เคลื่อนขบวนฮือไล่บิ๊กตู่ บุกถึงหน้าบ้านพักหลวง ‘ไฮโซลูกนัท’ชูป้ายด้วย ปะทะเดือดยิงแก๊สน้ำตา นัดใหม่ระดมอีก-7สิงหา 40จว.ทั่วปท.-จัดคู่ขนาน

คาร์ม็อบเดือด จนท.ปะทะผู้ชุมนุม หน้าร.พ.ทหารผ่านศึก ถึงขั้นยิงกระสุนยาง-ฉีดแก๊สน้ำตาใส่ ตำรวจจับ 7 แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี “เพนกวิน” นำมวลชน 300 คนบุกบก.ตชด.ภ.1 สุดท้ายผบก.ภ.จว.ปทุมธานียอมปล่อยตัว ขณะทั่วประเทศรวมพลังไล่ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เรียกร้องลาออก พร้อมครม. แกนนำทุกกลุ่มผนึกกำลัง ทั้ง ณัฐวุฒิและแกนนำราษฎร ร่วมสมทบกับบก.ลายจุด ประชาชนหลายภาคส่วนเอาด้วยชูสามนิ้ว อัดยับบริหารล้มเหลว ทำคนไข้โควิดตายในบ้าน-บนถนนจำนวนมาก ลั่นวันที่ 7 ส.ค. เคลื่อนไหวอีก เผย ‘ไฮโซลูกนัท’ ร่วมขบวนไล่นายกฯ ด้วย

คาร์ม็อบไล่ตู่อีก-ขีดเส้น 7 วัน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม็อบคณะราษฎรนัดจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จุดนัดรวมพลเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนโดยใช้เส้นทางผ่าน ถ.นครสวรรค์ ถ.พิษณุโลก ถ.พญาไท ถ.ราชวิถี ตัดเข้าสู่ ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อสมทบกับสมบัติทัวร์ นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง บริเวณด้านหน้าสนามบินดอนเมือง รวมระยะทางกิจกรรมคาร์ม็อบในพื้นที่กทม.วันนี้ 24.4 ก.ม. วันนี้เป็นลักษณะคาร์ม็อบทั่วไทย ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ โดยเชิญชวนราษฎรทั่วประเทศขับรถออกมาให้เต็มท้องถนน บีบแตรให้สะเทือนไปถึงฟ้าว่า “ประยุทธ์ออกไป” เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน แกนนำม็อบราษฎร เดินทางมาถึง มีมวลชนที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาเข้าร่วมกิจกรรมและมวลชนอื่นๆ ทยอยมาถึงเช่นกัน ทั้งหมดพักคอยเพื่อรอการจัดเตรียมขบวนอยู่บริเวณถนนราชดำเนิน ฝั่ง ร.ร.สตรีวิทยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.สำราญราษฎร์ และสน.ชนะสงคราม นำรั้วมากั้นเพื่อจัดระเบียบการจราจร ซึ่งรถของมวลชนเตรียมตั้งขบวนโดยใช้ 3 ช่องจราจร ขณะที่ช่องทางจราจรที่เหลือบน ถ.ราชดำเนิน รถของประชาชนทั่วไปยังคงสัญจรได้ตามปกติ ต่อมาเวลา 11.00 น. นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่าวันที่ 1 ส.ค. เป็นวันแรกของเดือนส.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่ดูแนวโน้มทางการเมืองแล้ว น่าจะเป็นเดือนที่ย่อยยับที่สุดของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าไม่ตายก็ปางตาย น่วมสาหัส เพราะวันนี้การต่อต้านรัฐบาลทรราช ไม่ใช่เฉพาะมวลชนทางการเมืองที่ออกมาขับไล่ แต่รัฐบาลได้สร้างศัตรูเป็นประชาชนทั่วประเทศ ประเทศนี้กำลังจะล่มสลาย เดือนนี้เป็นเดือนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะน่วมแน่นอน เพราะประชาชนต่างคนต่างเกลียดพล.อ.ประยุทธ์ถ้วนหน้า ใครที่คิดว่าตัวเองเดือดร้อนก็ให้มาร่วม เดือนแห่งความเริ่มต้นของความฉิบหายของประยุทธ์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์มีเวลา 7 วัน พิจารณาตัวเอง ก่อนชุมนุมอีกครั้งวันที่ 7 ส.ค. วันนี้ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่พิจารณาตัวเอง ประชาชนจะช่วยพิจารณาให้ ถ้ายังไม่ออกการขับไล่จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

จี้พรรคร่วมรัฐบาลเร่งถอนตัว

ด้านนายจตุภัทร์กล่าวว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่เส้นทางเดียวกัน คือ ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ วันนี้ประชาชนที่เคยสนับสนุน เคยรัก ตาสว่างแล้ว สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์เคยหลอกลวงประชาชน วันนี้ไม่สามารถหลอกลวงได้อีกแล้ว จะเป็นเดือนมหกรรมแห่งการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ “พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก ฟังเสียงประชาชนบ้าง วันนี้กระแสขับไล่พล.อ. ประยุทธ์มีมากที่สุด เพราะความจริงที่เกิดขึ้นวันนี้คือการเมืองทำให้คนตาย การเมืองเกี่ยวข้องกับประชาชน โครงสร้างไม่สามารถแบกรับได้แล้ว วันนี้มีอย่างเดียวคือต้องเปลี่ยนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนที่ทำให้ประเทศนี้ไม่มีความหวัง ล้มเหลว พรรคร่วมรัฐบาลถ้ายังไม่ออกจากการเป็นพวกประยุทธ์จะโดนการตอบโต้จากประชาชน พรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนถ้าไม่ถอนตัวออกจากพล.อ. ประยุทธ์จะจมน้ำตายไปกับพล.อ.ประยุทธ์ จึงขอเตือนให้เห็นแก่ประชาชน ถอนตัวออกมา ในเดือนส.ค.จะมีการเคลื่อนไหวตลอดเดือนขอให้ติดตาม” นายจตุภัทร์กล่าว เวลา 11.30 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบราษฎร ขึ้นรถปราศรัยที่จอดอยู่หน้าร้านแมคโดนัลด์ ถ.ราชดำเนินกลาง ระบุว่า เดือน ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องออกไปแน่นอน ถนนทุกสายมุ่งหน้าเพื่อไล่พล.อ.ประยุทธ์ออกไป ถ้ายังอยู่วิกฤตของประเทศไม่มีวันหาย ถ้าไม่ออกมาในช่วงนี้ จะไม่มีทางขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ได้ วันนี้ทุกองคาพยพ แม้แต่ชนชั้นนำก็ส่ายหัวให้พล.อ.ประยุทธ์แล้ว เพราะเห็นว่าเป็นต้นตอปัญหาทั้งหมด ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ออก ไม่ต้องไปพูดเรื่องการปฏิรูปสถาบัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เป้าหมายแรกที่ต้องทำให้ได้คือ ไล่พล.อ.ประยุทธ์ออกไป วันนี้คนรุ่นใหม่จับมือกับคนอีกรุ่น ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง และกปปส. ที่เห็นปัญหาร่วมกัน รวมกันเป็นแม่น้ำร้อยสายจากทุกเส้นทางมุ่งสู่ถนนเส้นเดียวกัน

ยัน 7 ส.ค.นัดรวมกันอีกรอบ

นายอานนท์กล่าวต่อว่า หลายคนบอกว่าการชุมนุมเสี่ยงติดโควิด-19 ซึ่งไม่จริง เพราะโอกาสจะติดจากพื้นที่โล่งแจ้ง สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ โอกาสจะติดน้อยมาก นี่เป็นการต่อสู้โดยสภาพบังคับว่าถ้าเราไม่ออกมา ทุกคนก็นอนรอความตายอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเราคนเดียว แต่หมายถึงพ่อ แม่ และลูกเล็กๆ ของเราด้วย วันนี้ชนชั้นนำพยายามออกมาตีกิน ให้ไล่แค่พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว เขาจะเปิดทางให้มี นายกฯ พระราชทาน ถ้าได้มาก็จะจัดการวัคซีนแบบพล.อ.ประยุทธ์ การบริหารจัดการไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น นอกจากขับไล่พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ต้องยึดหลักให้มั่นว่า นายกฯ ต้องมาจากประชาชนเท่านั้น ไม่เอานายกฯ พระราชทาน ไม่เช่นนั้นจะเป็นแค่การเปลี่ยนหน้ากาก แต่คนชักใยยังเป็นคนเดิม อย่าเขวตามที่ชนชั้นนำไทยบอก เขาจะโยนขี้ทั้งหมดให้พล.อ.ประยุทธ์ แล้วเปลี่ยนคนใหม่ ถ้าเป็นคนที่พวกเขาเลือกมาก็จะบริหารจัดการแบบพล.อ.ประยุทธ์ “พล.อ.ประยุทธ์ ลงจากตำแหน่งเมื่อใด คุกคือบ้านสุดท้ายของพล.อ.ประยุทธ์ ประชา ธิปไตยถ้าไม่สมบูรณ์ นายกฯ กี่คนผลัดเปลี่ยนเข้ามาก็จะเป็นแบบเดิม เราต้องยืนยันหลักการให้มั่น และยึดหลักสันติวิธีให้มากที่สุด อย่าหลงแผนยั่วยุของรัฐบาล เพื่อไม่ให้เราถูกป้ายสี เราต้องไม่ทำร้าย ทำลายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จะใช้หลักการสันติวิธีที่ยกเพดานการต่อสู้อย่างสูงที่สุด และขอฝากถึงทหาร วันที่ 7 ส.ค. เจอกัน ไฝว้คือไฝว้ จบคือจบ” นายอานนท์กล่าว

ขบวนรถเต็มราชดำเนินกลาง

ด้านนายพริษฐ์ปราศรัยว่า เดือนนี้เป็นการเริ่มต้นการต่อสู้ของประชาชน และเป็นเดือนแห่งจุดจบของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ความสูญเสียทั้งหมด รัฐบาลระบอบทรราชจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ คนพวกนี้ต้องรับผิดชอบด้วยการออกจากทุกตำแหน่ง และออกไปจากแผ่นดินนี้ การไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้หมายถึงแค่พล.อ.ประยุทธ์และ 5 ทรราช แต่หมายถึงนั่งร้านทั้งหมดที่มาเป็นเสาค้ำให้กับระบอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ด้วยตัวเอง แต่อยู่ได้เพราะส.ว.ทั้ง 250 คน พรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่มีอุดมการณ์อย่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงกลุ่มทุนที่โลภต้องการซื้อประเทศนี้ เราจะให้บ้านของคนในรัฐบาล ทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส.ส. และส.ว. จะไม่ได้อยู่อย่างเป็นสุขจนกว่าจะถอนตัวจากรัฐบาลชุดนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายพริษฐ์ปราศรัยจบ ได้ชูธงแดงเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของประชาชนว่า ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และขอให้รถทุกคันที่เข้าร่วมคาร์ม็อบบีบแตรให้ดังไปทั้งแผ่นดิน ก่อนประกาศเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 12.30 น. เพื่อมุ่งหน้าไปยังถ.วิภาวดีฯ

ตู้คอนเทนเนอร์กั้นหน้าร.1 รอ.

เวลา 10.30 น. ที่ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) กลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด นัดรวมมวลชนในเวลา 13.00 น. ที่หน้าสนามบินดอนเมือง โดยนัดทำกิจกรรมขับรถวนไปเรื่อยๆ บนถนนวิภาวดี-รังสิต โดยไม่เคลื่อนเข้าในเขตเมือง จะวนอยู่แค่ถนนวิภาวดี แล้วแยกย้ายกันกลับ เบื้องต้นจะไม่เคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่ราชการและแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางรั้วลวดหนามบริเวณสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยหอการค้า ทั้งสองฝั่งและนำตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงปิดเส้นทางการจราจร 1 ช่องทาง ตั้งแต่ช่วงหน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ยาวถึงหน้าปั๊มปตท. ติดกับสโมสรกองทัพบก ระยะทางประมาณ 800 เมตร โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าร.1 รอ. ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนและเขตพระราชฐาน นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินเเดง สน.บางซื่อ และทหาร บูรณาการปฏิบัติงานร่วมกัน เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบอย่างใกล้ชิด ขณะที่กลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแท็กซี่ไม่ทน นำโดยนายวรพล แกมขุนทด เข้าร่วมกิจกรรม นัดรวมตัวที่หน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งมวลชนทยอยกันมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก กลุ่มเสรีเทยพลัส เวลา 11.30 น. ที่สีลม ซอย 2 จากนั้นเดินทางไปร่วมกับกลุ่มนายสมบัติ ที่ถนนวิภาวดี (ดอนเมือง) ส่วนกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำโดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง นัดมวลชนที่บริเวณ MRT พระนั่งเกล้า ก่อนมุ่งหน้าไปทางกระทรวงพาณิชย์ แยกสนามบินน้ำ เลี้ยวขวาใช้ถนนติวานนท์ มุ่งหน้ากระทรวงสาธารณสุข (หน้าร.พ.ศรีธัญญา) เลี้ยวขวาแยกนนท์มุ่งหน้าท่าน้ำนนท์ เลี้ยวขวาแยกหอนาฬิกา มุ่งหน้ากรมราชทัณฑ์ ก่อนใช้เส้นทางเดิม เลี้ยวซ้ายแยกสนามบินน้ำ มุ่งหน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต

‘เต้น’ ร่วมลุย – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. พร้อมคนเสื้อแดง เคลื่อนขบวนคาร์ม็อบจากแยกราชประสงค์ ไปผนึกคาร์ม็อบคณะราษฎรและบก.ลายจุด ร่วมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่หน้าบ้านพัก ถ.วิภาวดีฯ กทม.

‘ณัฐวุฒิ’สวมใส่เสื้อแดงคืนเวที

เวลา 11.50 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาถึงบริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อรวมกับคณะของนายสมบัติ โดยขับรถไปวนในถนนวิภาวดีรังสิต นายณัฐวุฒิ ซึ่งสวมใส่เสื้อสีแดง เหมือนเมื่อครั้งต่อสู้ร่วมกับประชาชนเมื่อปี 2553 เปิดเผยก่อนเข้าร่วมกิจกรรมว่า วันนี้เป็นการแสดงพลังของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารหาทางรอดให้กับคนไทยในการเผชิญวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หมดสภาพทางการบริหารศูนย์สิ้นความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างสิ้นเชิง ทุกมาตรการที่ดำเนินการไม่เคยประสบความสำเร็จ เต็มไปด้วยปัญหาและผลกระทบให้ต้องวิพากษ์วิจารณ์ คนไทยตายเพิ่มขึ้นทุกวัน ท่ามกลางอนาคตที่มืดมนและสิ้นหวัง จึงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง วันนี้เป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของทุกคนทุกฝ่ายทุกส่วน อยากเชิญชวนให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างสันติตามกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่เรามี เมื่อถามว่าการชุมนุมในครั้งนี้ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงรัฐบาลได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ที่จริงไม่ต้องให้ประชาชนออกไปชุมนุม ไม่อยากให้รัฐบาลชี้วัดของพลังอยากเปลี่ยนแปลงด้วยจำนวนผู้คนบนถนน อยากให้ชี้วัดที่จำนวนคนเสียชีวิต คนตายคาบ้าน คนตายกลางถนน คนรอเตียง จำนวนวัคซีนที่ขาดหาย จำนวนกิจการต่างๆ ที่พินาศวอดวาย จำนวนความเสียหายทุกระบบที่เป็นอยู่ แล้วควรจะตัดสินใจลาออกไป สถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ถ้าคนไม่เหลืออดเหลือทนเขาไม่ออกมามากมายกันขนาดนี้ ที่นี่เป็นจุดหนึ่งของการนัดหมายเท่านั้น ยังมีถ.วิภาวดีฯ ยังมีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยังมีอีกหลายๆ แห่ง ทุกขบวนจะไหลเข้าไปแสดงพลังอย่างสันติบนถนนวิภาวดีรังสิตใช้เส้นทางตรวจกลางใต้ทางด่วนโทลล์เวย์เพื่อลดผลกระทบของผู้ที่สัญจรไปมา

ชี้คลัสเตอร์ล้มรัฐบาลบิ๊กตู่

กรณีการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่หรือไม่ หลังมีการออกพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าดูภาพวันนี้ส่วนใหญ่อยู่บนรถน่ากังวลน้อยกว่าที่สถานีกลางบางซื่อค่อนข้างเยอะ ที่มีคนหนีตายไปฉีดวัคซีน แต่อาจกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่จากการบริหารล้มเหลวของรัฐบาล ส่วนที่หน้าบ้านนายกรัฐมนตรีจะมีการแวะทำกิจกรรมด้วยหรือไม่นั้น ไม่มีการแวะทำกิจกรรมแต่อย่างใด ไปตามเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิตวนไปเวียนมาให้เห็นพลังของประชาชน ส่วนขีดเส้นใต้ให้นายกรัฐมนตรีลาออกกี่วันนั้น ลาออกได้ทัน

ไล่ถึงบ้าน – ขบวนคาร์ม็อบเคลื่อนถึงหน้ากรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิตซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกับกดแตรดังสนั่นหวั่นไหว ไล่ให้ลาออกจากนายกฯ โดยตลอดทั้งแนวรั้ว จนท.นำตู้คอนเทนเนอร์ มาตั้งขวางไว้อย่างแน่นหนา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

ตะโกนไล่ตู่-หน้าบ้านหลวง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ขบวนคาร์ม็อบทั้งจากกลุ่มราษฎร กลุ่มไทยไม่ทน และกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เคลื่อนมาบรรจบกันบนถ.วิภาวดี รังสิต บริเวณหน้าร.พ.ทหารผ่านศึก ส่งผลให้คาร์ม็อบแน่นเต็มทุกช่องจราจรในช่องทางคู่ขนาน การจราจรติดขัดมากจนต้องมีการจัดระเบียบการจราจร โดยเปิดช่องทาง ขวาสุดให้รถจากช่องทางคู่ขนานเบี่ยงเข้าทางหลักได้ จากนั้น เวลา 14.20 น. นายพริษฐ์กล่าวบนรถปราศรัยที่อยู่หน้า ร.พ.ทหารผ่านศึก ว่าที่ขบวนคาร์ม็อบยังไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ เพราะข้างหน้าคือกรมทหารราบที่ 1 (ร.1 รอ.) บ้านของพล.อ.ประยุทธ์ ตนได้รับรายงานมาว่ามีมวลชนบางส่วนได้จอดรถกดแตรอยู่ตรงนั้น ทำให้รถติดยาว เข้าใจว่าทุกคนอยากจะบีบแตรให้ดังสนั่นหวั่นไหวที่หน้าบ้าน ดังกล่าว แต่ตอนนี้เพื่อให้ขบวนคาร์ม็อบไปต่อได้ ขอให้ทุกคนบีบแตรคนละนิดคนละหน่อย วันหลังผ่านมาก็บีบใหม่ แต่ไม่ให้จอดหยุดอยู่กับที่ เพราะท้ายขบวนก็อยากไปบีบแตรหน้าบ้านพล.อ.ประยุทธ์เต็มทนแล้ว ต่อมาแกนนำขอความร่วมมือมวลชนงดใช้เสียง และงดบีบแตร เพราะเป็นพื้นที่หน้าร.พ.

ชาวบ้านเชียร์ร่วมด้วยชู 3 นิ้ว

ต่อมาเวลา 14.30 น. รถปราศรัยของกลุ่มราษฎร ที่บนรถมีนายพริษฐ์ นายจตุภัทร์ และนายอานนท์ เคลื่อนมาถึงหน้าประตู ร.1 รอ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารนำตู้คอนเทนเนอร์ และ วางรั้วลวดหนามไว้ยาวตลอดแนวรั้ว ร.1 รอ. ขณะที่นายพริษฐ์ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ให้มวลชนช่วยกันบีบแตรพร้อมกับตะโกนว่า “ประยุทธ์ออกไป” เพื่อส่งเสียงของประชาชนให้เข้าไปถึงบ้านพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเวลา 15.20 น. นายพริษฐ์ประกาศว่า ขอยุติการปราศรัยของกลุ่มราษฎรเพียงเท่านี้ เพราะขณะนี้ขบวนคาร์ม็อบของกลุ่มราษฎรมาบรรจบกับขบวนสมบัติทัวร์ของบก.ลายจุด แต่หากมีอะไรที่ต้องแจ้งกับมวลชน อาจขึ้นมาปราศรัยอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการเคลื่อน ขบวนคาร์ม็อบวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนบางส่วนที่ใช้รถใช้ถนนได้เปิดกระจกแล้วชูสัญลักษณ์สามนิ้วตลอด เส้นทาง

กลับใจ – นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ซึ่งเคยร่วมกับกลุ่มกปปส. ขับไล่รัฐบาลเลือกตั้ง เรียกร้องให้ทหารเข้ามายึดอำนาจ ได้เข้าร่วมขบวนคาร์ม็อบชูป้ายขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ด้วย บนถ.วิภาวดีฯ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

ไฮโซลูกนัทก็มา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอดีตผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกาศขอโทษประชาชนไทยทั่วประเทศ ที่ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับกปปส.ชัตดาวน์ประเทศ จนได้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และต่อมาประกาศร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อขับไล่นายกฯ และรัฐบาลนี้ ได้ร่วมกับขบวนคาร์ม็อบชูป้ายขับไล่พล.อ.ประยุทธ์บนถนนวิภาวดีฯ ด้วย

ตร.ยิงกระสุนยาง-แก๊สน้ำตา

ต่อมาเวลา 17.30 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนนำกำลังประมาณ 1 กองร้อย ได้เข้ากระชับพื้นที่ เพื่อเปิดถนนวิภาวดีรังสิต จากกลุ่ม ผู้ชุมนุมคาร์ม็อบ โดยตำรวจนำกำลังออกมาจากซอยพหลโยธิน 2 ข้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ตามด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูง 3 คัน รถน้ำอีก 2 คัน รถบรรทุกควบคุมผู้ต้องหาอีก 2 คัน ระหว่างนำกำลังเข้าพื้นที่ ผู้ชุมนุมที่ข้ามฝั่งไปหลบบนถ.วิภาวดีฯ ขาเข้ามุ่งหน้าดินแดง ได้ขว้างปาสิ่งของต่างๆ ทั้งขวดแก้ว ก้อนหินใส่ฝั่งเจ้าหน้าที่ จากนั้นเกิดเสียงดังคล้ายวัตถุระเบิดเกิดขึ้นหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงฉีดแก๊สน้ำตา พร้อมยิงกระสุนยางตอบโต้ ก่อนผู้ชุมนุมร่นถอยไป จากนั้นเวลา 17.42 น. ผู้ปราศรัยบนรถบรรทุกกลุ่มไทยไม่ทน ประกาศยุติการชุมนุม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย

40 จว. พร้อมใจคาร์ม็อบ

สำหรับในส่วนภูมิภาคหลายจังหวัดที่อยู่รอบๆ กทม.ขบวนคาร์ม็อบได้มาสมทบที่กทม.อย่างคึกคัก รวม 48 จุด ในพื้นที่ 40 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ จ.นครปฐม เวลา 10.00 น. ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ประชาชนรวมตัวกันเพื่อเข้ามาสมทบกับการชุมนุมในกทม. ตั้งแต่เวลา 09.30 น. มวลชนเริ่มรวมตัวกันที่จุดนัดหมาย ตำรวจพูดคุยกับนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในพื้นที่ว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มจำนวนมากขึ้น อาจเกิดความแออัด ขอให้เร่งเคลื่อนขบวน ที่จ.นนทบุรี เวลา 10.00 น. ที่ MRT พระนั่งเกล้า เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีนัดรวมตัวกัน เวลา 10.05 น. รถเครื่องเสียงของเครือข่ายฯ มาถึง MRT พระนั่งเกล้า มีตำรวจวางกำลังในพื้นที่ ตัวแทนประกาศว่า ตำรวจไม่ให้จอดรถเครื่องเสียงเพื่อรอมวลชนบริเวณนี้ จึงต้องขับรถวนไปเรื่อยๆ ต่อมาเวลา 10.31 น. ขบวนถึงกระทรวงพาณิชย์เพื่อเยี่ยมเยียน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าพื้นที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ ตำรวจเดินมาใกล้กับรถที่มาสมทบกับขบวน ตัวแทนตะโกนบอกว่า ให้ออกไปจากขบวนเนื่องจากวันนี้ประชาชนมาทำกิจกรรมคาร์ม็อบและมาเพื่อส่งเสียงของประชาชนเท่านั้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเครือข่ายฯ แสดงออกด้วยการติดป้ายผ้าบริเวณแผงกั้นหน้าประตูทางเข้ากระทรวง ข้อความว่า “ด่านหน้าต้องได้ Pfizer ไม่ใช่พวกหน้าด้าน” ตัวแทนมีการปราศรัยวิจารณ์การทำงานรับมือโรคระบาด ขอให้ทำงานให้สมกับเงินภาษีประชาชนและเต็มที่ในหน้าที่ด้วย ขอให้จัดวัคซีนที่ดีให้แก่ประชาชน หากทำไม่ได้ก็ออกไป การระบาดครั้งที่หนึ่งวัคซีนไม่มีพอให้อภัยได้ แต่นี่คือการระบาดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เวลา 12.00 น. ระหว่างที่รถเครื่องเสียงของเครือข่ายฯ และขบวนคาร์ม็อบกำลังมุ่งหน้าไปสมทบขบวนหลักที่ถ.วิภาวดีฯ โดยผ่านหน้าสภ.รัตนาธิเบศร์ ตำรวจนำรถมาจอดขวางกลางถนนและเข้าจับกุมทีมงานของเครือข่ายฯ ระบุว่า ตอนนี้กระทำผิดกฎหมายแล้ว แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ากฎหมายมาตราใด และมีการยึดรถไปด้วย จากการสอบถามหนึ่งในทีมงานระบุว่า มีรายงานว่า ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดจะถูกพาตัวไปที่ตชด.ภาค 1 ที่ จ.ปทุมธานี-เวลา 11.00 น. เริ่มจากกิจกรรมของกลุ่มรังสิตพะยอมเก๋าที่มหา วิทยาลัยรังสิต ตั้งแต่เวลา 11.17 น. รถมาร่วมขบวนมากกว่า 10 คัน มีการเปิดเพลง Do you hear the people sing? และแจกกระดาษเพื่อปิดป้ายทะเบียนรถข้อความว่า #รังสิตไล่เผด็จการ และ No112 จากนั้นเคลื่อนขบวนไปสมทบกับกลุ่มปทุมไม่ทนและเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

รุกผู้ว่าฯฉีดวัคซีนให้ชาวระยอง

ส่วนที่จ.ระยอง เวลา 14.30 น. นาย ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ระยอง แนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยคาร์ม็อบกว่า 100 คัน จอดปราศรัยอยู่บริเวณหน้าวัดเขาสำเภาทอง ริมถ.สุขุมวิท ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เรียงแถวยาวไปหลายกิโลเมตร โดยบีบแตรกันเสียงดังลั่นถนน พร้อมทั้งเสียงบีบแตรสนับสนุนจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา นายภาณุพงศ์กล่าวว่า การจุดคาร์ม็อบ ครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์ เดินทางไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อทวงถามนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในเรื่องการจัดหาวัคซีนให้กับชาวระยอง และแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพราะที่ผ่านมาชาวระยอง และแรงงานในภาคอุตสาหกรรมส่วนมากยังไม่ได้รับวัคซีน ต่อมาได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังจวน ผู้ว่าฯระยอง เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดเร่งหาวัคซีนมาให้ชาวระยอง อย่าปล่อยให้ประชาชนตาย ต้องแก้ปัญหาเรื่องวัคซีนเข้ามาให้พี่น้องชาวระยอง ข้าราชการ และ บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ให้ได้เร็วที่สุด สมกับจังหวัดที่มีจีดีพีสูงสุดในประเทศ รวมถึงฝากถึงเหล่ากาชาดจ.ระยองด้วย ที่สภากาชาดแย่งวัคซีนประชาชนไป เพราะมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน ชีวิตคนระยองจะมาคอยโชคชะตาไม่ได้ ผู้ว่าราชการจ.ระยอง นายกเหล่ากาชาด ออกมาหาวัคซีนมาฉีดให้ ชาวระยองโดยเร็วที่สุด หากทำไม่ได้ก็ไม่เหมาะสมกับจ.ระยอง ถ้า 7 วัน ยังไม่สามารถทำได้ จะบุกศูนย์ราชการโดยปักหลักชุมนุมจนกว่าจะได้รับคำตอบ

โคราชก็ฮือ – ชาวโคราชจำนวนมากพากันขี่รถจยย.-รถยนต์ ร่วมคาร์ม็อบไล่รัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมแนวร่วมอีกกว่า 40 จังหวัด ทั่วประเทศ ที่ลาน อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา

โคราชก็ฮือ

ที่ลพบุรี เวลา 16.00 น. กลุ่มลพบุรีจะไม่ทนเผด็จการนัดจัดกิจกรรมที่ลานอนุสาวรีย์จอมพล ป. เวลา 16.18 น. ตำรวจได้ประกาศข้อกฎหมายตั้งแต่ข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมตั้งแต่เวลานี้ หลังประกาศจบ ตัวแทนกล่าวขอบคุณตำรวจและแจ้งว่ารับทราบแล้ว ที่จ.นครราชสีมา เวลา 15.30 น. คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ ที่จ.นครราชสีมา นัดรวมพลกันที่ถนนราชดำเนิน หน้าลานอนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เวลา 15.30 น. โดยราษฎรโคราช พร้อมด้วยแนวร่วมกลุ่ม พีเพิ่ลโก (PEOPLE GO), กลุ่ม Korat No เผด็จการ เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม Car Mob ทั่วโคราช ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล พร้อมกับเรียกร้องทวงวัคซีน mRNA วัคซีนดีๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนคนโคราชอย่างถ้วนหน้า ที่จ.สุรินทร์ เวลา 14.00 น. เยาวชนสุรินทร์เพื่อประชาธิปไตยจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ โดยนัดหมายบริเวณตลาดไอคิว ก่อนการเคลื่อนขบวน ตัวแทนทำกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งพล.อ.ประยุทธ์ ตามพิธีกรรมแบบเขมร

คนคอนจะไม่ทนบุกบ้าน‘เทพไท’

ที่จ.กระบี่ เวลา 11.20 น. มีประชาชนรวมตัวกันทำกิจกรรมคาร์ม็อบที่สวนสาธารณะธารา ขบวนรถผ่านสวนสาธารณะธารา ทางเข้าจวนผู้ว่าฯ กระบี่ ศาลากลางจ.กระบี่ ตลาดเมืองกระบี่ และปลาบทางลานปูดำในเวลา 12.05 น. ต่อมาเวลา 12.15 น. มีรถกลุ่มบุคคลใส่เสื้อเหลือง เป็นรถตู้ 1 คันและรถกระบะอย่างน้อย 3 คัน เข้ามาจอดบริเวณจุดที่ผู้ร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบยืนอยู่ กลุ่มคนเสื้อเหลืองมีการปะทะคารมกับผู้ชุมนุม เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย ก่อนยุติกิจกรรมในเวลา 12.30 น. ที่จ.นครศรีธรรมราช เวลา 15.00 น. “คนคอนจะไม่ทน” จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ตั้งแต่เวลา 14.14 น. ไปที่หน้าบ้านของนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนปราศรัยว่า ขณะนี้นายเทพไทถูกตัดสิทธิส.ส.ไปแล้ว แต่เหตุที่ต้องมาที่บ้านเทพไทเพราะอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาการเข้าร่วมรัฐบาล อีกครั้ง ที่ จ. ลำปาง เวลา 16.00 น. กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชนนัดรวมตัวกันที่สวนสาธารณะ เขลางค์นคร เวลา 15.00 น. ทีมงานและมวลชนบางส่วนเข้าพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ EOD ลงสำรวจพื้นที่ จากนั้นเวลา 15.54 น. จึงเริ่มเคลื่อนขบวน ระหว่างทางตัวแทนได้ปราศรัยตอนหนึ่งกล่าวถึงมาตรการควบคุมโควิด 19 ประชาชนต้องตายคาบ้าน ข้างถนนทั้งที่คนเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดอะไรเลย

ตร.ยอมปล่อยตัว 7 แกนนำ

เวลา 17.00 น. เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความภารกิจวันนี้ยังไม่จบ!! เราได้รับรายงานจากทีมเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีว่า ขณะนี้สมาชิกที่ถูกตำรวจจับกุมถูกส่งตัวไปที่ บก.ตชด. แล้ว!! เพื่อเตรียมนำตัวไปฝากขัง ใครยังไหว โปรดนำรถของท่านเคลื่อนไปยัง บก.ตชด.ภาค 1 เพื่อสังเกตการณ์และช่วยเพื่อนทีมนนทบุรีของเรา!อย่ายอมให้หมารับใช้เผด็จการ คุกคามประชาชน!! ต่อมาเวลา 17.10 น.ที่หน้า บก.ตชด.ภ.1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎรพร้อมรถเครื่องขยายเสียงพร้อมด้วยมวลชนประมาณ 300 คน เดินทางมาเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยเพื่อนเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จำนวน 7 คนที่ถูกจับกุมพื้นที่สภ.รัตนาธิเบศร์ ก่อนนำตัวมาที่ บก.ตชด.ภ.1 ในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต นายพริษฐ์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ที่มานี้เพราะต้องการให้ปล่อยเพื่อนที่ถูกจับกุมอยู่ด้านใน โดยมีพล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ออกมาเจรจากับแกนนำที่ฝ่าแนวลวดหนามเข้ามาบริเวณสะพานข้ามคลองทางเข้า บก.ตชด.ภ.1 กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวแกนนำ 7 คนออกมาด้านนอก ก่อนที่แกนนำทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับ โดยพล.ต.ต.ชยุตเปิดเผยว่า ได้ปล่อยตัว แกนนำทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข หากสำนวนแล้วเสร็จ จะเรียกตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน