โด้ชนเบลเยียม
ไก่ยังเต็งแชมป์

น็อกเอาต์ 16 ทีม อังกฤษเจอเยอรมัน เบลเยียมต้องตัดกับโปรตุเกส เริ่มบดกันตั้งแต่เสาร์นี้ประเดิมด้วยเวลส์-เดนมาร์ก อิตาลี-ออสเตรีย หลังจบแบ่งกลุ่มสุดเดือด ฝรั่งเศสยังเป็นเต็งแชมป์ ส่วนอิตาลี-สิงโตเป็นเต็ง 2 ร่วม

ประเดิมน็อกเอาต์เวลส์ชนโคนม

สำหรับความเคลื่อนไหวฟุตบอลยูโร 2020 เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยใน วันที่ 26 มิ.ย. มีการแข่งขันทั้งหมดสองคู่ เริ่มที่คู่แรก เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ‘มังกรแดง’ เวลส์ ลงสนามพบกับ ‘โคนม’ เดนมาร์ก ที่สนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ประเทศเนอร์แลนด์

ด้านเดนมาร์ก เข้ารอบมาในโควต้ารองแชมป์กลุ่ม บี เก็บได้ 3 แต้ม จาก 3 นัด เริ่มจากแพ้ฟินแลนด์ 0-1, แพ้เบลเยียม 1-2 และชนะ รัสเซีย 4-1

ความพร้อมเกมนี้ มังกรแดง ของ โรเบิร์ต เพจ กุนซือรักษาการจะไม่มี อีธาน อัมปาดู ที่ติดโทษแบน โดยจะจัดแผนมาในระบบ 4-5-1 แดนนี วอร์ด : เบน เดวิส, โจ โรดอน, คริส มีแฟม, คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ : แกเร็ธ เบล, โจ มอร์เรลล์, โจ อันเลน, อารอน แรมซีย์, แดเนียล เจมส์ : คีฟเฟอร์ มัวร์

ฝั่งเดนมาร์ก นอกจาก คริสเตียน อีริกเซน ที่วูบไปในนัดเปิดสนาม ขุมกำลังคนอื่นยังพร้อมลงสนามครบถ้วน โดยลูกทีมของ แคสเปอร์ ยูลแมนด์ จะมาในระบบ 3-4-2-1 แคสเปอร์ ชไมเคิล : ยานนิก เวสเตอร์การ์ด, ซิมอน เคียร์, แอนเดรียส คริสเตนเซน : โยอาคิม เมห์เล, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โธมัส เดอลานีย์, แดเนียล แวสส์ : มาร์ติน เบรธเวต, มิกเคล ดามสการ์ด : ยุสซุฟ โพลเซน

อิตาลีตัดออสเตรียคู่ดึก

มาต่อกันที่คู่ดึกในเวลา 02.00 น. “อัซซูรี่” อิตาลี พบกับออสเตรีย คู่นี้จะฟาดแข้งกันที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เกมนี้ โรแบร์โต มันชินี กุนซือทีมชาติอิตาลี จะยังไม่สามารถใช้งานสองแข้งอย่าง จอร์โจ คิเอลลินี กัปตันทีม และอเลสซานโดร ฟลอเรนซี ที่บาดเจ็บ โดยจะวางหมาก 4-3-3 เช่นเคย ประกอบด้วย จานลุยจิ ดอนนารุมมา, เลโอนาร์โด สปินาซโซลา, อเลสซานโดร บาสโตนี, เลโอนาร์โด โบนุชชี, โจวานนี ดิ ลอเรนโซ : นิโกโล บาเรลลา, จอร์จินโญ, มาร์โก แวร์รัตติ : ลอเรนโซ อินซินเญ, ชิโร อิมโมบิเล, โดเมนิโก เบราร์ดี

ด้านฟรานโค โฟดา กุนซือออสเตรีย ต้องรอเช็กความฟิต คอนราด ไลเมอร์ กับ ยูเลียน เบาม์การ์ตลินเกอร์ โดยออสเตรียจะมาในรูปแบบการเล่น 4-2-3-1 ดาเนียล บักมันน์ : อันเดรียส อุลเมอร์, มาร์ติน ฮินเตเรกเกอร์, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, สเตฟาน ไลเนอร์ : ฟลอเรียน กริลลิตช์, สเตฟาน อิลซานเคอร์ : ดาวิด อลาบา, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, ซาเวอร์ ชลาเกอร์ : มาร์โค อาร์เนาโตวิช

กระทิงคืนชีพ-ไวกิ้งนำฝูง

สำหรับผลการแข่งขันนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่สนาม ลา คาร์ตูฆา เมืองเซบีญา ประเทศสเปน นัดที่สามกลุ่มอี สโลวะเกียพบสเปน โดยก่อนเกมสโลวะเกียมี 3 คะแนน ส่วนสเปนมี 2 คะแนน โดยเกมนี้ สเปนเอาชนะไปได้ 5-0 ลูกแรกมาร์ติน ดูบราฟกา ปัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง อายเมอริก ลาปอร์กต์ โหม่ง 2-0 ปาโบล ซาราเบีย ยิงให้นำห่าง 3-0 เฟร์รัน ตอร์เรส ยิง 4-0 และยูไร คุชกา สกัดเข้าประตูตัวเองให้สเปนนำ 5-0 ทำให้สโลวะเกียตกมาอยู่อันดับ 3 มี 3 คะแนน ลูกได้เสีย -5 หมดสิทธิ์ลุ้นชิงโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ตกรอบพร้อมโปแลนด์ ที่จมบ๊วยด้วยการมี 1 แต้ม ส่วนสเปนเก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนน แซงขึ้นอันดับ 2 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ส่วนอีกคู่ในกลุ่มอี สวีเดน พบกับโปแลนด์ ที่สนามเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดียม ประเทศรัสเซีย โดยก่อนเกมสวีเดนมี 4 คะแนน ส่วนโปแลนด์มีเพียง 1 คะแนน ผลการแข่งจบลงที่ 3-2 โดยสวีเดนออกนำจาก เอมิล ฟอร์สเบิร์ก 2-0 ขณะที่โรเบิร์ต เลวานดิฟสกี ยิง 2 ประตูตามตีเสมอ แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ วิกเตอร์ คลาสสันก็ยิงประตูชัยให้สวีเดนเอาชนะไป 3-2 ทำให้โปแลนด์มี 1 คะแนน หยุดเส้นทางยูโร 2020 ไว้เพียงเท่านี้ ขณะที่ชัยชนะของสวีเดน ทำให้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มอี มี 7 คะแนน

อินทรี-ฝอยทอง-ไก่ฉลุยรอบ 2

ส่วนคู่ดึกที่แข่งกันในเวลา 02.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. เป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ของกลุ่มเอฟ โดยเยอรมันพบกับฮังการี ที่สนามฟุตบอล อารีนา มิวนิก ประเทศเยอรมัน ก่อนเกมเยอรมันมี 3 คะแนน ส่วนฮังการีมี 1 คะแนน เกมนี้จบลงที่สกอร์ 2-2 โดย อดัม ซาไล โหม่งให้ฮังการีนำ 1-0 ไค ฮาเวิร์ตซ์ตามตีเสมอ 1-1 จากนั้นอันดราส ชาแฟร์ ก็ยิงให้ฮังการีออกนำอีกครั้ง 2-1 แต่เลออน โกเรตซ์กา ก็ยิงอินทรีเหล็กตามตีเสมอได้อีกครั้ง จบเกมเยอรมันตามตีเสมอฮังการี 2-2 ผลการแข่งขันทำให้ฮังการีมีเพียง 1 คะแนน ได้อันดับสุดท้าย หยุดเส้นทางไว้เพียงรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนเยอรมันเก็บ 1 คะแนนสำคัญ ทำให้มี 4 คะแนน ผ่านเข้ารอบในอันดับ 2 ของกลุ่ม

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน โปรตุเกสพบฝรั่งเศส ที่สนามปุสกัส อารีนา เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ก่อนเกมโปรตุเกสมี 3 คะแนน ส่วนฝรั่งเศสมี 4 คะแนน ผลการแข่งขันจบที่ 2-2 โดยคริสเตียโน โรนัลโด จากโปรตุเกส ยิงได้ 2 ประตูจากลูกโทษ และคาริม เบนเซมา ยิง 2 ประตู จากลูกโทษ 1 ลูก และโอเพ่นเพลย์ 1 ลูก ทั้งนี้ประตูที่ 2 ของโรนัลโด้ยังเป็นประตูที่ 109 ของโรนัลโดในทีมชาติ ทำสถิติสูงสุดเทียบเท่าอาลี เดอี ดาวยิงอิหร่าน จบเกม ฝรั่งเศสเป็นแชมป์กลุ่ม มี 5 คะแนน ส่วนโปรตุเกส มี 4 คะแนน เข้ารอบเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปทั้ง 2 ทีม

โดยโรนัลโดวัย 36 ปี นอกจากจะทำสถิติยิงในทีมชาติเทียบเท่าอาลี เดอี ดาวยิงอิหร่านแล้ว ยังกลายเป็นผู้เล่นโปรตุเกสรายแรกที่ยิงได้ในรอบแบ่งกลุ่มยูโรครบทั้ง 3 นัด นอกจากนั้นในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ยังขึ้นนำเป็นดาวซัลโว จากผลงาน 2 ประตูในเกมพบฮังการี และ 1 ประตูในเกมพบเยอรมัน รวมเกมนี้อีก 2 ประตู ทำให้ยอดรวมยูโรหนนี้กดไปแล้ว 5 ตุง

ทั้งนี้ผลการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มมี 16 ทีมที่ผ่านเข้ารอบในอันดับ 1 และ 2 คือ กลุ่มเอ อิตาลี (แชมป์กลุ่ม), เวลส์ (รองแชมป์กลุ่ม) กลุ่มบี : เบลเยียม (แชมป์กลุ่ม), เดนมาร์ก (รองแชมป์กลุ่ม) กลุ่มซี : เนเธอร์แลนด์ (แชมป์กลุ่ม), ออสเตรีย (รองแชมป์กลุ่ม) กลุ่มดี : อังกฤษ (แชมป์กลุ่ม), โครเอเชีย (รองแชมป์กลุ่ม) กลุ่มอี : สวีเดน (แชมป์กลุ่ม), สเปน (รองแชมป์กลุ่ม) และกลุ่มเอฟ : ฝรั่งเศส (แชมป์กลุ่ม), เยอรมนี (รองแชมป์กลุ่ม)

ส่วนอันดับ 3 ที่เข้ารอบ โปรตุเกส (กลุ่มเอฟ) : 4 คะแนน, ยิง 7 เสีย 6, สาธารณรัฐเช็ก (กลุ่มดี) : 4 คะแนน, ยิง 3 เสีย 2, สวิตเซอร์แลนด์ (กลุ่มเอ) : 4 คะแนน, ยิง 4 เสีย 5 และยูเครน (กลุ่มซี) : 3 คะแนน, ยิง 4 เสีย 5

โปรแกรมแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 26 มิ.ย. เวลส์-เดนมาร์ก และอิตาลี-ออสเตรีย, 27 มิ.ย. เนเธอร์แลนด์-สาธารณรัฐเช็ก และเบลเยียม-โปรตุเกส วันที่ 28 มิ.ย. โครเอเชีย-สเปน และฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 29 มิ.ย. อังกฤษ-เยอรมนี และสวีเดน-ยูเครน

ไก่เต็งแชมป์สิงโต-อิตาลีเต็ง 2

ความเคลื่อนไหวของศึกยูโร 2020 ล่าสุดเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย และได้มีการประกบคู่แข่งขันแล้ว ประกอบด้วย เวลส์-เดนมาร์ก, อิตาลี-ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์-สาธารณรัฐเช็ก, เบลเยียม-โปรตุเกส, โครเอเชีย-สเปน, ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ-เยอรมนี และสวีเดน-ยูเครน

กระทั่งล่าสุด “สกาย เบ็ท” บริษัทรับพนันถูกกฎหมายของแดนผู้ดี ยกให้ทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส คือเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ยูโรครั้งนี้ ด้วยอัตราต่อรอง 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) ส่วนเต็งสองร่วมได้แก่ อังกฤษ กับอิตาลี ด้วยอัตราต่อรอง 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) ตามด้วยเต็งสี่อย่าง เยอรมนี ด้วยอัตราต่อรอง 13/2 (แทง 2 จ่าย 13 ไม่รวมทุน)

ขณะที่ สเปน และเบลเยียม อยู่ในเต็งห้า และหก ด้วยอัตราต่อรอง 15/2 (แทง 2 จ่าย 15 ไม่รวมทุน) และ8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ด้านทีมที่ถูกมองว่ามีสิทธิ์คว้าแชมป์ในยูโร 2020 น้อยที่สุด คือ ออสเตรีย ด้วยอัตราต่อรอง 100/1 (แทง 1 จ่าย 100 ไม่รวมทุน)

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน