พท.โวยพปชร. หวังลักไก่ผ่าน งบซื้อเรือดำ น้ำ

ฝ่ายค้านเอาแน่ ล็อกเป้าซักฟอก ‘ประยุทธ์-อนุทิน’ แก้โควิดล้มเหลวส่วนรัฐมนตรีคนอื่นนัดเคาะ 19 ก.ค. โวอภิปราย รอบนี้ ทำการเมืองเปลี่ยนโฉม เพื่อไทยข้องใจ กมธ.ไฟเขียวผบ.เหล่าทัพ ชี้แจงงบแบบออนไลน์ เชื่อหวังปิดประตูตีแมว รวบรัดซื้อเรือดำน้ำ แฉจีทูจีเก๊ จี้ยกเลิกจัดซื้อไปเลย ไม่ต้องเลื่อน ซีกพปชร.ชี้เสนาธิการกองทัพ รู้ข้อมูลดี ให้ชี้แจงแทนผบ. ป.ป.ช.ยื่นฟันอาญา ‘ประสิทธิ์ วุฒินันชัย’ ส.ส.เชียงใหม่ ฮั้วงบ 30 ล้านสร้างสนามฟุตซอล

‘บิ๊กตู่’ปฏิบัติภารกิจวันแรก

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจเป็นวันแรก หลังกักตัวตั้งแต่วันที่ 5-15 ก.ค. และตรวจหาเชื้อโควิด 3 ครั้งแต่ไม่พบเชื้อ ซึ่งทันทีที่ เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล ได้ฟังสรุปจากศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย จากนั้น เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ครั้งที่ 10/2564 (คกก.ศบค.) เฉพาะคน ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น เนื่องจากเกรงว่าจะมีข่าวรั่วออกมาก่อนมติ จึงทำหนังสือแจ้งเชิญเฉพาะบุคคลเพื่อให้เข้าร่วมประชุม แม้แต่รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการบางส่วน ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมครั้งนี้

ฝ่ายค้านล็อก‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ขึ้นเขียง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบลงมติตามมาตรา 151 ว่า ในวันที่ 19 ก.ค. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมกันเพื่อหารือว่าจะยื่นอภิปรายใครบ้าง สำหรับพรรคเพื่อไทยเห็นว่าครั้งนี้ต้องเอาปัญหา และวิกฤตประเทศเป็นตัวตั้ง แล้วเอาคนที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตที่เกิดขึ้นมาอภิปราย เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ต้องถูกอภิปรายแน่นอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เป็นต้น ส่วนคนอื่นๆ ขอหารือร่วมกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน โดยครั้งนี้เราจะใช้ผู้อภิปราย ไม่มาก “การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางใดทางหนึ่งในทาง การเมือง และหากพรรคร่วมรัฐบาลได้ฟัง การอภิปรายแล้วยังยกมือสนับสนุนผู้ที่ถูกอภิปรายอยู่ก็ถือว่าทรยศประชาชน” นายประเสริฐกล่าว

ก้าวไกลบี้ปชป.ถอนตัวรัฐบาล

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข สารภาพความจริงเกี่ยวกับสัญญาที่รัฐบาลทำไว้กับแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ได้ระบุต้องส่งมอบเมื่อใดว่า ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่น่าจะได้รับวัคซีนเพื่อนำมาใช้ปกป้อง ชีวิตของคนไทยจากโรคระบาดได้ครบ 61 ล้านโดสภายในสิ้นปี 2564 โดยมีการขยายเวลาการส่งมอบไปถึงเดือนพ.ค.2565 ถ้าสัญญาไม่ได้ระบุระยะเวลาส่งมอบที่ชัดเจนก็ไม่รู้ว่าจะถูกเลื่อนการส่งมอบอีกหรือไม่ ต่อจากนี้ประชาชนคงต้องเน้นพึ่งพาตนเอง ให้มากขึ้น ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามทุกข์ยามยากให้มากขึ้น ตนขอให้กำลังใจนายสาธิต เพราะเข้าใจในความอึดอัดที่ต้องทนเห็นประชาชน เดือดร้อนแสนสาหัส เห็นประชาชนตาย คาบ้าน เห็นคนรอคิวตรวจต้องนอนรอตามริมกำแพงวัด นอนรอบนฟุตปาธ ต้องตากฝนรอ เห็นน้ำตาประชาชนที่หมดหนทางหาเตียง เห็นคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว หมดอาลัย ตายอยากในชีวิต “ผมขอตั้งคำถามเชิงให้กำลังใจไปยังนายสาธิตว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังจะยอม ให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ หรือพรรคประชาธิปัตย์ทำได้แค่เบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากล่าง และแอบไปร้องไห้ปาดคราบน้ำตากับภาพความทุกข์ยากสิ้นหวังของประชาชนที่สาหัสขึ้นอยู่ทุกวัน ทำได้แค่นี้ จริงๆ หรือ” นายวิโรจน์กล่าว

พท.ขวางกห.แจงงบออนไลน์

เวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และโฆษกกมธ.งบ ร่วมแถลงการพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม (กห.) นายประเสริฐกล่าวว่า การประชุมกมธ.ช่วงเช้าวันนี้ กมธ.ของพรรคเพื่อไทยได้ยกประเด็นการชี้แจงของกระทรวงต่างๆ ว่าจำเป็น ต้องให้ผู้บริหารหน่วยงานรับงบเข้ามาชี้แจง เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณา เพราะในอนุกมธ. ทั้ง 9 คณะก็มาชี้แจงด้วยตัวเอง ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจงในกมธ. ชุดใหญ่ด้วย ด้านนายยุทธพงศ์กล่าวว่า การประชุมกมธ. ชุดใหญ่ขณะนี้ ประชุมแบบออนไลน์ โดยหัวหน้าส่วนราชการไม่ต้องเข้าร่วมประชุม จึงเห็นว่าหัวหน้าส่วนราชการควรมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพื่อความโปร่งใสในการพิจารณางบ อย่างกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการพิจารณางบจำนวนมาก หัวหน้าหน่วยราชการมาชี้แจงเองต่ออนุกมธ.ได้ แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานกมธ.ที่นั่งเป็นประธานอยู่ กลับไม่ยอม โดยอ้างสถานการณ์โควิด ทั้งที่โควิดไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดมานานแล้ว และเมื่อประชุมสภางดประชุม 2 สัปดาห์ แต่อนุญาตให้กมธ.งบประชุมได้ และในห้องประชุม สามารถให้หัวหน้าส่วนราชการเข้าชี้แจงได้ เพราะเว้นระยะห่างอยู่แล้ว

เรือดำน้ำ – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย รองประธานกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม โฆษก กมธ.งบฯ แถลงข่าวการพิจารณางบฯ กระทรวงกลาโหม ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำผ่านระบบออนไลน์ไม่มาชี้แจงด้วยตัวเองที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 16 ก.ค.

หวั่นปิดประตูตีแมว-ผ่านเรือดำน้ำ

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า การที่นายวิรัช ไม่อนุญาต เหมือนปิดประตูตีแมว ที่ไม่ให้ส่วนราชการมาชี้แจง เพราะวันที่ 19 ก.ค.นี้ กมธ.จะพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม ที่ยังคงมีงบจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท จึงข้องใจว่าเป็นความพยายาม ที่ต้องการผ่านเรือดำน้ำโดยไม่ให้ผบ.เหล่าทัพมาชี้แจง และกมธ.ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งที่เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ผบ.เหล่าทัพก็เข้าชี้แจง กับกมธ.ของวุฒิสภาอย่างพร้อมเพรียง และ ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง พาณิชย์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่เห็นมีปัญหา แต่พอถึงงบของกระทรวงกลาโหม 2 แสนล้านบาท กลับไม่ให้มาชี้แจง “ปีนี้ยังมีความพยายามผ่านเรือดำน้ำ 2 ลำ ท่ามกลางความอดอยากหิวโหยของคนไทย ผมมีหลักฐานโดยมีสำนักข่าวลงข่าวว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้เป็นแบบจีทูจี แต่มีนายหน้าเป็นคนไทยประสานซื้อเรือ ของบริษัท ซีเอสโอซี ที่เป็นคู่สัญญากับกองทัพเรือ และมีความสัมพันธ์รู้จักกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดังนั้น พวกผมต้องต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ทำไมต้องมาซื้อ เรือดำน้ำในเวลานี้ รัฐบาลทำไมใจดำอย่างนี้ ถึงจะต้องซื้อเรือดำน้ำให้ได้” นายยุทธพงศ์กล่าว

แฉจีทูจีเก๊-จี้ยกเลิกจัดซื้อ

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ถ้าการจัดซื้อเรือดำน้ำ ครั้งนี้เป็นจีทูจีจริง ทำไมต้องเอาบริษัทนี้มาเกี่ยวข้อง และทำไมต้องมีคนไทยนามสกุลอำนวยพล มาเกี่ยวข้อง คือ นายอาณัฐ อำนวยพล ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ในรัฐบาล จึงไม่ทราบว่าเป็นเหตุไม่ให้ผู้นำเหล่าทัพมาชี้แจง ต่อกมธ.งบหรือไม่ การให้มาชี้แจงผ่านแบบออนไลน์ก็ทำได้ แต่ขอถามถึงความเหมาะสม เพราะเป็นงบจำนวนมาก ซึ่งวันที่ 18 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ตนจะแถลงแฉเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำอีกครั้งว่าสัญญาที่จัดซื้อไม่ใช่จีทูจีจริง และจะคัดค้านไม่ให้มีการจัดซื้อรือดำน้ำ “ผมเห็นว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ ไม่ควรชะลอ แต่ไม่ต้องซื้อไปเลย ควรเอาเงินไปซื้อวัคซีน และซื้ออาหารให้คนไทยกิน แต่ได้ประโยชน์กว่า ยืนยันว่าเราจะสู้เพื่อประชาชนไม่ยอมให้ผ่าน และขัดขวางเอาชีวิตเข้าแลกให้ถึงที่สุด และมีหลักฐานเด็ดที่จะนำมา ต่อสู้ แม้กองทัพเรือดำเนินคดีกับผม ก็ไม่หวั่น จะต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน พวกผมมาจากการเลือกตั้ง รู้ถึงความอดอยาก หิวโหยของประชาชน พวกผมเลือกประชาชนไม่เอาเรือดำน้ำ” นายยุทธพงศ์กล่าว

พปชร.ป้องผบ.เหล่าทัพ

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2565 และประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน กล่าวว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติจากหลายๆ สถานการณ์แล้ว คนที่รู้ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่ ผู้บริหารสูงสุด ถ้าเป็นหน่วยงานที่มีการบูรณาการ งานมากๆ ซึ่งน่าจะเอาคนที่รู้ดีเข้ามาตอบดีกว่า “ปกติจะให้ผู้บริหารสูงสุดมาชี้แจง แต่ในกรณีงบกองทัพ คิดว่าคนที่เข้าใจงบประมาณภาพรวมคือ เสนาธิการกองทัพ แต่หาก ห้องประชุมกมธ.งบชุดใหญ่ใช้ระบบซูมได้ ผมจะเสนอให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีทีฯ ใช้ระบบซูมเช่นกัน” นายสรวุฒิกล่าว

‘สิระ’จวก‘โทนี่’ดีแต่พูด

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ระบุยินดีหากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โทรศัพท์มาขอคำปรึกษาและพร้อมกลับประเทศไทยว่า ตนสงสารคนเสื้อแดงและพวกที่พลีชีพให้นายทั้งหลาย เวลานี้นายทักษิณ ไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ให้กับประเทศแบบที่เคยทำในอดีต เป็นอย่างไรก็ยังเหมือนเดิม ดีแต่พูดสร้างค่าให้ตัวเอง และด้อยค่ารัฐบาลและประเทศไทย คิดว่าคนรักทักษิณควรหูตาสว่างได้แล้ว เวลามาออกคลับเฮาส์ก็แสร้งทำว่าสงสารประเทศไทย รักประชาชน แต่ภาพที่เห็นคือใช้เงินที่โกงกินภาษีประชาชนกินเที่ยว ที่ต่างประเทศอย่างสนุกสนาน มีความสุขกับลูกหลาน ถ้านายทักษิณคิดจะช่วยประเทศจริง วันนี้ไม่ต้องรอให้กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยก็ทำได้ การบริจาคเงินผ่านส.ส.ในพรรคให้มาช่วยเหลือ ชาวบ้านในพื้นที่สามารถทำได้ วันนี้ดีแต่พูด ไม่เคยลงมือทำ งานถนัดคือสร้างวาทกรรมสวยหรูหลอกคนเสื้อแดงไปวันๆ เศษเนื้อ เศษสตางค์สักแดงเคยกระเด็นมาเผื่อแผ่ คนเสื้อแดงทั้งคนในคุกและนอกคุกหรือไม่ “วันนี้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยทุกคนกำลังร่วมมือกันเพื่อให้ผ่านวิกฤต นายทักษิณช่วยหุบปากบ้าง อย่าออกมาพล่ามให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้ กว่า 10 ปี คนไทยแตกแยกก็เพราะนายทักษิณ ถ้าจะกลับก็กล้าๆ หน่อย มาอย่างเปิดเผย อย่าหนีเหมือนตอนออกไปเป็นสัมภเวสีนอกประเทศ ผมอยาก ให้กลับมาด้วยซ้ำ ถ้าหากได้กลับมาทางประตูหน้า ผมจะได้ทำบุญจองเมรุรอไว้พร้อมเผา” นายสิระกล่าว

ป.ป.ช.ฟัน‘ประสิทธิ์’ส.ส.เชียงใหม่

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า จากกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหา นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เขต 7 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งเป็น ส.ส.เขต 5 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กับพวก รวม 95 คน ทุจริตโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกล์หนู สตรีตซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) ปีงบประมาณ 2556 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่อ.ฝางและอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 15 แห่ง งบรวม 30 ล้านบาทนั้น จากการไต่สวนพบว่า โครงการดังกล่าว เป็นนโยบายภาครัฐในการกระจายอำนาจ ให้แก่อปท. ในการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ สำหรับพัฒนาอปท.ปีงบประมาณ 2556 โดยนายประสิทธิ์ได้นำกลุ่มบริษัทของน.ส.อัมพวัน แก้วนพมาศ เข้าเป็นคู่สัญญา และได้เรียกรับค่าตอบแทนจากกลุ่มบริษัท ดังกล่าวร้อยละ 25 ของงบที่ได้รับจัดสรร 7.5 ล้านบาท นายประสิทธิ์จัดประชุมผู้บริหารท้องถิ่นทั้ง 15 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่กองช่างเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางการก่อสร้างตามที่ น.ส.อัมพวัน ร่วมกับ น.ส.ฐิตารีย์ ศิริคะเณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด กำหนด เพื่อกีดกันผู้เสนอราคาอื่น ในขั้นตอนการยื่นเสนอราคา จะมีเฉพาะบริษัทในกลุ่มของพวกตนเองเท่านั้น ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงทุนและเครือญาติ โดยมีนายสมบูรณ์ ถากาศ เป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทเอกชนนี้ เป็นผู้รวบรวมเงินไปจ่ายให้เอกชนรายอื่นเพื่อไม่ให้เข้ายื่นซองเสนอราคาแข่ง และนายประสิทธิ์ยังนำเอกสารดังกล่าวมากำหนดคุณลักษณะและราคากลางโดยไม่ได้สืบหาราคาตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติของทางราชการ ซึ่งพบว่าราคากลางที่กำหนดนั้น สูงกว่าความเป็นจริงสนามละ 1 ล้านบาท

ฟ้องอาญา-ให้ผู้มีอำนาจถอดถอน

คณะกรรมการป.ป.ช. ไต่สวนแล้วมีมติว่า นายประสิทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญาตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 พป.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 5 และ13 ผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีและนายกอบต.ในพื้นที่อ.ฝางและอ.แม่อาย 10 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามมาตรา 151 และ 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และพ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 10 และ12 คณะกรรมการกำหนดราคากลาง 21 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามมาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162(1)(4) พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 11 และ 12 และยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนกลุ่มเอกชน 6 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงทุนและเครือญาติ ได้ร่วมกันเข้าเสนอราคาในลักษณะสมยอม มีมูลความผิดทางอาญามาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162(1)(4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิด ให้ส่งรายงานสำนวนดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้ดำเนินคดีอาญา พร้อมส่งสำนวนและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายกรณีไป

ยันชี้มูลเลขาฯศาลรธน.

นายนิวัติไชยกล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยี และบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญา 3 บริษัท ประกอบด้วย ผู้จัดการบริษัท กรรมการบริษัทและผู้เกี่ยวข้องรวมหลายราย กรณีทุจริตการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อ คอมพิวเตอร์ 281 เครื่อง ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มูลค่า 13 ล้านบาทเศษ ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการแถลง แต่ยอมรับว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลจริง ส่วนรายละเอียดอยากให้รอก่อน เรื่องนี้เป็นกรณีที่มีการสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง นายเชาวนะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยลักษณะ มีการล็อกรายละเอียดของคุณสมบัติเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ประกอบ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว พยายามติดต่อนายเชาวนะ เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าว แต่ตลอดทั้งวันไม่สามารถติดต่อได้

เข้าทำเนียบ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมศบค. ในการกลับเข้าทำงานทำเนียบรัฐบาล วันแรก หลังกักตัวที่ บ้านพักเพราะเป็นผู้เสี่ยง ติดโควิดจากการไปเปิด ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน