สภากาชาดฯเปิดกติกา
ให้อบจ.จองโมเดอร์นา
มติ ศบค.-เคาะฉีดไขว้
เร่งวัคซีน11จว.แดงแจ๋
มาเลย์เทซิโนแวค ไม่สั่งซื้อแล้ว หันมาใช้ไฟเซอร์เป็นวัคซีนหลัก ที่ประชุมคณะกรรมการศบค. เคาะแล้วให้ฉีดไขว้ได้ ซิโนแวคเข็มแรกตามด้วยแอสตร้าฯ คาด 19 ก.ค.-31 ส.ค.มีวัคซีนเข้ามาอีก 13 ล้านโดส เตรียมจัดสรรให้พื้นที่เสี่ยงสูง-ควบคุมพิเศษ 11 จังหวัดมากเป็นพิเศษ สภากาชาดไทยจัดสรรโควตาวัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดสให้อบจ.ซื้อ 1.3 พันบาทต่อโดสไปฉีดฟรีกลุ่มเปราะบางและกลุ่มอื่นๆ ร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดให้แจ้ง อบจ.ที่สนใจสั่งซื้อ จัดทำแผนการขอรับการจัดสรรวัคซีน ผ่านความเห็นชอบ คกก.โรคติดต่อจังหวัด จ่ายเงินภายใน 23 ก.ค.นี้ ส่วนเกินนำเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยารักษาโควิด ย้ำห้ามนำไปขายต่อ
สาธิตรับเอแซดเลื่อนส่งมอบ
วันที่ 16 ก.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ” โดยระบุ ผมยังคงที่จะพูดความจริงให้ประชาชนรับทราบ พร้อมการอธิบายขยายความ มีรายละเอียดดังนี้
ผมเคยกล่าวไว้แล้วในการประชุมสภาว่า เราทำแผนฉีดวัคซีนตามศักยภาพในการฉีด ส่งให้แอสตร้าเซนเนก้าเพื่อให้เขาจัดส่งวัคซีนให้ ทางแอสตร้าเซนเนก้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเรา ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการที่จะจัดหาวัคซีนอื่นๆ เพิ่มเติม อย่างเต็มที่
แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปแอสตร้า เซนเนก้าแจ้งว่าไม่สามารถจัดส่งวัคซีนให้เราได้ตามไทม์ไลน์ ที่เราได้แจ้งไว้ รัฐบาลก็เพิ่มความเข้มข้นในการจัดหาวัคซีน โดยไม่ได้หวังพึ่งแอสตร้าเซนเนก้ารายเดียว ซึ่งเป็นไปตามที่มีผู้ให้คำแนะนำมาโดยตลอดว่าไม่ให้หวังพึ่งวัคซีนจากเพียงรายเดียว และเรากำลังดำเนินการอยู่อย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในการส่งออก และการเปิดเผยสัญญา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวัง ตามที่เคยกล่าวไว้
วันเดียวกัน นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีความคืบหน้าการดีลซื้อวัคซีนไฟเซอร์ว่า ขณะนี้ไม่สามารถตอบอะไรได้ เพราะว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สั่งห้ามไม่ให้พูดอะไร เพราะว่าจะเป็นการปั่นหุ้น ซึ่งความคืบหน้าต่างๆ ขอให้สอบถามกับทีมทนายตัวแทนในการเจรจา มีเอกสารทุกอย่าง 40 หน้าจะสามารถตอบแทนได้หมด
สภากาชาดไทยเปิดให้อบจ.จอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด วันที่ 15 ก.ค.2564 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องขอความร่วมมือในการแจ้งจองวัคซีนสำหรับฉีดให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มอื่นๆ โดยไม่คิดมูลค่า
หนังสือมีใจความโดยสรุปว่า ตามที่ ศบค.มีประกาศให้สภากาชาดไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งในการสั่งนำเข้าวัคซีนโควิด 19 มาฉีดให้แก่ประชาชน ขณะนี้สภากาชาดไทย ได้สั่งจองวัคซีนโควิด 19 โมเดอร์นาจำนวนหนึ่งจาก ผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อนำมาฉีดให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มต่างๆ โดยไม่คิดมูลค่า โดยจะจัดสรรโควตาวัคซีนจำนวนหนึ่งให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นำไปฉีดกลุ่มดังกล่าวในพื้นที่ มีเงื่อนไขไม่คิดมูลค่า และแผนการฉีดวัคซีนต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด และเงื่อนไขตามรายละเอียดที่ส่งมา จึงขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้ง อบจ.ในพื้นที่ที่มีความประสงค์จะซื้อวัคซีนไปฉีดบริการให้กับประชาชนตามเงื่อนไขดังกล่าว แจ้งมายังสภากาชาดไทย ภายในวันที่ 21 ก.ค.นี้
เผยเป้าหมายกลุ่มที่จัดฉีดให้ฟรี
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับประชาชนของสภากาชาดไทย ซึ่ง อบจ.ที่มีความประสงค์จะซื้อวัคซีนไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยไม่คิดมูลค่า มีเงื่อนไข ดังนี้ 1. อบจ.ต้องจัดทำแผนการขอรับการจัดสรรวัคซีน เพื่อนำวัคซีนไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ตามที่สภากาชาดไทยกำหนด พร้อมจำนวนคนในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 5 กลุ่ม ตามลำดับ ได้แก่
1) คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง สตรีตั้งครรภ์ ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน 2) ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน 3) บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล ในถิ่นทุรกันดาร 4) ผู้ที่ทำงานประจำอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูผู้สอนในโรงเรียนอนุบาล หรือครู อาจารย์ ผู้ที่ทำหน้าที่สอนหนังสือในโรงเรียน ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด 19 มาก่อน และ 5) บุคลากรที่ต้องออกปฏิบัติงานสัมผัสประชาชน ตามโครงการฉีดวัคซีนของ อบจ.ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด 19 มาก่อน และบุคคลที่ยังไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ เนื่องจากติดขัดระเบียบหรือกฎหมาย
2. อบจ.ต้องเสนอแผนการขอรับการจัดสรรวัคซีน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด
ให้สนับสนุนโดสละ 1.3 พัน
3. เงื่อนไขที่สำคัญ ที่ อบจ. ต้องดำเนินการดังนี้ 1) อบจ.ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการกับสภากาชาดไทย ต้องสนับสนุนงบประมาณค่าวัคซีนโมเดอร์นา ราคา 1,300 บาท/โดส ให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อนำไปจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นามาให้ อบจ. สำหรับเงินค่าวัคซีนโดสละ 1,300 บาท เมื่อหักต้นทุนวัคซีนและค่าบริหารจัดการตามโครงการแล้ว เงินส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายจะนำเข้าสมทบใน“กองทุนสภากา ชาดไทย เพื่อจัดหาวัคซีน โควิด-19 และยารักษาโรคโควิด-19 สำหรับประชาชน” ต่อไป
2) อบจ.ต้องจัดบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่คิดมูลค่าและห้ามนำไปจำหน่ายโดยเด็ดขาด 3) เมื่อสภากาชาดไทย แจ้งการจัดสรรโควตาให้ อบจ.แล้วขอให้ชำระเงินเต็มตามจำนวนที่ได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย ภายในวันที่ 23 ก.ค. 2564 ก่อนเวลา 12.00 น. และ 4) สภากาชาด ไทยจะทยอยจัดสรรวัคชีนได้ ตั้งแต่ ต.ค. เป็นต้นไป
เตือนอย่าซื้อชุดตรวจออนไลน์
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ศบค.รับทราบการควบคุมการแพร่ระบาดในประเด็นการตรวจหาเชื้อ ตามที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่าการตรวจคัดกรองเชื้อเชิงรุก และเปิดได้วันละ 7-8 หมื่นคน ยังไม่เพียงพอ จึงอนุญาตให้ใช้ชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigrn test Kit) หรือชุดตรวจเร็ว เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด แต่ก็มีความเป็นห่วงเรื่องความแม่นยำของผล โดยสรุปว่าถ้าผลเป็นบวกจะให้เข้าสู่บริการสาธารณสุขเฉพาะผู้ป่วยอาการสีเขียวทั้งการแยกกักที่บ้าน และแยกกักในที่พักคอยในชุมชน เพื่อให้คนเหล่านี้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน รวมถึงสงวนเตียงให้กับผู้ที่มีอาการรุนแรง หากผลเป็นลบแต่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หรือสัมผัสใกล้ชิด ให้ตรวจซ้ำในเวลา 3 และ 5 วัน
พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่าเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ดังนั้นขอให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือซื้อจากร้านขายยาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ขายในร้านสะดวกซื้อ หากสั่งซื้อทางออนไลน์ให้ระมัดระวัง เรื่องการแปลผล ซึ่งการซื้อจากร้านขายยาจะได้รับคำแนะนำวิธีการใช้และวิธีการดูแลตัวเองจากเภสัชกร ส่วนโรงงานหรือสถานประกอบการจะซื้อไปตรวจบุคลากรของตัวเอง ทางรมว.แรงงาน ระบุว่าสถานประกอบการที่มีแรงงานเกิน 50 คน ตามกฎหมายจะมีสถานพยาบาลคอยดูแลอยู่ และจะรับไปดำเนินการให้สถานพยาบาลเข้ามาตรวจบุคลากร ต่อไป
ศบค.ไฟเขียวฉีดไขว้วัคซีน2ชนิด
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับแนวทางการแยกกักตัวที่บ้าน ได้ทดลองมาตั้งแต่เดือนพ.ค.จากร.พ.รามาธิบดี ร.พ.ราชวิถี และร.พ.จุฬาลงกรณ์ ในจำนวนเกิน 1,000 ราย ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงนำมาตรการนี้มาใช้ โดยประชาชนที่จะแยกกักตัวที่บ้านจะได้รับอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน มีการส่งอาหาร ยารักษาโรคฟ้าทะลายโจร และฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งมีการสอบถามอาการจากบุคลากรทางการแพทย์ ยืนยันจะได้รับการดูแลที่มีมาตรฐานและแม่นยำ
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอเรื่องการใช้วัคซีน ที่ประชุมมีมติให้ใช้สูตรผสมได้ โดยวัคซีนที่เป็นการกระตุ้นหรือบูสเตอร์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มก่อนหน้านี้ อนุญาตให้ฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ส่วนประชาชน สามารถใช้ซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 และกระตุ้นเข็มที่ 2 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ได้ เนื่องจากทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการรับฟังการศึกษาจากหลายหน่วยงานเกี่ยวกับการใช้วัคซีนผสมต่างชนิด ซึ่งประสิทธิภาพการควบคุมโรคเป็นไปอย่างน่าพอใจ และองค์การอนามัยโลกซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยก็ให้การยอมรับ
กค.-สค.หามาได้ 13 ล้านโดส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม คกก.ศบค.วาระพิเศษ ที่ประชุมยังมีความเป็นห่วงจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน ที่ยังมีจำนวนสูงติดต่อกัน เนื่องจากพบว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรการและข้อกำหนด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในชุมชน จึงขอให้ทางคณะแพทย์-สาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาร่วมกันเพื่อหาทางล็อกการแพร่ระบาดในชุมชน ที่ยังมีการระบาดสูงอยู่ เนื่องจากยังมีการเคลื่อนย้ายและเดินทางตลอดเวลา
ขณะที่ทีมแพทย์ในศบค.แสดงความเป็นห่วงว่า หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นหลักหมื่นคนต่อวันจะเอาไม่อยู่ จึงพยายามเร่งให้ทุกฝ่ายควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ ไม่ให้จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อถึงหมื่นคน โดยต้องควบคุมพื้นที่ให้เบ็ดเสร็จ โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่าย ทำงานประสานกันทั้งกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงมหาดไทยและผู้เกี่ยวข้อง โดยเน้นให้สปสช.ใช้ชุดตรวจตรวจคัดกรองเชิงรุก
ส่วนวัคซีนนั้นตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ถึงเดือนส.ค.จะพยายามหาให้ได้ 13 ล้านโดส ทั้งซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนไฟเซอร์จะมีเข้ามา 20 ล้านโดส โดยจะมีบริจาคมาให้ 1.5 ล้านโดสเพิ่งจะมาถึงประเทศไทยเร็วๆนี้ ส่วนวัคซีนโมเดอร์นา สภากาชาดไทย สั่งมา 1 ล้านโดส และจะแจกฟรีให้บรรดา อบจ.ทั่วประเทศเพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชน
ส่งให้พื้นที่ควบคุมสูงสุด 11 จว.
รายงานข่าวแจ้งว่าในที่ประชุม คกก.ศบค.ได้กำหนดเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ระหว่างวันที่ 19 ก.ค.-31 ส.ค. จำนวน 13,000,000 โดส โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 8,000,000 โดส และซิโนแวค 5,000,000 โดส โดยจะปรับสัดส่วนตามจำนวนวัคซีนที่ได้รับมอบหมาย โดยจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับควบคุมสูงสุดเข้มงวดและจังหวัดเศรษฐกิจท่องเที่ยวจำนวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จะได้รับวัคซีนร้อยละ 33 หรือ 4.22 ล้านโดสโดยกรุงเทพมหานครจะได้รับในสัดส่วน 2.2 ล้านโดส
จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือมีความ เร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาดและจังหวัดที่มีแผนเปิดการท่องเที่ยวระยะถัดไปจำนวน 18 จังหวัด โดยแบ่งตามจำนวน ประชากร ประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว บุรีรัมย์ พระนครศรีอยุธยาฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ ธานี ตรัง พังงา และกระบี่ ร้อยละ 10 หรือ 1.3 ล้านโดส
เกลี่ยให้ประกันสังคม1.9ล้านโดส
จังหวัดที่เหลือของประเทศไทย 48 จังหวัดโดยคิดตามสัดส่วนของจำนวนประชากร จะได้รับการจัดสรรวัคซีนร้อยละ 15 หรือ 1.95 ล้านโดส
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งถือเป็นกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจจำนวน 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา อยุธยา เพชรบุรี นครราชสีมา และเชียงใหม่ ได้รับการจัดสรรร้อยละ 15 คิดเป็น 1.95 ล้านโดส และอื่นๆ ได้แก่ องค์กรภาครัฐราชทัณฑ์ และสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 12 หรือ คิดเป็น 1.56 ล้านโดส
ส่วนการจัดสรรสำหรับเป็นเข็มกระตุ้นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าจำนวนร้อยละ 3 หรือคิดเป็น 0.39 ล้านโดส รวมทั้งจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่สอง ร้อยละ 12 หรือคิดเป็น 1.56 ล้านโดส
มาเลย์เตรียมเลิกฉีดซิโนแวค
รอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ประกาศว่าจะหยุดใช้วัคซีนยี่ห้อซิโนแวคจากจีนทันทีที่วัคซีนที่สั่งซื้อไว้แล้วนั้นหมดลง เนื่องจากมีวัคซีนชนิดอื่นเพียงพอแล้ว และจะเปลี่ยนมาเดินหน้าฉีดวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์เป็นวัคซีนหลักแทน
นายอัดฮาม บาบา รมว.สาธารณสุขของมาเลเซีย กล่าวตอนนี้ประเทศมาเลเซียได้นำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ไปแล้ว 45 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอและครอบคลุม 70% ของประชากรภายในประเทศ ขณะที่มาเลเซียได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 16 ล้านโดส และคาดว่าวัคซีนซิโนแวคที่เหลือจะสามารถใช้ฉีดครอบคลุมสำหรับผู้ที่ต้องฉีดเป็นเข็มที่ 2 และสำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ ก่อนหน้านี้รัฐบาลมาเลเซียได้สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคจำนวนทั้งสิ้น 12 ล้านโดส โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำข้อตกลงซึ่งจะให้บริษัท ฟาร์มาเนียกา ทำหน้าที่บรรจุและปิดผนึกวัคซีนเพื่อแจกจ่ายในประเทศ
ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค ในการต่อต้านไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์เดลตา และการแพร่ระบาดในประเทศที่มีเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยในเวลานี้นอกจากไฟเซอร์และซิโนแวคแล้วนั้น ทางการมาเลเซียยังได้อนุมัติการใช้วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า แคนซิโน และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน อีกทั้งยังเตรียมพิจาณาอนุมัติใช้งานวัคซีนซิโนฟาร์มจากจีนด้วย