ชงยกระดับเท่าเมย.63
ห้ามเดินทาง-ออกบ้าน
หยุดกิจกรรม-กิจการ
รพ.รามา-ตร.งดรับป่วย
หมอใหญ่เบรกซิโนแวค

โควิดโคม่าหนัก ตาย 141 ป่วยทะลุหมื่น ชงศบค.ยกระดับมาตรการเข้มสูงสุดเท่าเม.ย.2563 เพิ่มจังหวัดสีแดง ล็อกดาวน์ 20 จังหวัด ให้งดออก จากบ้าน ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง ปิดสนามมวย สนามกีฬาสถานประกอบการ อาบ อบ นวด นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส และผับ เพิ่มจังหวัดแดงเข้มอีก 3 จังหวัด ชลบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา รวมทั้งห้ามเสนอข่าวเท็จ บิ๊กตู่ส่งทหาร-ตำรวจตรวจแอนติเจนเทสต์ คิต ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน-ชุมชน ร.พ.รามาฯ-ร.พ.ตำรวจวุ่น ทีมแพทย์ติดเชื้ออื้อ สั่งงดรับผู้ป่วยนอก กาญจน์รายวันพุ่ง 86 เมืองนนท์ประเดิมฉีดสลับวัคซีน คนแห่ฉีดแน่นห้าง เข็มแรกซิโนแวค เข็มสองแอสตร้าฯ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศซิโนฟาร์มห้ามฉีดสลับ ไม่รับผิดชอบหากเกิดผลข้างเคียง

ติดเชื้อทะลุหมื่น-ตาย 141

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ของรัฐบาล และศูนย์ EOC กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานข้อมูลเบื้องต้นสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวม 10,082 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 9,955 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ ต้องขัง 127 ราย ผู้ป่วยสะสม 363,126 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 6,327 ราย หายป่วยสะสม 250,758 ราย (ตั้งแต่ 1 เม.ย.) และเสียชีวิต 141 ราย ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 391,989 และมีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 3,240 ราย

ปิดแคมป์ – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข เข้าตรวจคัดกรอง คนงานพร้อมสั่งปิดแคมป์หลังพบคนงานติดเชื้อโควิดภายในแคมป์ถึง 85 ราย ที่แคมป์คนงานก่อสร้าง ริมถนนมะลิวัลย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 ก.ค.

ถกด่วน-ชงล็อกแบบเมย.63

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) วาระพิเศษวันที่ 16 ก.ค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน ภายหลังการประชุม นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสธ. ไปหารือถึงการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 และนำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

วันเดียวกัน มีการประชุมด่วน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. (ศปก.ศบค.) พิจารณาการเพิ่มมาตรการควบคุมสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ที่มีแนวโน้มระบาดรุนแรง

รายงานข่าวระดับสูงในทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมพิจารณาจะยกระดับเพิ่มอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ส่วนมาตรการปิดกิจการ/กิจกรรม จะปิดเหลือแต่ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 และที่ จำเป็นจริงๆ เช่น ธนาคาร ไปรษณีย์ เบื้องต้นคาดว่าจะประกาศใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นใน 10 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม และจังหวัดที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดรวมแล้วประมาณ 20 จังหวัด โดยจะกลับไปบังคับใช้มาตรการสูงสุดเช่นเดียวกับช่วงเดือนเม.ย.2563 เริ่มมีผลบังคับใช้วันจันทร์ที่ 19 ก.ค.นี้

สำหรับมาตรการที่บังคับใช้ ช่วงเดือนเม.ย.2563 อาทิ ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยงตามที่แต่ละจังหวัดได้มีคำสั่ง, การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค เช่น สนามมวย สนามกีฬา สถานประกอบการ อาบ อบ นวด และนวดแผนโบราณ สปา สถานที่ออกกำลังกาย (ฟิตเนส) สถานบันเทิง ฯลฯ การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร, ห้ามกักตุนสินค้า ทั้งยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม หรือสินค้าจำเป็นต่ออุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน, การห้ามชุมนุม หรือห้ามทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน, ห้ามเสนอข่าวเท็จ และห้ามออกนอกเคห สถานเว้นแต่มีความจำเป็น เป็นต้น โดย กทม. และจังหวัดปริมณฑลจะล็อกดาวน์ 100% ส่วนมาตรการทางสายการบินและการเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศนั้น จะมีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 18 ก.ค.

‘บิ๊กตู่’สั่งแจงปชช.ก่อนยกระดับ

เมื่อเวลา 20.05 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในการประชุม ศบค. วาระเร่งด่วนในวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้หารือร่วมกับคณะแพทย์และเร่งหาข้อสรุปแนวทางและมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมและหยุดยั้งการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประเมินผลจากมาตรการที่ประกาศใช้ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ ดังนั้น เพื่อให้การแพร่ระบาดและการสูญเสียน้อยลงให้มากที่สุด ศบค.และคณะแพทย์เห็นพ้องว่าจำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะต้องกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค.ได้สั่งให้หน่วยงานจัดทำแผนและดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนควบคู่กันไปด้วย เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ

ดังนั้น เพื่อการเตรียมความพร้อมและให้ประชาชนได้เตรียมตัว นายกฯ ได้สั่งการให้ศบค. กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทย์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนล่วงหน้าก่อนจะมีการประกาศใช้โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมาก ซึ่งมาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้จะเสนอมายังนายกฯ เพื่ออนุมัติและสั่งการการดำเนินการต่อไปโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในขณะนี้

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ สธ.ว่า สถานการณ์โรคโควิดทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์เดลตาที่พบมากกว่า 111 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตขยายวงกว้างระดับสูงมาก กระทบขีดความสามารถด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,082 ราย เสียชีวิต 141 ราย ส่วนใหญ่มากกว่า 70% เป็นสูงอายุและโรคประจำตัวเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อของการระบาดในระลอกนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก พบการระบาดแพร่เชื้อในครอบครัว คนรู้จัก เพื่อนบ้านติดไปถึงผู้สูงอายุและโรคเรื้อรังในบ้านที่เป็น กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ทำให้ป่วยรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ จนถึงวันนี้ยังมีการลักลอบเล่นการพนัน รวมกลุ่มเพื่อน จัดปาร์ตี้ที่บ้านและนอกบ้าน เป็นความเสี่ยงที่ทำให้การแพร่ระบาดไม่ลดลง

สธ.ย้ำงดออกจากบ้าน

นพ.โอภาสกล่าวว่า ขอบคุณความร่วมมือทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทุกหน่วยงานและประชาชน ที่ร่วมมือเป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาที่ทุกครอบครัวจำเป็นต้องปกป้องผู้ที่ท่านรักและตัวท่านเอง ด้วยตัวของท่านเอง โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย งดออกจากบ้าน ทำงานที่บ้านให้มากที่สุด (เวิร์กฟรอมโฮม) ลดความเสี่ยงจากการไปติดเชื้อนอกบ้านและไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นต่อ ทั้งนี้ เวลาอยู่บ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อพูดคุยกับสมาชิกในบ้าน รับประทานอาหารแยกกัน ทำความสะอาดอุปกรณ์หรือที่จับร่วมกันบ่อยๆ เช่น ตู้เย็น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังในบ้านของเรา หากพบการติดเชื้อจะได้ป้องกันอาการที่รุนแรงจนอาจเสียชีวิตได้ ตอนนี้จำเป็นต้องพาผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรังไปรับการฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้ กทม.และปริมณฑล เตรียมพื้นที่และได้รับวัคซีนเพื่อฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในหลายจุด

ป่วยพุ่งทั่วประเทศ

ส่วนสถานการณ์โรคในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก ยังพบการระบาดในโรงงานและสถานประกอบการต่างๆ ผู้ประกอบการต้องร่วมมือกันกับคนงานเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มีการแพร่เชื้อกระจายไปยังชุมชนรอบๆ ทำให้จะต้องมีมาตรการที่เคร่งครัดที่เรียกว่า บับเบิล แอนด์ ซีล คือ การอยู่ในสถานประกอบการกับที่พักเท่านั้น การเดินทางต้องไม่แวะตรงจุดต่างๆ การอยู่ในสถานประกอบการต้องมีการกำกับอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์โรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑลจำนวนมาก ทำให้ ร.พ.ต้องรับผู้ป่วยที่มากขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องขอความร่วมมือทุกท่านงดเดินทางข้ามจังหวัด และเพิ่มการดูแลรักษา โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีอาการหรืออาการน้อย เข้าสู่ระบบการจัดการรักษาดูแลที่บ้านหรือการกักตัวรักษาในชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้มีความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะใน กทม.หลายหน่วยงานเริ่มดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้ว

“จากสถานการณ์ในขณะนี้คาดการณ์ว่า หากยังไม่ทำมาตรการอะไรที่เพิ่มเติมกว่านี้ จะทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมากไปอีกอย่างน้อย 3-4 เดือน ทำให้ต้องมีการยกระดับมาตรการเพื่อป้องกันควบคุมโรค โดยเฉพาะการจำกัดการเดินทางซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ทุกท่านต้องเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคลและเร่งรัดความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนเพื่อลดการป่วยหนัก และการเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง” นพ.โอภาสกล่าว

เปิดจม.อนุทินถึงแอสตร้าฯ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2564 บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำจดหมายถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. ระบุว่า ขอขอบคุณประเทศไทยที่ทำให้เกิดการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 อย่าง กว้างขวาง ด้วยการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯ ในประเทศไทยโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ และมีการตกลงกันว่า แอสตร้าฯ จะส่งวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตในประเทศไทย หรือราว 3 ล้านโดสต่อเดือน ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่เดือนก.ย.2563

ตอนท้ายของจดหมายระบุว่า บริษัทแอส ตร้าฯ เชื่อว่าหากสามารถผลิตได้มากขึ้น ก็จะสามารถส่งวัคซีนให้กระทรวงสาธารณ สุขได้เป็นเดือนละ 5-6 ล้านโดส ซึ่งเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อเดือนก.ย.2563 ทั้งนี้ บริษัทแอสตร้าฯ อธิบายให้รัฐบาลไทยทราบถึงโอกาสที่จะตกลงซื้อวัคซีนเพิ่มผ่านโครงการโคแวกซ์ ควบคู่กันไปกับการตกลงซื้อโดยตรงกับทางบริษัท

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายอนุทินได้ส่งจดหมายตอบกลับถึงบริษัท แอสตร้าฯ ว่า ขอบคุณทางบริษัท แอสตร้าฯ ที่ตั้งใจผลิตวัคซีนภายใต้นโยบายไม่หวังผลกำไร รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตวัคซีนมาสู่ผู้ผลิตในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ แต่ในขณะนี้ประเทศไทยเผชิญกับภาวะวิกฤตการระบาดที่มากขึ้น และเพื่อการแก้ไขปัญหา เรามีความต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความต้องการให้จัดหาวัคซีนให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส เราจึงคาดหวังว่าจะได้รับปริมาณวัคซีนแอสตร้าฯ มากกว่า 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตที่ระบุไว้ในจดหมายจากบริษัท หรือให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส

ในจดหมายระบุอีกว่า นายอนุทินได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมี นพ.โอภาส อธิบดีคร. และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พร้อมผู้กำกับการด้านกฎหมาย เพื่อเจรจากับบริษัท แอสตร้าฯ

สธ.ตั้งทีมเจรจา

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการจัดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ ว่า สำหรับแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในช่วงที่มีการระบาดของโรครุนแรงนี้ ได้มีข้อสั่งการ ให้สลับชนิดการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการเสนอจากคณะกรรมการวิชาการที่ประกอบด้วยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลวิธีการบริหารจัดการวัคซีน ที่ได้ศึกษาวิจัยวิธีการฉีดวัคซีนซิโนแวคสลับกับแอสตร้าฯ ทำให้เกิดภูมิต้านทานในระยะเวลาอันสั้น มีประโยชน์ต่อประชาชนในการรับมือกับสายพันธุ์เดลตา ฝ่ายนโยบายได้พิจารณาว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดรุนแรงจึงได้รับแนวทางมาดำเนินการ

ในส่วนของการจัดหาวัคซีน คร.ในฐานะคู่สัญญากับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศ ไทย) จำกัด ได้เจรจาต่อรองอย่างต่อเนื่องให้ผู้ผลิตที่จะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้ประเทศไทยมากที่สุด เร็วที่สุด โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดรุนแรงขณะนี้ โดยตั้งคณะทำงานในการเจรจากับผู้ผลิต รัฐบาลไทยจะจัดหาวัคซีนและฉีดให้กับคนในประเทศไทยจนครบทุกคน จนกว่าโรคโควิดจะหมดไปหรือกลายเป็นโรคประจำถิ่น

เรียกถกสื่อแค่แจงมาตรการ

ด้านศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถาน การณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผอ.เชิญผู้บริหารซึ่งตัวแทนสื่อมวลชนในส่วนของสถานีโทรทัศน์ ในระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจในการกำหนดทิศทางการนำเสนอข่าวเข้าหารือ ในเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดยศบค.ระบุว่า ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการนำเสนอข่าว ไม่ได้มีเจตนาควบคุมการสื่อสารของสื่อ ผอ.ศปก.ศบค. ต้องการชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการเข้มข้นที่กำลังจะบังคับใช้ให้สื่อทราบโดยละเอียด

สั่งกองทัพเชิงรุกชุมชน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุม หน่วยงาน กอ.รมน. หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบวีทีซี เพื่อเร่งเข้าไปสนับสนุนรับมือกับวิกฤตโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่พบแนวโน้มการแพร่ระบาดในประเทศยังสูงต่อเนื่อง

โดยกำลังทหารตำรวจ ยังคงกระจายกันควบคุมดูแลแคมป์คนงาน 606 แห่งในพื้นที่ต่างๆ ของ กทม. พร้อมทั้งจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ 88 จุด ในพื้นที่ต่างๆ กองทัพได้จัดกำลังร่วมกับ กทม.ทำหน้าที่ชุดตรวจค้นหาเชิงรุก จำนวน 69 ชุด และเตรียมเพิ่มเป็น 188 ชุด เร่งเข้าชุมชนต่างๆ ใน 50 เขต ตรวจคัดกรองแยกผู้ป่วยออกจากบ้านและชุมชน เข้ารับการรักษาในระบบ พร้อมทั้งฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตามบ้านในคราวเดียวกัน ระหว่าง 15-25 ก.ค. เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยถึงชีวิต

พล.ท.คงชีพกล่าวต่อว่า พล.อ.ชัยชาญได้ย้ำสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอให้ทุก เหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่สีแดงเข้ม ตรวจเชิงรุกในชุมชนหน่วยทหาร และจัดตั้งพื้นที่คัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน รองรับการดูแลกันเองในหน่วยทหาร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

เร่งแอนติเจนเทสต์พื้นที่เสี่ยง

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศบค. รับทราบด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดในวงกว้างในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงบริการคัดกรองตรวจเชื้อโควิด-19 และการรักษาพยาบาล จึงได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาการจัดการและปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

โดยในที่ประชุมศบค. วานนี้ นายกฯ ได้ติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดทั้งการตรวจหาเชื้อให้ครอบคลุมให้มากที่สุดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง และการจัดการดูแลผู้ติดเชื้อในลักษณะการดูแลรักษาที่บ้าน (โฮม ไอโซเลชั่น) หรือการดูแลรักษาที่ชุมชน (คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น) และได้อนุญาตให้ใช้ แอนติเจน เทสต์ คิต ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อตรวจให้ครอบคลุมประชากรให้มากที่สุด และนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว ลดการแพร่ระบาดในชุมชน

พาณิชย์เข้มคุมราคาสินค้า

วันเดียวกัน ที่บริเวณลานด้านหน้าห้างแม็คโครสาขาสามเสน กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิ ปัตย์(ปชป.)และประธานมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปล่อยขบวนคาราวาน “ถุงน้ำใจ ปชป.ส่งผู้รอเตียง” เพื่อนำถุงน้ำใจไปมอบให้กับผู้ป่วย โควิด-19 ที่อยู่ระหว่างรอเตียง

นายจุรินทร์ กล่าวถึงมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ว่า สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการจัดรถโมบายพาณิชย์จำหน่ายสินค้าลดราคาช่วยประชาชนจำนวน 300 คัน เพื่อกระจายไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัดที่มีการ ล็อกดาวน์ รวมถึงจะมีการจับมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านจัดอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 50% โดยจะเริ่มโครงการในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ เร่งรัดการตรวจราคาสินค้าต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ได้สั่งการพาณิชย์จังหวัดไปทุกจังหวัดแล้วให้ดำเนินการเด็ดขาดหากพบการกักตุนสินค้า

รามา-ตร.ติดเชื้ออื้อ-งดรับป่วย

วันเดียวกัน ร.พ.ตำรวจ แจ้งผู้รับบริการ เนื่องจากมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ โควิด-19 หลายราย จากการดูแลรักษาผู้ป่วย โควิด จึงขอแจ้งแนวทางการให้บริการ งดรับผู้ป่วยใหม่ ยกเว้น กรณีฉุกเฉิน หรือเร่งด่วน, งดรับบริการห้องฉุกเฉินและอุบัติเหตุ เปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่มีความจำเป็นเร่งด่วน, งดผ่าตัด

และหัตถการที่ไม่จำเป็น ยกเว้น กรณีฉุกเฉิน หรือเร่งด่วน, ลดการให้บริการผู้ป่วยนอก (โอพีดี) และงดเยี่ยมผู้ป่วย

ขณะที่ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.ร.พ.รามาธิบดี ได้ออกประกาศ ขณะนี้มี ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่รับไว้ดูแล 1,000 ราย ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้านกว่า 350 รายผู้ป่วยรอค้างเข้ารักษาในร.พ.กว่า 200 ราย

และรอค้างที่ห้องฉุกเฉินเป็นจำนวนมาก ขณะที่มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานภายในคณะ ติดเชื้อสะสมกว่า 300 ราย ทำให้ร.พ. ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่จะดูแลผู้ป่วย การให้บริการใกล้ถึงขั้นเกินขีดความสามารถที่จะดูแลประชาชน ดังนั้น ร.พ.จึงขอประกาศมาตรการ งดผ่าตัดที่นัดล่วงหน้าทุกประเภทยกเว้นกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินเท่านั้น งดให้บริการที่ห้องฉุกเฉินยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และลดการมาตรวจที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอก นัดตรวจทางไกล และรับยาทางไปรษณีย์

รอฉีด – ประชาชนที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดและนัดหมายผ่านนนท์พร้อม รอบเช้า 4 พันคน รอบบ่าย 5 พันคน เดินทางมารอฉีดก่อนเวลานัด ทำให้เกิดการรวมตัวจำนวนมาก ที่ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 ก.ค.

นนท์ประเดิมฉีดสลับวัคซีน

ที่ห้างเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นนทบุรี ได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ลงทะเบียนและนัดหมายผ่าน “นนท์พร้อม” จำนวน 9,000 คน โดยแบ่งเป็นรอบเช้าเข็ม 2 จำนวน 4,000 คน ส่วนรอบบ่ายเข็มแรก จำนวน 5,000 คน โดยมีประชาชนมารอฉีดวัคซีนจำนวนมาก แต่ ไม่ได้รับวอล์กอิน โดยประชาชนผู้มาฉีดต่างมั่นใจว่าการปรับสูตรฉีดวัคซีนจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดโควิดพันธุ์เดลตาดีขึ้น

นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รองนพ.สสจ.นนทบุรี ได้มาคอยดูแลความเรียบร้อย กล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดตามสูตรใหม่ (SV+AZ) วันแรก จะมีคนจะได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็ม 2 เกือบ 4,000 คน มีการนัดหมายเป็นรอบๆ ส่วนช่วงบ่ายเริ่มบ่ายโมง นัดเข็ม 1 เป็นซิโนแวค อีก 5,000 คน ประชาชน มาก่อนนัดตั้งแต่เช้า

ถ้าดูตามกระแสในโซเชี่ยลการปรับสูตรก็มีคนไม่ต้องการเยอะ เพราะ ไม่อยากรับสูตรนี้หรือยังไม่มั่นใจ แต่เมื่อมาดูวันนี้ก็ทำให้เห็นว่าคนต้องการสูตรใหม่ที่ต้านทานเชื้อเดลตา ก็คือซิโนแวคเข็มหนึ่งและ แอสตร้าฯ เข็ม 2 และคนที่มาฉีดซิโนแวค เข็มแรกวันนี้ อีก 3-4 สัปดาห์ก็จะฉีดแอสตร้าฯ ให้เป็นเข็มที่ 2 ทำให้คนมารอกันตั้งแต่เช้าเพราะคนไม่มาตามเวลานัดหมาย

ทั้งนี้ คนที่ได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 1 เข็ม 2 ก็จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนคนที่ได้เข็มที่ 1 ซิโนแวค เข็มที่ 2 จะเป็นแอสตร้าเซนเนก้าแน่นอน ยกเว้นคนที่ไม่ต้องการฉีดหรือมีประเด็นเกี่ยวกับโรคประจำตัวที่มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีร.พ.หลายแห่ง ประกาศเลื่อนนัดฉีด “วัคซีนโควิด-19” ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค.นี้ แบบไม่มีกำหนด โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทะเบียนผ่าน “หมอพร้อม” เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข และขอให้ติดตามประกาศในแต่ละวัน อาทิ ร.พ.ชลบุรี, ร.พ.เปาโลพระประแดง, ร.พ.สำโรงการแพทย์, ร.พ.เปาโลสมุทรปราการ, ร.พ.ชะอำ, ร.พ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์, ร.พ.สินแพทย์ เทพารักษ์ นอกจากนี้ ยังมีที่ห้างเซ็นทรัล นครราชสีมา ก็งดให้บริการทั้งวัคซีนซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า แบบไม่มีกำหนดเช่นกัน

ซิโนฟาร์มไม่ฉีดสลับชนิด

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทำหนังสือถึง ผอ.ร.พ.ที่ให้บริการฉีดวัคชีนซิโนฟาร์ม แจ้งเรื่อง แนวทางการใช้วัคซีนซิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬภรณ์ โดยระบุว่า ขณะนี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังไม่มีนโยบายการให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ต่างชนิดกัน รวมถึงยังไม่มีนโยบายการฉีควัคซีนเข็มที่ 3 หรือเข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชน เนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น โดยแนะนำให้ฉีดชนิดเดียวกันทั้ง 2 เข็มตามที่บริษัทผู้ผลิตได้รับอนุญาตจากองค์การอนามัยโลกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย

ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการไม่เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะไม่รับผิดชอบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม และการประกันอาจไม่คุ้มครองการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอาการข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ยกเว้นเป็นการทำงานวิจัยที่ได้รับการอนุมัติและดำเนินการวิจัยตามมาตรฐานการวิจัยในคนและแนวทาง กู๊ด คลินิกคอล แพรกทริซ Good Clinical Practice

ศ.นพ.นิธิ ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเกินหมื่นราย อยากเสนอ ศบค.กับทีมงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าน่าจะเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ นับแต่พรุ่งนี้ คือ 1.แยกรายงานว่าคนไข้ใหม่ที่เกิดนั้น ฉีดวัคซีนแล้วกี่คน (ครบสองเข็มไปแล้วสองอาทิตย์ หรือหนึ่งเข็ม) วัคซีนอะไร และไม่ได้ฉีดกี่คน และคนที่รับวัคซีนครบ สองเข็มนานเกินหกเดือน (หรือจะเอาสาม หรือเก้า) มีกี่คน

2.ในผู้เสียชีวิตมีฉีดวัคซีนเท่าไร ครบสองเข็มไหม วัคซีนอะไร และไม่ได้วัคซีนกี่คน 3.ถ้าอยากทราบข้อมูลเพิ่มก็รายงานจำนวนคนไข้ในไอซียู คนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจกี่รายฉีดวัคซีนครบไหม วัคซีนอะไร หรือไม่ได้ฉีด 4.เพื่อเพิ่มให้มีความรู้มากขึ้น รายงานอัตราส่วนการตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ เทียบไปด้วยได้เลยยิ่งดี เพราะอนาคตนอกจากเดลตา จะมี อีตา เอ็บซิลอนและอื่นๆ ถึงเวลานั้น เราจะได้มีข้อมูลตัดสินใจได้ทันทีในหลายๆเรื่อง บนพื้นฐานของตัวเลขที่เป็นแฟ็ก

แนะเลิกซื้อซิโนแวค

วันเดียวกัน ในคลับเฮาส์ได้ตั้งกลุ่มพูดคุยกันในหัวข้อ Q&A : คณบดีศิริราช เรื่องวัคซีน COVID-19 และประเด็นต่างๆ โดยมีนพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งการพูดคุยเป็นการตอบคำถามและเผยข้อมูลสำคัญหลายประเด็น

นพ.ประสิทธิ์ ระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์ล็อต 1.5 ล้านโดสแรกที่จะเข้ามา เดิมจะถูกกระจายให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง แต่หลังจากการประชุมได้ข้อสรุปว่าจะแบ่งให้บุคลากรด่านหน้า คาดจะเข้ามาในช่วงปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า โดยคร. ได้สำรวจโรงพยาบาลว่ามีบุคลากรฉีดซิโนแวคไปแล้วกี่คน หลังจากนี้ไม่น่าจะสั่งซิโนแวคมาเพิ่มอีกในอนาคต เพราะมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ควรดูวัคซีนที่ ไฮล์ ควอลิตี้ เช่น แอสตร้าฯ กับ จอห์นสันแอน์จอห์นสัน พวก mRNA รวมถึงโปรตีนซับยูนิต เช่น โนวาแวกซ์

ศ.นพ.ประสิทธิ์ ระบุว่า คนที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์ เชื่อว่าเพียงพอต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ควรให้ความสำคัญกับบุคลากรที่ได้รับซิโนแวค ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเป็นอันดับต้นๆ

ที่จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) พร้อม นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมด่านตรวจท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมี พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผบช.ภาค 8, พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ และ พ.ต.อ. อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สถานการณ์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หลังเปิดรับนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นั้น ขณะนี้มียอดการจองห้องพักเข้ามาแล้วกว่า 200,000 รูมไนต์ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนก.พ.2565 ขณะที่ยังสามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ โดยผ่านมาแล้ว 15 วัน มีนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการติดเชื้อเพียง 10 ราย ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้

เที่ยวภูเก็ต – นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ตามโครงการ ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ เดินทางมาขึ้นเรือชมทะเลและดูปะการัง ทำให้บรรยากาศเริ่มกลับ มาคึกคัก ที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 ก.ค.

ปลดไทยปลอดภัยกระทบสมุย

ส่วนโครงการ “สมุย พลัส โมเดล” ททท. ได้คาดการณ์ไว้ว่าตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค. จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 1,000 คน จะสร้างรายได้กว่า 180 ล้านบาท และหลังจากนั้นก็จะเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และไตรมาสแรก ของปี 2565

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า จากที่ อียูปลดไทยออกจากกลุ่มประเทศปลอดภัย จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวกับสมุย พลัส โมเดล ที่ต้องพี่งพานักท่องเที่ยวจากต่างชาติ หลังจากนี้หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาแล้วกลับไปต้องถูกกักตัวหรือเจอมาตรการด้านสาธารณสุขของประเทศตนเอง นักท่องเที่ยวต้องคิดก่อนที่จะเดินทางมาประเทศไทย แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นเราก็จะต้องกลับมาทำการตลาดใหม่อีกครั้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไตรมาสที่ 4

สำหรับแผนการตลาดในระยะต่อไป เราจะเชื่อม 7 วันในภูเก็ต และ 7 วันหลังที่เกาะสมุยโดยไม่ต้องกักตัว และในวันนี้จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจาก “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่พ้นกำหนดกักตัว 14 วัน จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย จำนวน 40 คน ซึ่งทั้งหมดผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครบ 2 ครั้ง มีผลเป็นลบไม่ติดเชื้อโควิด มีความปลอดภัย ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาวเกาะสมุย

ชลบุรีนิวไฮ 659-ตาย 1

ที่สสจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 659 ราย มียอดสะสม 14,715 ราย รักษาตัวอยู่ 5,877 ราย หายป่วย 8,762 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเป็น 76 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ 11 อำเภอ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อที่มากที่สุดที่อำเภอศรีราชา 181 ราย บางละมุง 156 ราย บ้านบึง 59 ราย เมืองชลบุรี 137 ราย พานทอง 42 ราย สัตหีบ 11 ราย พนัสนิคม 15 ราย บ่อทอง 34 ราย เกาะจันทร์ 2 ราย หนองใหญ่ 1 ราย เกาะสีชัง 1 ราย ด้วยกัน

สำหรับการติดเชื้อในวันนี้ส่วนมากก็ยังมาจากในสถานประกอบการ 14 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อวันนี้ก็มาจากเชื้อภายในครอบครัว 256 ราย จากสถานที่ทำงาน 95 ราย

นครปฐมเปิดร.พ.สนามที่5

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 5 ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ค. พบผู้ป่วยระลอกใหม่ รวม 8,494 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ประจำวันพบอีก 240 ราย เสียชีวิต 5 ราย จากการเฝ้าระวังเชิงรุก 209 ราย ค่าเฉลี่ยช่วง 7 วันที่ผ่านมา 245 ราย รวมสะสมผู้เสียชีวิต 91 ราย อำเภอที่พบสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่ อ.สามพราน 140 ราย อ.เมือง 50 ราย และอ.นครชัยศรี 18 ราย กลุ่มอายุที่พบมากได้แก่ ช่วงอายุ 21-30 ปี รองลงมาคือ 31-40 ปี และ 41-50 ปี ตามลำดับ

นอกจากนี้ จ.นครปฐมได้สั่งปิดบจก. แอล ที ยู แอพพาเรลล์ ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน 14 วัน ซึ่งได้รับแจ้งว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 75 คน จากการตรวจ 126 คน

ปราจีนปิดโรงงาน

นายวรพันธุ์ สวัณณุสส์ ผวจ.ปราจีนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปราจีนบุรี แจ้งว่า จากการตรวจคัดกรองเชิงรุก พนักงาน คนงาน และกลุ่มเสี่ยงของบริษัท ทีมพรีชิชั่น จำกัด (มหาชน) สาขาปราจีนบุรี ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พบผู้ติดเชื้อจำนวน 53 คน และมีความเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่น ดังนั้นจึงสั่งปิดบริษัท ทีมพรีชิชั่น ตั้งแต่ 16-29 ก.ค. ห้ามเคลื่อนย้ายพนักงานไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สาขา หรือสถานที่อื่น

ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่รายงานวันพบ 63 ราย รวมสะสมระลอกเดือนเม.ย. 1,637 ราย

อยุธยาเพิ่มอีก207

นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนคร ศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 207 ราย จากการสอบสวนโรคพบว่า มีประวัติเดินทางไปในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง มีการเดินทางไปในพื้นที่มีการพบผู้ติดเชื้อ จำนวนมาก ที่พบมากเป็นการสัมผัสคนในครอบครัว 89 ราย

นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ในคลัสเตอร์กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทั้งในเขต อ.วังน้อย อ.บางปะอิน จึงมีมติออกคำสั่งให้ปิดสถานประกอบการ โรงงาน และตลาด เพื่อควบคุมและปรับปรุงมาตรการเป็นการชั่วคราว ดังนี้ ให้ปิดบริษัท รอยัลไทม์ ซิตี้ และบริษัท เคียวเซ่ แฟคเตอรี อ.วังน้อย ตั้งแต่วันที่ 17-21 ก.ค. ปิดบริษัทแมรีกอท จิวเวลรี่ อ.บางปะอิน ตั้งแต่วันที่ 17-24 ก.ค. ปิดโรงงานนอร์เมริกา อ.วังน้อย และปิดตลาดเจ้าพรหม อ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 17-23 ก.ค.

หมอสระแก้วป่วย 2

ที่จ.สระแก้ว นพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 64 ราย ติดเชื้อในจังหวัด 22 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 55 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง อยู่อ.อรัญประเทศ มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคโลหิตจาง และมะเร็งเม็ดเลือดขาว

นอกจากนี้ที่ อ.วังสมบูรณ์ พบแพทย์ 2 ราย เป็นชายอายุ 25 ปี ติดเชื้อขณะปฏิบัติงาน ในขณะที่อ.โคกสูงพบชาย 50 ปี ติดจากผู้ที่เดินทางกลับจากค้าขายที่ตลาดลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนอีกรายเป็นหญิง 46 ปีติดจากกลุ่มเสี่ยงที่กลับจากจ.ปทุมธานีแล้วไปร่วมงานบวชคนที่อาศัยอยู่ซอยเดียวกัน ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงแล้วยังไปร่วมงานสังคม ขณะที่ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,050 ราย เสียชีวิตสะสม 11 ราย

กาญจน์พุ่ง86

สสจ.กาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 86 ราย หายป่วย 24 ราย รมสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย. จำนวน 1,357 ราย รักษาในร.พ. 698 ราย เสียชีวิตสะสม 16 ราย

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ได้โพสต์เฟซบุ๊กกำลังฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เป็นเข็มที่ 2 โดยระบุว่า “หากวิธีการนี้เป็นอันตราย ผู้ว่าตายก่อน” ต่อมาให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร จึงคิดว่าให้เอาตนเองเป็นตัวอย่างในการฉีดวัคซีนแบบไขว้คือ เข็มแรกฉีดซิโนแวค ซึ่งฉีดมาแล้วที่ร.พ.ศิริราช และเข็มที่ 2 ฉีดแอสตร้าฯ ที่ร.พ.สมุทรสาคร เมื่อเย็นวันที่ 17 ก.ค. หากเป็นอันตรายผู้ว่าฯ ก็จะได้รับผลกระทบก่อน แต่ผ่านมาเกือบ 24 ชั่วโมงแล้วก็ยังคงมีอาการปกติดีทุกอย่าง

สำหรับการฉีดวัคซีนไขว้เข็มแรกเป็นซิโนแวค ส่วนเข็มสองเป็นแอสตร้าฯ นั้น ทางร.พ.สมุทรสาครได้ดำเนินการฉีดให้แก่กลุ่มผู้สมัครใจในทุกกลุ่มอายุไปแล้วเกือบ 1,000 ราย โดยทุกคนยังอยู่เป็นปกติดี

ส่วนร.พ.กระทุ่มแบนนั้น ยังคงฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เพียงอย่างเดียว แต่จะเริ่มการฉีดวัคซีนผสมในวันที่ 22-23 ก.ค. ให้แก่ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและยังไม่มีใบนัดที่ระบุวันนัด

ขณะที่ร.พ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) อยู่ระหว่างการรอความชัดเจนของวัคซีนที่จะจัดส่งมา โดยจะเปิดจุดฉีดวัคซีนอีกครั้งวันที่ 30 ก.ค. ก่อนประชุมบริหารจัดการว่าจะฉีดแบบผสมหรือไม่

‘เต้น’ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ที่ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ติดเชื้อโควิดหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. แต่ไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีไข้ ไม่เหนื่อยหอบ จมูกได้กลิ่น ลิ้นรู้รส ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ล่าสุดนายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า “ไม่ใช่แค่แต้วนะ เต้นก็เหมือนกัน ผลตรวจโควิดรอบ 2 วันที่ 17 ก.ค. ของผมเป็นลบ ไม่มีเชื้อ ขออภัยในความไม่สะดวกต่อทุกท่านผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องไปตรวจและกักตัวอยู่ตอนนี้ทั้งกรุงเทพฯ และจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งหมดกว่า 100 คน ไม่มีใครติดเชื้อ แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมจะกักตัวต่อจนครบกรอบเวลาเดิมที่แพทย์กำหนดไว้ครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน