทนการปลดพนักงานออก

ด้านพล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ศบค.ทราบดีถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ แต่มาตรการของภาครัฐที่ออกมา เกิดจากความเห็นชอบร่วมกันของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพราะการฟื้นฟูสถานการณ์ในวิกฤตโควิด-19 ไม่ได้มีแค่ในแง่ของสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ศบค.พร้อมรับฟังปัญหาของทุกคน และหลังจากนี้จะพยายามหารือมาตรการช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรมที่ทำให้แต่ละฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน