โด้เบิ้ล-ต้อนฮังการี 3-0
ไก่เจ๋งหักปีกอินทรี 1-0
คืนนี้เบลเยียม-โคนม
กังหันคึกบู๊ออสเตรีย
‘หมีขาว-รัสเซีย’ เชือด ‘ฟินแลนด์’ 1-0 คว้า 3 แต้มแรก ยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบ ส่วนกรุ๊ปออฟเดธ ‘โรนัลโด’ ยิง 2 ประตู นำโปรตุเกสถล่มฮังการี3-0 ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม อีกคู่บิ๊กแมตช์ ‘ตราไก่-ฝรั่งเศส’ สมราคาเต็งแชมป์ หักปีก ‘อินทรีเหล็ก-เยอรมัน’ 1-0 คืนนี้ ‘ยูเครน’ รับน้องใหม่ ‘นอร์ทมาซิโดเนีย’ ส่วน ‘เบลเยียม’ เจอ ‘เดนมาร์ก’ ที่สู้เพื่อ ‘อีริกเซน’ และ ‘ฮอลแลนด์’ ดวล ‘ออสเตรีย’ ลุ้นเข้ารอบ
ฟินแลนด์บุกถิ่นหมีรัสเซีย
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ประจำวันที่ 16 มิ.ย. เริ่มเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เป็นการลงสนามนัดที่ 2 ของกลุ่มบี ที่สนามเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ระหว่าง “ฟินแลนด์” ที่นัดแรกชนะเดนมาร์ก 1-0 พบกับ “หมีขาว-รัสเซีย” ที่นัดแรกแพ้เบลเยียม 0-3 โดยคู่นี้เคยเจอกันทั้งหมด 4 ครั้ง รัสเซียชนะรวด
สำหรับผู้เล่น 11 ตัวจริงฟินแลนด์ ประกอบด้วยผู้รักษาประตู ลูกัส ฮราเดกกี, ยูนา ตอยวิโอ, เปาลุส อารายูรี, ดาเนียล โอชอห์เนสซี, ยุกกา ไรตาลา, โรบิน ลอด, ราสมุส ชูลเลอร์, เกล็น กามารา, เยเร อูโรเนน, โยเอล โปห์ยานปาโล และตีมู ปุกกี
ส่วนรัสเซีย ผู้รักษาประตู มัตเว ซาโฟ นอฟ, อิกอร์ ดิเวเยฟ, ดมีทรี บารีนอฟ, จอร์จี้ ชิคิยา, มาริโอ แฟร์นานเดส, มาโกเมด ออซโดเยฟ, โรมัน ซอบนิน, ดาเลอร์ คูซยาเยฟ, อเล็กเซ มิรันชุก, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน และอาร์เตม ซูบา

ทีเด็ดหมี – อเล็กเซ มิรันชุก ศูนย์หน้า รัสเซีย (ขวาสุด) วิ่งฉลอง หลังยิงประตูฟินแลนด์ให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่ ครึ่งแรก และเป็นประตูชัยในที่สุด ศึกฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มบี นัดสอง ที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อ วันที่ 16 มิ.ย.
รัสเซียบุกใส่-นำก่อน 1-0
เปิดเกมเพียง 3 นาที ฟินแลนด์เกือบได้ประตูออกนำ จากจังหวะผิดพลาดของแผงหลังรัสเซีย ยุกกา ไรตาลา ขโมยบอลได้ ก่อนเปิดเข้ากลางให้โยเอล โปห์ยานปาโล โฉบมาโหม่งส่งบอลเข้าประตูไป แต่เมื่อผู้ตัดสิน เช็กวีเออาร์ ปรากฏว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า
จากนั้นเกมเปิดแลกกันสนุก นาทีที่ 37 รัสเซียมีลุ้นอีกครั้ง ในจังหวะที่ดาเลอร์ คูซยาเยฟได้บอลทางขวา ก่อนปาดเข้ากลาง บอลเกือบจะถึงอาร์เตม ซูบา กองหน้า แต่แนวรับฟินแลนด์ยังสกัดออกหลังไปได้
เกมเหมือนจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มัตเว ซาโฟนอฟ ของรัสเซีย ทำชิ่งกับอเล็กเซ มิรันชุก ก่อนจะแต่ง 1 จังหวะแล้วยิงเต็มข้อ บอลพุ่งเสยคานเเข้าประตูให้ รัสเซียออกนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
หมีคว้า 3 แต้ม-ยังมีลุ้นเข้ารอบ
ครึ่งหลังรัสเซียยังคงครองเกมได้เหนือกว่า ขณะที่ฟินแลนด์ลงไปตั้งรับและสวนกลับ นาทีที่ 49 ฟินแลนด์ได้โอกาสสวนกลับเร็ว ตีมู ปุกกี หลุดขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิง แต่ยังไม่ผ่านแนวรับรัสเซีย ยังไม่ได้ประตูตีเสมอ
นาทีที่ 65 เป็นฝั่งรัสเซียได้ลุ้นบ้าง รีฟัต เชมาเลตดินอฟ ตัวสำรองหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในเขตโทษ ก่อนบรรจงยิงไปที่เสาไกล บอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังไปแบบได้เสียว
ช่วงเวลาที่เหลือรัสเซียคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด และพยายามบุกต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอจะเป็นประตู จบเกมรัสเซียเฉือนชนะ ฟินแลนด์ 1-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ ทำให้สถานการณ์ในกลุ่มบี เบลเยียม ฟินแลนด์ และรัสเซีย มี 3 คะแนนเท่ากัน

ปิดท้าย – คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมโปรตุเกส แชมป์เก่า ยิงบอลผ่านมือนายทวารฮังการี เป็นประตูที่สองของตนเอง ก่อนพาทีมชนะ 3-0 คว้า 3 แต้มแรก ศึกฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มเอฟ นัดแรก ที่ปุสกัส อารีนา บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
‘โด้-โปรตุเกส’ถล่ม‘ฮังการี’ 3-0
สำหรับผลการแข่งขันเมื่อคืนวันที่ 15 มิ.ย. เป็นการเตะของกลุ่มเอฟ “ฮังการี” พบ “ฝอยทอง-โปรตุเกส” ที่สนามปุสกัส อารีนา กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เริ่มเกมโปรตุเกสได้โอกาสลุ้นก่อนตั้งแต่ 5 นาทีแรก ดิโอโก โชตา หลุดล้ำหน้าเข้าไปยิงติดเซฟของปีเตอร์ กูลาชี โปรตุเกสครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายขาดๆ เกินๆ ขณะที่ฮังการีรับแล้วรอสวนกลับ จบครึ่งแรกยังเสมอ 0-0
ครึ่งหลังฮังการีแก้เกมมาดี จนโปรตุเกสทำอะไรได้ไม่ถนัด กระทั่งล่วงถึงท้ายเกมนาที 84 โปรตุเกสขึ้นนำสำเร็จ บรูโนจ่ายทะลุช่องไปให้ราฟา ซิลวา ตวัดเข้ากลางให้ราฟาเอล เกร์เรยโร ซัดบอลแฉลบกองหลังฮังการีเสียบเสาเข้าไป โปรตุเกสออกนำสำเร็จ 1-0
ถัดมา 3 นาที โปรตุเกสสวนกลับ ราฟา ซิลวา โดนสกัดล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษ คริสเตียโน โรนัลโด สังหารไม่พลาดขึ้นนำ 2-0 เกมทำท่าจะจบลงเท่านี้ แต่ในนาทีสุดท้าย คริสเตียโน โรนัลโด หลุดเข้าไปซัดประตูที่ 2 ของตัวเอง ปิดกล่องให้โปรตุเกสถล่มฮังการี 3-0 คว้า 3 คะแนนขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเอฟ
‘ไก่’สมเต็งหนึ่ง-หักปีก‘อินทรี’
อีกคู่บิ๊กแมตช์ เป็นการเตะในกลุ่มเอฟ “ตราไก่-ฝรั่งเศส” พบกับ “อินทรีเหล็ก-เยอรมนี” ที่สนามอารีนา มิวนิก ประเทศเยอรมนี เริ่มเกมทั้งสองทีมสู้กันสนุกสูสี แต่เป็นฝรั่งเศสที่บุกได้น้ำได้เนื้อกว่า นาที 15 ฝรั่งเศสได้เตะมุม อองตวน กรีซมันน์ เปิดไปกลางประตูให้ปอล ป๊อกบา ขึ้นโหม่งแต่ข้ามคาน
ความพยายามของฝรั่งเศสมาสำเร็จจนได้ในนาที 20 ปอล ป๊อกบา เปิดบอลไปให้ลูกัส แอร์กน็องเดซ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนตบมาหน้าประตู มัตส์ ฮุมเมิลส์ กองหลังเยอรมนี ถึงบอลก่อน แต่สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง ฝรั่งเศสออกนำ 1-0
ครึ่งหลังทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จนเกมดำเนินมาถึงนาที 60 เยอรมนีเป็นฝ่ายขึงเกมรุกแทบจะฝั่งเดียว ขณะที่ฝรั่งเศสอาศัยความเร็วของเอ็มบัปเปคอยสวนกลับเล่นงาน และพังประตูได้จากคาริม เบนเซมา แต่สุดท้ายโดนวีเออาร์จับล้ำหน้าเสียก่อน ช่วงเวลาที่เหลือเยอรมนียังคงพยายามเปิดเกมบุกแบบหมดหน้าตัก แต่สุดท้ายเจาะเกมรับฝรั่งเศสไม่เข้า จบเกมฝรั่งเศสเฉือนชนะ 1-0 เก็บ 3 คะแนน
2 ทุ่มคืนนี้‘ยูเครน’เจอน้องใหม่
สำหรับการแข่งขันประจำวันที่ 17 มิ.ย. คู่แรกเริ่มเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เป็นการเตะในกลุ่มซี “ยูเครน” พบน้องใหม่ “นอร์ทมาซิโดเนีย” ที่สนามเนชั่นแนล อารีนา บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย โดยผลนัดแรกยูเครนแพ้เนเธอร์แลนด์ 2-3 ส่วนนอร์ทมาซิโดเนียแพ้ออสเตรีย 1-3 ยังไม่มีคะแนนทั้งคู่
สำหรับ 11 ผู้เล่นตัวจริงของยูเครน คาดจะยังใช้ระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู จอร์จี บุชชาน, วิตาลี ไมโกเลนโก, ไมโกลา มัตเวียนโก, อิลยา ซาบาร์นี, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, ไมโกลา ชาปาเรนโก, เซอร์กี ซีดอร์ชุก, รุสลัน มาลินอฟสกี, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, โรมัน ยาเรมชุก และอังเดร ยาร์โมเลนโก
ด้านนอร์ทมาซิโดเนียน่าจะยังใช้ผู้เล่นหลักจากนัดแรกในระบบ 3-5-2 ผู้รักษาประตู สโตเล ดิมิตริเยฟสกี, วิซาร์ มุสลิอู, ดาร์โก เวลคอฟสกี, สเตฟาน ริสตอฟสกี, เอซก์ยาน อลิออสกี, เอลิฟ เอลมาส, อาริยาน อาเดมี, เอนิส บาร์ดี, โบบัน นิโคลอฟ, อเล็กซานดาร์ ไตรคอฟสกี และโกรัน ปานเดฟ
โคนมสู้เพื่ออีริกเซน-บู๊เบลเยียม
ต่อด้วยคู่สอง เวลา 23.00 น. เป็นการแข่งขันเกมในกลุ่มบี “โคนม-เดนมาร์ก” พบกับ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป-เบลเยียม” เตะกันที่ที่สนามปาร์เกน กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยคู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 8 ครั้ง เดนมาร์กชนะ 3 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และเบลเยียมชนะ 4 ครั้ง สำหรับผลงานยูโรครั้งนี้ นัดแรกเดนมาร์กแพ้ฟินแลนด์ 0-1 และ ต้องเสียคริสเตียน อีริกเซน จอมทัพของทีม มีปัญหาทางหัวใจ วูบหมดสติ รักษาตัวอยู่ในร.พ.
โดยคาดว่าเดนมาร์กใช้ระบบการเล่น 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู แคสเปอร์ ชไมเคิล, โยอาคิม เมห์เล, แอนเดรียส คริสเตนเซน, ซิมอน เคียร์, แดเนียล แวสส์, โธมัส เดอลานีย์, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, มาร์ติน เบรธเวต, มาธิอัส เยนเซน, ยุสซุฟ โพลเซน และแคสเปอร์ โดลเบิร์ก
ส่วนเบลเยียมนัดนี้น่าจะใช้ระบบการเล่น 3-4-2-1 ผู้รักษาประตู ธิโบต์ กูร์กตัวส์, โธมัส แฟร์มาเลน, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, ธอร์กาน อาซาร์, เลอันเดอร์ เดนดองก์เกอร์, ยูรี ตีเลอมันส์, โธมาส์ มูนิเยร์, ดรีส เมอร์เตนส์, เอแดน อาซาร์ และโรเมลู ลูกากู
‘กังหัน’อัด‘ออสเตรีย’ลุ้นเข้ารอบ
ปิดท้ายด้วยคู่ดึกเวลา 02.00 น. เป็นเกมในกลุ่มซี “กังหันสีส้ม-เนเธอร์แลนด์” พบกับ “ออสเตรีย” ฟาดแข้งกันที่สนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์ แลนด์ โดยคู่นี้เคยเจอกันมาแล้วถึง 12 ครั้ง เนเธอร์แลนด์ชนะถึง 7 ครั้ง เสมอกัน 2 ครั้ง และออสเตรีย ชนะ 3 ครั้ง ส่วนผลงานศึกยูโรครั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ประเดิมสนามชนะยูเครน 3-2 ขณะที่ออสเตรียชนะนอร์ทมาซิโดเนีย 3-1
สำหรับเกมนี้เนเธอร์แลนด์ต้องเช็กความฟิตของกองหลังตัวหลัก มัตไธส์ เดอ ลิกต์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ น่ายืนจากนัดแรกเป็นหลัก ในรูปแบบการเล่น 3-4-1-2 ผู้รักษาประตู มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, นาธาน อาเก, สเตฟาน เดอ ฟราย, ยูร์เรียน ทิมเบอร์, โอเวน ไวน์ดัล, มาร์เทน เดอ รูน, เฟรนกี เดอ ยอง, เดนเซิล ดุมฟรายส์, จอร์จินโย ไวนัลดุม, วูต เวกฮอร์สต์ และเมมฟิส เดอปาย
ด้านออสเตรียไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ คาดมาในแผน 3-5-2 ผู้รักษาประตู ดาเนียล บักมันน์, มาร์ติน ฮินเตเรกเกอร์, ดาวิด อลาบา, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, อันเดรียส อุลเมอร์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, ซาเวอร์ ชลาเกอร์, คอนราด ไลเมอร์, สเตฟาน ไลเนอร์, คริสตอฟ เบาม์การ์ตเนอร์ และซาซา คาไลชิช