ห้ามสื่อข่าวทำคนกลัว
งัดม.9พรก.ฉุกเฉินฟัน
ตั้งฉก.ปราบ‘เฟกนิวส์’
ฝ่ายค้าน-ปชป.รุมต้าน
ราชกิจจาฯประกาศใช้บังคับวันนี้ข้อกำหนดมาตรา 9 ในพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯห้ามเผยแพร่ข้อความเท็จ บิดเบือน ทำให้ประชาชนหวาดกลัว เข้าใจผิด กระทบความมั่นคง หาก ฝ่าฝืนให้กสทช.สั่งระงับไอพี แล้วส่งตำรวจดำเนินคดี ‘วิษณุ’ แจงใช้สกัดข่าวปลอมซ้ำเติมสถานกรณ์ กลุ่มดาวฤกษ์-ปชป.-ฝ่ายค้าน โวยปิดหูปิดตาประชาชน จี้ยกเลิก ‘ชัยวุฒิ’ ลุยตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจปราบเฟกนิวส์ ‘บิ๊กตู่’ หารือทีมเศรษฐกิจ เล็งเยียวยาประชาชนเพิ่มเติมจากพิษโควิด-19 ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมแจ้งบก.ปอท. ดำเนินคดี ‘อนุทิน’ ให้สัมภาษณ์คนไทยจะมีวัคซีนเต็มแขน พปชร.ฉะกมธ.พรรคเพื่อไทย เล่นการเมือง ขยี้งบฯ กองทัพเรือ
‘บิ๊กตู่’ถกทีมเศรษฐกิจวงเล็ก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เดินทางไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อถวายเครื่องราชสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เนื่องในโอกาสวันเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ.2564
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษา นายกฯ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการ นายกฯ เข้าหารือวงเล็ก เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนเพิ่มเติม ภายหลังได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์จากปัญหา โควิด-19 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 ส.ค.นี้
เวลา 11.00 น. นายอะห์หมัด อับดุลเลาะฮ์ อัลฮาญะรี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย เข้าอำลานายกฯ ในโอกาสพ้นหน้าที่ และช่วงบ่ายนายเกส ปีเตอร์ ราเดอร์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ต่อด้วย นางอานา ลูซี เชนทิล กาบรัล เพเทอร์เซิน เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทย และ นายอะศิม อิฟติคัร อะห์หมัด เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย เข้าอำลานายกฯ ในโอกาสพ้นจากหน้าที่
เล็งเพิ่มเยียวยาประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 29 ก.ค.พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วง 17.00 น. คำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหารือทีมเศรษฐกิจวงเล็กเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วัคซีน การล็อกดาวน์พื้นที่ มาตรการช่วยเหลือเยียวยา และเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลและความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ ถือเป็นวันแรกในรอบเกือบ 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปเป็นประธานในการเปิดเศรษฐกิจท่องเที่ยวตามโครงการ Phuket Sandbox ที่จ.ภูเก็ต หลังจากนั้นไม่ได้ตอบคำถามหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเลย ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านพัก และเวิร์ก ฟอม โฮม และถึงแม้จะมีการส่งคำถามไป แต่จะมอบหมายให้นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็น ผู้ตอบแทน มีเพียงการโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวเป็นระยะๆเท่านั้น
ราชกิจจาฯประกาศม.9พรก.ฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29) เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และต่อมาขยายเวลาการใช้บังคับออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2564 นั้น โดยที่มีการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือข้อมูลที่บิดเบือน ทำให้เข้าใจผิดหรือสับสน กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียกร้อยหรือการรักษาสุขภาพของประชาชนโดยผ่านทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯ ออกข้อกำหนดไว้ดังนี้
1.ห้ามผู้ใดเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อควมอันทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
เริ่มบังคับใช้ 30 ก.ค.
2.กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารตามข้อ 1 ในอินเตอร์เน็ต ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเตอร์เน็ตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมทุกรายทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาตังกล่าวทุกราย มีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด หากเป็นเลขที่อยู่ไอพีที่ตนเป็นผู้ให้บริการ ให้แจ้งรายละเอียดตามที่ กสทช.ทราบและให้ระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพีนั้นทันที
ให้ กสทช.ส่งรายละเอียดตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคที่หนึ่งให้แก่ สำนักตำรวจแห่งชาติ(ตร.)โดยเร็วเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตการให้บริการอินเตอร์เน็ต และให้ กสทช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.2564 เป็นต้นไป
ประกาศวันที่ 29 ก.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรี
‘วิษณุ’ระบุสกัดซ้ำเติมสถานการณ์
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อกำหนดตามมาตรา 9 ลอกข้อความมาจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อบอกย้ำ ให้รู้ว่าต้องระมัดระวัง แต่หากจะมีความผิด ข้อความนั้นต้องเป็นเท็จ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อความเท็จซ้ำเติมสถานการณ์ และต่อให้ไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว ถ้าเผยแพร่ข้อความอันบิดเบือนก็มีความผิดตามกฎหมายอาญา หรือพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญ หากมีการเสนอเรื่องราวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน สิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และกระทบต่อสุขภาพอนามัยประชาชน รัฐธรรมนูญก็ไม่คุ้มครอง วันนี้มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับสุขภาพเกิดขึ้น ถือเป็นการกระทำที่ผิด ขณะเดียวกันสิ่งที่สมาคมสื่อเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการนี้ ถือเป็นสิทธิ รัฐบาลรับฟัง และระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว ตอนนี้มีการเตือนให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมาย
ดีอีเอสปัดจำกัดเสรีภาพ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ยอมรับว่าประกาศดังกล่าวทำให้สื่อมวลชน และสมาคมวิชาชีพสื่อ ไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีความคิดจำกัดเสรีภาพสื่อหรือเสรีภาพประชาชน ทุกฝ่ายมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปดำเนินคดีอะไรที่เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ มีแต่คดีที่ทำผิดและเกิดความเสียหายกันอย่างชัดเจนจริงๆ
“ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าประเทศเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม การทำงานของทุกภาคส่วนต้องเข้มข้นมากขึ้นทำให้มีมาตรการออกมา แต่เป็นเพียงมาตรการที่ทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าต่อไป จำเป็นจะต้องการสื่อสารกับประชาชนเพื่อลดความตื่นตระหนก จึงขอให้สื่อมวลชนเข้าใจ” นายชัยวุฒิกล่าว
ลุยตั้งทีม‘ฉก.’ปราบข่าวปลอม
นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ครั้งที่ 4/2564 ได้พิจารณาแต่งตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา การเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์” ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมด้านการปกครอง ภาษี และสังคมอีกด้วย
คณะทำงานชุดนี้ มีหน้าที่จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ในการทำมาตรการทางปกครอง มาตรการทางภาษี และมาตรการสังคม มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและทันเหตุการณ์ อีกทั้งสนับสนุนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว และมีการประสานกับศูนย์ต่อต้านประจำแต่ละกระทรวงอย่างใกล้ชิด
“อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาข่าวปลอม คือความร่วมมือร่วมใจของประชาชน และผู้ใช้โซเชี่ยลมีเดีย อยากให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยสามารถแจ้งมาได้ที่บัญชีไลน์ทางการของศูนย์ ซึ่งปัจจุบันสมาชิกจำนวน 2,409,640 บัญชี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันต่อต้านข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ กับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่ไลน์ @antifakenewscenter เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
‘ดาวฤกษ์’ว้ากเมินเสียงปชช.
ด้านน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า เส้นบางๆ ระหว่างปราบเฟกนิวส์ กับปิดหูปิดตาประชาชน ซึ่งปรากฏการณ์ดารา คนมีชื่อเสียงออกมาคอลเอาต์ และนายกฯ มีคำสั่งให้ทุกกระทรวงจัดตั้งหน่วยงานให้เร่งติดตามและเอาผิดคนที่ปล่อยเฟกนิวส์ ไม่ต่างจากการปิดหูปิดตาประชาชน จำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของพลเมืองไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความไม่สบายใจ การแสดงจุดยืนของรัฐบาล ที่มองการเรียกร้องความเดือดร้อนของประชาชนเป็นศัตรู ขณะที่รัฐบาลคือตัวแทนประชาชนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา บริหารประเทศ ควรเป็นที่พึ่งและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ที่สุด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ประชาชนควรได้รับเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออก
การบังคับใช้กฎหมายเฟกนิวส์ที่การตัดสินอยู่บนดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การแสดงความรู้สึกในทางลบ เช่น วัคซีนไร้ประสิทธิภาพ หรือวิจารณ์การทำงาน ก็หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ผู้มีอำนาจจะต้องทำด้วยความรอบคอบและเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมาย ต้องไม่ลืมที่จะทำงานเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ ปรับปรุงกระบวนการสื่อสารของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในการดูแลปกป้องตนเอง
ที่สำคัญเมื่อเวลาต้องการหาข้อมูล แต่ไม่รู้ว่าจะเช็กข้อมูลถูกต้องได้ที่ไหน จะเป็นโอกาสของผู้ที่ไม่หวังดีสร้างเฟกนิวส์ และการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว โดยไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ได้ ก็ไม่อาจเป็นไปอย่างที่หวัง แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ การที่ผู้บริหารประเทศไม่ได้ยินเสียงที่แท้จริงจากประชาชน
‘องอาจ’เตือนสะเทือนถึงรัฐบาล
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินย่อมมีโอกาสกระทบต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ทำงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพ และอาจกระทบต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยสุจริตตามสิทธิเสรีภาพที่พึงกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ จึงขอเสนอรัฐบาล ดังนี้
1.ทบทวนข้อกำหนดที่ออกตามความใน มาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.ในกรณีที่อยู่ระหว่างการทบทวน ขอให้ผู้รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมาย โดยพูดให้ชัดว่าเจตนาที่ออกคืออะไร จะมีการบังคับใช้แค่ไหนอย่างไร และ 3.ภาครัฐไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่เป็นการข่มขู่ คุกคามสื่อที่ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพ และประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ
“ขอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต จนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน เพราะถ้ารัฐบาลหาทางจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชนมากเท่าไร จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลมากเท่านั้น และจะก่อให้เกิดผลสะเทือนต่อรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน” นายองอาจกล่าว
ฝ่ายค้านซัดทนไม่ไหวก็ลาออก
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า จากสภาวะการบริหารที่ล้มเหลวของพล.อ. ประยุทธ์ ทำให้บุคคลที่มีชื่อเสียงและผู้มีอิทธิพลในสาขาอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะดารา นักร้องต่างออกมา คอลเอาต์ เพื่อให้เร่งปรับปรุงแก้ไข แต่พล.อ.ประยุทธ์ กลับหาทางปิดปาก ล่าสุดยังกล้าประกาศจะดำเนินคดีคนคอลเอาต์ สั่งกวดขันดำเนินคดีข่าวปลอม ซึ่งเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ น่าจะผิดหลักประชาธิปไตยและขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เลิกการกระทำดังกล่าว หากทนไม่ไหวก็ไม่ควรเป็นผู้นำต่อไป เพราะประชาชนทนทรมานกับความล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปไม่ไหวเช่นกัน
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า คิดว่าการอ้างหรือการจัดการข่าวปลอม คือ การใช้กฎหมายเพื่อบีบบังคับประชาชน และใช้เรื่องนี้ปกป้องรัฐบาลจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากกว่า วันนี้สังคมไทยขับเคลื่อนได้ด้วยการด่า และต้องยอมรับว่าหลายครั้งก็ได้ผล เพราะทำให้รัฐบาลเปลี่ยนท่าทีหลายอย่าง ซึ่งบางเรื่องก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ภาพรวมทั้งหมดยังคงแย่มากและล้มเหลว ขอให้ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน
แจ้งจับ‘อนุทิน’ส่อสัมภาษณ์เท็จ
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานบันทึกเทปคำสัมภาษณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2564 ที่ระบุไม่มีการเลื่อนฉีดวัคซีน แต่หลังจากนั้นโรงพยาบาลต่างๆ ขอเลื่อนเพราะไม่มีวัคซีนให้ฉีด ทำให้มีคนติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มและเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมนำเอกสารข้อมูลรายชื่อโรงพยาบาลที่ประกาศเลื่อนฉีดวัคซีนมากกว่า 100 แห่ง มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีในความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายอัจฉริยะเผยว่า ตนนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอนุทิน เนื่องจากคำให้สัมภาษณ์นายอนุทิน เป็นข้อความอันเป็นเท็จ และยังให้สัมภาษณ์อีกด้วยว่า เดือนมิ.ย. คนไทยจะมีวัคซีนเต็มแขน และเต็มโรงพยาบาล แต่สิ่งที่เต็มโรงพยาบาลอยู่ขณะนี้ คือผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต รวมถึงประเด็นที่นายอนุทิน พูดเรื่องจำนวนประชาชนมารอฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อเป็นจำนวนมากด้วยว่าเป็นมุมกล้อง ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม เพราะคำพูดของคนระดับรองนายกรัฐมนตรี ย่อมเป็นที่จับตาของประชาชน อยากให้นายอนุทิน ชี้แจงถึงเรื่องปริมาณวัคซีน ที่มีข้อมูลว่าจ.บุรีรัมย์นั้น เป็นจังหวัดที่ได้รับวัคซีนมากที่สุดอีกด้วย
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสอบคำผู้ร้องไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
‘โจ้’ยื่นสอบ‘เรืองไกร’ถอยเบนซ์
ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2565 แถลงว่า ตนได้ยื่นหนังสือ ขอให้ตรวจสอบนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.งบประมาณ กรณีได้รับรถเบนซ์หรูป้ายแดงมูลค่า 5 ล้านบาท ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นกมธ.งบประมาณ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ถือว่านายเรืองไกรเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ห้ามรับเงินเกิน 3,000 บาท โดยยื่นต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธานกมธ.งบประมาณ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธาน กมธ.งบประมาณ สาเหตุที่ร้องต่อนายวิรัช ด้วยเนื่องจากนายเรืองไกรเป็นกมธ.งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า การที่นายเรืองไกรโพสต์รูปคู่กับรถเบนซ์ พร้อมระบุข้อความว่า ผู้ใหญ่ใจดีให้เงินซื้อรถใหม่ เอาไว้ใช้ตามใจได้ S 560 ป้ายแดง เลข 8807 และวันที่ 19 ก.ค. ยังให้รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใหญ่ใจดีถึงการเจรจาต่อรองเรื่องเงินสด 20-30 ล้านบาท หรือผู้ใหญ่ใจดีจะให้เป็นรถยนต์ ผลการเจรจา ทำให้นายเรืองไกรได้รับเงินสดเพื่อไปซื้อรถยนต์ดังกล่าว
จึงอยากให้นายอาคมและนายวิรัชตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งผลต่อกมธ.งบชุดใหญ่ ก่อนที่กมธ.งบชุดใหญ่จะพิจารณาเสร็จ และเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระที่ 2-3 วันที่ 18-20 ส.ค.นี้ และวันที่ 30 ก.ค.จะยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนบรรจุระเบียบวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณในวาระ 2-3 เพราะอาจทำให้มีปัญหาได้
พปชร.ฉะพท.เล่นแง่งบฯทร.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.งบประมาณ แถลงว่า การพิจารณาของกมธ.งบ จะดำเนินการต่อไปให้เสร็จก่อนวันที่ 18 ส.ค. เนื่องจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา กำหนดวันประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบปี 2565 วันที่ 18-20 ส.ค.นี้
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกกมธ.งบประมาณ เปิดเผยว่า อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน จะเป็นคณะท้ายสุดที่จะพิจารณา เบื้องต้นคาดว่า จะมีความดุเดือด หลังจากนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.งบประมาณ และอนุกมธ. ครุภัณฑ์ฯ ตั้งประเด็นที่จะให้กองทัพเรือ (ทร.) แสดงเอกสารการจัดซื้อเรือดำน้ำ รวมถึงโครงการจัดซื้อเรือยกพลขึ้นบก (แอลพีดี) ก่อนจะอนุมัติเงินค่างวดเรือดำน้ำระยะที่ 1 ซึ่งเสนอขอประมาณ 1,000 ล้านบาท
“ผมมองว่าเรื่องที่กมธ.ซีกเพื่อไทย ขอให้กมธ.งบประมาณใช้มติชี้ขาด คือการเล่นการเมืองมากเกินไป ทั้งที่การจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรก ทร.ได้เปิดเผยรายละเอียดแล้ว ส่วนการจัดซื้อลำที่ 2 และ 3 ยังต้องขออนุญาตจากหน่วยเหนืออีกครั้ง เพราะติดเงื่อนไขว่าหากเปิดเผยรายละเอียดสัญญากับบริษัทผู้ค้าก่อน อาจทำให้มีปัญหาได้” นายสรวุฒิกล่าว
นายสรวุฒิกล่าวว่า งบที่ทร.ขอในส่วนเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 จำนวน 900 ล้านบาท ถูกถอนออกแล้ว เหลือเพียงการเสนอของบเพื่อชำระเงินค่างวด 1,000 ล้านบาท ส่วนที่นายยุทธพงศ์ตั้งข้อสังเกตว่า ของบน้อยกว่าปี 2564 ที่ได้รับ 2,000 ล้านบาท ตนไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร เพราะขอน้อยหรือขอมาก กลับตั้งข้อสังเกตที่เป็นปัญหาอีก
รายงานข่าวจากพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การตัดลดงบปี 2565 ที่มีวงเงินกว่า 3.1 ล้านล้านบาทจากห้องอนุกมธ.แยกตามหมวดต่างๆ ในภาพรวม มีวงเงินที่ตัดได้แล้วกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท