โวยโจ๋วัย22-ดับปริศนาในเรือนจำ

21 มิ.ย. 2564 - 08:05 น.

ทั้งๆที่เพิ่งทำเรื่องขอพักโทษ
ผบ.คุกอ้างอาเจียน-แล้วช็อก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ญาติโวยหลานชายวัย 22 ปี ดับปริศนา คาเรือนจำเมืองตรัง หลังทำเรื่องพักโทษ ได้แค่ 2 วันก็มาตายเสียก่อน จี้กรมราชทัณฑ์ออกมาแจงเพราะผู้คุมอ้างว่าหลังกินข้าวกลางวันแล้วมีอาการอ้วกชักเกร็ง ช็อกหมดสติเสียชีวิต แต่พอส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ร.พ.สงขลา ผลระบุไม่พบเศษอาหารในหลอดอาหาร พร้อมขอให้ตำรวจชุดจับกุมช่วยพูดความจริง เพราะเป็นต้นเหตุทำให้ติดคุกคดีครอบครองอาวุธปืนเอ็ม 16 ตราโล่ หลังจากมีคนสั่งให้เข้าไปเอา ก่อนจะถูกรุมจับจนเหมือนเป็นการจัดฉาก

คาใจ‘ตร.’ – ครอบครัวประกอบพิธีศพนายกฤษดา มลยง หรือหมอก ด้วยความเศร้า หลังเสียชีวิตในเรือนจำ จ.ตรัง ขณะติดคุกคดียาเสพติดและครอบครองอาวุธปืน ญาติยัง คาใจสาเหตุการตายและปมที่มาของอาวุธปืนของกลางของหลวง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.

วันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายไชยยันต์ รัตนะ อายุ 34 ปี กรณีที่หลานชาย คือนายกฤษดา หรือหมอก มลยง อายุ 22 ปี ผู้ต้องขังคดีพ.ร.บ.อาวุธปืน ที่เสียชีวิตอย่างปริศนาภายในเรือนจำจ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ทำให้ญาติพี่น้องเกิดความคลางแคลงใจถึงสาเหตุของการเสียชีวิต รวมทั้งยังติดใจพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วย

โดยได้นำศพของนายกฤษดาที่ส่งไปพิสูจน์ที่ร.พ.สงขลานครินทร์ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 7 บ้านท่าโตป ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติพี่น้อง ที่ต่างรุมด่าและสาปแช่งประณามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมหากผู้ตายไม่ได้กระทำผิดจริง

นายไชยยันต์เปิดเผยว่า พวกตนมีเรื่องคลางแคลงในคดีนี้ 2 เรื่องคือ ประเด็นการเสียชีวิตภายในเรือนจำ และเรื่องถูกจับอาวุธปืน ประเด็นแรกคือการเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ชี้แจงว่า หลังจากกินหลายชายกินข้าวเที่ยงเมื่อเวลา11.45 น. แล้ว ก็มานั่งอยู่ใต้อาคารสูทกรรม ก็เกิดอาการอ้วกชักเกร็งและช็อกหมดสติ ก่อนถูกนำมาส่งแดนพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้นจึงส่งต่อไปยังร.พ.ตรัง แต่เมื่อเดินทางไปที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว และศพถูกเก็บไว้ในห้องแช่แข็งแล้วด้วย


นายไชยยันต์กล่าวอีกว่า คำชี้แจงจากแพทย์ระบุว่า หลานชายนั้นเสียชีวิตมาจากในเรือนจำแล้ว พวกตนก็สงสัยว่าสาเหตุการตายมาจากเรื่องอะไร จึงขอให้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ร.พ.สงขลานครินทร์ ผลออกมาว่าไม่ได้ถูกทำร้าย แต่ก็เก็บตัวอย่างอาหาร เลือดและเนื้อเยื่อบางส่วนนำส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วต้องรอผลอีก 2-3 อาทิตย์ ส่วนผลตรวจร่างกาย ผู้ตาย แพทย์ระบุว่าไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ตนไม่ได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของเรือนจำเป็นผู้กระทำ แต่ก็อยากฝากถึงกรมราชทัณฑ์ด้วยว่า นักโทษก็มีชีวิตจิตใจยังมีค่ากับพ่อแม่พี่น้องของเขา ก็อยากให้ช่วยดูแลอย่างเต็มที่ และถ้าส่งตัวมายังโรงพยาบาลเร็วกว่านี้หลานชายก็อาจมีชีวิตรอดก็ได้

“หมอกเป็นคนแข็งแรง เป็นนักกีฬาฟุตบอลประจำหมู่บ้าน ไม่เคยมีโรคประจำตัวหรือประวัติการรักษาโรคร้ายใด ผมก็อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ภายในเรือนจำด้วย เพราะทางญาติไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น และอยากให้นำพยานที่เห็นเหตุการณ์มาช่วยยืนยัน เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับพวกผมด้วย” นายไชยยันต์กล่าว

นายไชยยันต์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนประเด็นที่หลานชายถูกจับกุม ขอชี้แจงว่าไม่ใช่เพราะหลานเสียชีวิตแล้วจะมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะตนเรียกร้องขอความเป็นธรรมมาตลอด เนื่องจากเชื่อว่าหลานไม่ได้ผิด แต่ก็ไม่สามารถนำคำพูดไปอ้างเป็นพยานหลักฐานได้ โดยเหตุที่ถูกจับกุมคดีพ.ร.บ.อาวุธปืนเอ็ม 16 เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ตามบันทึกจับกุมระบุว่า นายเจ (นามสมมติ) เพื่อนได้โทร.หาน้องหมอกว่า ขอให้นั่งรถไปเป็นเพื่อนซื้อนมผงให้ลูกหน่อย ก็เลยนั่งรถไปด้วยกันเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ระหว่างนั้นก็มีนายสองที่เพิ่งจะถูกจับคดียาเสพติด และถูกกักตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ของตำรวจโทรศัพท์มาหานายเจว่า ช่วยไปเอาเหล็กให้หน่อย พิงอยู่ใต้เสาไฟฟ้าในซอยเทศบาลติดกับคลองหินขวาง ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน นายเจและน้องหมอกก็ไปทำตาม เมื่อไปถึงก็พบวัตถุห่ออยู่ในถุงดำ นายเจจึงหยิบและมาวางไว้บนตักน้องหมอก ปรากฏว่าขณะขับรถกลับออกมาก็มีตำรวจเข้าจับกุมทันที

นายไชยยันต์กล่าวอีกด้วยว่า ภายหลังจับกุมน้องหมอกและเพื่อนถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.หาดสำราญ ในความผิดพ.ร.บ.อาวุธปืน แต่ที่น่าสงสัยก็เพราะปืนเอ็ม 16 กระบอกนั้นเป็นปืนตราโล่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เป็นของน้องหมอกอย่างแน่นอน จึงร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ตรวจสอบว่าปืนกระบอกนี้เบิกมาจากไหน ใครเป็นคนเบิก มีการแจ้งหายไว้หรือไม่ แต่เรื่องกลับเงียบหายไป ก่อนที่หลานชายจะถูกตัดสินจำคุก 8 ปี 10 เดือน ต่อมาศาลอุทธรณ์ลดโทษให้เหลือ 1 ปี 11 เดือน หลังถูกจำคุกมาได้ 4 เดือน ทางเรือนจำเห็นว่าเข้าข่ายคุณสมบัติพักโทษ เหลืออีกแค่ 40 วันก็จะได้รับการปล่อยตัว แต่เพียงแค่ 2 วันหลังจากทำเรื่องพักโทษ ก็มาเสียชีวิตดังกล่าว จึงอยากให้ทางเรือนจำช่วยตรวจสอบและชี้แจงด้วย

ส่วนนางวันนา รัตนะ อายุ 41 ปี มารดาของผู้ตาย กล่าวว่า นิสัยของหมอกไม่เคยก้าวร้าว ไม่ค่อยออกไปไหน อยู่แต่ในชุมชนและเล่นกีฬาในหมู่บ้าน เป็นคนแข็งแรง ตนยืนยันว่าไม่เคยมีอาวุธปืน ไม่สามารถนำปืนมาครอบครองไว้ได้ ปืนนั้นมาจากไหนก็เป็นเรื่องที่สงสัย ขณะเกิดเหตุลูกชายอายุแค่ 19 ปี คงไม่สามารถนำอาวุธปืนสงครามที่ไหนมาครอบครองได้ ตนยอมรับว่าลูกชายเสพยาเสพติดจริงและให้ไปรับโทษตามกฎหมายแล้ว แต่ที่คาใจก็คือเรื่องอาวุธปืนเอ็ม 16 ว่า มันมาได้อย่างไรมีการจัดฉากหรือเปล่า หลังลูกถูกจับก็พยายามช่วยเหลือมาตลอดเพราะเชื่อว่าบริสุทธิ์ บรรดาญาติๆ น้าๆ ก็ช่วยกันมาตลอด แต่ก็ไม่เคยมีหน่วยงานไหนมาช่วยตรวจสอบเลย

นางวันนากล่าวอีกว่า ตนอยากขอความเป็นธรรมและขอให้ตำรวจช่วยมาชี้แจงด้วย เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายถูกตัดสินจำคุก ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำจนถึงขั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่ได้จะโทษหน่วยงานไหน เพราะผลตรวจยังไม่มีบทสรุป แต่เหตุผลจากกรมราชทัณฑ์กับผลทางแพทย์มันย้อนแย้งกัน เรือนจำแจ้งว่ามีอาการอ้วกและสำลักก่อนสิ้นใจ แต่ผลตรวจของแพทย์กลับไม่พบอาหารใดๆ อยู่ในหลอดอาหารเลย จึงอยากให้กรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจง รวมทั้งตำรวจชุดจับกุมก็ต้องออกมาพูดความจริง เพราะเชื่อแน่ว่าเหตุจับครั้งนั้นเป็นการจัดฉากแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โวยโจ๋วัย22-ดับปริศนาในเรือนจำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง