พร้อมใจให้ผ่าน
บัตรเลือกตั้ง2ใบ

ร่างแก้รัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ โหวตวาระแรกนาน 6 ชั่วโมง หลังส.ว.อภิปรายคัดค้าน ร่างฉบับพลังประชารัฐ ประเด็นแก้มาตรา 144 กับ 185 ห่วงเป็นการทำลายหลักการปราบโกง พรรคก้าวไกลเห็นชอบเฉพาะร่างแก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. ลั่นไม่ปล่อยพรรคพลังประชารัฐ กินรวบสภา ด้านพรรคเพื่อไทยให้ผ่านรวดทั้ง 13 ฉบับ แต้ถ้าเบี้ยวกัน เจอคว่ำวาระ 3 แน่ กลุ่มรี-โซลูชั่น เผยล่าชื่อทะลุ 7 หมื่นชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา รื้อระบอบประยุทธ์ คาดได้บรรจุญัตติเข้าสภาปีนี้

‘ชวน’ยึดหลักการลงมติรธน.

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ. 13 ฉบับ เป็นวันที่สองและลงมติวาระแรกว่า กำหนดลงมติเดิมคือเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกันนี้ คืนนี้จะเสร็จสิ้นการพิจารณาทั้งหมด จะกี่ทุ่มก็ต้องจบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่าการลงมติจะใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอ 1 ฉบับ แก้ 5 ประเด็น 13 มาตรา โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียว จะแก้ไขเป็นบัตร 2 ใบ ประกอบด้วย ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน

พรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เสนอ 8 ฉบับ แก้ประเด็นอำนาจหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 55/1 ในการดูแลประชาชน, เสนอแก้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ, เรื่องการปรับแก้สิทธิเสรีภาพประชาชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม, ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ มีส.ส.เขต 400 คนและบัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนกระบวนการคิดคำนวณให้กำหนดในกฎหมายลูก นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.

นอกจากนี้ ยังเสนอยกเลิกมาตรา 272 อำนาจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ, แก้มาตรา 256 ปรับแก้จำนวนเสียง ส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบวาระ 1 และวาระ 3 ออกไป โดยกำหนดให้ใช้เสียงรัฐสภาเห็นชอบ 3 ใน 5 และเสนอแก้ไขเรื่องการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่น แต่พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ร่วมลงชื่อแก้มาตรา 272

ส่วนพรรคฝ่ายค้านเสนอ 4 ฉบับ ตัด อำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ในมาตรา 272 และอีก 3 ฉบับเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน การประกันสุขภาพหรือการประกันตัว, ระบบเลือกตั้ง เป็นบัตร 2 ใบ, ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. โดยมีประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านลงชื่อครบทุกพรรคคือ มาตรา 272

เพื่อไทยให้ผ่านฉลุยทุกฉบับ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคเพื่อไทยเสนอทั้งหมด 4 ร่าง จาก 13 ร่าง โดยจากการประชุมพรรคช่วงเช้าที่ผ่านมา มติคือจะเห็นชอบทั้ง 13 ร่าง ซึ่งนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ป่วยเพราะแพ้วัคซีนหลังจากที่ฉีดวัคซีนไป จึงไม่สามารถมาลงมติได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่ตัดสินใจรับทั้ง 13 ร่าง ขณะที่ฝ่ายค้านยังมีความเห็นต่างกันอยู่ในเรื่องของเนื้อหา นายประเสริฐกล่าวว่า หลักการของเรา 4 ร่าง ตรงกับหลายร่างที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาครั้งนี้ ทั้งร่างของพรรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปตย์ ซึ่งเมื่อฟังการอภิปรายของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ว่าจะมีการแก้ไขในชั้นแปรญัตติเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องติดตามต่อไป

ก้าวไกลฉีกม.272-คว่ำร่างพปชร.

เวลา 15.50 น. นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะลงมติเห็นชอบให้เฉพาะร่างที่เสนอยกเลิกมาตรา 272 ซึ่งมีอยู่ 2 ร่าง คือ ร่างของพรรคร่วมฝ่ายค้านและร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค และจำเป็นจะต้องลงมติไม่เห็นชอบร่างแรกของพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นร่างที่มีเจตนาชัดเจนว่าต้องการต่ออายุระบอบ คสช. โดยเฉพาะมาตรา 272 ที่ให้ ส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ และมีการแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตร 2 ใบ รวมทั้งแก้มาตรา 144 และ 185 เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ส่วนร่างที่เหลือแม้เนื้อหาดูดี เช่น เพิ่มสิทธิเสรีภาพ เพิ่มสวัสดิการถ้วนหน้า ต่อต้านรัฐประหาร และลดอำนาจส.ว.ในด้านอื่นๆ แต่พรรคก้าวไกลของดออกเสียง

“หากวันนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ถูกส.ส.พรรคพลังประชารัฐและส.ว.โหวตคว่ำ ขอเรียกร้องให้ส.ส.ทุกพรรคลงมติคว่ำร่างของพรรคพลังประชารัฐในวาระ 3 เพื่อหยุดต่ออายุให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอเรียกร้องไปยังพรรค การเมืองฝ่ายค้าน จำนวน 20% ไม่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ” นายชัยธวัชกล่าว

ฉะพปชร.หวังกินรวบเบ็ดเสร็จ

สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ ต่อเป็นวันที่สอง เริ่มเวลา 10.00 น. โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐไม่ได้แก้เงื่อนไขที่บิดเบี้ยวเลย เอาข้อดีบางประการมาปกปิดมาตราที่สำคัญ และกลับยิ่งส่งเสริมผลประโยชน์ของรัฐบาลระบอบของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ประชาชน โดยเฉพาะการเสนอแก้มาตรา 144 และมาตรา 185 และมาบวกกับการเสนอแก้ไขการเลือกตั้งโดยไม่ปิดสวิตช์ส.ว. จึงดูออกไม่ยากว่างานนี้จะกินทั้งงบประมาณ กินอำนาจในการเลือกนายกฯ เรียกว่างานนี้กินรวบเบ็ดเสร็จ

รัฐธรรมนูญปี 40 ออกแบบจากความล้มเหลวของการเมืองหลายด้าน เราจึงมีการปฏิรูปการเมืองและยังทำได้ดี หนึ่งในนั้นคือการเลือกตั้งแบบ MMP หรือแบบคู่ขนาน เป็นบัตรแบบ 2 ใบ และไม่สามารถโกงคำนวณได้ ใบหนึ่งเลือกส.ส. อีกใบเลือกพรรค ระบบนี้ดีมากจนเกิดการแข่งขันในนโยบาย และเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ่การลงมติเฉพาะหน้าวันนี้ พรรคขอเชิญชวนสมาชิกรัฐสภาช่วยกันโหวตเพื่อหยุดแผนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุระบอบประยุทธ์ และร่วมมือกันโหวตเพื่อปิดสวิตช์ส.ว. เปิดประตูบานแรกในการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนจริงๆ ให้ได้ หากเราไม่สามารถปิดสวิตช์ส.ว.ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้จะไม่มีความหมาย เป็นเพียงละครตบตาประชาชนฉากใหญ่

ส.ว.ค้านแก้มัดตราสังม.144,185

นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายว่า ที่เสนอแก้รายมาตรามา 13 ฉบับ อาทิ มาตรา 144 ตัดบทลงโทษที่รุนแรงกับ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมรายการงบประมาณ ทำลายหลักการรัฐธรรมนูญที่มุ่งการปราบโกง ปล่อยประเด็นนี้ก็เหมือนแก้มัดตราสัง ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีการคอร์รัปชั่นหลอกหลอนประชาชน ส่วนมาตรา 185 ที่แก้ไขยอมให้ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี เข้าแทรกแซงการแต่งตั้ง โอนย้าย เลื่อนตำแหน่ง ให้พ้นตำแหน่งข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรงนี้ตนแสลงใจมาก เคยเจอจริงเจ็บจริงมา คงยอมให้ร่างที่มีเนื้อหาเช่นนี้ผ่านไปไม่ได้

ขณะที่นายอำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. กล่าวว่า ตนสนับสนุนรับหลักการร่างที่ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ แต่ประเด็นอยู่ที่ฉบับที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ตนรับหลักการไม่ได้ ที่มีการแก้ไขมาตรา 144 และมาตรา 185 เจาะช่องโหว่ให้เกิดการทุจริต ทำให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขอวิงวอนผู้เสนอให้ถอนญัตติออกไปก่อน ลงมติ

‘ครูหยุย’จี้พปชร.ถอนร่างออก

เวลา 14.00 น. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. อภิปรายว่า ยืนยันรับไม่ได้จะแก้ไข มาตรา 144 และมาตรา 185 ขอให้ถอนร่างแก้ไขออกไป หากไม่ถอนจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษว่าไม่ผ่านการพิจารณา ตนไม่เชื่อว่าจะไปแก้ทีหลัง ที่บอกว่าให้รับไปก่อนแล้วแก้ทีหลังสมาชิกจะเอาด้วยหรือไม่ แล้วบอกว่าจะไปโหวตคว่ำในวาระ 3 ถือเป็นตลกร้าย ถ้าเราโหวตคว่ำวาระ 3 เราจะเป็นจำเลยทันที แต่ถ้าโหวตคว่ำวาระแรกเราจะเป็นพระเอก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า มาตรา 272 พูดกันแต่วรรคหนึ่ง ไม่ได้พูดว่าการที่ส.ว.เข้ามาอยู่ในตำแหน่งก็เกิดจากวิกฤตบ้านเมือง ไม่สามารถเลือกหรือหาตัวนายกฯได้ขณะนั้น รัฐธรรมนูญจึงออกแบบให้ส.ว.เข้ามาแก้วิกฤตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในวรรค 2 ไม่ใช่เราหวงอำนาจ ไม่ใช่เรื่องสืบทอดอำนาจ เราอยู่ตามภารกิจที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้จึงไม่เห็นด้วยที่จะตัดมาตรา 272 ดังนั้น 13 ร่าง หากหันหน้ามาคุยกัน ไม่กระแหนะกระแหนก็น่าจะเดินไปได้เพื่อทำรัฐธรรมนูญดีๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า ตนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมาปิดสวิตช์หรือแก้มาตรา 272 เลย เลือกตั้งครั้งหน้าท่านไปรวมมา 270-300 เสียง ส.ว.ก็ไม่มีปัญญาไปโหวตค้านคนที่สภาเห็นว่าควรเป็นนายกฯ และไม่จำเป็นต้องแก้มาตรา 144 เพราะ ส.ว.ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับงบอยู่แล้ว ขณะที่มาตรา 185 การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ส.ว.ไม่เดือดร้อนเลย จึงเห็นว่าร่างของพรรคพลังประชารัฐ ไปต่อลำบากจริงๆ ส่วนเรื่องระบบเลือกตั้ง ให้คำตอบกับตนได้หรือไม่ว่าบัตรเลือกตั้งที่จะแก้ไขกลับไปเป็นบัตร 2 ใบ จะทำให้สภาแห่งนี้ได้ ส.ส.ที่สง่างาม ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง และไม่กลับไปสู่วงจรอุบาทว์อีก

‘สุทิน’แขวะส.ว.-ชี้2ปีนี้เดิมพันสูง

เวลา 15.15 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายสรุปญัตติของพรรคฝ่ายค้านว่า ที่มาส.ว.รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางอำนาจให้ไม่เหมาะ มาตามรัฐธรรมนูญนั้นถูกต้อง จำเป็นต้องมี 2 สภาไว้ถ่วงดุลกับส.ส. แต่ลองถามตัวเองท่านเป็นกลางจริงหรือไม่ ถ้าตอบไม่ได้ลองยกทีมไปตอบหน้าพระแก้วมรกต เกิดโศกนาฏกรรมหมู่เลย และท่านถ่วงดุลจริงหรือไม่ หรือถ่วงดุลแต่กับฝ่ายค้าน กับรัฐบาล นายกฯถ่วงดุลหรือไม่

จนถูกนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงว่าพูดจาวกวนเสียดสี นายชวน หลีกภัย ประธานการประชุมจึงขอให้นายกิตติศักดิ์ นั่งลง พร้อมชี้แจงว่า เตือนเสมอว่าอย่าเหมารวมเพราะบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี จะไปว่าวงการนั้นมีคนโกงหรือมีคนไม่ดีหมดไม่ได้

นายสุทินอภิปรายต่อว่า อำนาจในการเลือกนายกฯ ต้องแก้ เมื่อไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจการเลือกนายกฯไปอยู่ในมือส.ว.ก็เลยเป็นของร้อน ที่ระแวงกันมากๆ นอกจากการเปลี่ยนผ่านจากประยุทธ์ 1 ไปประยุทธ์ 2 แล้ว ยังเปลี่ยนผ่านไปยังประยุทธ์ 3 อีก หากละอำนาจนี้ไปส.ว.จะเบาลง ที่บอกบทเฉพาะการอีก 2 ปีก็จะหมดไปเหตุใดไม่รอ อยากเรียนว่า 2 ปีต่อจากนี้สำหรับประเทศไทยเดิมพันสูงมาก อาจเกิดการเลือกตั้ง 2 ครั้งก็ได้ เลือกนายกฯอีก 2 ครั้งก็ได้ จึงต้องขอแก้ประเด็นนี้

ขู่‘ไพบูลย์’เบี้ยวเจอดีวาระสาม

นายสุทินกล่าวว่า ครั้งก่อนเราเสนอเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่มีใครเอา แต่ครั้งนี้มีหลายพรรคเสนอเข้ามาตรงกับเรา นี่คือนิมิตรหมายที่ดี ไม่ใช่การฮั้ว หรือสมประโยชน์ ใครจะไปสมประโยชน์กับนายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ หรือนายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ แต่บังเอิญมันมาตรงกัน แต่ก็ยังติดใจร่างของพลังประชารัฐ ที่ไม่น่าพ่วงอย่างอื่นมา ห่วงอย่างเดียวกับส.ว.เรื่องมาตรา 144 และ 185 ที่พรรคคุยกันว่าท่านขายเหล้าพ่วงเบียร์ เราอยากได้อย่างเดียว แต่จำเป็นต้องรับด้วยเพราะเสนอมาร่างเดียว แต่แยกเป็น 5 ประเด็น แต่เมื่อนายไพบูลย์ ประกาศว่าจะไปแก้ในชั้นกรรมาธิการ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่รู้จะเชื่อใครแล้ว

“ไม่มีหลักประกันอะไรเลยแต่ถ้าท่านเบี้ยว ท่านต้องมาที่นี่อีกในวาระที่ 3 อยากรู้เหมือนกันว่าจะขึ้นพูดอย่างไร เราจึงจะรับเพื่อให้ท่านไปแก้ไข แต่ขอหมายเหตุไว้ว่า อยากให้ท่านถอนร่างมาตรา 144 และมาตรา 185 ออก หรือปรับในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกกังวลทั้งหมด ขอฝากเรื่องจุดพอดีด้วยไม่ใช่ถอยจนผิดไปทั้งหมดเช่นกัน ถ้าวาระ 3 ท่านไม่เปลี่ยนแปลงตามที่รับปากสภา พวกเราฝ่ายค้านจะทบทวนการลงมติในวาระ 3 แน่นอน แต่วันนี้ลงให้ท่าน” นายสุทินกล่าว

ปชป.ห้ามนายกฯยุบสภา-ลาออก

จากนั้นนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสรุปว่ารัฐธรรมนูญ 60 ยังมีปัญหา และมีช่องว่างเชิงโครงสร้างหลายประเด็นที่เชื่อว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้ง พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องการแก้ไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สิ่งที่ตนต้องการย้ำคือระบบการเลือกตั้ง เราต้องยอมรับความจริงว่า นายกฯถูกเรียกร้องให้ลาออกและยุบสภา แต่ตนคิดว่าท่านมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง ประคับประคองให้เดินหน้าไปให้ได้ ท่านจึงไม่ควรลาออกหรือยุบสภา

ที่ตนพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า ตนมีหน้าที่ประคับประคองนายกฯ แต่มีความหวังว่าจะต้องดำเนินการถอดสลักแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ระบบการเลือกตั้ง และเลือกนายกฯ เปลี่ยนแปลงไปจากบริบทเดิม ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงกติกา หากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ท้ายที่สุดการเมืองก็กลับไปสู่วังวนเดิม และปัญหาความขัดแย้งจะมีมากยิ่งขึ้นตามลำดับ เท่าที่ดูหลักการทั้งหมดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ ทุกประเด็นที่นำเสนอดีกว่ารัฐธรรมนูญ 60 แน่นอน เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะช่วยถอดสลักทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้

ส.ว.ชักแถวโหวตคว่ำร่างพปชร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.45 น. หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายจนครบถ้วนทุกคน และตัวแทนของผู้เสนอญัตติทั้ง 13 ร่าง ได้กล่าวอภิปรายสรุปเสร็จแล้ว นายชวนได้ชี้แจงขั้นตอนการลงมติรับหลักการวาระ 1 โดยใช้การขานสมาชิกชื่อทีละคนตามลำดับตัวอักษร พร้อมให้กล่าวแสดงการลงมติในแต่ละร่างว่า จะรับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง เรียงตามลำดับต่อเนื่องกันไปจนครบทั้ง 13 ฉบับ ในครั้งเดียว จากนั้นที่ประชุมได้แต่งตั้งสมาชิกเป็นตัวแทนนับคะแนน โดยร่าง 1 เป็นของพรรคพลังประชารัฐ ร่าง 2-5 ของพรรคฝ่ายค้าน ร่าง 6-13 ของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา (ร่าง 6-7 เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ร่าง 8-13 เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์)

ผลปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว.ลงมติไปในแนวทางเดียวกับมติวิปของฝ่ายตัวเอง โดยส.ว.ทุกคนลงมติไม่รับหลักการหรืองดออกเสียงในร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนร่างอื่นๆ เสียงส.ว.ลงมติไม่รับหลักการและงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ มีออกเสียงรับหลักการแทรกเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น ในร่างที่ 4 แก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และในร่างที่ 11 ของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ปิดสวิตช์ส.ว.เช่นกัน

ภท.ก็เทพปชร.-ร่างที่13ฉลุย

ขณะที่ร่างที่ 13 ของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 บัตร นั้น ส.ว.ลงมติรับหลักการเกือบทุกคน มีเพียงส่วนน้อยที่งดออกเสียง อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นางดวงพร รอดพยาธิ์ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ที่ลงมติไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีส.ว.ที่ลงมติยอมปิดสวิตช์ส.ว. อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน พญ.คุณหญิงพรทิพทย์ โรจน์สุนันท์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณวพัฒน์

ส่วนการลงคะแนนของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียงไม่ค่อยไปทางเดียวกัน โดยส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ลงมติรับหลักการในทุกร่าง แต่มีบางส่วนงดออกเสียงในร่างของพรรคฝ่ายค้าน และ 3 พรรคร่วมรัฐบาล โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงมติเห็นชอบทุกร่าง ขณะที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างของฝ่ายค้านที่เกี่ยวกับการปิดสวิตช์ส.ว.

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ลงมติรับหลักการทุกร่าง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3 ของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 5 ของพรรคฝ่ายค้านเรื่องการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ และการยกเลิกคำสั่งคสช. และร่างที่ 13 ของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนการลงคะแนนของพรรคฝ่ายค้านปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยลงมติรับหลักการทั้ง 13 ร่าง

เมื่อลงมติมาถึงเวลา 21.30 น. สมาชิกลงมติได้กว่า 500 คน ผลปรากฏว่าร่างที่ 13 เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาคือ 367 เสียงจาก 733 เสียง โดยมีเสียงส.ว.ลงคะแนนรับหลักการเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงตามกฎหมายกำหนด ทำให้ร่างที่ 13 ผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการ ขณะที่ร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการยกเลิกบทลงโทษส.ส.และส.ว.ที่ก้าวก่ายการแปรญัตติงบประมาณ และการให้ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซงการทำงานข้าราชการได้นั้น ปรากฏว่า มีคะแนนไม่รับหลักการและงดออกเสียงของส.ว. เกิน 166 เสียง จากส.ว.250 คน เท่ากับว่า มีเสียงส.ว.ที่จะให้ความเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง จึงไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 อย่างแน่นอน

Re-Solutionล่าชื่อทะลุ7หมื่น

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ในฐานะแกนนำกลุ่ม Re-Solution ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเข้าชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของกลุ่ม Re-Solution ในแคมเปญ “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์”

นายพริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อมากกว่า 70,000 ชื่อ เกินกว่าขั้นต่ำ 50,000 รายชื่อที่จำเป็นต่อการยื่นต่อรัฐสภาตามที่กฎหมายกำหนด เชื่อว่าตัวเลขจะสูงกว่านี้ เพราะยังมีรายชื่อที่ค้างในระบบออนไลน์อยู่จำนวนมาก รวมถึงรายชื่อจากอาสาสมัครในต่างจังหวัด ดังนั้น กลุ่มจะรณรงค์ต่อไป

ด้านนายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อทำตามกระบวนการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คาดว่าร่างจะได้รับการบรรจุญัตติในปีนี้ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน