ป้อมสงบศึก
วิรัช-ปารีณา
‘ชวน’ สั่งถกวิป 4 ฝ่าย 6 ก.ค. ตัดสินใจจะประชุมสภาต่อหรือไม่ ยันหากเดินหน้า ต้องมี มาตรการป้องกันโควิดเข้มข้น นักร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นป.ป.ช.ฟัน 277 ส.ส.ทำสภาล่ม ฐานฝ่าฝืนจริยธรรม จงใจทุจริตต่อหน้าที่ ‘ธรรมนัส’ โต้ส.ส.พลังประชารัฐโดดร่ม อ้างมาประชุมไม่ทันเพราะติดขัดการเดินทางช่วงโควิด เร่งวางยุทธศาสตร์กวาดส.ส.เลือกตั้งสมัยหน้า เน้นเจาะภาคใต้-ภาคอีสาน เผย ‘บิ๊กป้อม’ เคลียร์ปัญหา ‘วิรัช-ปารีณา’ จบแล้ว
‘บิ๊กตู่’คุยทูตอียู-ยันไทยยึดรธน.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่ห้อง สีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้อนรับ นายปีร์กกา ตาปีโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสพ้นจากหน้าที่
พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทย โดยยืนยันว่า ไทยมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญ และฝ่ายค้านสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้อย่างเสรี รวมทั้งประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และในการชุมนุมประท้วงอย่างสันติและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย รัฐบาลไทยมีความจริงใจในการรับฟัง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงข้อเรียกร้องจากผู้ชุมนุม
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควร ผลักดันและขยายความร่วมมือทางด้านการค้าและการลงทุนอย่างเสรีและเป็นประโยชน์ต่อกันเพื่อเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยและสหภาพยุโรป (อียู) ยึดมั่นค่านิยมเดียวกันในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเติบโตที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม
วิป 4 ฝ่ายถกประชุมสภาหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎร มอบหมายให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา นัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 4 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 ก.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อหารือและตัดสินใจว่าจะเดินหน้าประชุมสภาต่อหรือไม่ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา หากยังจำเป็นต้องประชุมจะต้องมีความปลอดภัย เพื่อไม่ให้รัฐสภากลายเป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของโควิด-19
สำหรับการประชุมสภาสัปดาห์หน้า ที่ประชุมยังค้างญัตติด่วนที่ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาพิจารณาหามาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบจาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจากการบริหารจัดการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อระดมข้อเสนอแนะจาก ส.ส. เพื่อเสนอแนวทางต่อรัฐบาล
ขณะที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้ตรวจเช็กความพร้อมของห้องประชุมพระจันทรา ที่เป็นห้องประชุมส.ว. เพื่อเตรียมพร้อมประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 ก.ค.เพียงวันเดียว เนื่องจากมีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณาหลังสภาให้ความเห็นชอบแล้ว เช่น ร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก ,ประมวลรัษฎากร และร่างพ.ร.บ.หอการค้า ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินที่วุฒิสภาจะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน
‘พี่ศรี’ยื่นป.ป.ช.ฟัน 277 ส.ส.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด ส.ส. 277 คน ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการตรากฎหมายโดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่เข้าร่วมประชุมสภา หรือ ไม่แสดงตนในที่ประชุม เป็นเหตุให้สภาต้องปิดการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของส.ส.และกรรมาธิการ 2563 ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 128 และมาตรา 219 วรรคสอง บัญญัติไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาล่ม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ระหว่างการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย (ฉบับที่) พ.ศ. เนื่องจากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับมาตรา 6 ขณะที่ แกนนำส.ส.รัฐบาลประเมินว่า ร่างพ.ร.บ.มีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นกฎหมายการเงิน ซึ่งบางมาตราเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบเรื่องค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายของผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย หากถูกคว่ำกลางสภา อาจส่งผลให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภา ลาออก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจึงไม่แสดงตน เพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบ โดยพบว่า ส.ส.ซีกรัฐบาล มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แสดงตนเพียง 9 คน จาก 120 คน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แสดงตน 8 คน จาก 61 คน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงตน 37 คน จาก 48 คน
‘ธรรมนัส’โต้พปชร.โดดร่ม
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมสภาเป็นเรื่องสำคัญ แต่มีปัญหาเรื่องโควิดระบาด จึงมีปัญหาในเรื่องการเดินทาง บางจังหวัดมีเที่ยวบินเดียวส.ส.ไม่สามารถเดินทางมาได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนอยู่ในห้องประชุมแต่ไม่กดบัตรแสดงตน เป็นเรื่องเทคนิคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่ ยืนยันว่าส.ส.หลายคนมาไม่ทัน
ต่อข้อถามว่าสาเหตุประชุมสภาล่ม ประชาชนเข้าใจไปแล้วว่าส.ส.โดดประชุม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หลายคนพยายามเดินทางมาแต่มาไม่ทัน โดยจิตสำนึกของคนเป็นส.ส. เป็นผู้แทนของประชาชน ไม่มีใครคิดอยากจะโดดประชุมสภา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประธานวิปรัฐบาลไม่ได้บกพร่อง ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว และไม่เกี่ยวกับข่าวที่ออกมาว่าร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตรายยังตกลงกันไม่ได้ แต่เป็นเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เดินทางมาไม่ทัน กรณีนี้จะไม่มีการคาดโทษ ส.ส. แต่ขอย้ำว่าส.ส.ทุกคนพยายามเดินทางมาให้ทัน เมื่อถามว่าต้องถึงขั้นให้ส.ส.สแตนบายด์อยู่ในกทม.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ปกติทุกวันอังคารจะมีการประชุมพรรค แต่ครั้งนี้ไม่มีประชุมเลยเกิดปัญหา
‘วิรัช’เมินแจงเขี่ย‘เอ๋’พ้นไลน์
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวได้ลบแอ๊กเคานต์ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ออกจากไลน์กลุ่มส.ส.พรรคว่า ไม่ขอพูดถึงเหตุผลและไม่ขยายต่อเรื่องนี้ ไลน์ดังกล่าวเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานวิปพรรคระหว่างการประชุมสภา ส่วนไลน์ของพรรคเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนมองเป็นความขัดแย้งภายในพรรค นายวิรัชกล่าวว่า ขอตอบแค่นั้น เมื่อถามว่ามีผู้ใหญ่พรรคมาพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ไม่มีใครมาคุย เพราะถือว่ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทนผู้ใหญ่ ดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.13 น. ที่ไลน์การประสานงานวิปพรรค นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล ได้ดึงน.ส.ปารีณาเข้ากลุ่มอีกครั้ง หลังจากถูกนายวิรัชดีดออกไปเป็นเวลา 17 ชั่วโมง เนื่องจากโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงนายวิรัช
‘บิ๊กป้อม’เคลียร์จบแล้ว
เมื่อเวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธตอบคำถามถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ โดยชี้มือไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่เดินตามมาด้านหลัง และระบุว่า “จะถามเรื่องในพรรคให้ถามธรรมนัส”
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้พูดคุยแล้ว จบแล้ว โดยนายวิรัชได้เชิญน.ส.ปารีณากลับเข้ากลุ่มไลน์เหมือนเดิม และตนจะเรียกทั้ง 2 คนมาคุยกันต่อ เบื้องต้นได้คุยกับน.ส.ปารีณาแล้ว ส่วนนายวิรัช พล.อ.ประวิตร ได้คุยแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าความขัดแย้งดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นเรื่องของความไม่เข้าใจกัน ต่างคนต่างมองในมุมของตัวเอง ส่วนจะให้นายวิรัชถอนฟ้องน.ส.ปารีณาหรือไม่ ขอหารือกับหัวหน้าพรรคก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นอีก ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่ค่อยเป็นระบบ แต่จากนี้ต้องเป็นระบบ และได้มอบให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคสร้างกติกาและระเบียบพรรคขึ้นใหม่เพื่อให้งานการเมืองเป็นระบบ ส่วนพล.อ.ประวิตรกำชับตนตลอดว่ามาเป็นเลขาธิการพรรคแล้วต้องให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้
หลายกลุ่มที่ผ่านมากล้าพูดได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหมด โดยตน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะกรรมการบริหารพรรคได้คุยหมดแล้วทุกกลุ่ม คนเราถ้าเปิดใจเข้าหาและคุยกันจะทำให้ทิศทางของพรรคไปในทิศทางเดียวกัน
คุยเลือกตั้งครั้งหน้าเจาะอีสาน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวถึงการวางยุทธศาสตร์พรรคเพื่อเตรียมเลือกตั้งว่า ที่ผ่านมาเรียกแต่ละฝ่ายมาคุยอยู่แล้ว ยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือจะนำนโยบายเดิมที่เคยหาเสียงไว้ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และคิดนโยบายใหม่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งมีทีมยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ อยู่แล้ว
ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อรวม 121 คน จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้มากกว่าเดิม
เมื่อถามว่าเป็นห่วงภาคไหนเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะภาคอีสานจะเจาะได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่มาตลอด 3 ปี มั่นใจว่าชนะใจคนรากหญ้าได้ และจะเจาะภาคอีสานได้เพิ่มขึ้น สังเกตจากการเลือกตั้งซ่อมหลายๆ ครั้ง เราได้เข้ามาหมด ส่วนภาคใต้ตอนนี้มีส.ส. 14 คน จะทำให้ได้มากที่สุด จากนี้ไปจะทำให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง ยืนยันว่าปัญหาภายในพรรคจะไม่ทำให้เกิดการสะดุด เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีปัญหาเรื่องนโยบายหรือผู้บริหารพรรคทะเลาะกัน
เร่งวางยุทธศาสตร์สู้ศึก
ส่วนการวางยุทธศาสตร์การทำงานของพรรคทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้เน้นเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ยังมีกลุ่มนักเรียนทุนที่รัฐส่งไปเรียนจบระดับด๊อกเตอร์หลายคนที่เรียกเข้ามาคุยเพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของพรรค ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา การกีฬา การเมือง และทุกมิติ โดยนโยบายของพรรคพลังประชารัฐและการบริหารราชการแผ่นดินต้องไปด้วยกัน เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่า วางตัวทีมเศรษฐกิจไว้แล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้ประชุมหลายรอบแล้วแต่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว ต่อข้อถามว่าเป็นคนนอกพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ใช่ เราต้องเฟ้นหาคนมีความรู้ความสามารถในหลายมิติ ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ให้คอยดูช่วงเปิดตัว หลายคนเคยเห็นหน้ากัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ร่วมทีม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ดร.อั๋นก็เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่ง” เมื่อถามว่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน และเหรัญญิกพรรคจะเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ไม่ครับ อาจารย์แหม่มทำหน้าที่เหรัญญิก”