กทม.ปริมณฑลวันเดียว6พัน
สธ.ห่วงระบาดอื้อ-แต่ไม่รู้ตัว
ฉีดไฟเซอร์หมอ5แสนโดส
‘รง.กาญจน์-คุก’ลามวิกฤต
ติดโควิดรายวันทำสถิติใหม่ พุ่ง 15,335 คน เสียชีวิต 129 ราย เฉพาะกทม.และปริมณฑล ทะลุ 6,069 ราย สธ.ย้ำห้ามออกบ้าน งดเดินทาง ข้ามจังหวัด ห่วงคนอยู่ในพื้นที่ระบาดติดเชื้อไม่รู้ตัวอื้อ อาจถึงขั้นต้องปิดเมืองแบบอู่ฮั่น ประเทศจีน ชี้ตัวเลขผู้ป่วยในต่างจังหวัดยังเพิ่มขึ้นเป็นคนจากกทม.-พื้นที่เสี่ยงกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา คาด 6 สัปดาห์สถานการณ์กทม.ดีขึ้น การรถไฟฯ จัด 14 ตู้ขบวน ขนผู้ป่วยกลับอีสาน ย้ำเป้าฉีดบุคลากรด่านหน้าไม่ต่ำกว่า 5 แสนโดส ไม่ใช่ 2 แสนโดส ไม่มีโควตาวีไอพี ซิโนฟาร์มจากจีนถึงไทยอีกล้านโดส รัฐบาลสั่งซื้อชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ 8.5 ล้านชุด แจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจเอง คาดได้ใช้ส.ค.-ก.ย. หนูยันไม่ได้พลาดเหตุไม่เข้าโคแวกซ์ ส่วนปี 65 ที่ตัดสินใจเข้าคาดโคแวกซ์หาวัคซีนได้มากขึ้น ชลบุรีป่วยนิวไฮพุ่ง 795 กาญจน์สถิติใหม่ 510 ตาย 1 จากคลัสเตอร์เรือนจำ-โรงงาน

ไดรฟ์ทรู – โรงพยาบาลปัตตานี เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบไดรฟ์ทรู ให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง โดยมีผู้สนใจ มารับบริการเป็นจำนวนมาก ที่ลานจอดรถสำหรับประชาชน อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
ป่วยนิวไฮ 15,335-ตาย 129
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,335 ราย มาจาก ต่างประเทศ 19 ราย อยู่ใน กทม.และปริมณฑล 6,069 ราย ชายแดนใต้ 4 จังหวัด 805 ราย จังหวัดอื่นๆ 7,801 ราย และการติดเชื้อเรือนจำ 641 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 129 ราย รวมสะสม 3,965 ราย เกินครึ่ง 70% อยู่ใน กทม.และปริมณฑล
สถานการณ์เท่าที่ดูตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคงสูงเกินร้อย และตัวเลขติดเชื้อรายใหม่ก็ยังสูงมาก ภาพรวมมีการกระจายของผู้ติดเชื้อในส่วนต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบการระบาดหลายส่วน ทั้งภาคอีสาน ภาคกลาง และตะวันออก ส่วนภาคเหนือและภาคใต้ เพิ่มขึ้นบางจังหวัด แต่บางจังหวัดยังคงตัว
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ภาคอีสาน ส่วนใหญ่เพิ่มในอีสานกลางและอีสานใต้ รับผู้เดินทางจาก กทม.และปริมณฑลพื้นที่ระบาดหนักกลับไปรักษาในภูมิลำเนา และพบคลัสเตอร์ตามมาในครอบครัว รวมถึงในสถานประกอบการและตลาดในบางจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก ส่วนของปริมณฑลยังมียอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อเพิ่ม โดยเฉพาะนนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาครที่วันนี้เกิน 1 พันราย
“การติดเชื้อในทุกจังหวัด โดยเฉพาะอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ตะวันออก รายงานติดเชื้อค่อนข้างมาก องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มีการแพร่โรค มี 3-4 ประเด็น คือ 1.คนที่ไปจับจ่ายใช้สอย และไปอยู่ใกล้กับผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว 2.โรงงาน สถานประกอบการที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อ และสั่งปิดโรงงาน ทำให้คนงานกระจายออกไปโดยไม่ทราบว่าติดเชื้อ ทำให้มีการแพร่เชื้อ 3.ในส่วนแคมป์คนงานหรือในชุมชน เช่น 4 จังหวัดภาคใต้ มีการระบาดในชุมชน เป็นต้น” นพ.จักรรัฐกล่าว
สำหรับผู้เสียชีวิต 129 ราย ในกทม. 66 ราย ปริมณฑล คือ สมุทรปราการ 7 ราย ปทุมธานี 6 ราย, ภาคใต้ 11 ราย ได้แก่ ปัตตานี 5 ราย นราธิวาส 3 ราย ยะลา 1 ราย สุราษฎร์ธานี 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย ภาคเหนือ 11 ราย ได้แก่ ตาก 6 ราย กำแพงเพชร 2 ราย เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์จังหวัดละ 1 ราย ภาคกลางและตะวันออก 16 ราย ได้แก่ สุพรรณบุรี 5 ราย สิงห์บุรี 2 ราย นครนายก 2 ราย พระนครศรีอยุธยา 2 ราย
ประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ชลบุรี ตราด ระยอง สระแก้ว 1 ราย และภาคอีสาน 12 ราย ได้แก่ อุบลราชธานี 3 ราย กาฬสินธุ์ 2 ราย นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ และอุดรธานีอย่างละ 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ยังพบผู้มีโรคประจำตัวหลักๆ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน เป็นสาเหตุที่ทำให้ความรุนแรงโรคเพิ่มได้
ห่วงสอบต้นตอโรคไม่ได้อื้อ
“วันนี้น่าเสียใจเราพบหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 20 สัปดาห์เสียชีวิตอีก 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญวันนี้แตกต่างจากช่วง 3-4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน นำเชื้อมาสู่คนรู้จัก แต่ตอนนี้ในพื้นที่ระบาดมีการระบาดค่อนข้างมาก สอบสวนหลายกรณีไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าติดเชื้อจากใคร
ดังนั้น การอาศัยหรืออยู่ในพื้นที่ระบาดหนักมากๆ เช่น กทม. ปริมณฑล หรือพื้นที่ใกล้เคียงผู้ติดเชื้อเริ่มเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพราะเราไม่ทราบว่า คนใกล้ชิดเราติดเชื้อหรือยัง
โดยเราพบว่าผู้เสียชีวิต 65 คน อาศัยอยู่พื้นที่ระบาดและไม่สามารถค้นได้ว่าติดเชื้อจากใคร ผู้เสียชีวิตเป็นชายมากกว่าหญิง คนไทยเป็นส่วนใหญ่ จากการเก็บข้อมูล แต่อาจไม่ครบ 100% พบว่า มี 79 รายไม่เคยได้รับวัคซีน ที่เหลืออีกกว่า 40 รายไม่สามารถระบุได้ ต้องติดตามข้อมูล เมื่อคิดในกลุ่ม 60 ปีคิดเป็น 70% ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก” นพ.จักรรัฐกล่าว
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-24 ก.ค.2564 ในกลุ่มต่างๆ เราจะพบว่าในผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ตั้งเป้าหมาย 12.5 ล้านคนต้องฉีดให้ได้ภายในปีนี้ เราฉีดได้แค่ 2.5 ล้านคนในเข็มที่ 1 คิดเป็น 20% ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดได้ 1.3% หรือ 1.6 แสนคน ดังนั้นลูกหลานต้องพาท่านไปฉีดวัคซีนในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด และกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังยังฉีดไม่มากในส่วนเข็มที่ 1 ต้องเร่งฉีดเช่นเดียวกัน
นพ.จักรรัฐกล่าวสรุปสถานการณ์ว่า ยังมีการติดเชื้อค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ระบาดหนัก และมีการกระจายของผู้ติดเชื้อไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั้งโครงการรับกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา หรือกลับไปโดยไม่บอกแล้วไปแพร่เชื้อต่อ
ดังนั้น พื้นที่ระบาดเป็นปัจจัยสำคัญมาก เราไม่ทราบว่าใครบ้างรอบๆ เราติดเชื้อไปแล้ว เพราะ 80% ติดเชื้อไม่มีอาการ ถ้ายังไม่ได้ตรวจหรือตรวจแล้ววันนี้เป็นลบ พรุ่งนี้อาจติดใหม่ก็ได้หลังสัมผัสคนอื่น จึงไม่ทราบอยู่ดี จึงต้องเข้มมาตรการป้องกันโรคทำอย่างต่อเนื่องเสมือนคนรอบข้างติดเชื้อแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อมาสู่ตัวเอง ถ้าป่วยไม่ควรออกไปข้างนอก ควรรีบตรวจด้วยชุดตรวจหรือไปพบแพทย์เพื่อให้รู้ว่าที่ป่วยนี้เป็นหรือไม่เป็นโควิด
ดังนั้น คนที่เรารู้จักหรือไม่รู้จักมีความเสี่ยงหมด ทั้งการออกไปซื้อของตลาด ร้านสะดวกซื้อ เดินทางขนส่งสาธารณะ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอาจสัมผัสใกล้ชิดพูดคุยกับคนติดเชื้อและรับเชื้อมาได้โดยไม่ได้ระวังตัว
คาดกทม. 4-6 สัปดาห์ดีขึ้น
นพ.จักรรัฐกล่าวถึงมาตรการป้องกันโรคในช่วงล็อกดาวน์ 14 วันว่า ยังยืนยัน 2 งด คือ งดออกจากบ้านทุกกรณี แต่หากจำเป็นต้องซื้อหาอาหาร ไปร.พ. ไปพบแพทย์ที่จำเป็น ต้องมีมาตรการป้องกันตนเองและคนอื่นด้วยระหว่างเดินทาง และงดเดินทางข้ามจังหวัด หากจำเป็นต้องไปรับการรักษาต่อที่ภูมิลำเนา ต้องเน้นการลงทะเบียนและแจ้ง ร.พ.ปลายทางให้ทราบ ผู้รับผิดชอบปลายทางให้ทราบ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. เพื่อกักตัวให้ครบถ้วน
น.พ.จักรรัฐกล่าวต่อว่า ถ้าดูสถานการณ์ตอนนี้ใน กทม.และปริมณฑลจะมีความแตกต่างกันบ้าง โดย กทม.ตัวเลขเพิ่มไม่เยอะและช่วงนี้มีการฉีดวัคซีนไปมากพอสมควรแล้ว กว่า 50% โดยสรุปสถานการณ์ใน กทม.อาจจะเริ่มเห็นสถานการณ์ที่คงตัวมากขึ้น หรืออาจจะดีขึ้นได้ใน 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนต่างจังหวัดจะพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากต่อในระยะนี้ ต้องร่วมมือกันเพื่อไม่ให้ไปถึงอู่ฮั่นโมเดลที่ต้องปิดทุกอย่าง เราอยากจะให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติสุขโดยเร็ว
“ช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และ 3 จังหวัดภาคกลางที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ต้องช่วยกันทำให้เราลดการติดเชื้อแพร่กระจายเชื้อลง และจะได้คาดการณ์ว่าใน 2 สัปดาห์นี้เมื่อตัวเลข ลดลงเรื่อยๆ อาจจะมีการผ่อนคลายได้มากขึ้น” นพ.จักรรัฐกล่าว
ส่วนการป้องกันการระบาดในโรงงานและสถานประกอบการ นพ.จักรรัฐกล่าวว่า เป็นสิ่งจำเป็น เพราะหลายจังหวัดเมื่อโรงงานพบผู้ติดเชื้อ ปิดโรงงานแล้ว คนงานหรือพนักงานกลับไปอยู่ที่บ้าน เข้าชุมชน หรือหางานใหม่ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อต่อได้
ขอความร่วมมือโรงงาน สถานประกอบการ พนักงาน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แรงงานจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ต้องเร่งสื่อสารโรงงานและชุมชนรอบข้างให้เข้าใจ เน้นว่าโรงงานไหนยังไม่พบผู้ติดเชื้อให้เร่งศึกษาการควบคุมโรคแบบบับเบิลแอนด์ซีล เน้นว่าไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน เพราะมีประสบการณ์ คือเมื่อปิดโรงงาน จะมีการแพร่ในชุมชนและจังหวัดต่างๆ ตามมาทันที
สธ.โต้เฟกนิวส์ฉีดไฟเซอร์
ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกสธ. แถลงข้อเท็จจริงการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ว่า ขณะนี้มีข่าวปลอมออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์และด่านหน้าจะได้วัคซีนไฟเซอร์เพียง 2 แสนโดส สธ.ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม ความจริงแล้วบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าที่เสี่ยงจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์จำนวนไม่น้อยกว่า 5 แสนโดส เป็นการฉีดกระตุ้นเข็ม 3
ทั้งนี้การทำงาน ของสธ.จะมีทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานในการบริหารจัดการ โดยวัคซีนไฟเซอร์บริจาค 1.5 ล้านโดส จะเข้ามาประเทศไทยภายในก.ค.นี้ และจะเริ่มฉีดได้ต้น ส.ค.2564 และจะมีการจัดสรรส่วนอื่นๆ ไปยังกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และเพื่อควบคุมการระบาด
ส่วนกรณีมีข่าวว่าบังคับให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ารับวัคซีนกระตุ้นเป็นแอสตร้าเซนเนก้า นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง แม้ระดับภูมิที่ได้จะสูงมาก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสมัครใจของบุคลากร และขณะนี้เราเตรียมความพร้อมฉีดเพิ่มเติมอีก และวัคซีน ไฟเซอร์ 20 ล้านโดสก็จะเข้ามาเพิ่มและเริ่มฉีดในช่วง ต.ค.-ธ.ค.2564 และขอย้ำว่ากรณีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์รวมทั้งหมด 21.54 ล้านโดส ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย เป็นการฉีดฟรี และการฉีดก็เน้นให้กลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยง
การแอบอ้างใดๆ ก็ตาม การหลอกลวงเรียกเก็บเงิน การให้ข่าวปลอม ทำให้เกิดความสับสน เกิดความปั่นป่วนในสถานการณ์ที่วิกฤต สธ.จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และการสื่อว่าวัคซีน ไฟเซอร์ที่หายไป 3 แสนโดส ฉีดให้แค่ 2 แสนโดสไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าไม่มีการฉีดให้กลุ่มพิเศษ หรือกลุ่มวีไอพีก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งหากพบก็ขอให้แจ้งเรื่องมาทางสธ. จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ฉีดซิโนแวคทหารใหม่แล้ว
พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่กองทัพบกได้รับทหารใหม่ผลัด 1/64 เข้าประจำการในเดือนก.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงของการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบกดำเนินตามมาตรการป้องกันโรค โดยเฉพาะได้เตรียมแผนการฉีดวัคซีนให้กับทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกและดูแลทหารใหม่ทุกส่วน อาทิ ครูฝึก ผู้ฝึก ผู้ช่วยครูฝึก ส่วนสนับสนุนด้านอาหาร สถานที่ งานธุรการ
โดยได้นำวัคซีนซิโนแวคที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ ครบทุกนายเรียบร้อยแล้วเมื่อ 23 ก.ค. แยกเป็นทหารกองประจำการผลัด 1/64 จำนวน 34,822 นาย และเจ้าหน้าที่หน่วยฝึกทหารใหม่จำนวน 312 หน่วยฝึก 15,635 นาย การฉีดวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข ไม่พบกำลังพลเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงหรือแพ้วัคซีน
ที่ผ่านมาได้ฉีดให้แก่กำลังพลส่วนอื่นๆ เช่นกันได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก, บุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพบก กำลังพลและครอบครัวตามระบบของรัฐบาลแล้วทั้งสิ้น 114,000 นาย ทำให้กำลังพลปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ โควิดในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย กองทัพบกขอขอบคุณรัฐบาลและศบค.ที่ได้สนับสนุนวัคซีน
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเสริมกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤตโควิดที่ยังมีการแพร่ระบาด และพบผู้ป่วยติดเชื้อตามบ้านและชุมชนมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มว่า เรากำลังเร่งช่วยกันคัดแยกผู้ป่วยเชิงรุก
โดยทหาร ตำรวจได้จัดกำลังเสริมชุด CCRT ของกทม. รวม 138 ชุด เร่งเข้าไปตรวจค้นหาเชิงรุกตามบ้านและชุมชนใน กทม. 50 เขต เพื่อแยกผู้ป่วยติดเชื้อออกจากชุมชน นำเข้าสู่ระบบการรักษาตามสถานพยาบาลที่กำหนด พร้อมทั้งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและกลุ่ม 8 โรคเสี่ยงที่ยังไม่ได้รับถึงบ้านทันทีในคราวเดียวกัน ส่วนการสนับสนุนจัดตั้งร.พ.สนามต่อเนื่องมาแล้วกว่า 1 ปี ตั้งแต่เดือนมี.ค.63 ปัจจุบันมีร.พ.สนามในหน่วยทหารรวม 34 แห่ง ใน 24 จังหวัดรวม 6,135 เตียง

ซิโนฟาร์มมาอีก – การบินไทยขนวัคซีนซิโนฟาร์มอีก 1 ล้านโดส น้ำหนักรวม 33.39 ตัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาถึงประเทศไทยแล้ว ที่อาคารขนถ่ายสินค้า การบินไทย เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
ซิโนฟาร์มถึงไทยอีกล้านโดส
วันเดียวกัน เที่ยวบินแอร์บัส ทีจี 8669 และทีจี 675 เส้นทางปักกิ่ง-กรุงเทพฯ โดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ขนส่งวัคซีนซิโนฟาร์มของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 1 ล้านโดส น้ำหนักรวม 33.39 ตัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่อาคารขนถ่ายสินค้า การบินไทย เขตปลอดอากร เรียบร้อยแล้ว
หนูแจงพัลวันเข้าโคแวกซ์
จากกรณีการเปิดเผยตัวเลขจัดส่งวัคซีนภายใต้โครงการโคแวกซ์ (COVAX) ปี 2564 พบว่าอินโดนีเซีย ได้รับมากที่สุดในเอเชีย สะสมที่ 14.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานว่า ข้อมูลวันที่ 22 ก.ค. โคแวกซ์ส่งมอบวัคซีนไปแล้ว 136 ล้านโดส ใน 136 ประเทศ เฉลี่ยแล้วประเทศละ 1 ล้านโดส เมื่อมีข้อมูลจากสำนักข่าวออกมาล่าสุด เช่น อินโดนีเซียได้รับสูงสุด 14 ล้านโดส เมื่อดูจำนวนของประเทศอื่นๆ ก็จะได้น้อยกว่า 1 ล้านโดส อย่างฟิลิปปินส์ ส่งมอบแล้ว 8 ล้านโดส มาเลเซีย 8 แสนโดส
หากมองในมุมของประเทศไทยที่ซื้อวัคซีนตรงกับบริษัทผู้ผลิตที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่เดือนก.ย.2563 ทำให้ตั้งแต่เดือนก.พ.2564 – ถึงสิ้นก.ค. ไทยมีวัคซีนรวมสะสมทั้งสิ้น 27 ล้านโดส แบ่งเป็นแอสตร้าเซนเนก้า 12 ล้านโดส และซิโนแวคอีก 15 ล้านโดส และยังมีส่วนที่ได้รับการบริจาคราว 3.5 ล้านโดสเป็นแอสตร้าฯ 1 ล้านโดส ที่ได้รับจากญี่ปุ่นซิโนแวค 1 ล้านโดสจากจีน และไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่จะเข้ามาปลาย ก.ค.นี้
เหตุผลทำไมไทยไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ตั้งแต่ต้น เพราะเราต้องนำเงินไปวางเพื่อจองวัคซีนที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไรหรือจะได้กี่โดส อาจจะส่งผลกระทบกับแผนการจัดหาวัคซีนหลักประเทศที่เราจะต้องนำเงินไปวางเพื่อสั่งซื้อเช่นกัน
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไทยจะเข้าร่วมโคแวกซ์ในปี 2565 ที่มีคนวิจารณ์ว่ารู้สึกตัวช้าหรือตัดสินใจพลาดนั้น นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้มีข้อมูลประจักษ์แล้วว่า แม้แต่บางประเทศที่จองจำนวนมากหรือมีจำนวนประชากรมหาศาล ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก
หากไทยจองด้วยก็ไม่ได้ยืนยันว่าเราจะได้มาก อาจได้รับ 1-2 ล้านโดส เราไม่ได้รู้สึกตัวช้า ติดต่อกับโคแวกซ์มาอย่างต่อเนื่องถึงวันนี้ ไม่ใช่ว่าผิดพลาด เพราะเราตัดสินใจไม่จองวัคซีนโคแวกซ์ และที่เราจะพิจารณาเข้าร่วมในปีหน้า เพราะสถานการณ์เปลี่ยน
เราวิเคราะห์ตามสถานการณ์จริง โดยการที่ผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศรายได้สูงที่จองไว้จนเกินพอในปีนี้ และเริ่มมีการบริจาคออกมา ต่อไปคาดว่าจะมีวัคซีนเข้ามาในโคแวกซ์เพื่อจัดสรรให้แต่ละประเทศได้มากขึ้น
เมื่อถามถึงกระแสลงพื้นที่รับส่งผู้ป่วย โควิด มีการวิจารณ์ว่าสร้างภาพ นายอนุทินกล่าวว่า ตนอยู่ในหน้าที่ตรงนี้ ถ้าทำอะไรแล้วมีคนวิจารณ์ก็รับฟังทุกเรื่อง อะไรที่มีประโยชน์ก็รับมาปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม เอาเวลาที่นั่งคิดว่าใครวิจารณ์ยังไง ไปทำอย่างอื่น เดินหน้า แก้ปัญหา ไปรับผู้ป่วยออกจากบ้านคงจะมีประโยชน์มากกว่า ทำด้วยความสำนึกในหน้าที่ ไม่ต้องสร้างภาพมันก็ปรากฏออกมาเอง
ซื้อชุดตรวจ 8.5 ล้านชุดแจก
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และเร่งลดการแพร่ระบาด โควิด-19 ในระลอกปัจจุบัน จึงได้มีนโยบายให้มีการดำเนินการ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ครอบคลุมที่สุด ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 8/2564 (วาระพิเศษ) เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 จึงได้อนุมัติจัดซื้อชุดตรวจโควิดกว่า 8.5 ล้านชุด วงเงิน 1,014 ล้านบาท เพื่อจัดหาชุดตรวจแอนติเจน เทสต์คิต ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงใช้ตรวจเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดหา และกรมควบคุมโรคกำลังวางแผนจะกระจายชุดตรวจให้ประชาชนได้ใช้ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดหาภายใต้โครงการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น
ทั้งนี้ สปสช. คาดว่าจะสามารถแจกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit (ATK) ให้ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้เองในช่วงระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.2564 และจะใช้ตรวจในหน่วยบริการปฐมภูมิด้วย โดยจะขยายไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่น 200 กว่าแห่งใน กรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. 69 แห่ง ร.พ.ชุมชน และรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายวัดทยอยร่วมเจตนารมณ์ “เผาศพโควิดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย” โดยมี 62 วัดในพื้นที่กรุงเทพฯ วัดในจังหวัดปริมณฑล 124 วัด วัดในส่วนภูมิภาค 407 วัด รวมทั้งสิ้น 593 วัด ยังมีวัดที่มีศักยภาพและมีพื้นที่เพียงพอให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์
โดยใช้พื้นที่วัดจัดตั้งเป็นร.พ.สนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัวรอดูอาการผู้ติดเชื้อ จึงได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดูแลคณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเต็มที่ โดยให้พิจารณาจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อให้ทางวัด อาทิ ชุดพีพีอีและอุปกรณ์ทำความสะอาด อีกทั้งให้เร่งประสานขอฉีดวัคซีนให้พระสงฆ์ สัปเหร่อและผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเร่งด่วน
ส่งกระดูกพยาบาลกลับโคราช
ที่วัดบางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี บรรดาเพื่อนร่วมงาน พร้อมด้วย นายบุญทัน ศรีสุข แฟนหนุ่ม น.ส.แพรพัชร์ ธัญวัฒน์ทวีสุข พยาบาลวิชาชีพ ร.พ.เกษมราษฎร์ บางแค ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 เดินทางมาเก็บกระดูกเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาบ้านเกิดที่ จ.นครราชสีมา หลังจากเมื่อวานนี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตมาทำพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า
ต่างชาติพอใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า จากโครงการภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์ได้เกือบ 1 เดือนแล้ว มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่เดินทางเข้ามาเกือบหนึ่งหมื่นคน 5 อันดับแรกที่เข้ามา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, อิสราเอล, เยอรมนี และฝรั่งเศส
อัตราเฉลี่ยการเข้าพักต่อคนอยู่ที่ 11 คืน ประเมินค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 70,000 บาท ได้แก่ค่าที่พัก ค่าตรวจสว็อบ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าพาหนะเดินทางในจังหวัด ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เฉลี่ยการใช้จ่ายอยู่ที่ 5,500 ต่อคนต่อวัน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนอยู่ที่ 534.31 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวมีความประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของชาวภูเก็ต และวางแผนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น เช่น เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ต่อไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับไปแล้วยังได้วางแผนพาครอบครัวกลับมาเที่ยวไทยซ้ำอีกด้วย
นายธนกรกล่าวต่อว่า จากการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวพบว่า พอใจคุณภาพของรถบริการรับ-ส่ง SHA พลัส ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต มากที่สุด รองลงมาคือ พอใจภาพรวมการให้บริการที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และพอใจการตรวจคัดกรองเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งการเปิดประเทศครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมตัวในการรองรับช่วงปลายปีที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีก ทำให้เห็นว่าการเปิดประเทศครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ปรับปรุงระบบลงทะเบียน COE ออนไลน์ใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาให้มีความสะดวก และ ททท.ในต่างประเทศยังได้ทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเจาะไปที่กลุ่มตลาดยุโรป เช่น ดูไบ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน กรุงปราก สตอกโฮล์ม และปารีส โดยคาดว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ของฤดูกาลการท่องเที่ยว
ลุยต่อ 6 เกาะกระบี่-พังงา
สำหรับแผนต่อไปคือการเดินหน้าเปิด 3 เกาะของ จ.กระบี่ ได้แก่ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล และ 3 เกาะของ จ.พังงา ได้แก่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ โดยมีกำหนดเปิดในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดย ททท.ยังคงเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมปีนี้ที่ 8.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตลาด ต่างประเทศ 3 แสนล้านบาทในจำนวน นักท่องเที่ยวราว 3 ล้านคน และรายได้จากตลาดภายในประเทศ 5.5 แสนล้านบาท
เชียงใหม่ผวาติดจากเด็ก 6 ขวบ
ส่วนสถานการณ์โควิดในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ บริเวณหมู่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย มีประชาชนทั้งหมู่บ้านมาตรวจสารคัดหลั่ง หลังทราบว่า มีคนป่วยโควิดมาร่วมงานศพ ซึ่งเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ ส่วนพ่อและแม่ไม่ติด ซึ่งได้เดินทางกลับไปที่จ.นครปฐมแล้วโดยรถส่วนตัว ทราบว่ามีคนที่เสี่ยงสูงประมาณ 31 ราย ที่อุ้มเล่นกับเด็กที่ติดโควิดทั้งอุ้มทั้งกอดและหอมแก้มเด็ก และส่วนที่มาร่วมงานทั้งชาวบ้าน และพระสงฆ์ อสม. ชรบ. ที่มาร่วมประกอบพิธีทางศาสนา อีกรวมทั้งหมด 100 กว่าคน รอผลตรวจ
ติงพัทลุงจัดงานท่องเที่ยว
ที่ตลาดสวนไผ่สร้างสุข อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นางปราณี รัตนประยูร รองผวจ.พัทลุง เป็นประธานเปิดงานท่องเที่ยว “พัทลุง 360 องศา” พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจังหวัด ซึ่งจังหวัดมอบหมายให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 24-25 ก.ค.ภายในบริเวณงานจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ร้าน นิทรรศการด้านการท่องเที่ยว เขา ป่า นา และศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องมาจากการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่ได้จัดมาก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานดังกล่าวท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้ประชาชนชาวพัทลุงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเหมาะสมหรือไม่ ในพิธีเปิดมีหัวหน้าส่วนราชการร่วมกันอย่างพร้อมหน้า อีกส่วนหนึ่งก็เป็นทีมงานของผู้รับเหมาจัดงานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย สำหรับตลาดสวนไผ่ขวัญใจ ก็ปิดมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนกระทั่งถึงวันนี้การท่องเที่ยวและกีฬาก็ขอใช้สถานที่จัดงาน จึงเปิดให้ได้จัดงานท่องเที่ยวเป็นเวลา 2 วัน เสร็จงานแล้วก็จะปิดต่อ
ยะลาแจ้งรับป่วยกลับบ้าน
นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา ประกาศพร้อมรับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลาที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 และไม่มีเตียงรักษา ที่ต้องการกลับมารักษา โดยต้องเป็น ผู้ที่มีภูมิลำเนาในจ.ยะลา และมีผลตรวจยืนยันอาร์ที-พีซีอาร์ ว่าพบเชื้อโควิด โดยขอให้ติดต่อประสานงานศูนย์ประสานงาน “คนยะลา ไม่ทิ้งกัน” ก่อนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับโทร.09-3651-8820 ทุกวัน เวลา 09.00 น. – 17.00 น.
โคราชป่วยนิวไฮ 351-ตาย 1
นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นพ.สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 351 ราย สอบสวนโรคเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 152 ราย รวมยอดสะสม 4,627 ราย รักษาหาย 2,038 ราย ยังรักษาอยู่ 2,545 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชาย อายุ 66 ปี พื้นที่เทศบาลเมืองปากช่อง อ.ปากช่อง ประวัติสัมผัสผู้ป่วยซึ่งเป็นญาติ รวมเสียชีวิตสะสม 44 ราย
จัด 14 โบกี้ขนคนกลับอีสาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากที่ประชุมของผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย เช้าวันเดียวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้จัดขบวนรถไฟโดยสารด่วนพิเศษ จำนวน 14 โบกี้ รับผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพมหานคร ที่ลงทะเบียน จองเตียงรักษา ผ่านระบบ สปสช 1330 กลับไปรักษาตามภูมิลำเนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 ก.ค. ปลายทางจ.อุบลราชธานี จำนวน 1,489 คน ,วันที่ 29 ก.ค. ปลายทางจ.หนองคาย จำนวน 1,400 คน และวันที่ 30 ก.ค. ปลายทางจ.อุบลราชธานี จำนวน 1,500 คน รวมประมาณ 4,389 คน
โดยในเที่ยวแรกวันที่ 26 ก.ค.มีจำนวนผู้ป่วยที่ลงทะเบียนขอกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดแล้ว ดังนี้ จ.นครราชสีมา 296 คน, บุรีรัมย์ 203 คน, ยโสธร 99 คน ,ศรีสะเกษ 303 คน ,สุรินทร์ 243 คน ,อำนาจเจริญ 51 คน และอุบลราชธานี 294 คน รวม 1,489 คน โดยขบวนรถไฟจะออกจากหัวลำโพงเวลา 04.00 น.
ทั้งนี้ ทาง ศบค.ได้สั่งการให้จังหวัดต่างๆ วางแผนประสานหน่วยงาน อาทิ สสจ., ขนส่งจังหวัด,หน่วยงานทหาร, ตำรวจและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมยานพาหนะ อาหาร น้ำดื่ม สุขาเคลื่อนที่ ระบบป้องกันการแพร่เชื้อ โดยให้มารับตัวผู้ป่วยที่จะลงยังสถานีรถไฟต่างๆ ไปรักษาตามร.พ. ร.พ.สนาม หรือจุดพักคอยแต่ละอำเภอจัดไว้ โดยจะออกจากหัวลำโพง กรุงเทพฯ เวลา 04.00 น. ปลายทาง จ.อุบลราชธานี
นพ.สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร นพ.สสจ.อุบลราชธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ซึ่งเดิมระบุมีคนป่วยกลับมากับขบวนรถไฟเที่ยวนี้ถึง 294 คนนั้น ปรากฏเหลือเดินทางมาจริงแค่ 40 คน เพราะบางคนหายป่วยแล้ว อีกส่วนได้เดินทางกลับในช่องทางอื่นเข้ารับการรักษาตัวที่จังหวัดแล้ว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกตามที่มีการปล่อยข่าวลือต่างๆ เพราะเจ้าหน้าที่มีการวางขั้นตอนการรับส่งผู้ป่วยเหล่านี้ไว้อย่างรัดกุม จึงไม่มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะมาแพร่เชื้อให้ชุมชนที่ตั้งอยู่รอบสถานีรถไฟตามข่าวลือ
ที่ศูนย์โควิด 19 จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง กล่าวว่าพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 322 คน รวมยอดสะสม 5,198 คน เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 1 ราย เป็นรายที่ 18 ของจ.ระยอง เป็นชาย อายุ 75 ปี อยู่ที่ ต.เขาน้อย อ.เขาชะเมา พบติดเชื้อและเข้ารับการรักษา ที่ ร.พ.เขาชะเมา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. และเสียชีวิตหลังเข้ารักษาโควิดเพียงหนึ่งวัน
ด้านนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง มอบหมายให้ปลัดอำเภอบ้านฉาง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท เคพีพี คอนสตนัคชั่น แอนด์ซัพพลาย จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้าง ในข้อหาลักลอบนำแรงงานจากพื้นที่สีแดง เข้าโดยไม่ได้แจ้ง และไม่มีการกักตัว ทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด 19 ซึ่งจะดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ชลบุรีนิวไฮอีก 795-ตาย 2
ด้านสสจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้ออีก 795 ราย รวมยอดสะสม 19,909 ราย รักษาตัวอยู่ 9,075 ราย หายป่วย 10,738 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเป็น 96 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนมากยังมาจากในสถานประกอบการ 15 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อวันนี้ก็มาจากเชื้อภายในครอบครัว 237 ราย จากสถานที่ทำงาน 94 ราย บุคคลใกล้ชิด 23 ราย ร่วมสังสรรค์ 3 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 13 ราย
ผู้ว่าฯปูเดิมพันเก้าอี้
ด้านจ.สมุทรสาคร รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ 1,083 ราย จากค้นหาเชิงรุก 357 ราย สะสมรวม 41,535 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 28,726 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 12,710 ราย และเสียชีวิตสะสม 99 ราย
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ได้ไลฟ์สดผ่านรายการ “ไม่แพ้แน่นอน” เป็นประจำทุกบ่ายวันเสาร์ 24 ก.ค. ว่า “ระบบคอลเซ็นเตอร์ ที่บอกว่าทำขึ้นมาเพื่อประสานงานสำหรับผู้ติดเชื้อโควิดของสมุทรสาคร เพื่อนำเข้าสู่ CI หรือศูนย์พักคอยคนสาคร หรือร.พ.สนามในชุมชน ซึ่งมีหลายคนบอกว่า คอลเซ็นเตอร์ที่ผู้ว่าฯ บอกไว้นั้น โทร.ไปเท่าไหร่ก็ไม่ติด หรือติดแต่ไม่มีคนรับสาย หรือเป็นระบบไลน์ส่งข้อความไปแล้วก็ไม่มีคนตอบ เหนื่อยครับ ขอลองใหม่อีกตั้งนึง วันนี้พัฒนาระบบคอลเซ็นเตอร์ให้ดีขึ้นและให้แต่ละอำเภอบริหารจัดการทำระบบไลน์ให้ชัดเจน
เพราะฉะนั้นทุกอำเภอต้องตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง ไม่งั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ตรงนี้ไม่ได้ขอแก้ตัวอีกครั้งหนึ่งแล้วกัน คราวนี้ถ้าไม่ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง ผมก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่สมุทรสาครไม่ได้แล้ว ก็ต้องพิจารณาตนเองแล้ว เอาตำแหน่งเป็นเดิมพันก็แล้วกัน เพราะว่าวันนี้ทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยทีมงานช่วยกันหลายๆ ฝ่าย วันนี้ถ้างานที่ออกมาพบพร่อง ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องรับผิดชอบ”
อยุธยาเจออีก 300-ตาย 2
ขณะที่ นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ป่วยอีก 300 ราย รวมสะสม 6,706 ราย รักษาหายแล้ว 3,211 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 3,446 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นหญิงชาวอ.อุทัย อายุ 40 ปี ตั้งท้อง 20 สัปดาห์ ไม่มีโรคประจำตัว และชายอายุ 67 ปี ชาวอ.วังน้อย มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง และไตวาย
กาญจน์สถิติป่วยใหม่ 510
สสจ.กาญจนบุรี รายงานพบผู้ป่วยใหม่ 510 ราย ซึ่งเป็นยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดของจังหวัด แยกเป็นคลัสเตอร์เรือนจำ 379 ราย ในจังหวัด 120 ราย นอกพื้นที่ 11 ราย หายป่วย 46 ราย เสียชีวิต 1 ราย
เป็นหญิง อายุ 66 ปี ชาวต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย โรคประจำตัวเป็นไตวายเรื้อรัง รวมผู้ป่วยสะสม จำนวน 2,658 ราย หายป่วย 851 ราย รักษาอยู่ร.พ. 1,783 ราย และเสียชีวิตสะสม 22 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลัสเตอร์ที่น่าเป็นห่วงคือ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี และคลัสเตอร์โรงงานไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่ (1989) จำกัด และบริษัทในเครือ ที่ผลตรวจแรพิด เทสต์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. พบผลบวกแรงงานไทย 25 ราย และเมียนมา 404 ราย แล้ว จากแรงงานทั้งหมด 1,136 ราย โดยรอผลยืนยันการตรวจแบบพีซีอาร์อีกครั้ง