ทำนิวไฮรายวัน-ป่วยเพิ่ม14,575 มหาชัยหนักอีก-ติดเชื้อทะลุพัน ‘หมอชนบท’ชี้ทางรอดคนกรุง โวยสายด่วน1668โทรเสยตังค์
ติดเชื้อโควิดทุบสถิติอีก 14,575 รายวันเกินหมื่น 7 วันติด ขณะที่ตายเพิ่ม 114 อาการหนักเกือบ4 พัน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 900 ราย หลายจังหวัดป่วยพุ่งกระฉูด สมุทรสาคร 1,070 ชลบุรีนิวไฮ 669 ผู้ว่าฯ สั่งปิด 2 แคมป์คนงาน รวมทั้งชายหาด สระแก้วป่วย 103 พบบุคลากรสาธารณสุขติดเชื้อ 3 นครปฐมเจอคลัสเตอร์โรงงานผลิตยางรถยนต์ สลดหนุ่มฟุบข้างถนนกลางตลาดแม่กลอง กู้ภัยนำส่งร.พ. ก่อนสิ้นใจ เร่งตรวจหาเชื้อโควิด นายกฯ สั่งเร่งขยายเตียงสนามรองรับป่วยพุ่ง ด้านร.พ.ธรรมศาสตร์ฯเปิดหลักเกณฑ์ไม่ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย โควิด-19 เผยกลุ่มวิกฤตรุนแรง ระบุบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ไม่เพียงพอรักษา เตียงไอซียูล้น ‘แพทย์ชนบท’ ยื่น 3 ข้อรัฐบาลเร่งแก้โควิดในกรุง จี้เพิ่มจุดตรวจให้ทั่วถึง ประเดิมที่หาดใหญ่ นิสิตจุฬาฯ ขึ้นโรงพักหาดใหญ่แจ้งจับ “บิ๊กตู่” เอาผิดตามมาตรา 157, 172 บริหารโควิดล้มเหลว ทั้งที่มีอำนาจเต็ม
ติดเชื้อทุบสถิติ 14,575-ดับ 114
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,575 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,490 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,889 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 3,601 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 1,072 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 467,707 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 7,775 ราย หายป่วยสะสม 320,152 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 143,744 ราย อาการหนัก 3,984 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 900 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 114 ราย เป็นชาย 61 ราย หญิง 53 ราย อยู่ในกทม.มากที่สุด 49 ราย ผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 14 ปี มากที่สุด 59 ปี โดยผู้เสียชีวิตในวันนี้พบเสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉิน 1 ราย และเสียชีวิตหลังจากตรวจพบเชื้อไม่เกิน 6 วัน 47 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,811 ราย ส่วนการฉีดวัคซีนวันที่ 22 ก.ค. จำนวน 304,243 โดส ยอดสะสม 15,388,939 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 193,410,165 ราย เสียชีวิตสะสม 4,151,456 ราย
ศบค.ห่วงตจว.ติดโควิดพุ่ง
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ขณะตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัดอันดับแรก กทม. 3,104 ราย สมุทรสาคร 1,067 ราย สมุทรปราการ 837 ราย ชลบุรี 669 ราย ระยอง 516 ราย ปทุมธานี 511 ราย พระนครศรีอยุธยา 359 ราย ฉะเชิงเทรา 352 ราย นนทบุรี 305 ราย และปัตตานี 290 ราย และถ้าดูข้อมูลการติดเชื้อในวันนี้จากเดิมที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในกทม.และปริมณฑล ขณะนี้อัตราส่วนต่างจากเมื่อก่อน กทม.และปริมณฑลตัวเลขไม่ได้ลดลงมาก ส่วน 71 จังหวัดที่เหลือมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และจากรายงานกรมควบคุมโรคระบุหลายจังหวัดทางภาคอีสานเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากทม.และปริมณฑล อาทิ อุบลราชธานี สระบุรี ตาก ขอนแก่น อุตรดิตถ์ สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ สุราษฎร์ ธานี พังงา กระบี่ สตูล ขณะที่จ.ลำปางมาจากโครงการรับผู้ป่วยกลับบ้าน และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ยังได้รายงานด้วยว่าหลังมีการประกาศใช้ข้อกำหนดยังมีประชาชนเดินทางข้ามพื้นที่เกินแสนคน “ในที่ประชุมศบค.ชุดเล็กได้พูดคุยถึงการดูแลผู้ติดเชื้อในกทม. ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 3,104 ราย ยังไม่รวมการตรวจด้วยวิธีแรพิดเทสต์ที่มีผลบวกอีก 2,000 กว่าราย ใน 1-2 วันนี้กทม.จะรวบรวมตัวเลขการตรวจทั้งหมด เพื่อมารายงานให้เห็นภาพรวม และจะมีการชี้แจงให้ประชาชนรับทราบว่าแต่ละเขต แต่ละกลุ่มเขต สามารถไปตรวจเชื้อได้ที่ไหน รองอธิบดีกรมการแพทย์รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยรอเตียงเพิ่ม 868 ราย ที่ผ่านมา กทม.ปิดเคสผู้ป่วยรอเตียงได้ทั้งสิ้น 121,457 ราย ยังมีประชาชนที่ไม่เข้าสู่ระบบ แต่กระบวนการทำงานกำลังเร่งอย่างที่สุด ผู้อยู่ระหว่างรอการจัดสรรเตียง จะได้รับการจัดสรรโดยเร็ว จำนวนนี้เป็นผู้ป่วยสีแดง 40 ราย จะเร่งนำเข้าระบบโดยเร็วที่สุด ใน 1-2 วันนี้จะมีข้อมูลชัดเจนว่าผู้ป่วยระดับสีใดอยู่ในพื้นที่ใด” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดป่วยรายวัน 14,575 ราย ทำให้ยอดป่วยเกินหมื่นราย 7 วันติดต่อกัน

แจ้งจับนายกฯ – นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ ปี 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจ้งความดำเนินคดีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผิด ม.157 และ ม.172 กรณีจัดการปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ผิดพลาด ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 22 ก.ค.
นิสิตจุฬาแจ้งจับ‘ตู่’แก้โควิดเหลว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายวชิรวิชญ์ มามะมูนา อายุ 18 ปี ชาวจ.สงขลา นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.สุชาติ แก้วรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมนำหลักฐานเป็นสำเนาใบเสร็จรับเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด นายวชิรวิชญ์กล่าวว่า วันนี้ตนมาแจ้งความดำเนินคดีกับพล.อ.ประยุทธ์ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย หรือโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองในเรื่องรวบอำนาจไว้เองคนเดียว เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง และเพื่อประโยชน์ให้ผู้อื่นในการทำธุรกิจค้าขายหน้ากากอนามัยหรือให้บริการในการฉีดวัคซีนหรือตรวจรักษาในราคาแพง เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 และเข้าลักษณะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 “การแจ้งความดำเนินคดีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี และผู้รับผิดชอบบริหารจัดการปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย และทุจริตต่อหน้าที่ เป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 63 ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มกว่า 9,000 คนต่อวัน ผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น มีประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับการป้องกันดูแลรักษาและถูกปล่อยปละละเลย ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่การป้องกันการติดเชื้อ การรักษา การรอคอยจนมีอาการสาหัส และตายคาบ้านพักจำนวนมาก และเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดด้วย ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการไม่ทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ มีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน” นายวชิรวิชญ์กล่าวต่อว่า การปล่อยปละละเลยของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย 1.ต้องซื้อหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง 2.ไม่จัดรถไปรับผู้ป่วย บางคนต้องจ้างรถไปเอง บางคนต้องรอจนตายคาบ้านพัก บางคนมีอาการป่วยหนักและไปตายที่โรงพยาบาล 3.ไม่จัดแพทย์พยาบาลไปดูแลรักษาขณะรอรถไปรับที่บ้านหลายวัน 4.ไปขอตรวจเชื้อหรือขอเข้ารักษาที่โรงพยาบาลก็ไม่รับตรวจหรือรักษาเมื่อรัฐไม่มีวัคซีนเพียงพอ ทำให้ต้องไปใช้บริการจากโรงพยาบาลเอกชนและต้องจ่ายค่ารักษาในราคาแพง “ผมเป็นผู้ได้รับความเสียหายตามที่ต้อง ซื้อหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” นายวชิรวิชญ์กล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และจะนัดสองปากคำนายวชิรวิชญ์อีกครั้ง
โวยสายด่วน 1668 โทร.เสียเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความเรื่องการโทร.ไปยังหมายเลขสายด่วน 1668 สายด่วนหาเตียง โดยใช้เวลาติดต่ออยู่นานจนเงินในโทรศัพท์มือถือหมด ทำให้สงสัยว่าหมายเลขสายด่วน 1668 ไม่ฟรีหรือ ก่อนสอบถามไปยังเครือข่ายโทรศัพท์พบว่าเบอร์นี้ไม่ฟรี คิดนาทีละ 1.50 บาท นี่คือสิ่งที่คนไทยสมควรต้องจ่ายเพื่อเอาชีวิตรอดหรือ ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีหมายเลขสายด่วนโควิด 1668 ประชาชนที่โทร.เข้ามายังต้องเสียค่าให้บริการนั้น เป็นเพราะผู้ได้รับจัดสรรหมายเลข ได้แก่ กรมการแพทย์ ไม่ได้ขอใช้งานบริการงานสาธารณะ ที่เป็นของหน่วยงานของรัฐซึ่งให้บริการที่เป็นประโยชน์กับประชาชนที่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมเลขหมาย อย่าง 1669 ที่ให้โทร.ฟรี ทำให้ผู้ให้ระบบบริการโทรศัพท์ (โอเปอเรเตอร์) ไม่รู้ข้อมูลว่าเป็นการใช้งานอะไร ทำให้การโทร.จึงต้องเสียค่าโทร.อยู่ ดังนั้นต้องให้ทางกรมการแพทย์ยื่นเรื่องขอยกเว้นค่าโทร.มายัง กสทช.โดยตรง เพื่อที่ กสทช.จะได้อนุมัติโดยเร็วที่สุด และทราบเรื่องมาขณะนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กำลังรวบรวมทุกเลขหมายที่ให้บริการเกี่ยวกับโควิด-19 ให้เป็นเลขหมายสำหรับประชาชนได้โทร.ฟรี แต่หากเลขหมาย 1668 ทางกรมการแพทย์ที่เป็นเจ้าของเลขหมายยื่นเรื่องมายัง กสทช.โดยตรงจะเร็วกว่าขั้นตอนของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่กำลังดำเนินการ “เข้าใจว่าเดิมเบอร์ 1668 ทางกรมการแพทย์ให้บริการของสถาบันโรคทรวงอก สถาบันโรคมะเร็ง และขยายนำมาใช้เพื่อให้บริการประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 แล้วไม่ได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมในเบอร์ 1668 ให้มีการโทร.ฟรี ทำให้ทางโอเปอเรเตอร์ไม่รู้ข้อมูลว่าเป็นการให้บริการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน จึงต้องเสียค่าโทร. เพียงแค่กรมการแพทย์ทำเรื่องมาที่ กสทช.พร้อมอนุมัติให้ประชาชนใช้บริการได้ฟรี”
ระยองติดเชื้อนิวไฮ 516
นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยองเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 516 คน เป็นสถิติใหม่ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 4,544 คน และเสียชีวิตแล้ว 17 ราย สำหรับยอดผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากคลัสเตอร์โรงงานในพื้นที่อ.ปลวกแดง และคลัสเตอร์ตลาดสด อ.แกลง จึงทำให้ยอดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางจังหวัดเตรียมสร้างร.พ.สนามเพิ่มใน 8 อำเภอ เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โคราชติดกระฉูด 245-ดับอีก 2
นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมาแถลงว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 245 ราย เป็นผู้ป่วยเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 58 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 33 ราย จ.ฉะเชิงเทรา 1 ราย จ.นครปฐม 6 ราย จ.ปทุมธานี 6 ราย จ.ลพบุรี 2 ราย จ.สมุทรปราการ 7 ราย จ.สมุทรสาคร 2 ราย จ.สุพรรณบุรี 1 ราย เป็นผู้ป่วยเดินทางกลับรักษา 154 ราย รวมยอดสะสม 3,984 ราย รักษาหาย 2,230 ราย ยังรักษาอยู่ 1,713 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย และรวมยอดเสียชีวิตสะสม 41 ราย “มีผู้เสียชีวิตรายที่ 40 ของจ.นครราชสีมา เป็นผู้หญิง อายุ 66 ปี ประวัติสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เดินทางมารักษาเมื่อวันที่ 5 ก.ค. โดยเข้ารับการตรวจหาเชื้อและรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี (มทส.) นครราชสีมา วันที่ 7 ก.ค. มีอาการไข้เหนื่อยหอบมาก นำส่งร.พ.มหาราช นครราชสีมา วันที่ 22 ก.ค. อาการทรุดลงทำให้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตรายที่ 41 หญิง อายุ 94 ปี อยู่ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย ประวัติสัมผัสผู้ป่วย วันที่ 30 มิ.ย. ตรวจหาเชื้อที่รพ.ค่ายสุรนารี 1 ก.ค. ยืนยันผลตรวจพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่ร.พ.ค่ายสุรนารี ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงทั้งสูงวัย ทำให้เสียชีวิต”
มหาสารคามป่วยพุ่ง 207
ด้านนพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จ.มหาสารคาม พบผู้ป่วยรายใหม่ 207 ราย ผู้ป่วยขอกลับมารักษา 53 ราย ผู้ป่วยจากพื้นที่เสี่ยงอยู่ระหว่างกักตัว 133 ราย ผู้ป่วยจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันและตรวจเฝ้าระวัง 21 ราย ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด บางส่วนให้ประวัติว่าค้าขายที่ตลาดไท อยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง ขายของในแคมป์ก่อสร้าง พนักงานร้านสะดวกซื้อ ช่างเย็บผ้า ขับแท็กซี่ ขายลอตเตอรี่ พนักงานคลินิกเสริมความงาม พนักงานบริษัทสำรวจเจาะหาพลังงาน เป็นต้น ด้านนางอาธัญญา สังฆะมะณี แม่ค้าเขียงขายหมู ตลาดเกษตร ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า หลายวันก่อนเกิดข่าวลือว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเกษตรติดโควิดรวดเดียว 30 คน ความจริงคือสุ่มตรวจพ่อค้าแม่ค้าในตลาด 30 คน ไม่ใช่ติดโควิด 30 คน ทำให้ร้านค้าทุกร้านได้รับผลกระทบ ยอดขายลดอื้อ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอ.เมืองมหาสารคามร่วมกับร.พ.มหาสารคามลงพื้นที่ตรวจคัดกรองพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเกษตร 92 คน และผลตรวจเป็นลบทั้งหมด
นครปฐมผวาคลัสเตอร์รง.ยางรถ
นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าฯ นครปฐม พร้อมคณะลงพื้นที่โรงงานผู้ผลิตยางรถยนต์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด -19 จากการตรวจแรพิด แอนติเจน เทสต์ 53 คน จากการตรวจ 300 คน ซึ่งโรงงานมีพนักงานทั้งหมด 1,300 คน โดยผู้ติดเชื้อ 50 คน โรงงานหาพื้นที่สำหรับกักตัวผู้ติดเชื้อ และกักตัวในชุมชน 3 คน พร้อมทั้งให้จัดหาพื้นที่สำหรับกลุ่มผู้เสี่ยงสูงภายในบริเวณโรงงาน นอกจากนี้จะตรวจหาเชื้อแรงงานทั้งหมดทุกคนให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมให้กลุ่มผู้เสี่ยงสูงกักตัว 14 วัน ภายในโรงงาน และดำเนินการสว็อบหลังครบ 14 วัน กักตัวผู้ติดเชื้อภายในโรงงาน
‘มหาชัย’ป่วยพุ่งเกินพัน
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,070 ราย ติดเชื้อสะสม 39,395 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 27,927 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 11,376 ราย และเสียชีวิตสะสม 92 ราย ขณะที่โรงพยาบาลสนามทั้ง 7 แห่ง เตียงว่างรวมกัน 89 เตียง และโรงพยาบาลสนามในชุมชน หรือศูนย์พักคอยคนสาคร 33 แห่ง พร้อมเปิดดำเนินการ 26 แห่ง นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.โรงพยาบาลสมุทรสาคร กล่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการเอกซเรย์ปอดก่อนเข้าสู่โรงพยาบาลสนามในชุมชน หรือศูนย์พักคอยคนสาครจะเป็นผู้ติดเชื้อกักตัวอยู่ที่บ้านหลายวัน ในอ.เมืองสมุทรสาครมีกว่า 400 ราย กลุ่มเหล่านี้จำเป็นต้องเอกซเรย์ก่อน เพื่อพิจารณาว่าควรที่จะเข้าศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนาม
ผู้ว่าฯ มหาชัยเล็งปิดเมือง
เมื่อเวลา 09.00 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ที่ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อหารือเรื่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่พบว่าตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเพิ่มขึ้นต่อวันอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ภายหลังการประชุม นายวีระศักดิ์เปิดเผยว่า จากการประชุมวันนี้มีข้อสรุป 3 เรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ประกอบด้วย เรื่องของตลาดนัด, ปิดเมือง และการดำเนินการกับโรงงาน ในส่วนของตลาดนัดนั้นสรุปว่าให้เปิดขายได้เฉพาะอาหาร หรือเครื่องบริโภคและเครื่องอุปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนเท่านั้น ถ้าตลาดไหนไม่มีมาตรการเข้มงวดต่อการคัดกรองบุคคลหรือการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเอง หากพบจะต้องถูกดำเนินการพิจารณาสั่งปิดโดยเด็ดขาด “ส่วนการปิดเมือง และการสั่งปิดการประกอบกิจการทั้งหมดนั้น เป็นแนวความคิดที่มีการพูดในที่ประชุม แต่ยังไม่มีมติออกมาที่ชัดเจนเพราะจะเกิดผลกระทบกับหลายฝ่าย แต่นับจากนี้ภายใน 1 สัปดาห์ต้องดูกันว่าตัวเลขหรือทิศทางจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ อยากให้ทุกคนในจ.สมุทรสาครช่วยกันปฏิบัติตนตามมาตรการบังคับอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องของการเคลื่อนไหวที่น้อยลง ถ้าตัวเลขยังคงสูงขึ้นและทุกคนยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติเห็นว่าตนเองสำคัญไม่ร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 แล้วนั้น ก็จะต้องนำไปสู่การพิจารณาปิดเมืองต่อไปในการประชุมครั้งหน้า” สุดท้ายคือเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม ที่ทางจังหวัดพยายามส่งเสริมในการดำเนินการเป็นสถานประกอบการที่ดีมี FAI หรือ FQ หรือสถานที่กักตัวพนักงานของสถานประกอบการ นั้นๆ นำไปสู่การบังคับโดยปริยายเลยว่านับแต่วันนี้เป็นต้นไปภายใน 1 สัปดาห์ สถานประกอบการที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปจะต้องทำสถานที่กักตัวเตรียมไว้รองรับผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด หรือต้องให้เพียงพอต่อการรองรับการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในสถานประกอบการนั้น ซึ่งสถานที่กักตัวนี้จะทำภายในหรือภายนอกโรงงานก็ได้ โดยให้เวลา 1 สัปดาห์นับจากนี้จะต้องแล้วเสร็จ หากสถานประกอบการใดไม่ดำเนินการจะต้องถูกสั่งปิดทันที หรือสถานประกอบการใดดำเนินการแล้วแต่ไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นก็จะต้องถูกสั่งปิดเช่นเดียวกัน ได้ให้เวลา 1 สัปดาห์แก่สถานประกอบการโรงงานต่างๆ จัดทำ FAI หรือ FQ ให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ติดเชื้อวันนี้ที่พบมากกว่า 1,000 รายนั้น ผู้ว่าฯ ตอบด้วยความอัดอั้นว่า ตนอยากจะบอกว่าโควิดอยู่ใกล้ตัวมากขึ้นทุกที เมื่อคืนที่ผ่านมาลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่า “เป็นห่วงพ่อ อย่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิดอีก หนูดูไม่ไหว” อยากจะบอกจังว่า “พ่อก็ไม่อยากเป็นหรอก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร” ซึ่งในภาวะอย่างนี้ต้องให้ทุกคนช่วยเหลือกันและดูแลตนเองให้ดีมากที่สุด ส่วนวัคซีนจะเป็นคำตอบสุดท้ายของพี่น้องประชาชน
เผยครูสาวฉีดไขว้ดับ-สมองบวม
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน แถลงผลการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า กรณีคุณครูวัย 39 ปี สถาบันการศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ซึ่งเป็นเข็มกระตุ้นต่อจากเข็มที่ 1 ที่เป็นซิโนแวค และเสียชีวิต 1 วันหลังการฉีดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผลจากการชันสูตรเบื้องต้นสาเหตุการเสียชีวิต คือมีสมองบวมจากเยื่อในสมอง ทำให้เลือดไปกดทับแกนสมองและเสียชีวิต จากนี้จะนำหลักฐานอื่นๆ มาพิจารณาว่ามีอะไรเกี่ยวข้องทั้งโรคประจำตัว และสถานะสุขภาพมาร่วมพิจารณาและจะมารายงานโอกาสต่อไป
ปทุมฯเปิดร.พ.สนามเพิ่ม
ที่อาคารโดม ส.สโมสรอเนกประสงค์ อนุกูลธัญกิจ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายพงศธร กาจนะจิตรา รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง และแพทย์จากรพ.การุณเวช ร่วมเปิดโรงพยาบาลสนาม 208 เตียง เพื่อรับช่วยเหลือกลุ่มสุ่มเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในการแยกตัวออกมาจากครอบครัวเพื่อกักตัวตามอาการ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้เตียงของ ร.พ. และของร.พ.สนาม ไม่เพียงพอ
สระแก้วป่วยเพิ่ม 103-ดับ 1
นพ.ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 101 ราย เป็นติดเชื้อในจังหวัด 55 ราย นอกจังหวัด 46 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 2 ราย รวม 103 ราย ป่วยสะสมตั้งแต่ 4 เม.ย. 2,480 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เพศชาย อายุ 73 ปี อาชีพรับจ้าง ที่อยู่ขณะป่วย เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ภูมิลำเนา อ.โคกสูง โรคประจำตัว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เสียชีวิตสะสม 15 ราย กำลังรักษาตัว 812 ราย รักษาหายแล้ว 1,847 ราย
สลดหนุ่มฟุบข้างถนน
เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชายวัยกลางคน ไม่ทราบว่ามาจากไหนทรุดตัวลงนั่งอยู่ริมฟุตปาธ บริเวณหน้าที่ทำการธนาคารทหารไทย สาขาตลาดแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ใจกลางตลาดแม่กลอง จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาย อายุประมาณ 40 ปี นุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืดลายดอกคอกลม ลักษณะเหมือนคนเร่ร่อน นั่งอยู่ริมฟุตปาธ เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิสอบถามอาการ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมตอบ ประกอบกับมีอาการเหนื่อยหอบ ก่อนทรุดตัวลงนอนกับพื้น จึงตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายได้ 37.5 องศา จึงประสานโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม นำรถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่สวมใส่ชุด PPE มารับตัวไปส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ ทางโรงพยาบาลสว็อบตรวจสอบหาเชื้อโควิด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ 3 ชั่วโมง ชายคนดังกล่าวเสียชีวิต
พนง.ผวาโควิด-ฮือประท้วงรง.
เมื่อเวลา 12.00น. พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ประมาณ 1,000 คน รวมตัวกันชุมนุมบริเวณด้านในและด้านหน้าของโรงงาน เพื่อเรียกร้องขอให้ทางบริษัทหยุดงาน เนื่องจากมีพนักงานในบริษัทติดเชื้อเกือบ 400 ราย ทำให้พนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่หวาดกลัว เกรงว่าจะติดเชื้อ ต่อมาเวลา 13.00 น. ฝ่ายบุคคลของบริษัทให้พนักงานเดินทางกลับบ้าน โดยแจ้งว่าหากมีการรวมตัวกันจะเกิดความไม่ปลอดภัย อาจทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้ โดยทางบริษัทเตรียมรถบัสมารับส่งมารอรับอยู่ที่ด้านหน้าบริษัท มีพนักงานบางส่วนทยอยขึ้นรถบัส กระทั่งเวลา 14.00 น รถบัสจะเคลื่อนตัวออก จากด้านหน้าบริษัท พนักงานส่วนหนึ่งออกมาปิดถนนซอยไม่ยอมให้รถรับส่งออกจากพื้นที่ แต่หากเป็นรถยนต์ที่ไม่เกี่ยวกับการรับส่งคนงานก็เปิดให้สัญจรได้ ต่อมานายพงศ์เทพ เพชรโสม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอำเภอบางเสาธงขอให้ตัวแทนของพนักงานและตัวแทนของบริษัทเข้าไปประชุมหารือกันภายในบริษัทเพื่อหาข้อยุติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการชุมนุม มีฝนตกลงมาอย่างหนัก กลุ่มผู้ชุมนุมจึงแยกย้ายกันกลับ พร้อมนัดใหม่วันที่ 29 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ พนักงานบริษัทดังกล่าวเคยมีการชุมนุมเรียกร้องเกี่ยวกับมาตรการการป้องกันโรคโควิดมาแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ค.64
ชลบุรีติดเชื้อนิวไฮ 669-ตาย 4
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 669 ราย ยอดสะสม 18,452 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ 8,209 ราย หายป่วย 10,151 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิต 92 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจาย 9 อำเภอ คืออ.บางละมุง 229 ราย, อ.ศรีราชา 169 ราย, อ.บ้านบึง 27 ราย, อ.เมืองชลบุรี 109 ราย, อ.พานทอง 54 ราย, อ.สัตหีบ 5 ราย, อ.พนัสนิคม 54 ราย, อ.บ่อทอง 1 ราย และ อ.เกาะจันทร์ 4 ราย
ปิด 2 แคมป์คนงาน-ชายหาด
ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี มีคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างบริษัทแสตนดาร์ด เพอร์ฟอร์แม้นซ์ จำกัด (SPC) ตั้งอยู่ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.-16 ส.ค. 2564 และแคมป์คนงานก่อสร้างของบริษัท วิศวภัทร์ จำกัด ตั้งอยู่ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.- วันที่ 18 ส.ค. 2564 นอกจากนั้นยังมีคำสั่งปิดสถานที่แสดงมหรสพหรือสถานที่ที่มีการแสดงหรือการ ละเล่น สวนสาธารณะทุกแห่ง ปิดสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็กทุกแห่ง ปิดสถานที่ท่องเที่ยวทั้งของทางราชการและเอกชนทั้งที่เรียกเก็บค่าบริการหรือไม่เก็บค่าบริการทุกแห่ง ปิดสวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ทุกแห่ง ห้ามผู้ใดใช้พื้นที่บริเวณชายทะเล ชายหาด อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จ.ชลบุรี เว้นแต่เพื่อการประกอบอาชีพตามปกติของชาวประมงพื้นบ้าน ห้ามผู้ใดใช้พื้นที่บริเวณสะพานเกาะลอย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา เป็นการชั่วคราว เว้นแต่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเพื่อขึ้น-ลงเรือระหว่างท่าเทียบเรือเกาะลอย- เกาะสีชัง ห้ามผู้ใดใช้พื้นที่บริเวณสะพานชลมารควิถี อ.เมือง จ.ชลบุรี เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่หรือใช้เป็นเส้นทางสัญจร ส่วนมาตรการทางน้ำด้านการขนส่งสินค้า และเรือสินค้าเรือประมงที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น โดยห้ามผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ หรือบุคคลที่เดินทางมากับเรือขึ้นฝั่ง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.64 เป็นต้นไปจนกว่าจะมี คำสั่งเปลี่ยนแปลง
ปัตตานีป่วยอีก 132-ดับ 7
ส่วนที่ จ.ปัตตานี พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 132 ราย ยอดป่วยสะสม 6,672 คน รักษาหาย 7,067 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 7 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 81 ราย ขณะเดียวกันจัดเตียงสนามให้เพียงพอกับ ผู้ป่วยที่เพิ่มเข้ามาทุกวัน โดยกำลังรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.สนาม 2,327 ราย ยอดผู้ป่วยรักษาหาย 4,118 ราย
สงขลาติดเชื้อทะลุหมื่น
นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในตลาด โรงงาน ในชุมชนและผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 234 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 10,113 ราย เสียชีวิตสะสม 55 ราย ยังนอนโรงพยาบาล 2,794 ราย และที่รักษาหายแล้ว 7,264 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากกลุ่มผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มพนักงานโรงงาน 10 แห่ง 36 ราย ผู้ป่วยตรวจคัดกรองในกลุ่มพนักงานโรงงานโชติวัฒน์ 28 ราย ผู้ป่วยจากการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ตลาดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเช่น ตลาดโก้งโค้ง ม่วงงาม ชุมชนหัวเขา ตลาดทรัพย์สิน ตลาดสด 33 ราย
ลูกหนี้กยศ.ยิ้ม-ผ่อนได้ 30 ปี
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ย้ำความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครอง ลดบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา รวมทั้งลูกหนี้กยศ. ล่าสุดกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมจากที่ได้ยกเลิกกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุนในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยเตรียมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ผู้กู้ยืม ปรับลำดับตัดชำระหนี้และปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระ ผู้กู้ยืมที่อยู่ในระบบหักเงินเดือนสามารถขอปรับลดจำนวนเงินที่หักเหลือขั้นต่ำ 10 บาทต่อเดือน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนส.ค. 2564-มิ.ย. 2565 นอกจากนี้นายกฯ ยังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในปีการศึกษา 2564 เข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ด้วย กยศ.เตรียมแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้และเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระสำหรับผู้กู้ยืมกลุ่มก่อนฟ้องคดีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระและลดปัญหาหนี้ค้างชำระของกองทุนจากสถานการณ์โควิด-19 ดังนี้ 1.ปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับ ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี หากไม่สามารถผ่อนชำระเงินคืนตามสัญญา กองทุนจะให้ผู้กู้ยืมทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้โดยขยายระยะเวลาผ่อน และเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระมากขึ้น สามารถผ่อนได้สูงสุด 30 ปี แต่ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนลดเบี้ยปรับโดยให้ชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ที่แอพพลิเคชั่น กยศ. Connect หรือทางเว็บไซต์ https:/wsa.dsl.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป 2.ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินคืนกองทุนที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี จากเดิมที่ใช้วิธีการตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น กองทุนจะปรับเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยจะนำเงินที่ได้รับชำระไปตัดเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ 3.ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระเงินคืน สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างปลอดหนี้และยังไม่ครบกำหนดชำระหนี้ จากเดิมที่ผ่อนชำระเป็นรายปี กองทุนจะปรับให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน และเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระจากเดิมไม่เกิน 15 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ของผู้กู้ยืมแต่ละราย ทั้งนี้ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ โดยลดเบี้ยปรับให้เหลือเพียง 0.5% กรณีผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระหนี้ได้ในสถานการณ์นี้ รวมทั้งชะลอการฟ้องคดี บังคับคดี ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดไว้จนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้กยศ. ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านราย หากสนใจเข้าร่วมโครงการ จะได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.ในครั้งนี้ด้วย
รพ.มธ.ไม่ใส่ท่อหายใจคนไข้โควิด
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ชี้แจงกรณีร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ “ท่อช่วยหายใจ” สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้าขั้นวิกฤต อย่างรุนแรง ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 สำหรับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานการให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในสภาวการณ์ปัจจุบันนี้ รศ.นพ.พฤหัสกล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่มีทรัพยากรในการรักษาจำกัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาไม่ใส่ “ท่อช่วยหายใจ” หรือให้คำปรึกษาเพื่อการไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ และมุ่งเน้นการรักษาแบบประคับประคองให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยแบ่ง 2 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 ผู้ป่วยมีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า ผู้ป่วยมีการแสดงเจตนาโดยวาจาหรือโดยลายลักษณ์อักษรไม่ประสงค์ให้ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือมีการประชุมครอบครัวร่วมกับผู้ตัดสินใจแทน แล้วมีข้อสรุปไม่ประสงค์ใส่ท่อช่วยหายใจ กรณีที่ 2 ผู้ป่วยไม่ได้มีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า แพทย์ผู้ดูแลพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อมีผู้ป่วยมีลักษณะอย่างน้อย 2 ข้อจาก 4 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.อายุมากกว่า 75 ปี 2.Charlson Comorbidity Index (CCI) > 4 โดยมีการให้คะแนนโดยแพทย์ผู้ดูแลพิจารณา 3. Clinical Frailty Scale (CFS) ซึ่งมีความหมายแพทย์ผู้ดูแลพิจารณาภาวะเปราะบางระดับรุนแรง และ 4.เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้มีจำนวน ผู้ป่วยติดเชื้อที่ล้นเกิน ทรัพยากรภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้อง ICU มีความจำกัดอย่างมาก เราไม่สามารถรับผู้ป่วยได้หากห้อง ICU ยังคงมีผู้ป่วยนอนอยู่ ทุกท่านจะเห็นตามสื่อว่ามีโรงพยาบาลบางแห่งที่มีผู้ป่วยนอนอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลมากกว่า 10 เตียง ทำให้ทางการแพทย์หรือทางโรงพยาบาลมีความยากลำบากในการจัดการผู้ป่วยที่มีความต้องการการดูแลรักษาอย่างมาก ถือว่าเป็นวิกฤตทางการแพทย์ หากเราสามารถบริหารจัดการตรงนี้ได้ จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการเตียงหรือผู้ที่สามารถดูแลรักษาต่อไปได้ ถือว่าเป็นบริบทหนึ่งในเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง
เผยไม่สามารถขยายเตียงไอซียูได้
รศ.นพ.พฤหัสกล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเท่านั้นที่เผชิญวิกฤตจำนวนผู้ป่วยที่ล้นเต็มไปแล้ว โรงพยาบาลต่างๆ ก็ประสบปัญหาแบบเดียวกัน การที่เราให้ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลได้โดยที่ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้เป็นปัญหาที่หนักขึ้น หากเรามีผู้ป่วยที่จะรอเข้าโรงพยาบาล 20 คน โดยที่มีเตียง ICU 8 เตียง ไม่มีทางที่เราจะไม่ตัดสินใจใดๆ เช่นหากเราบอกว่าใครมาก่อนได้ก่อน คงเป็นปัญหาในเรื่องการจัดการ ระหว่างที่รอแล้วใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่นอกห้อง ICU รองรับ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้การดูแลรักษานั้นดีขึ้นแน่นอน ในแนวทางทั้งหมดคงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงเต็มและเตียงล้นได้ในปัจจุบัน แต่จะสามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้ป่วยยังจะมีศักดิ์ศรี มีการได้รับการดูแลบางอย่างจากทางโรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นเราคงต้องปฏิเสธคนไข้ และจะมีคนไข้นอนอยู่นอกโรงพยาบาลหรือปฏิเสธง่ายที่สุดคือไม่รับเข้ามาภายในโรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยอยู่บ้านแล้วเสียชีวิต ถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของทุกท่าน หากมีผู้เสียชีวิตอยู่ข้างถนน มีผู้เดินทางมาร้องขอกับทางโรงพยาบาล นั่งหลังรถกระบะมา ที่ผ่านมาเราบอกได้แต่เพียงว่าเตียงเต็ม ท่านก็ต้องไปหาโรงพยาบาลอื่นๆ เอง ตรงนี้ถือว่าเป็นความเจ็บปวดของวงการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในการที่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยเหล่านี้ได้เลย “แม้ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์จะขยายจำนวนเตียง ICU ขึ้นมาแล้วก็ตาม แต่ข้อจำกัดที่ไม่สามารถขยายเตียง ICU ได้อีกคือเรื่องของบุคลากร เราไม่สามารถนำบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างเพียงพอมาดูแลผู้ป่วย ICU ที่จะขยายอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้ ในปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ที่เรามีอยู่เดิมกับจำนวนที่เราขยายเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ก็ถือว่าตึงแน่นแล้ว รวมถึงปัญหาที่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องกักตัวจำนวนมาก เป็นปัญหาที่เกินขึ้นทุกโรงพยาบาลและทุกท่านก็ได้ทราบอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าพยาบาล 1 คน จะสามารถดูแลผู้ป่วย ICU ได้ พยาบาลที่ดูแล ICU ต้องมีความสามารถพิเศษ มีการฝึกฝนมาอย่างน้อย 2-3 ปี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทดแทนไม่ได้”
แพทย์ชนบทยื่น 3 แก้โควิด
ด้านชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อเสนอการแก้ปัญหาโควิด-19 ในกรุงเทพฯ ระบุว่า เมืองกรุงกับทางรอด ข้อเสนอจากชมรมแพทย์ชนบท ความเศร้าประการสำคัญของผู้คนในกทม. ที่เรารับรู้มาจากการตรวจโควิดในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงทั้ง 2 ครั้ง คือความสูญเสียของญาติมิตร และความทุกข์จากการไม่มีที่ตรวจโควิด เข้าคิว 3 วัน 5 วันก็แทบจะสิ้นหวัง แต่ถึงแม้จะมีผลแรพิด แอนติเจน เทสต์ Rapid Ag Test ว่า positive แล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยหลายๆคนเจอคือโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามในกทม.ให้ผู้ป่วยไปหาที่ทำ rtPCR เองมาก่อน เพื่อยืนยันการเป็นโควิดแล้วจึงจะรับเข้ามารักษา ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถหาที่ทำ rtPCR ได้อยู่แล้วในสภาวะโกลาหลเช่นนี้ ผลก็คือ หลายคนจึงต้องกลับไปนอนรอเวลาแห่งความสูญเสียที่บ้าน ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยในยุคที่เมืองไทยและเมืองหลวงพัฒนาการแพทย์การสาธารณสุขมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ขณะที่อำเภอต่างจังหวัดทุกแห่ง หากเราสงสัยโควิด หมอก็จะทำสว็อบส่งแรพิด เทสต์บ้าง rtPCR บ้างให้คนไข้เสมอ ไม่ต้องไปหาตรวจที่อื่น หากใครถือผลแรพิด เทสต์ มา เราก็ตรวจ rtPCR ซ้ำให้เพื่อความแน่นอน โดยที่เรารับรู้ว่านี่คือหน้าที่ของเรา ไม่เคยให้คนไข้ไปหาที่ตรวจมาเองแล้วค่อยเอาผลมาให้หมอ แต่ในกทม.นั้นไม่ใช่ การไม่สามารถหาที่ตรวจ โควิดหรือ rtPCR จึงเป็นความทุกข์หนักมากๆ ของคนกรุงเทพฯ ชมรมแพทย์ชนบท ทำการตรวจสว็อบคนกรุงไปในทั้ง 2 รอบกว่า 40,000 คนแล้ว ได้ฟังเสียงของคนกรุงเทพฯ มาไม่น้อย พบผลบวกเกินกว่า 10% เราพบว่าแม้จะช่วยได้บ้าง แต่ก็ช่วยคนกรุงเทพฯได้ชั่วคราว หน่วยงานในกรุงเทพฯ ต้องระดมความมมือช่วยกันเองให้มาก จึงจะสร้างความหวังได้ ชมรมแพทย์ชนบทจึงขอเสนอว่า 1. ขอให้ศบค.กทม. กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลต่างๆ และหน่วยงานต่างๆใ นเมืองหลวงต้องช่วยกันเพิ่มจุดตรวจโควิดให้มากขึ้นอีกหลายๆ เท่า ให้เพียงพอกับสถานการณ์การระบาดที่หนักหน่วง 2.ขอให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทุกแห่ง ยอมรับผลของแรพิด แอนติเจน เทสต์ และอย่าผลักภาระการตรวจ rtPCR ให้เป็นภาระของคนไข้ที่เขาต้องไปหาที่ตรวจเอง ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง ควรเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลที่จะต้องตรวจยืนยันให้เขา 3.ขอให้รัฐบาลส่งเสริมให้มีการตรวจโควิดด้วยตนเองโดย แอนติเจน เทสต์ คิต ให้กว้างขวาง ทั้งด้วยการส่งให้ตรวจฟรีสำหรับคนที่ร้องขอ หรือการวางขายตามร้านขายยา โดยที่มีการควบคุมคุณภาพและควบคุมราคาให้เหมาะสม ทั้งสามข้อจะทำให้ทั้งประชาชนคนกรุงและต่างจังหวัดด้วยเข้าถึงการตรวจโควิดได้มากขึ้นอย่างมาก เพราะต้องยอมรับว่าการรู้ตัวว่าตนเองติดโควิดคือหัวใจของการควบคุมโรค เฉกเช่นที่อารยประเทศเขาปฏิบัติกัน พร้อมระบุอีกว่า ผลการปฏิบัติงานของแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 2 ในวันแรก 21 ก.ค.64 ได้ 9,000 กว่าคน สิ่งที่น่าตกใจคืออัตราการติดเชื้อของชุมชนที่เราตรวจสูงถึง 19% ซึ่งสูง มากๆ นั่นหมายความว่าการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิดไกลเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว หากไม่ได้วัคซีนมาฉีดเพื่อลดอัตราการติดเชื้อ หรือติดเชื้อแล้วก็ไม่ป่วยหนัก คงยากที่จะลดป่วยลดตายได้ วัคซีนจึงสำคัญมากๆ เพราะการตรวจสว็อบก็เพียงแค่ให้รู้ว่าติดเชื้อหรือไม่ แล้วแยกตัวออกมา หากไม่ได้วัคซีน ก็ยากที่จะเลี่ยงการติดเชื้ออยู่ดี นี่คือตัวเลขจริงในชุมชนแออัดใน กทม. ตัวเลขที่ทุกฝ่ายทุกองค์กรต้องช่วยกันจึงจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
‘บิ๊กตู่’สั่งขยายร.พ.สนาม
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุมผ่านรูปแบบการประชุม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า นายกฯและรมว.กลาโหมกำชับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติดํารงความต่อเนื่องในการสนับสนุน การดําเนินการของศบค. และศปม. ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมขยายขีดความสามารถของโรงพยาบาลทหาร เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง และใช้พื้นที่ในหน่วยทหารและตํารวจ อาทิ สโมสร แหล่งสมาคม อาคารอเนกประสงค์ สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หรือใช้เป็นสถานที่ในการแยกกักตัวในชุมชน พ.อ.วันชนะกล่าวว่า สำหรับอาคารสถานที่สโมสรและสมาคมของกองทัพที่จะใช้เป็น โรงพยาบาลสนาม ซึ่งกองทัพจัดตั้งขึ้นจะเริ่มเปิดใช้ในวันที่ 30 ก.ค.โดยเฉพาะสโมสรกองทัพบก เตรียมไว้ 300 เตียง โดยจะขยายขีดความสามารถเพิ่มได้ถึง 100 เตียงรวม 400 เตียง ปัจจุบันจัดไว้ 34 แห่ง ซึ่งกรุงเทพฯ และปริมณฑล และอีก 24 จังหวัดทั่วประเทศปัจจุบันรองรับได้ 6,135 เตียง
‘บิ๊กตู่’ตรวจร.พ.สนาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมใช้เวลาลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีฯ ตามที่นายกฯต้องการให้ใช้พื้นที่สำหรับดูแลผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด แก้ปัญหาเตียงในทุกสีของอาการป่วย ซึ่งการดำเนินการเป็นด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ช่วยเหลือกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยใจที่ปรารถนาอยากช่วยให้ทุกคนได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด พร้อมให้กำลังใจทั้งเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทุกคน ทั้งนี้ระหว่างการตรวจเยี่ยม ร.พ.สนามสโมสร ทบ. ทางคณะทำงานรายงานพล.อ.ประยุทธ์ว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ กองทัพบกจัดเตียงรองรับไว้ 400 เตียง โดยจะเปิดให้บริการให้เร็วที่สุด ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จะเปิดบริการได้ 300 เตียง และจะเพิ่มอีก 100 เตียงเป็นศูนย์พักคอยโรงพยาบาลสนาม สโมสรกองทัพบก
ถกด่วนดูแลคนป่วยโควิด
เมื่อเวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ประชุมหารือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแพทย์ของโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์แรกรับในกทม. และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อรับทราบสถานการณ์ ติดตามปัญหาข้อขัดข้อง และพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งติดตามการแก้ปัญหาเตียงในทุกสีของอาการป่วย และเพื่อประเมินสถานการณ์ สั่งการและฟังข้อคิดเห็นในเรื่องกรบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด ศูนย์แรกรับตามนโยบายที่จะต้องไม่มีผู้ป่วยและคนตายริมถนนหรือในที่สาธารณะ ซึ่งหากมีปัญหาจะต้องรีบปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ Gen.Prayut Chan-O-Cha ทีมงานได้รายงานความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทั้งนี้การประชุมของ นายกฯไม่ได้แจ้งกำหนดล่วงหน้า วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาลงประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 13) ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย.นี้

ข้างถนน – เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชายนอนหมดสติริมถนนหน้าธนาคารทหารไทย สาขาตลาดแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สาเหตุอยู่ระหว่างชันสูตรและตรวจว่าติดเชื้อโควิดหรือไม่ เมื่อ วันที่ 23 ก.ค.

วอล์กอิน – ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป-หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้มีน้ำหนักตัวเกิน 100 ก.ก. วอล์กอินเข้าคิวรอฉีดวัคซีนโควิด เข็มที่ 1 เนืองแน่นด้านหน้าศูนย์ฉีดวัคซีน สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

คิวยาว – ชาวบ้านต่อคิวยาวเหยียดรอรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 หลายคนระบุว่าผู้ที่จองคิว ในระบบของรัฐบาล ยังไม่ได้ฉีด แต่เจ้าหน้าที่กลับเปิดรับ วอล์กอินฉีดทำให้เกิดความสับสนและแออัด ที่ร.พ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 23 ก.ค.