ให้ประกัน‘น้องมายด์-ครูใหญ่’พร้อมพวกรวม 12 คน ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 อ่านแถลงการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีศาลกำหนดเงื่อนไขเข้ม ห้ามกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันอีก เเละให้รายงานตัวตามกำหนดนัดทุกนัด โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาต ถ้าหากผิดสัญญาประกันจะปรับ 2 เเสนบาท
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวก รวม 13 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (มายด์ มหานคร) 2.นายกรกช แสงเย็นพันธ์ (ปอ ดีอาร์จี) 3.นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล 4.น.ส.เบนจา อะปัญ 5.นายวัชรากร ไชยแก้ว 6.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา (แอม) 7.นาย อรรถพล บัวพัฒน์ (ครูใหญ่) 8.นายอัครพล ตีบไธสง 9.นายกฤษพล ศิริกิตติกุล 10.น.ส. สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจ 11.น.ส.รวิสรา เอกสกุล 12.น.ส.ณัชชิมา อารยะตระกูลลิขิต และ 13.นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ ซึ่งถูกกล่าวหาความผิดมาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีชุมนุมอ่านแถลงการณ์หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2563
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ต้องหาทยอยเดินทางมารับทราบคำสั่ง โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนบางส่วน รวมถึงนายอานนท์ นำภา เเกนนำราษฎร เดินทางมาให้กำลังใจ และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยมีหุ่นศพจำลอง และป้ายที่มีข้อความขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมถึงข้อความต่อต้าน มาตรา 112 ด้วย ภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมันจำนวน 3 คน มาร่วมสังเกตการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างผู้ต้องหารับฟังคำสั่งจากอัยการอยู่นั้น ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนประมาณ 10 คน ใช้โทรโข่ง และตะโกน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับทั้ง 13 ผู้ต้องหา และโจมตีการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงการใช้ความรุนแรงในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วย
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้ ตนและเพื่อนส.ส.พรรคก้าวไกล 2 คน ได้แก่ นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล และน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาประกันตัวโดยการใช้ตำแหน่งส.ส. ซึ่งเบื้องต้นทางทนายประสานมาว่าใช้ตำแหน่ง ส.ส. 3 คน ก็เพียงพอ
จากนั้นเวลา 10.35 น. พนักงานอัยการได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 13 คนเดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล โดยนาย ศุภณัฐ บุญสด ทนายประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัยการสั่งฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 ทั้ง 13 คน ซึ่งได้เตรียมการประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งอาจารย์ 6 คน และส.ส. 3 ท่าน โดยวงเงินประกันตีไว้คนละ 2 แสน แต่เนื่องจากใช้ตำแหน่งประกันก็จะครอบคลุมทั้งหมด ไม่ต้องใช้เงินประกัน
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่าวันนี้พนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 12 คนโดย นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ไม่ได้เดินทางมาตามนัดอัยการ จึงยื่นฟ้องเท่าที่มีตัว 12 คน ส่วนนายณวรรษ หากติดตามตัวมาได้ ก็จะเเยกดำเนินคดีต่างหาก
สำหรับคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 จำเลยทั้ง 12 คน กับพวกอีก 2 คนที่ยังหลบหนีไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยใช้รถสามล้อเครื่อง ติดตั้งเครื่องขยายเสียงชุมนุมกล่าวปราศรัย ลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบัน ที่บริเวณหน้าสถานทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นจำเลยที่ 1 ได้เป็นตัวแทนเข้าไปในสถานทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อยื่นหนังสือจดหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันให้เอกอัครราชทูต
ระหว่างนั้น จำเลยที่ 2-5 ได้ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่อ่านหนังสือแถลงการณ์ฉบับภาษาไทยและภาษาต่างประเทศที่จัดเตรียมมา ผ่านเครื่องขยายเสียงโดยมีเนื้อหาโจมตีรัฐบาลและสถาบัน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังอย่างร้ายแรง และการร่วมกันกระทำความผิดของจำเลยทั้ง 12 คนกับพวก ยังเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใด โดยการร่วมกันยื่นจดหมายที่สถานเอกอัคร ราชทูตสหพันธ์สาธารณวัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย อ่านหนังสือแถลงการณ์และกล่าวปราศรัย ยุยง ปลุกปั่น ให้กลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนอื่นทั่วไป เกิดความเกลียดชังสถาบัน ชักจูงประชาชนแบ่งออกเป็นฝักฝ่ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนที่มาชุมนุมฝ่าฝืนหรือล่วงละเมิดกฎหมายของแผ่นดินอันบัญญัติไว้เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดล่วงละเมิดสถาบัน และพูดชักชวนหรือโน้มน้าวให้ประชาชนร่วมกันเรียกร้องให้มีการเปลี่ยน แปลงกฎหมาย เพื่อจำกัดพระราชอำนาจในด้านต่างๆ อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1297/2564 เพื่อนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานต่อไป
หลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง จำเลยทั้ง 12 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง โดยหากผิดสัญญาประกันปรับ 2 เเสนบาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามไปกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีก เเละให้รายงานตัวตามกำหนดนัดทุกนัด โดยถือปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาตจากศาล เเละนัดสอบคำให้การวันที่ 11 ต.ค.นี้ 09.00 น.
ด้านนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ กล่าวภายหลังที่ได้รับการปล่อยตัวว่าตนได้แถลงต่อศาลและเขียนคำร้องต่อศาลว่าการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ ที่จะเป็นการจำกัดสิทธิ์จนเกินไป ที่จะร้องขอแก้เงื่อนไขในอนาคต คือ เงื่อนไขห้ามกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ซึ่งการใช้คำว่า “ห้ามทำผิดอีก” หมายความว่า ศาลได้ตัดสินไปแล้ว ซึ่งที่จริงยังไม่มีการตัดสินหรือไต่สวน ดังนั้นอาจจะต้องแก้ไขในประเด็นนี้ อีกประการหนึ่งคือคำว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นคำที่ไม่ชัดเจน คลุมเครือ โดยตามหลักอ้างอิงจากมาตรา 112 เป็นกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และ ผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นการตีความคำว่า ‘สถาบันพระมหากษัตริย์’ จะมีความครอบคลุมถึงองค์กรใดบ้าง ซึ่งต้องให้ทางศาลระบุชัดเจนให้อ้างอิงตามกฎหมาย ม.112 ซึ่งในความไม่ชัดเจนนี้อาจจะทำให้ผู้เห็นต่างทางการเมือง ส่งเรื่องยื่นถอนประกันได้
ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ที่จำเลยถูกกล่าวหา ม.112 จากการไปชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมันนั้น ตนขอบคุณศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ให้การปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มาเป็นนายประกัน สิ่งที่พวกตนจะทำต่อไปคือการต่อสู้คดีความว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหา
ที่ลานหน้าสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 กรุงเทพมหานคร กลุ่มมวลชนหมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จัดกิจกรรม “หล่อเทียน ทำบุญประเทศ ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไปไอ้สัส” เป็นวันที่ 2
เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ได้นำกำลังมาดูแลพื้นที่การชุมนุมโดยรอบ และนำรั้วเหล็กมากั้นรอบลานพระบรมรูป ร.6 เพื่อกันไม่ให้เข้าไปใช้ในพื้นที่ ทำให้ผู้ชุมนุมต้องมาใช้พื้นที่ตรงทางขึ้นลงรถไฟฟ้า MRT ด้านถนนพระราม 4 โดยก่อนร่วมการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตร.สน.ลุมพินี ได้มาอ่านประกาศเตือนข้อกำหนดห้ามจัดกิจกรรมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอ่านประกาศฯ ทั้งนี้มวลชนได้ชูสามนิ้วพร้อมโห่ไล่ตำรวจ
ส่วนบนเวที นายจตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ยังเป็นผู้ดำเนินการจัดการปราศรัย มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 200 คน พร้อมทั้งนำป้ายผ้าเขียนข้อความต่างๆ ที่มีข้อความเกี่ยวกับ วัคซีน และการไล่นายกฯ การปราศรัยมีการสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นพูดถึงการบริหารการจัดการจัดหาวัคซีน และการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล เหตุการณ์ทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ฟ้อง112 – อัยการนำ ‘มายด์’ ภัสราวลี พร้อมพวกรวม 12 คน ฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ ตกเป็นจำเลยคดีมาตรา 112 กรณีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ปี 2563 ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

หล่อเทียนไล่ – กลุ่มมวลชนหมู่บ้านทะลุฟ้า จัดกิจกรรมหล่อเทียนทำบุญประเทศ และขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมปราศรัยถึงความผิดพลาดในการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิดของรัฐบาล ที่สวนลุมพินี กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.ค.