แม่สอด-แม่ระมาดอ่วม
300ร้านตลาดริมเมยจม
แม่สอด-แม่ระมาด จ.ตาก ยังอ่วม น้ำทะลักเข้าท่วมวันที่ 5 แม่น้ำเมยล้นท่วมตลิ่ง จม 300 ร้านค้าตลาดชายแดนริมเมยแทบมิดหลังคา ขณะที่น้ำจากยอดเขาไหลบ่า เข้าร่วมบ้านเรือนประชาชน ถนน บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ส่วนที่แม่ระมาดก็ถูกน้ำท่วมหนัก ส่งผลให้ 670 หมู่บ้านจม ถูกตัดขาด จนท.ต้องส่งเรือท้องแบนขนชาวบ้านเข้า-ออก ไปซื้อหาอาหารมากิน กรมชลประทานแจ้ง ส.ค.- ต.ค. พายุจรจ่อเข้าไทย 2-3 ลูกเติมน้ำเขื่อน สั่ง 40 จังหวัดเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ท่วม ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อน 35 แห่งทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี 31-100% วางแผนกักเก็บถึง 1 พ.ย. คาดปีนี้มีน้ำใช้มากกว่าปี 63 เพียงพอใช้ในฤดูแล้งปีหน้า
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ในวันที่ 5 หลังจากน้ำในลำน้ำแม่น้ำเมยไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมตลาดริมเมยที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เชื่อมประเทศไทยกับประเทศเมียนมาทำให้ 300 ร้านค้าจมน้ำเมยจนมิดหลังคา และเกิดน้ำท่วมทุกอำเภอตามแนวชายแดนทั้งหมด โดยมีพื้นที่เกือบทุกตำบลใน อ.แม่สอด โดยเฉพาะ ต.แม่ปะเหนือ น้ำที่ไหลจากยอดเขาลงที่นาของชาวบ้านแม่ปะเหนือ และท่วมบ้านเรือนชาวบ้านจำนวนหลายหลังคาเรือน ขณะที่ถนนสาย แม่ปะ-แม่สอด หรือถนนสายแม่ระมาด-แม่สอด ซึ่งเปรียบเสมือนเขื่อนกั้นน้ำ ทำให้เกิดท่วมขังที่บริเวณร้านเฟื่องฟ้าไดนาโม ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งบริเวณนี้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ปกครอง และอบต.แม่ปะ มาดูแลความเรียบร้อย นำเรือยางมาบริการให้ชาวบ้านได้ใช้นั่งเข้า-ออกบ้านเพื่อมาซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น
ส่วนที่บ้านห้วยกะโหลก ต.แม่ปะ ก็เกิดน้ำท่วมด้านทิศเหนือ เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของสิ่งมีค่า ออกมาไว้ที่ถนนและเก็บไปไว้ที่ศาลาอเนก ประสงค์ของหมู่บ้าน
ที่บ้านท่าวังผา อ.แม่ระมาด น้ำท่วมมากไม่แพ้พื้นที่อื่นๆ เพราะถนนสายจากบ้านวังแก้วเพื่อเดินทางไปบ้านวังผา ถูกตัดขาดจากน้ำเมยที่เอ่อท่วมปิดเส้นทางรถทุกชนิดไม่สามารถข้ามเส้นทางดังกล่าวได้ และบ้านเรือนในหมู่บ้านวังผา จำนวน 670 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมทั้งหมด
ส่วนที่ท่าข้ามธรรมชาติท่า 23 บ้านวังแก้ว ก็พบว่าน้ำท่วมบ้านพักของท่า 23 และอาคารรับรองบ้านริมน้ำ ท่วมถึงชั้น 2 และน้ำเมยยังเอ่อเข้าท่วมอาคารโรงเรือนที่เลี้ยงวัว จนมิดหลังคากว่า 5 หลัง และท่วมโรงเรือนเลี้ยงแพะด้วย ส่วนทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ได้นำขึ้นมาเก็บไว้ที่เนินสูงแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ปกครองผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ.ในพื้นที่ ได้นำอาหารและน้ำดื่มเข้ามามอบให้ชาวบ้านแล้วท่า 23 วังแก้ว ถือว่าทรัพย์สินเสียหายไปจำนวนมาก
ด้านท่าทรายสีส้ม ที่ติดกับท่า 23 วังแก้ว น้ำท่วมถนนด้าน รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรข้ามไปมาได้ เจ้าหน้าที่ปิดถนนสายดังกล่าว ส่วนอาหารสินค้าที่จำเป็นสำหรับหมู่บ้านชาวจีนที่เมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ จำเป็นต้องส่งอาหารต่างๆ ให้นั้น ต้องใช้เรือขนส่งสินค้าข้ามลำน้ำเมยไปส่งให้ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการขับเรือ
สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยลึก อยู่ที่หมู่บ้านบ้านสัน ต.แม่ปะ ของกรมชลประทาน ที่ กักเก็บน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ ต.แม่ปะ และตำบลใกล้เคียงได้ใช้ประโยชน์นั้นยังเก็บ กักน้ำได้จำนวนมาก ปริมาณน้ำยังมีไม่ถึงครึ่ง
ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรม ชลประทาน กล่าวว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไทยอาจมีพายุจรในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.2564 ประมาณ 2-3 ลูก อิทธิพลลมพายุจะทำให้เกิดฝนตกอย่างสม่ำเสมอในประเทศไทย และมีฝนตกชุกในภาคตะวันตก ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนมากขึ้น ซึ่งการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ ประเมินกันเกือบทุกสัปดาห์ ดังนั้นกรม ชลประทานต้องจับตาพายุ และสถานการณ์น้ำฝน เพื่อบริหารจัดการน้ำในเขื่อนไม่ให้กระทบกับประชาชนบริเวณใกล้เคียงกรณีมีน้ำมาก และเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในกรณี น้ำน้อย
นายประพิศกล่าวอีกว่า ช่วงนี้ถึงวันที่ 2 ส.ค. จะมีอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ สปป.ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง โดยในภาพรวมเดือนส.ค. ต้องระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน 40 จังหวัด 170 อำเภอ และ 538 ตำบล โดยคาดการณ์ ว่าตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นไปจะมีปริมาณน้ำฝนสม่ำเสมอ สถานการณ์น้ำไหลลงอ่างขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ ไว้ 7 รูปแบบ ถึงวันที่ 1 พ.ย.
สำหรับรูปแบบที่ 1 กรณีมีน้ำมาก เขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 58,399 ล้านลบ.ม. หรือ 82% ของความจุ 2.กรณีน้ำเฉลี่ยเขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 51,295 ล้านลบ.ม.หรือ 72% ของความจุ 3.กรณีน้ำน้อยเขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 39,538 ล้านลบ.ม.หรือ 56% ของความจุ 4.กรณีน้ำปี 2539 เขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 55,098 ล้านลบ.ม. หรือ 78% ของความจุ 5.กรณีน้ำปี 2551 เขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 51,791 ล้านลบ.ม.หรือประมาณ 73% ของความจุ 6.กรณีวันแม็ป เขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 46,421 ล้านลบ.ม. หรือ 65% ของความจุ และ7.กรณีเลือกปี เขื่อนจะมีน้ำปริมาณ 52,038 ล้าน ลบ.ม.หรือ 73% ของความจุ
นายประพิศกล่าวต่อว่า หากให้ประเมินสถานการณ์น้ำกรณีเลือกปี น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ดี มีปริมาณน้ำตั้งแต่ 81-100% ขึ้นไป ของความจุจำนวน 15 แห่ง ปริมาณน้ำตั้งแต่ 51-80% ของความจุจำนวน 12 แห่ง ซึ่งถือว่าน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณน้ำตั้งแต่ 31-50% ของความจุ มีจำนวน 7 แห่ง ถือว่าน้ำพอใช้ และปริมาณน้ำน้อยไม่เกิน 30% ของความจุจำนวน 1 แห่ง โดยวันที่ 1 พ.ย. คาดมีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2563 อยู่ประมาณ 8,624 ล้านลบ.ม. ซึ่งที่ผ่านมากรมชลประทานมองว่า สถานการณ์น้ำปี 2564 จะใกล้เคียงปี 2551 คือมีน้ำใช้การได้มากกว่าปี 2563 อยู่ปริมาณ 8,377 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้งหน้าจนกว่าฝนใหม่จะมา

ยังจมหนัก – น้ำท่วมหนักติดต่อกัน 5 วัน ที่ต.แม่ปะเหนือ อ.แม่สอด จ.ตาก บางจุดน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้อง ใช้เรือสัญจร ขณะที่ อ.แม่ระมาดน้ำท่วมเช่นกัน ถนนเข้าออกหมู่บ้านถูกตัดขาด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.