ม็อบทะลุฟ้าสุดคึกคัก
กิจกรรมหน้าทำเนียบ
ม็อบคึกคักวันเข้าพรรษา กลุ่มทะลุฟ้า-ขบวน จยย.ฮาร์เลย์แห่เทียนไปทำเนียบ เผาหุ่นประยุทธ์-หมอยง ตร.ตรึงกำลังสกัด ไร้เหตุรุนแรง สุรินทร์คาร์ม็อบพรึบ! 100 คันขับกระหึ่มทั่วเมือง เรียกร้องวัคซีน mRNA ให้บุคลากรสาธารณสุขจี้นายกฯ ลาออก รองผบช.น.เผยพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดาราคอลเอาต์ ระบุหากพูดโดยมีเจตนาสุจริตก็ไม่ผิด แต่หากพาดพิงผู้อื่นเสียหายต้องดำเนินคดี ครม.จ่อถก 4 ข้อเสนอ กสม. ชงมาตรการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง แนะตั้งกก.สมานฉันท์ เปิดให้ประชาชนทุกกลุ่มร่วมแก้ปัญหา

ม็อบสุรินทร์ – ขบวน Surin Car Mob ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวนมาก เปิดไฟ บีบแตร พร้อม ชู 3 นิ้ว วิ่งไปรอบเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ท่ามกลางสายฝน เรียกร้องรัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีน mRNA และให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
สุรินทร์คาร์ม็อบกว่า 100 คัน
วันที่ 25 ก.ค. เวลา 12.00 น. ที่จ.สุรินทร์ กลุ่มคนสุรินทร์ผู้รักประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มคนสุรินทร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่มเยาวชนสุรินทร์เพื่อประซาธิปไตย และกลุ่ม SurinDem นำโดย น.ส.พักตร์สิไล สหุนาฬุ นายวิศณุพร สมนาม และนายนิรันทร์ ลวดเงิน แกนนำ จัดขบวนสุรินทร์คาร์ม็อบ โดยมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 100 คัน เปิดไฟ บีบแตร พร้อมชู 3 นิ้ว วิ่งไปรอบเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดทั้งวัน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนชนิด mRNA ฉีดให้บุคลากรสาธารณสุขที่เป็นปราการด่านแรกอย่างเร่งด่วน และให้นายกรัฐมนตรีลาออก
โดยเริ่มเคลื่อนขบวนจากสี่แยกบายพาสสายสุรินทร์ ศีขรภูมิ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. แยกโรบินสัน สุรินทร์ มุ่งเข้าสู่ถนนเส้นภายในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ พร้อมปราศรัยโจมตีการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลนำโดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ลาออก ก่อนจะมาหยุดบริเวณจุดเริ่มต้นและสลายตัวไป โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงติดตามตลอดเส้นทาง

แห่เทียน – ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าแห่เทียนเข้าพรรษา ทำบุญประเทศเรียกร้องให้นายกฯลาออก ก่อนเผาหุ่นพล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร และนพ.ยง บริเวณสี่แยกสะพานชมัยมรุเชฐ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
กลุ่มทะลุฟ้าแห่เทียนไปทำเนียบ
ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษาและเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงออกทางการเมืองที่จัดขึ้นต่อเนื่องตามสถานที่ต่างๆ เป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมต่างทยอยเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวและขบวนรถจักรยานฮาร์เลย์ เริ่มตั้งขบวนในเวลา 15.30 น. และเริ่มแห่เทียนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลา 16.00 น. ท่ามกลางฝนโปรยปราย
นายจตุภัทร์กล่าวว่าเราแห่เทียนตามประเพณี แต่หน้าที่คือการไล่พล.อ.ประยุทธ์ จึงใช้ประเพณีวันแห่เทียนในการไล่พล.อ. ประยุทธ์ซึ่งเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลว เมื่อวานมีคนตายบริเวณนี้เราจึงเริ่มต้นจากจุดนี้เพื่อประจานการบริหารจัดการโควิดซึ่งมีประชาชนล้มตายจำนวนมาก ดังนั้นควรลาออกได้แล้ว
จุดเริ่มต้นในการหล่อเทียนเริ่มจากจุดนี้คืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หอศิลป์ สวนลุมพินี ห้าแยกลาดพร้าว และแยกราชประสงค์ ได้เทียนมา 3 เล่ม ใช้เวลา 5 วันในการหล่อเทียน นี่คือการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เห็นเพื่อนมนุษย์ล้มตายแล้วทนไม่ได้จึงออกมาร่วมกันขับไล่และต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์
ตร.ตรึงกำลัง-ไร้เหตุรุนแรง
เวลา 15.20 น. ขบวนแห่เทียนของกลุ่มทะลุฟ้าเดินทางออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลโดยใช้เส้นทางผ่านสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท สี่แยกราชเทวี เลี้ยวขวา ผ่านแยกอุรุพงษ์ แยกยมราช เข้าถนนพิษณุโลก แยกนางเลิ้ง มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล
เวลา 16.20 น. กลุ่มทะลุฟ้าพร้อมขบวนแห่เทียนเดินทางถึงบริเวณสี่แยกสะพานชมัยมรุเชฐ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ คฝ. พร้อมตู้คอนเทนเนอร์ ขึงลวดหนามหีบเพลงกันกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดสองฝั่งถนนพิษณุโลก พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงอีกสองคัน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นปราศรัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้งดเว้นหรือยกเลิกกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นความผิดในข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ
ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเผาหุ่นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนพ.ยง ภู่วรวรรณ ก่อนประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 17.30 น. โดยไม่มีเหตุรุนแรง
ตร.เร่งพิสูจน์ดาราคอลเอาต์
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษก บช.น. กล่าวว่าการชุมนุมทุกประเภทในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.โรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบการกระทำความผิดในหลายพื้นที่ แต่ละท้องที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เช่นเดียวกับการชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายพื้นฐาน และบางทีเป็นจังหวัดควบคุมสูงสุด ตำรวจต้องวางมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันเหตุไว้ก่อน ขณะที่ ผบ.ตร. กำชับขอให้ประชาชนรู้จักหน้าที่ตนเองและไม่กระทำการใดที่กระทบสิทธิผู้อื่น
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการดำเนินคดีกับดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ออกมา call out หรือวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่า ต้องตรวจพิสูจน์คำพูดใดเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนที่เป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ บช.น.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ใช่คณะทำงานที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งของรัฐบาล ส่วนจะใช้เวลาตรวจสอบนานแค่ไหนคงต้องให้เวลากับพนักงานสอบสวนดำเนินการ เพราะเป็นข้อความที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์
ทั้งนี้การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิจะต้องอยู่ในขอบเขต ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หากมีการกล่าวหาพาดพิง ทำให้ผู้อื่นเสียหายต้องถูกดำเนินคดี
ต่อข้อถามกรณีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่าการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยสุจริตทำได้ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าต้องดูรายละเอียด องค์ประกอบ และบริบทของข้อความ ถ้าพูดโดยมีเจตนาสุจริตก็ไม่ผิด
โฆษกรบ.แจงภูเก็ตเริ่มฟื้น
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มคณะราษฎรภูเก็ตและกลุ่มภูเก็ตปลดแอกจัดชุมนุม คาร์ม็อบที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และเรียกร้องให้รัฐบาลฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แพทย์และพยาบาลว่า กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงยืนยันแล้วว่าวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในเดือน ก.ค. นี้ จะนำมาฉีดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกไม่น้อยกว่า 5 แสนคน ก่อนกระจายไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยง
จากการที่รัฐบาลเดินหน้าภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมเดินทางเข้าภูเก็ตเกือบหนึ่งหมื่นคนแล้ว โดยเดินทางมาทางเครื่องบินมากกว่า 100 เที่ยวบิน และทราบว่าหลายสายการบินแจ้งความประสงค์ขยายความถี่ของเที่ยวบินต่อสัปดาห์ให้มากขึ้น ในส่วนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ของจังหวัดภูเก็ตยังดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่ารัฐบาลยังมีแผนเปิดรับท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกที่จังหวัดกระบี่ ได้แก่ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เลย์ และที่จังหวัดพังงา ได้แก่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป บรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเริ่มดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเลือกเข้ามาเที่ยวภูเก็ตมากขึ้น
ประชาชนและนักธุรกิจในพื้นที่เริ่มเห็นโอกาสการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมืองโปรดร่วมมือช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการร่วมมือในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
กสม.หนุนสิทธิการชุมนุม
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ก.ค. มีการพิจารณาวาระเพื่อทราบถึงข้อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีสถานการณ์การชุมนุมและเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอให้ครม.พิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
โดยกสม. เห็นว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เสรีภาพทางวิชาการ เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่รับรองอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกติการะหว่างประเทศ
ดังนั้นเพื่อให้การกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินการของรัฐบาลรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในการบังคับใช้กฎหมายภายใต้สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองดังกล่าว กสม. จึงเห็นควรเสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดังนี้
1.ครม.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรแสดงออกชัดเจนถึงการเคารพเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ 2.ครม.ควรมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายต่อ ผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุม ระหว่างการชุมนุม และที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไทยที่ให้ความคุ้มครองเสรีภาพ โดยอาจบังคับใช้กฎหมายเฉพาะว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเป็นหลักแทนการใช้กฎหมายอื่น รวมถึงควรทบทวนการบังคับใช้กฎหมายที่อาจเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
3.คณะรัฐมนตรีควรดำเนินการให้สังคมโดยรวมเชื่อมั่นว่าความคิดเห็นและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของผู้ชุมนุมจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและไม่ล่าช้า 4.กสม. ขอสนับสนุนแนวทางการดำเนินการของครม.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการสื่อสารต่อสาธารณะให้รับทราบและเข้าใจอย่างชัดแจ้งและต่อเนื่องเกี่ยวกับการดำเนินการดูแลความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม
โดยควรให้ความสำคัญกับการชี้แจงระบุเหตุผลความจำเป็น และความได้สัดส่วนที่ต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม และขอสนับสนุนให้มีคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา