‘ก้าวไกล’จับตา
สอดไส้-แก้รธน.
อนุกมธ.งบเดือด

‘ชวน’ ยันเดินหน้าประชุมสภาตามปกติ เร่งพิจารณาพ.ร.บ.ยาเสพติด ‘หมอชลน่าน’ ด่ากราด คนปล่อยข่าวส.ส. ขอวัคซีนเข็ม 3 โง่ดักดาน หิวแสง ก้าวไกลชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปชป. ไม่สมบูรณ์ หวั่นพรรคใหญ่สอดไส้ ทำลายหลักการสภา ‘ชินวรณ์’ มั่นใจแปรญัตติได้ ‘ไพบูลย์’ เชื่อไม่ขัดข้อบังคับรัฐสภา ‘ศรัณย์วุฒิ’ ส.ส.เพื่อไทย ขู่กระทืบอนุกรรมาธิการ หลังแขวนงบ สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ

‘ชวน’ยันไม่ล็อกดาวน์สภา

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้ล็อกดาวน์สภาว่า ตนได้ไปเยี่ยมห้องอนุกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณ พ.ศ.2565 พบว่ามีข้าราชการมารอชี้แจงจำนวนมาก ซึ่งน่าเป็นห่วง จึงมอบให้เลขาธิการสภาไปติดตามเรื่องนี้ พร้อมกำชับว่าผู้ที่มาชี้แจงหรือผู้ติดตามให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาสภาได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงย้ำให้ระมัดระวัง รวมถึงสื่อมวลชนก็ต้องระวังเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามว่าสภายังเดินหน้าการประชุมใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า มีประชุมตามปกติ แต่จะมีปัญหาอยู่หนึ่งเรื่องคือ การประชุมกฎหมายที่ค้างอยู่ เช่น ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้เสร็จ ก็จะนำไปหารือกับทุกฝ่ายทั้งวุฒิสภา รัฐบาล และฝ่ายค้านว่าจะพร้อมในช่วงใด เพื่อขอเวลา 1 วันพิจารณาให้เสร็จ เพราะมีผู้รอใช้กฎหมายอยู่

เมื่อถามว่า ศบค.กำลังพิจารณาล็อกดาวน์ กทม. นายชวนกล่าวว่า เรื่องนี้จะพิจารณาเป็นระยะ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน แปลง

‘ชลน่าน’ด่ากราดปล่อยข่าวเข็ม 3

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ มีประเด็นที่ส.ส.ขอชี้แจงเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 อย่างดุเดือด

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีมีข่าวว่า มีมติคณะกรรมการประสานงาน(วิป) 3 ฝ่ายคือ วิปรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา จะให้ส.ส.ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ตนนั่งร่วมประชุมด้วย ขอถามประธานซึ่งอยู่ในที่ประชุมวิปด้วยว่า วิปมีมติให้สภาฉีดเข็มที่ 3 ตอนไหน เป็นมติจริงหรือไม่ และข่าวหลุดรอดออกไปได้อย่างไร เพราะคนเอาไปเผยแพร่เจตนาจะทำให้สมาชิกรัฐสภาเสียหาย และยิ่งคนพูดเป็นสมาชิกรัฐสภาด้วย ก็ต้องรับผิดชอบ ทำให้เสียเกียรติของสภา

หลายคนเสนอว่าต้องประชุมสภา และตนย้ำว่าต้องประชุมและต้องมีมาตรการเข้มข้น และตนถามประธานว่า จำเป็นต้องกระตุ้นหรือไม่ ถ้าจะตีความว่าเข็ม 3 เป็นการกระตุ้น เป็นมติของสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มาฉีด เป็นการแปลความที่ผิด ไม่ว่าหน่วยงานไหน โดยเฉพาะรัฐบาลไทยที่ทำงานแบบโง่ๆ คุณต้องเตรียมเข็ม 3 แล้ว คิดล่วงหน้าหรือไม่ว่าอีก 6 เดือน แพทย์และพยาบาลที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว จะกระตุ้นอะไร ประชาชนทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ฉีดมาแล้ว 2 เข็มจะกระตุ้นอะไร

“ผมคาดว่าไม่เกิน 6 เดือน ทุกคนที่ได้รับวัคฉีดแทบจะไม่มีภูมิคุ้มกัน นี่คือสิ่งที่เราหารือกัน ซึ่งผมไม่สบายใจ คนที่ไปแถลงข่าวโดยไม่มีข้อมูล ควรต้องขอโทษต่อสภาแห่งนี้ และขอให้ประธานตั้งกรรมการสอบด้วย ว่าเขามีจุดประสงค์อะไร ทำลายสมาชิกด้วยกันเอง คิดว่าจะมีชื่อเสียงหรือ คิดว่าจะเป็นข่าวหรือ ถ้าคิดอย่างนั้นคุณเป็นสมาชิกที่โง่มาก ดักดาน หิวแสง พวกโง่” นพ.ชลน่าน กล่าว

‘สุชาติ’เตรียมเรียกคนให้ข่าวคุย

นายสุชาติชี้แจงว่า จากการประชุมวิป 3 ฝ่าย มีการพูดคุยว่าเราควรประชุมสภาต่อไป เราพูดถึงการฉีด booster เข็มที่ 3 ซึ่งพูดถึงส่วนรวมทั้งประเทศ ยืนยันว่าไม่ได้พูดถึงหรือมีมติว่าสภาจะต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ถ้าข่าวผิดพลาด ไม่ตรงข้อเท็จจริงต้องขอโทษด้วย เราไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ส่วนผู้ให้ข่าว ตนจะเรียกมาคุยว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

เราจะเพิ่มมาตรการ คือจะใช้ชุดแรพิดเทสต์ ซึ่งทราบผลภายใน 5 นาที ก่อนประชุม อาจจะเริ่มภายในสัปดาห์หน้า หรือ 2 สัปดาห์หน้านี้ โดยก่อนประชุมสภาทุกครั้งจะมีการตรวจ เท่ากับ 7 วันจะตรวจหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม จะรับข้อเสนอของสมาชิกไว้ที่ให้ตรวจภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีน นี่คือมาตรการที่สภาทำได้ แต่อยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิกที่จะช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด เช่น การนั่งห่างกัน ทั้งการตรวจชุดแรพิดเทสต์ ชุดตรวจภูมิ ขอฝากเลขาธิการสภาไปดำเนินการต่อไป

ปัดหมายถึง‘อนันต์’

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังประชุมวิป 4 ฝ่ายเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แถลงมติในประเด็นสำคัญๆ โดยช่วงท้ายตนเล่าถึงการวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์และความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ตนอาจพูดตกไป ไม่ได้พูดว่าสำหรับประชาชนทุกคน และไม่ได้พูดเจาะจงไปที่ ส.ส.หรือ ส.ว.เช่นกัน

ส่วนกรณีนพ.ชลน่าน ตำหนิ ส.ส.บางราย ดักดาน หิวแสง นั้น ตนได้พูดคุยกับ นพ.ชลน่าน แล้ว มีการทำความเข้าใจกันว่าที่ นพ.ชลน่าน ตำหนิไปนั้นไม่ได้หมายถึงตน นพ.ชลน่านเข้าใจประเด็นที่ตนแถลงว่าเป็นเรื่องการวิเคราะห์ภายในของที่ประชุม และชี้แจงตำหนิส.ส.บางรายที่นำประเด็นนี้ไปขยายความต่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทำให้รัฐสภาเสื่อมเสีย สื่อก็น่าจะทราบว่าเป็นใครบ้างที่ชอบหิวแสง ตนกับนพ.ชลน่านรักใคร่กันดี ร่วมทำงานในสภา ใน กมธ.กันมานาน รวมทั้งได้ชี้แจงกับ นายสุชาติ ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมวิป 4 ฝ่ายแล้วเช่นกัน

ขณะที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่ตนตำหนิ ส.ส.บางคนไปนั้นไม่ได้หมายถึงนายอนันต์ แต่มี ส.ส.บางคนที่หิวแสง หิวสื่อ เอาประเด็นที่ตัวเองไม่ทราบข้อเท็จจริงมาขยายความจนเกิดความเสื่อมเสียต่อสภา จึงเห็นว่าประธานสภาควรตั้งกรรมการสอบส.ส.เหล่านั้น เพื่อความเป็นธรรมต่อสภา และสมาชิกคนอื่นๆ ที่ถูกสังคมตำหนิ

พท.ขู่ยื่นสอบรมต.เบี้ยวตอบกระทู้

ต่อมาเวลา 12.40 น. ที่ประชุมพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรค เพื่อไทย ถามกระทู้สดเรื่องที่ทิ้งขยะ ถามรมว.มหาดไทย ทั้งนี้ นายสุชาติแจ้งว่า พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ติดภารกิจ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไป หากนายพรเทพ ต้องการถามรัฐมนตรีต้องยื่นในสัปดาห์ถัดไป หรือจะฝากนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ซึ่งมาตอบกระทู้เรื่องโรงงาน ไฟไหม้ที่บางพลี

นายพรเทพ จึงฝากรมช.มหาดไทยไว้ก่อน โดยนายนิพนธ์ รับทราบปัญหาและจะนำปัญหาไปเรียนให้รมว.มหาดไทยรับทราบเพื่อให้มีข้อสั่งการลงไป

ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือว่า รัฐมนตรีบอกว่าติดภารกิจ และขอเลื่อนโดยไม่ได้มอบหมายใคร ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของสภาเสื่อมเสีย การไม่มาตอบกระทู้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 150 ระบุชัดเจนว่าไม่มาตอบได้ เมื่อครม.เห็นว่าเป็นความจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ แต่นี่ไม่มาตอบโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม ครั้งหน้าถ้าเป็นแบบนี้ขอให้ครม.ส่งมติครม.มาด้วย ว่ามีความจำเป็นอย่างไรจึงไม่ตอบ ถ้าไม่เช่นนั้น ครั้งหน้าเราคงต้องยื่นเรื่องว่าท่านจงใจกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ สัปดาห์หน้าเราจะดูความเปลี่ยนแปลง ถ้าครม.ไม่มาตอบอีก คงต้องดำเนินการจริงๆ

ก.ก.หวั่นสอดไส้แก้รธน.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมา ธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาของกมธ.

นายธีรัจชัยกล่าวว่า การประชุมกมธ. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. หยิบยกประเด็นว่าร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านการรับหลักการของรัฐสภา จะสามารถแก้ไขมาตราอื่นๆ ได้หรือไม่ เนื่องจากในหลักการระบุเพียงแก้ไขมาตรา 83 และ 91 เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งจาก 2 ใบ เป็นใบเดียว ซึ่งแตกต่างจากร่างของพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุในหลักการชัดเจนว่า แก้ไขระบบเลือกตั้ง ทำให้กมธ.มีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนบอกว่าสามารถแก้ไขมาตราอื่นได้ โดยเฉพาะประธานกมธ. แต่กมธ.บางส่วน โดยเฉพาะเสียงพรรคฝ่ายค้าน ยืนยันว่าการแก้ไขจะต้องไม่ขัดต่อหลักการ

เราจึงเห็นว่า ร่างของพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ หากดึงดันให้ผ่านโดยไปแก้มาตราอื่นๆ ด้วย จะฝืนในหลักการกฎหมาย อาจเป็นการดันทุรังเพื่อให้ร่างนี้ผ่านไป ถ้าจะทำควรให้รัฐสภาตัดสิน หรือถอนเรื่องนี้ไปทำให้สมบูรณ์ ไม่ควรแก้ระบบเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ควรแก้ทั้งฉบับ

ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างที่มีปัญหา และอาจนำไปสู่การสอดไส้แก้ไขเพื่อบิดเบือนต่อหลักการ ถ้าปล่อยให้เกิดการสอดไส้แบบนี้ เป็นเรื่องอันตราย ไม่ใช่แค่การขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่จะเป็นการทำลายรากฐานและอำนาจรัฐสภา ด้วยการสอดไส้โดยพรรคใหญ่ที่ไม่สนใจว่าประชาชนจะต้องการหรือไม่ด้วยซ้ำ

ปชป.ชี้เสนอร่างแบบกว้าง

ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) รัฐสภา แถลงว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชา ธิปัตย์ เป็นการเสนอแบบกว้างว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ ซึ่งกมธ.พิจารณาอยู่ จึงอยากเชิญชวนสมาชิก และกมธ.ช่วยแปรญัตติเพื่อให้ร่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอแปรญัตติทั้งวิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยทางตรงและลับ การใช้บัตรเลือกตั้งส.ส.แบบละ 1 ใบ การกำหนดจำนวนส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี การกำหนดให้บัญชีรายชื่อของพรรคใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละ 1 ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนส.ส. เป็นต้น

มั่นใจแปรญัตติได้

นายชินวรณ์กล่าวว่า ส่วนที่พรรคก้าวไกลระบุร่างของพรรคประชาธิปัตย์เสนอเพื่อประโยชน์ของ 2 พรรคใหญ่ นายชินวรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เราก็ยอมรับ และเปลี่ยนวิธีการแก้ไขโดยเสนอแก้เป็นรายมาตรา ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคก้าวไกลระบุการปรับแก้ไขมาตราอื่น นอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ เป็นการแก้ไขเกินหลักการ นายชินวรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าการเสนอร่างหลักการอย่างกว้าง สมาชิกรัฐสภา และกมธ.สามารถแปรญัตติได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อที่ 124

ที่สำคัญกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า ตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่เมื่อเสนอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เราต้องไปแก้ไขมาตราอื่นๆ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ในมาตราที่เกี่ยวเนื่อง ส่วนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาความเห็นพ้องกันมากที่สุดก่อน แต่หากใครไม่เห็นด้วย ก็เป็นสิทธิ์ แต่วันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเดินหน้าได้

‘ไพบูลย์’ก็เชื่อไม่ขัดหลักการ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) รัฐสภา กล่าวว่า วันที่ 13 ก.ค.ที่ประชุมจะหารือประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตราที่เสนอ โดยเชิญฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภา เข้าชี้แจงรายละเอียดและเจตนารมณ์ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการที่เสนอแก้ไข เว้นแต่แก้ไขมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น จากนั้นวันที่ 16 ก.ค.จะกำหนดประเด็นพิจารณา

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ เตรียมเสนอคำแปรญัตติให้ปรับแก้ไขเนื้อหา 7 ประเด็น คือ 1.แก้ไขมาตรา 83 ขอเพิ่มเนื้อหา วิธีการการเลือกตั้งส.ส. โดยตรงและลับ ด้วยบัตรเลือกตั้งแบบละ 1 ใบ 2.แก้ไขมาตรา 85 ว่าด้วยการลงคะแนนเลือก ส.ส.เขต 3.แก้ไขมาตรา 86 ว่าด้วยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 4.แก้ไขมาตรา 90 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่งส.ส.เขต 100 เขต จึงมีสิทธิส่งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

5.แก้ไข มาตรา 91 กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ต้องไม่น้อยกว่า 1% จึงมีสิทธิได้รับการคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.แก้ไขมาตรา 92 โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งส.ส.ใหม่ หากพบการเลือกตั้งในเขตใดที่เสียงโนโหวต มากกว่าคะแนนเลือกตั้ง และ 7.ขอยกเลิกมาตรา 93 และ มาตรา 94

‘ศรัณย์วุฒิ’ขู่กระทืบอนุกมธ.

รายงานข่าวจากห้องประชุมคณะอนุกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2564 สภาผู้แทนราษฎร มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. ได้พิจารณาแขวนงบประมาณของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไว้ก่อน และให้กลับมาชี้แจงภายหลัง เนื่องจากตรวจพบปัญหาหลายรายการ เช่น

1.ค่าเช่าคอมพิวเตอร์ เดือนละ 5,000 บาท ตกปีละ 60,000 บาท สัญญา 5 ปี ตกเครื่องละ 300,000 บาท อนุกมธ.มองว่า เหตุใดจึงไม่จัดซื้อไปเลย เพราะได้ราคาถูกกว่า 2.ค่าวิเคราะห์ผลแลบ (เคมีในเลือด) ครั้งละ 700,000 บาท ซึ่งอนุกมธ.อยากทราบราคากลาง เพราะไม่เคยเห็นราคาที่แพงมากขนาดนี้มาก่อน และ 3.คนของหน่วยนี้ รับเงินเดือน รับเงินวิจัย รวมถึงเงินที่ปรึกษาอีก ซึ่งอนุกมธ.มองว่าเป็นการรับหลายทาง ขณะที่ผลงานที่ปรากฏออกมาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่มีอะไรโดดเด่น

จากนั้นเวลา 11.45 น. ประธานที่ประชุมจึงสั่งพักการประชุม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.งบประมาณ ได้เดินเข้ามาโวยวายในห้องประชุม โดยใช้คำพูดลักษณะข่มขู่ และใช้วาจาหยาบคาย อาทิ “กูจะกระทืบมึง” “มึงรู้จักศรัณย์น้อยไปแล้ว” และบอกว่าจะกระทืบ อนุกมธ. เนื่องจากไม่ต้องการให้ แตะต้องงบของหน่วยงานดังกล่าว ทำให้ข้าราชการในห้องประชุมค่อนข้างตกใจกลัว จนต้องขอให้ตำรวจสภาขึ้นมารักษาความปลอดภัยหน้าห้องประชุม หลังเกิดเหตุนายศรัณย์วุฒิได้ชวนตัวแทนหน่วยงานดังกล่าว และส.ส.ฟากรัฐบาล 2-3 คน มานั่งกินข้าวและพูดคุยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน