รับสิ้น-โมโหพนง.
ซื้อเบียร์-ทำแตก
ส่วนเหตุที่ปทุมฯ
เข้าใจผิด-ที่บำบัด
ทบ.สั่งสอบด้วย
เป็นอดีตทหาร

ผบ.ตร.ส่ง‘หนุมาน-สยบไพรี’ ล่าอดีตทหารเกณฑ์คลั่งยิง ดับหนุ่ม สะดวกซื้อย่านลาดพร้าว เหตุวิวาทเรื่องซื้อเบียร์แล้วตกแตก ก่อนแต่งชุดพรางบุกฆ่าผู้ป่วยโควิดถึงโรงพยาบาลสนามที่ปทุมธานี ก่อนเผ่นลงใต้ไปกบดานบ้านญาติที่ระนอง ระหว่างทางแวะปล้นน้ำมันเติมรถที่ประจวบฯ ตร.ล้อมทุกทิศยังยิงขู่ ก่อนยอมจำนนในที่สุด ‘บิ๊กใหม่’ บินด่วนไปรับตัวเข้ากรุง สอบพบมีประวัติรักษาป่วยจิต แต่พ่ออ้างลูกแค้นถูกครูฝึกซ้อมตอนเป็นทหารเกณฑ์ ผบ.ทบ.สั่งสอบด่วนยันไร้เหตุรุนแรงในค่ายทหาร

คลั่งยิง – ภาพวงจรปิดนาทีนายกวิน แสงนิลกุล บุกยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อย่านลาดพร้าว กทม. จากนั้นคลุ้มคลั่งไปก่อเหตุต่อเนื่องที่ร.พ.สนามภายในสถาบันธัญรักษ์ จ.ปทุมธานี ยิงผู้ป่วยโควิดจนเสียชีวิต แล้วขับรถหนีลงใต้ ผบ.ตร.ส่งหน่วยหนุมาน-สยบไพรีไล่ล่าจนได้ตัวที่จ.ระนอง นำขึ้นฮ.มาสอบสวนที่สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

ยิงดับหนุ่มสะดวกซื้อ

เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 24 มิ.ย. ร.ต.ท.จักรกฤช สุวรรณวงศ์ รอง สว.สอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อเสียชีวิต ภายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 25 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู บริเวณหลังเคาน์เตอร์ร้านที่เกิดเหตุ พบศพนายรัฐวิทย์ สันติคุปตพงค์ อายุ 32 ปี พนักงานประจำร้านดังกล่าว สภาพนอนหงาย สวมชุดยูนิฟอร์มร้าน นุ่งกางเกงสีดำ ตามร่างกายพบมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าแผ่นหลังทะลุหน้าอก บนพื้นพบปลอกกระสุนขนาด .38 ตกอยู่หลายปลอก

ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณเวลา 22.30 น. วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีวัยรุ่นชายรูปร่างท้วม สูง สวมเสื้อคลุมสีเทา กางเกงขายาวสีเข้ม เข้ามาภายในร้านซื้อเบียร์ 1 แพ็ก จำนวน 3 ขวด แต่ทำขวดเบียร์ตกแตกกระจายพื้นและไม่ยินยอมจ่ายค่าเบียร์ที่เสียหาย ทำให้ผู้เสียชีวิตมีปากเสียงกับวัยรุ่นชายดังกล่าว ก่อนจะมีพนักงานคนอื่นที่อยู่ภายในร้านออกมาช่วยพูดจาตกลงกัน โดยชายดังกล่าวยอมจ่ายชำระเฉพาะค่าสินค้าที่ซื้อ แต่ไม่ชำระค่าเบียร์ที่แตก หลังจากนั้นประมาณเกือบเที่ยงคืนชายคนดังกล่าวย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง เมื่อเข้ามาถึงถามหาผู้เสียชีวิตเมื่อพบหน้าชักปืนออกมากระหน่ำยิงใส่ผู้เสียชีวิตจนล้มลงพื้น จากนั้นเดินเข้ามาเหยียบที่บริเวณหน้าอกศพดูให้แน่ใจว่าตายจริง ก่อนจะเดินออกจากร้านขับรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป

บุกฆ่าผู้ป่วยโควิด

ต่อมาเวลา 03.30 น. พ.ต.ต.สวัสดิ์ คงแก้ว สว.สอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกยิงผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต ภายในโรงพยาบาลสนาม สถาบันธัญรักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ. อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.กิติพันธ์ ภูวเรืองพัฒน์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.สายชล สินทา สวป. เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างใกล้ประตูทางเข้าพบศพนายสุขสันต์ เสวาพันธ์ อายุ 54 ปี เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด และที่กระจกทางเข้าถูกยิงจนแตกเช่นกัน และบริเวณรอบๆ ภายในสถาบันธัญรักษ์ยังพบปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุนปืนตกอยู่จำนวนหลายปลอก ทราบว่าขณะเกิดเหตุทุกคนกำลังนอนหลับพักผ่อน คนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้อาวุธปืนยิงประตูหน้าโรงพยาบาลซึ่งคล้องโซ่ไว้แล้วเดินเข้ามาด้านใน เผชิญหน้าผู้ป่วยที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดีคนร้ายจึงใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงอีกหลายนัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลว่าคนร้ายเป็นชาย สวมชุดลายพรางทหาร สวมหมวกเบเรต์สีแดง ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาจอดและใช้ปืนยิงภายในสถาบันธัญรักษ์หลายนัด จากนั้นขับรถกระบะหลบหนีไปทางถนนพหลโยธินขาเข้า

เผยประวัติป่วยจิต

รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เผยว่า ตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 25 เสียชีวิต คือนายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 461 ซอยรังสิต นครนายก 44 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นอดีตทหารเกณฑ์ชั้นประทวนสังกัดทหารบกปลดประจำการ ก่อเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. นายกวินและเพื่อนชื่อนายอุราญ ห่อนาค ซื้อเบียร์ในร้านที่เกิดเหตุไปดื่มกินที่โรงแรมการ์เด้นอินน์

พอกินเบียร์หมดกลับไปซื้อเบียร์เป็นครั้งที่ 2 ตอนเวลาประมาณ 23.00 น. แต่ทำเบียร์ตกแตก พนักงานจึงขอเก็บเงินเพิ่มจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น กระทั่งผู้จัดการร้านมาไกล่เกลี่ยบอกพนักงานว่าไม่ต้องเก็บเงิน จากนั้นนายกวินกับนายอุราญพากันกลับที่พัก ก่อนย้อนกลับไปก่อเหตุแล้วขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน 3ฒข 233 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป และพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุกราดยิงโรงพยาบาลสนาม สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เบื้องต้นพบมีประวัติเคยเข้าพบจิตแพทย์ที่ ร.พ.พญาไท 2

ส่งทีมล่า – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ส่งหน่วยหนุมาน กองปราบฯ ไปร่วมล่านายกวิน แสงนิลกุล หนุ่มคลั่งยิง 2 ศพจนสามารถจับตัวได้ที่จ.ระนอง ก่อนนำขึ้นฮ. มาสอบสวนที่กทม. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

บิ๊กปั๊ดส่ง‘หนุมาน-สยบไพรี’ล่า

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ควบคุมสั่งการคดีนี้ด้วยตนเองและจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ตชด. ร่วมกับชุดสืบสวนนครบาล และชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังออกไล่ล่าผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน จึงกำชับให้ใช้มาตรการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของสังคมและประชาชน เบื้องต้นพบเบาะแสคนร้ายหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านญาติในพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. พร้อมกำลังหน่วยหนุมาน กองปราบปราม และชุดสืบสวน กก.5.บก.ป. พร้อมด้วยชุดสยบไพรี ของปส. ที่มีความชำนาญ และอีกหลายหน่วยช่วยกันติดตามนำกำลังเข้าปิดล้อม

“คดีนี้อุกอาจมาก ผมได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษออกไล่ล่าผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนรายละเอียดทางคดียังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน” ผบ.ตร.กล่าว

แค้นถูกทารุณช่วงเกณฑ์ทหาร

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี เบื้องต้นเชิญตัวนายกิตติ แสงนิลกุล อายุ 61 ปี พ่อของมือปืนมาสอบสวน ทราบว่านายกวินเป็นอดีตทหารเกณฑ์ที่ จ.ลพบุรี ลูกชายมักจะคุยกับพ่อในทุกเรื่อง ก่อนเกิดเหตุลูกชายออกจากบ้านไปประมาณ 22.00 น. ก่อนมา ทราบอีกครั้งเมื่อตำรวจโทร.มาแจ้ง

นายกิตติเผยว่า ลูกชายเคยบ่นเรื่องคับแค้นใจ 2 เรื่อง เกี่ยวกับตอนที่เป็นทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกซ้อม เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งตลอดเวลายังถูกครูฝึกที่ติดยาทำร้ายอีก จึงเกิดความคับแค้นใจ จนมีเรื่องเก็บกดมาเป็นเวลานาน ตนพยายามเตือนแล้วว่าอย่าไปทำคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจนมาทราบว่าไปก่อเหตุแล้ว ปัจจุบันนี้ลูกชายปลดประจำการมาแล้ว ทำงานส่งเอกสาร และทำคอมพิวเตอร์ให้ญาติ เห็นว่าลูกชายทำวีซ่าจะเดินทางไปอเมริกาถ้าไปได้ลูกชายบอกว่าจะอยู่ที่นั่นเลย

ต่อมานายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.ปทุมธานี พร้อมพล.ต.ต.ชยุตไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โรงพยาบาลสนาม สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี โดยนายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลสนาม ปกติมีมาตรการเข้มแข็งรัดกุมอยู่แล้วของเจ้าหน้าที่ รปภ. หลังจากนี้จะมีการจัดกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กอ.รมน. ให้มากขึ้นเพื่อให้ความปลอดภัยกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยที่มาใช้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

แวะประจวบฯปล้นน้ำมันด้วย

วันเดียวกัน ที่สภ.คลองวาฬ จ.ประจวบ คีรีขันธ์ พล.ต.ต.วันชัย ธารธรรม ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สอบปากคำผู้จัดการและพนักงานปั๊มน้ำมันซัสโก้ ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ต.คลองวาฬ หลังรับแจ้งว่า ช่วงเช้ามืดมีคนร้ายลายพรางทหารสีเขียว ขับรถกระบะ อีซูซุดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน 3 ฒข 6233 กรุงเทพมหานคร เข้ามาเติมน้ำมัน ก่อนชักปืนข่มขู่พนักงานให้เติมน้ำมันเต็มถังและไม่จ่ายค่าน้ำมัน พร้อมท้าทายให้แจ้งตำรวจได้ทันที ทำให้พนักงานปั๊มน้ำมันที่เห็นเหตุการณ์หลายคนวิ่งหนีแตกกระเจิง ส่วนคนร้ายลงจากรถมาเติมน้ำมันเองจนเต็มถังราคา 1,800 บาท ก่อนขับรถหนีไปบนถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปภาคใต้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้สติพนักงานได้โทรศัพท์แจ้ง 191 ตรวจสอบพบว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อในกรุงเทพฯ และ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามที่ จ.ปทุมธานี

ตร.ล้อม-ยอมจำนน

ต่อมาเวลา 12.00 น. กำลังตำรวจบช.ภาค 8 และบก.ภ.จว.ระนอง สนธิกำลังร่วมชุดจู่โจมมีของพลร่ม นเรศวร 261 ปพ.ภาค 8 ชุดสยบไพรี บช.ปส. และชุดหนุมาน กองปราบปราม ที่บินด่วนจากกรุงเทพฯ ปิดล้อมบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระนอง ที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ โดยมีพล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภาค 8 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตามคำสั่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.

ระหว่างเจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมโดยรอบพื้นที่ มีญาติของผู้ก่อเหตุหลบหนีออกมาจากบ้านได้ ระบุว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ก่อเหตุ พร้อมแจ้งข้อมูลเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาในบ้านพัก ก่อนที่จะยิงปืนขึ้นฟ้า 2-3 นัด ด้วยความกลัวจึงหลบหนีออกมาจากบ้านทันที จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เข้าไปในบ้าน แต่ไม่ได้ทำอันตรายอะไรใคร แต่ยังมีผู้ป่วยติดเตียงซึ่งเป็นยายผู้ก่อเหตุอยู่ในบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายที่หลบอยู่ในบ้าน คาดว่าน่าจะอยู่ในอาการเมา มีการตะโกนขอเบียร์จากเจ้าหน้าที่ออกมาจากในบ้านด้วย นอกจากนี้ระหว่างเจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว คนร้ายยังได้ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 2 นัด ไม่ให้เจ้าหน้าที่กระชับเข้ามาในบริเวณใกล้บ้านทำให้ต้องถอยออกมาและปิดล้อมโดยรอบแทน กระทั่งเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากนายกวินขอมอบตัว จึงส่งกำลังเข้าไปควบคุมตัวและตรวจยึดอาวุธปืน ซิกซาวเออร์ ตราโล่ และปืนลูกโม่ รวม 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน ก่อน คุมตัวไปสอบสวนที่สภ.ปากน้ำ

‘บิ๊กใหม่’บินด่วนรับตัว

ต่อมา พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. บินด่วนไปที่ สภ.ปากน้ำ เข้าสอบปากคำนายกวิน ทั้งนี้หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้วจะลงบันทึกจับกุม ก่อนดำเนินคดีต่อไป สำหรับความผิดในพื้นที่ จ.ระนอง จะดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนในข้อหาครอบครองอาวุธปืน และหากกระทำความผิดเพิ่มเติมก็ดำเนินคดีอย่างอื่น ทั้งนี้ในการตรวจพบอาวุธปืน ซิกซาวเออร์ เป็นปืนตราโล่ ซึ่งเป็นของตำรวจ ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุได้มาอย่างไร เมื่อสอบเสร็จจะนำตัวเข้ากรุงเทพฯ ส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญา ที่ 985/64 ลง 24 มิ.ย. 64 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนประสานงานให้พนักงานสอบสวนสภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มาอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ทบ.สอบปม-ยันไร้รุนแรง

วันเดียวกัน รายงานข่าวจากบก.ทบ. แจ้งว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. สั่งการให้ พล.ท.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอดีตทหารเกณฑ์ยิงผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามและพนักงานร้านสะดวกซื้อเสียชีวิต 2 รายอ้างถูกกดดันจากอดีตผู้บังคับบัญชา ข้อมูลเบื้องต้นในการสอบย้อนประวัติอดีตทหารเกณฑ์ดังกล่าว พบว่าเข้ามาเป็นพลอาสา (ทหารเกณฑ์) ระหว่างเดือน พ.ย.2560 ปลดประจำการเดือนพ.ย.2562 โดยเจ้าตัวไม่ได้สมัครอยู่ต่อ สำหรับบุคลิกลักษณะเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบปืน และ ชอบดูหนังสงคราม

ทั้งนี้ พ.ท.มงคล ปุริสา ผู้บังคับกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 รักษาพระองค์ (รพศ.3 รอ.) เรียก จ.ส.อ.ยงยุทธ สุขเกษม ครูฝึก มาสอบถามข้อเท็จจริงหลังจากมีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของผู้ก่อเหตุว่าไม่พอใจที่ถูกครูฝึกทำร้ายเมื่อช่วงที่อยู่ในค่ายทหาร ครูฝึกได้ยืนยันว่าไม่เคยทำร้ายร่างกาย ปฏิบัติตามกรอบของการฝึกทหารใหม่ 10 สัปดาห์

โดยอดีตทหารเกณฑ์ดังกล่าวมีผลการฝึกค่อนข้างดี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวดบรรจุที่กองร้อยที่ 2 ซึ่งครูฝึกอยู่กองร้อยดังกล่าวด้วย แต่อดีตทหารเกณฑ์ผู้นี้อยู่ไม่นาน และหมุนไปอยู่กองร้อยที่ 3 เกือบสองปี ส่วนรุ่นพี่ที่ถูกระบุว่าทำร้ายร่างกายปลดออกไปก่อน 1 ปี และเมื่อย้อนดูประวัติการป่วยทางจิตเวชพบว่าก่อนการเข้ามาเป็นพลทหารไม่มีการแจ้งประวัติดังกล่าว แต่มารดาเคยให้ข้อมูลในช่วงที่เข้ามาประจำการแล้วว่าเคยรักษาอาการและหายเป็นปกติแล้ว จนกระทั่งเมื่อปลดประจำการก็เข้ารับการรักษาอาการอีกครั้ง

อ้างเข้าใจผิดปมบุกรพ.

เวลา 18.50 น. เจ้าหน้าที่ชุดหนุมาน กองปราบปราม พร้อมอาวุธครบมือคุมตัวนายกวินซึ่งสวมชุดพีพีอีสีขาวและมีสีหน้าเคร่งเครียด ถึงสน.พหลโยธิน นำตัวเข้าไปในห้องประชุมให้พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ปฏิบัติราชการ บช.น. สอบปากคำ ตำรวจกั้นพื้นที่เว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

ต่อมาเวลา 19.40 น. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.ปฏิบัติราชการ บช.น. เปิดเผยภายหลังจากเข้าสอบปากคำนายกวิน ว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นข้อหาตามหมายจับ คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนมูลเหตุมาจากการบันดาลโทสะ เรื่องการไปซื้อเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ ก่อนทำเบียร์หล่นแตกจนนำไปสู่การมีปากเสียงกับผู้ตาย ส่วนเหตุที่เดินทางไปก่อเหตุ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวผ่านบ่อยและใกล้บ้าน และทราบว่าสถานที่นั้นเป็นที่บำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยคนร้ายอ้างว่า มีปมเคยถูกทำร้ายจากผู้ติดยามาก่อนเลยมาก่อเหตุ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ เผยอีกว่า หลังก่อเหตุแล้วผู้ต้องหาจึงมารู้ภายหลังว่าเป็นโรงพยาบาลสนาม ซึ่งนั่นก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ผู้ต้องหาระบุว่า อยากขอโทษพ่อแม่และญาติผู้เสียชีวิตที่ก่อเหตุดังกล่าว ในขณะเกิดเหตุผู้ต้องรับว่ามีอาการมึนเมา ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ส่วนอาการทางจิตต้องรอผลแพทย์วินิจฉัยอีกครั้ง โดยขณะสอบสวน นายกวินมีอาการเครียดแต่ไม่ได้ร้องขออะไรเพิ่มเติม และยืนยันทำเพียงลำพัง การหลบหนีของผู้ต้องหาและยุทธวิธีของตำรวจในการปิดล้อม จนทำให้ผู้ต้องหาตัดสินใจมอบตัวในที่สุด

 

คลั่งยิง – ภาพวงจรปิดนาทีนายกวิน แสงนิลกุล บุกยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อย่านลาดพร้าว กทม. จากนั้นคลุ้มคลั่งไปก่อเหตุต่อเนื่องที่ร.พ.สนามภายในสถาบันธัญรักษ์ จ.ปทุมธานี ยิงผู้ป่วยโควิดจนเสียชีวิต แล้วขับรถหนีลงใต้ ผบ.ตร.ส่งหน่วยหนุมาน-สยบไพรีไล่ล่าจนได้ตัวที่จ.ระนอง นำขึ้นฮ.มาสอบสวนที่สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน