รายแรกสมุทรสาคร
‘ตายาย‘รอเตียง-ตาย
ป่วยรายวันพุ่ง17,970
ดับเพิ่ม178-ทะลุ5พัน
คุกอยุธยา1,362มีเชื้อ

สลดพยาบาลร.พ.สมุทรสาครติดโควิดเสียชีวิตเป็นรายแรกของมหาชัย เผยฉีดซิโนแวคเข็มแรกแล้ว ส่วนร.พ.ขอนแก่นวุ่น บุคลากรทางการแพทย์ป่วย โควิด 22 ราย ใน 2 โรงพยาบาล กลุ่มเสี่ยงอีกหลายสิบคนต้องกักตัว เผยฉีดวัคซีนแล้วด้วย ไทยติดเชื้อรายวัน 17,970 เสียชีวิตอีก 178 ยอดตายเกิน 5 พันแล้ว พบตจว.ติดเชื้อพุ่ง ขณะที่กทม. ปริมณฑลเริ่มลด มีคลัสเตอร์ใหม่ 7 แห่ง ตลาดโกลเดนเกต อรัญประเทศป่วยพุ่ง 231 ราย เตือนชาวบ้านมีถังออกซิเจนที่บ้านระวังเหตุเพราะเป็นวัตถุไวไฟ อยุธยาวุ่น คุกกรุงเก่าติดโควิดพุ่ง ส่วนชลบุรียังวิกฤตป่วยเกินพัน ขณะที่สระบุรี สระแก้ว กาญจน์ สมุทรปราการ ยอดป่วยกระฉูด สลดสองตายายรอเตียงไม่ไหว สิ้นใจคาบ้านพักกลางกรุง

ป่วยโควิดเพิ่ม 17,970

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,970 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 17,784 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,567 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 4,217 ราย มาจากเรือนจำ 175 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 633,284 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 13,919 ราย หายป่วยสะสม 419,241 ราย อยู่ระหว่างรักษา 208,875 ราย อาการหนัก 4,768 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,028 ราย

ตายอีก 178-เกิน 5 พันแล้ว

มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 178 ราย เป็นชาย 94 ราย หญิง 84 ราย อยู่ในกทม.มากที่สุด 68 ราย รองลงมาจ.สมุทรปราการ 23 ราย นครราชสีมา 10 ราย ปทุมธานี 9 ราย สมุทรสาคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 8 ราย ปัตตานี 6 ราย กำแพงเพชร ตราด จังหวัดละ 5 ราย นครปฐม 4 ราย สงขลา ชลบุรี จังหวัดละ 3 ราย อุบลราชธานี อุดรธานี สุรินทร์ ลำปาง อุทัยธานี ระยอง นครนายก จังหวัดละ 2 ราย และสตูล นครพนม ร้อยเอ็ด พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย จันทบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี และสระแก้ว จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 84 ราย หญิง 94 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเกิน 70% อายุ 17-94 ปี เฉลี่ย 66 ปี นอนร.พ.นานสุดจนเสียชีวิต 40 วัน เฉลี่ย 7 วัน โดย 48% เสียชีวิตหลังทราบผลไม่เกิน 6 วัน โดยเสียชีวิตที่บ้าน 5 ราย จากกทม. 2 ราย ปทุมธานี ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 5,168 ราย

ส่วนผู้ได้รับวัคซีน วันที่ 1 ส.ค. จำนวน 180,552 โดส ยอดฉีดวัคซีนสะสม 17,866,526 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 199,013,612 ราย เสียชีวิตสะสม 4,240,371 ราย ไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 42 ทั้งนี้ หากดูจากข้อมูลจะพบว่าประเทศที่ฉีดวัคซีนจำนวนมาก แม้จะมีผู้ติดเชื้อมาก แต่อัตราการเสียชีวิตน้อย เช่น อังกฤษ วันนี้ติดเชื้อ 24,470 ราย แต่มีผู้เสียชีวิต 65 ราย หากดูอัตราการป่วยต่อประชากร 1 ล้านคน และอัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 1 ล้านคนของไทย ยังถือว่าน้อยกว่าประเทศต่างๆ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย

ตจว.ติดเชื้อมากกว่ากทม.

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 2 ส.ค. ได้แก่ กทม. 3,144 ราย สมุทรสาคร 1,252 ราย ชลบุรี 1,141 ราย สมุทรปราการ 872 ราย นนทบุรี 743 ราย สระบุรี 486 ราย ฉะเชิงเทรา 465 ราย นครราชสีมา 457 ราย ปทุมธานี 454 ราย ระยอง 403 ราย หากดูสัดส่วนการติดเชื้อของทั้งประเทศพบว่า การติดเชื้อของกทม.และปริมณฑลอยู่ที่ 39% ส่วนจังหวัดที่เหลือรวมกัน 61% โดยกรมควบคุมโรคแยกแยะการติดเชื้อให้ชัดเจนพบว่า หลายพื้นที่ เช่น ภาคอีสานเป็นตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล จังหวัดเหล่านี้ทำประวัติการสัมผัสเชื้อ รวมถึงนำบุคคลดังกล่าวที่กลับตามระบบกลับไปรักษาตัวที่บ้าน จนสามารถจำกัดวงระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อาจสังเกตได้ว่า 16 จังหวัดที่ ถูกปรับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) บางจังหวัดมีผู้ติดเชื้อไม่มาก แต่ ที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เพราะการระบาดมีการกระจายเป็นกลุ่มก้อนในจังหวัดนั้นๆ ทำให้ต้องเข้มข้นมาตรการในพื้นที่

“สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ มี 7 แห่ง ประกอบด้วย ที่อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2 แห่งคือ โรงงานแม่พิมพ์พลาสติก พบผู้ติดเชื้อ 15 ราย บริษัทรถยก 10 ราย แคมป์ก่อสร้าง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 26 ราย บริษัทโลหะขึ้นรูป อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 17 ราย ตลาดโกลเดนเกต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 231 ราย บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี 16 ราย แผงผลไม้ อ.หลังสวน จ.ชุมพร 18 ราย สะท้อนให้เห็นว่า จากการปรับมาตรการควบคุมโรค นำไปสู่การปรับพื้นที่สีเพิ่มอีก 16 จังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด”

ปิดชั่วคราว – ศูนย์ฉีดวัคซีนของหน่วยความร่วมมือฉีดวัคซีนโควิด-19 ระหว่างกรุงเทพมหานคร-สภาหอการค้าไทย ที่ห้างโลตัสพระราม 4 ประกาศปิดศูนย์ชั่วคราว พร้อมติดประกาศว่าถ้าพร้อมเมื่อใดจะรีบแจ้งทางเอสเอ็มเอสโดยเร็วที่สุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

ศบค.แจงล็อกใหม่ถึง 31 ส.ค.

พญ.อภิสมัย กล่าวถึงมาตรการล็อกดาวน์ที่มีการประกาศปรับระดับพื้นที่ใหม่ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจาก 13 จังหวัด เพิ่มอีก 16 จังหวัด รวมเป็น 29 จังหวัดว่า ข้อกำหนดประกาศใหม่มีผลบังคับใช้วันที่ 3 ส.ค. โดยการประกาศยึดตามตัวเลขคือถึงวันที่ 31 ส.ค. แต่เมื่อออกข้อกำหนด ศบค.จะพิจารณาผลการกำกับติดตามในระยะ 2 สัปดาห์ก่อน คือวันที่ 18 ส.ค. จะพิจารณา หากผลกำกับติดตามเป็นไปในทิศทางที่ดี ข้อกำหนดอาจผ่อนคลายได้ หากยังไม่ดีและน่าเป็นห่วงก็ยืดไปถึงวันที่ 31 ส.ค.ได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงตำรวจ ทหารต้องตั้งด่าน พยายามกำกับติดตามมาตรการให้เข้มข้น ประชาชนที่อาจจะจำเป็นต้องเดินทาง เจ้าหน้าที่เรียกดูหลักฐาน อำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด แต่ที่ยังไม่จำเป็นต้องเดินทาง 14 วันนี้ ขอความร่วมมือลดการเดินทางหรืองดไปเลย หาก 14 วันดีขึ้นอาจผ่อนคลายมาตรการได้

“จากการปรับมาตรการควบคุมโรค นำไปสู่การปรับพื้นที่สีเพิ่มอีก 16 จังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยที่ประชุมมีข้อสรุปในการควบคุมโรคในสถานประกอบกิจการ รวมทั้งโรงงาน แคมป์แรงงาน บริษัท การจัดกิจการที่มีคนรวมกลุ่มจำนวนมาก เป้าหมายเน้นย้ำว่าเป็นการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่เฉพาะ (บับเบิล แอนด์ ซีล) ไม่เฉพาะกิจการที่ติดเชื้อแล้ว แต่ที่ยังไม่มีรายงานติดเชื้อก็ต้องรับข้อมูลจากจังหวัดและดำเนินการอย่างเข้มงวดด้วย เพื่อตรวจเฝ้าระวังลดการ ติดเชื้อในโรงงาน หากติดเชื้อก็ค้นหาได้เร็ว ลดการแพร่ระบาดสู่ชุมชน”

ล็อกดาวน์เจ๊งเดือนละ4แสนล.

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงกรณีศบค.มีมติขยายระยะเวลาการใช้มาตรการล็อกดาวน์ออกไป 14 วัน โดยปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัดเป็น 29 จังหวัด กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 11 จังหวัดว่า จะกระทบต่อเศรษฐกิจเดือนละ 3-4 แสนล้านบาทต่อเดือน เพราะทั้ง 29 จังหวัดเป็นจังหวัดที่มีการจับจ่ายใช้สอย มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อนข้างมากคิดเป็น 78% ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยทั้ง 29 จังหวัดที่มีการล็อกดาวน์นั้นมีการจับจ่ายประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ทั้งประเทศคนไทยจะใช้จ่ายประมาณวันละ 2.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้การล็อกดาวน์จะกระทบต่อเศรษฐกิจแต่ก็ต้องทำ เพราะจะช่วยให้ระบบสาธารณสุขของไทยไม่ล่มสลาย คือชะลอการติดเชื้อ หรือลดการระบาดลงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง อยากให้รัฐเร่งหามาตรการอื่นควบคู่ ไม่เช่นนั้นจะเหมือนมาเลเซียที่กึ่งล็อกดาวน์แล้วคุมระบาดไม่ได้ โดยเฉพาะมาตรการการเร่งฉีดวัคซีน การทำระบบ Home Isolation และ Company Isolation ส่วนประเด็นศูนย์ฉีดวัคซีน 25 จุดที่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวนั้น เนื่องจากไม่มีวัคซีนมาป้อนเป็นการหยุดชั่วคราวหากมีวัคซีนมาเพิ่มก็จะเปิดให้บริการได้อีกครั้งทันที

22หมอ-พยาบาลขอนแก่นติดเชื้อ

นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากกรณีมีการแชร์แอพพลิเคชั่น “ติ๊กต็อก” เป็นคลิปของพยาบาลสองคนนั่งกอดกันร้องไห้ใน โรงพยาบาล พร้อมข้อความระบุว่า “เมื่อผลสวอบออก ติดโควิดยกทีม โคฮอทหวอด พวกเราได้พักสักที เราทำหน้าที่เต็มที่ที่สุดแล้ว ขอให้พวกเราปลอดภัยทุกๆ คน”

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปของบุคลากรทางการแพทย์ของร.พ.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น จากการตรวจสอบ ทั้งร.พ.หนองสองห้อง พบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 7 ราย จึงตรวจเชิงรุกผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด 19 คน ผลตรวจรอบแรกเป็นลบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 19 รายต้องกักตัวเอง 14 วัน จากนั้นจะตรวจซ้ำอีก

“คลิปที่นำเสนอนั้นเป็นความเสียใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่พบว่าตัวเองติดเชื้อและต้องรักษาตัว โดยไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบได้ ขณะที่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวที่ร.พ.หนองสองห้อง 33 รายนั้น ส่งต่อการรักษามาที่ร.พ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 4 เรียบร้อยแล้ว นอกจากคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ร.พ.หนองสองห้องแล้ว ยังพบอีกว่ามีกลุ่มคลัสเตอร์โรงพยาบาลเอกชน 1 แห่งที่พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดรวม 15 คน จำนวนนี้เป็นแพทย์ 3 คน ทำให้การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตลอด ทั้งวัน ในวันนี้จะต้องแล้วเสร็จ”

นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้มีคำสั่งให้ตรวจสอบบุคลากรทางการแพทย์ในกลุ่มคลัสเตอร์ร.พ.หนองสองห้อง และ ร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง หลังพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีการฉีดวัคซีนครบหรือไม่ ขอตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งโรงพยาบาล เนื่องจากบุคลากรด่านหน้าต้องได้รับการฉีดวัคซีน ตามการจัดสรรของรัฐบาลครบทุกคน ซึ่งผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อร.พ.หนองสองห้อง 7 คน และ ร.พ.เอกชน 15 คนนั้นขอตรวจสอบก่อนทั้งหมดว่าฉีดวัคซีนครบหรือไม่

โควิดคร่าพยาบาลร.พ.สมุทรสาคร

จากกรณีมีการเผยแพร่ในโพสต์ของ เฟซบุ๊กจำนวนมาก แสดงความเสียใจต่อการจากไปของน.ส.อุไรวรรณ จันทรปลิน พยาบาลของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่ป่วยด้วยอาการติดเชื้อโควิด-19 และเสียชีวิตนั้น

นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.ร.พ.สมุทร สาคร กล่าวถึงความสูญเสียครั้งนี้ว่า น.ส. อุไรวรรณ จันทรปลิน พยาบาลวิชาชีพ (ด้านการพยาบาล) ระดับชำนาญการ เกิดวันที่ 19 ส.ค. 2518 อายุ 45 ปี 11 เดือน จะครบวันเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ตึกอายุรกรรมชาย 1 เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 64 ด้วยอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ร.พ.สมุทรสาคร ทราบผลเป็นบวก หรือติดเชื้อ ในวันที่ 26 ก.ค. จากนั้นนอนรักษาตัวโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. การที่น้องมาเข้ารับการรักษาตัวช้าไป 1 วันเนื่องจากต้องดูแลมารดาและหลาน ต่อมาพบว่าติดเชื้อด้วยนั้น และขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.สมุทรสาคร เมื่อเข้ารับการรักษาตัว น้องอุไรวรรณก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องให้ออกซิเจน ก่อนจะเข้าสู่ห้องไอซียู จนเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. ส่งตัวไปที่ร.พ.ราชวิถี แล้วเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 1 ส.ค.

นพ.อนุกูลกล่าวต่อว่า น.ส.อุไรวรรณเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกเมื่อวันที่ 20 ก.ค.64 ก่อนจะตรวจพบเชื้อไม่ถึง 1 สัปดาห์ จึงยังไม่มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ส่วนสาเหตุที่เพิ่งเข้ารับการฉีดวัคซีนอาจจะด้วยช่วงแรกทางน้องน่าจะกลัวเรื่องผลข้างเคียงจากน้ำหนักที่มากพอสมควร เลยไม่กล้าฉีดรอบแรก พอสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเลยตัดสินใจฉีดวัคซีน เมื่อน้องฉีดวัคซีนไปแล้วอาการต่างๆ ก็ปกติดี กระทั่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 แล้วเสียชีวิต ถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์รายแรกของร.พ.สมุทร สาครที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ช่วงนี้เรามีบุคลากรทางการแพทย์ของร.พ.สมุทร สาครเริ่มติดเชื้อมากขึ้น ตั้งแต่ 15 มิ.ย. 2564 ถึงปัจจุบัน 200 กว่าราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการที่รุนแรง มีอาการปอดอักเสบ 4-5 คน แต่น้องอุไรวรรณมีอาการรุนแรงมากที่สุด

“พวกเราต้องขอบคุณน้องอุไรวรรณและครอบครัวที่สร้างบุคลากรที่เข้มแข็ง ซึ่งน้องอุไรวรรณเป็นคนที่มีบุคลิกอัธยาศัยดีมาก เจอใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งใจทำงาน เพื่อนร่วมงานทุกคนรัก คิดว่าสิ่งที่น้องๆ ทำให้พวกเรา จะเป็นสิ่งที่พวกเราจะจำไว้ตลอด”

‘มหาชัย’ป่วยอีก 1,252

ขณะเดียวกัน จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,252 ราย พบจากค้นหาเชิงรุก 330 ราย และพบผู้ติดเชื้อเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล 922 ราย เป็นคนที่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร 733 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัด 189 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 50,906 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 30,911 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 19,855 ราย และผู้เสียชีวิตรายใหม่ 8 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 140 ราย

คุกอยุธยาวุ่นติดเชื้อ 1,362

นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิดในเรือนจำกลางจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา และทัณฑสถานบำบัดพิเศษ หลังพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด 1,362 ราย มีผู้คุมติดเชื้อ 9 ราย โดยคณะกรรมการควบคุมโรคให้ทางเรือนจำนำผู้ต้องขังตรวจพบเชื้อแยกกักห้อง แยกกักโรคในแดน B ส่วนเจ้าหน้าที่ให้ทำ HI ที่บ้านพัก ทำบับเบิล เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน และซีลผู้ต้องขังทุกแดน งดการเคลื่อนย้าย

กาญจน์ติดเชื้อเพิ่ม 220

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 220 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อภายในพื้นที่จังหวัด 166 ราย นอกพื้นที่จังหวัด 14 ราย ผู้ติดเชื้อในสถานประกอบการ 40 ราย รวมสะสม 4,340 ราย เสียชีวิตสะสม 34 ราย

วันนี้เป็นวันแรกที่ผู้ป่วยติดเชื้อรักษาหายกลับบ้านได้มากที่สุดถึง 537 ราย

สระบุรีป่วยอีก 440-ตาย 3

ส่วนจ.สระบุรี พบผู้ติดเชื้อวันนี้ 440 ราย ในการตรวจยืนยัน 314 ราย และตรวจเชิงรุก 126 ราย และเสียชีวิต 3 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้สัมผัสเชื้อรายก่อนหน้านี้ในโรงงานในเขตเมืองใหญ่ พบในเขตอ.หนองแค แก่งคอย อ.เมือง ตามลำดับ

ฉีดวัคซีน – ร.พ.มหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดวอล์ก อินฉีดวัคซีนให้แก่ 3 กลุ่มเสี่ยงสูงแบบไขว้ สำหรับผู้สูงอายุเกิน 70 ปี คนน้ำหนักเกิน 100 ก.ก.และคนท้องเกิน 12 สัปดาห์ มีผู้รอคิวลงทะเบียนเข้าฉีดแน่นขนัด เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

สระแก้วป่วยอีก 385

ส่วนที่จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 385 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 276 ราย และจากจังหวัดอื่น 109 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 2 ราย โดยที่อ.อรัญประเทศ ติดเชื้อ 250 ราย เฉพาะตลาดโรงเกลือ 245 ราย

มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นรายที่ 21 ของจ.สระแก้ว เป็นชายไทย อายุ 81 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ ขณะป่วยอยู่แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ ภูมิลำเนากรุงเทพฯ ปัจจัยเสี่ยงโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ

ชลบุรีติดเชื้ออีก 1,141-ตาย 6

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,141 ราย ติดเชื้อสะสม 27,770 ราย กำลังรักษาตัว 13,149 ราย หายป่วย 14,488 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย เสียชีวิตสะสม 133 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อกระจายครบทุกอำเภอ พบติดเชื้อมากสุดที่อ.ศรีราชา 291 ราย

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯชลบุรี มีคำสั่ง 1.ห้ามผู้ใดเข้า-ออก บริษัทหวั่นหลิน (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ต.บ้านบึง ตั้งแต่วันที่ 2-29 ส.ค. 2.ห้ามผู้ใดเข้า-ออก แคมป์คนงานก่อสร้างบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง ตั้งแต่วันที่ 2-29 ส.ค. และ 3.ปิดบริษัทเจ็ท อินดัสตรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ต.พานทอง อ.พานทอง ตั้งแต่วันที่ 2-4 ส.ค. 2564

ปากน้ำป่วยอีก 872-ตาย 23

เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 872 ราย ในพื้นที่ 787 ราย นอกพื้นที่เข้ามารักษาในจ.สมุทร ปราการ 85 ราย แยกเป็นอ.เมือง 326 ราย อ.บางบ่อ 25 ราย อ.บางพลี 154 ราย อ.พระประแดง 200 ราย อ.พระสมุทรฯ 48 ราย อ.บางเสาธง 34 ราย ผู้ป่วยสะสม 40,558 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 23 ราย เสียชีวิตสะสม 413 ราย

สลดตา-ยายดับรอเตียงไม่ไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ชุดปฏิบัติการพิเศษโควิด-19 ได้รับแจ้งให้เดินทางไปบรรจุร่างผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่ ซอยอ่อนนุช 66 (ซ.โมราวรรณ 2) แขวงสวนหลวง เขตประเวศ กรุงเทพฯ

นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว อาศัยอยู่ในรั้วเดียวกัน 2 ครอบครัว รวม 9 คน ซึ่งครอบครัวแรกติดเชื้อ 5 คน ครอบครัวที่สองติดเชื้อ 4 คน เดินทางไปรักษาแล้ว 3 คน ส่วนใหญ่จะรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากครอบครัวดังกล่าวให้เข้ามารับศพ คุณตาอายุ 82 ปี เสียชีวิตจากเชื้อ โควิด ทางเจ้าหน้าที่จึงระบุว่าจะมารับร่างใน วันนี้ แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางครอบครัวโทรศัพท์แจ้งว่า คุณยาย อายุ 80 ปี เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เช่นเดียวกัน ซึ่งตากับยายยังรอเตียงรักษาอยู่ที่บ้านแต่ไม่ทันการณ์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บรรจุร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดกระทุ่มเสือปลา

ย้ำห้ามขายชุดตรวจผ่านออนไลน์

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจหาเชื้อโควิคด้วยชุดตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิต ว่า ชุดตรวจดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ไม่อนุญาตให้ขายทางออนไลน์ ตามตลาดนัด ตามร้านสะดวกซื้อ แต่จะซื้อได้ในร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ เพราะต้องตรวจสอบเรื่องคุณภาพและที่มาที่ไป และต้องมีคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจว่าผลตรวจแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งพบว่ามีการลักลอบขายทางออนไลน์อยู่จำนวนหนึ่งแล้วราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นหากพบว่าราคาสูงเกินไปขอความกรุณาอย่าซื้อ ขณะนี้มีอยู่ 19 ยี่ห้อและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วราคาจะถูกลง และที่สำคัญองค์การเภสัชกรรมได้แทรกแซงโดยการนำมาจำหน่ายไม่เกิน 200 บาทต่อชุด ให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 3 ชุด ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง

กลุ่มแท็กซี่เฮ-ได้เยียวยาแน่

ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รับข้อร้องเรียนจากนายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทยที่เข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเรียกร้อง 3 ประเด็น คือการสมัครมาตรา 40 ของคนขับแท็กซี่ที่มีอายุ 65 ปีลงมา กรณีอายุเกิน 65 ปี ที่สมัครมาตรา 40 ไม่ได้ และกลุ่มที่ตกหล่น

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงความลำบากและให้ความห่วงใยพี่น้องอาชีพอิสระ เช่นคนขับรถแท็กซี่ หาบเร่แผงลอย มอเตอร์ ไซค์รับจ้าง ขับรถสามล้อ อาชีพธุรกิจกลางคืน อย่างพนักงานเสิร์ฟ นักร้อง นักดนตรีที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมีดำริให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อช่วยเหลือเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 คนละ 5,000 บาท โดยกรณีคนขับแท็กซี่ที่มีอายุ 65 ปีลงมาและมีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดได้สมัครมาตรา 40 จะได้รับการเยียวยาครบทุกคนหรือไม่นั้น เรื่องนี้มีระบบการตรวจสอบอยู่แล้ว หากมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะและอยู่ในพื้นที่ 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดก็จะได้รับการเยียวยา

ส่วนกรณีคนขับแท็กซี่ที่มีอายุเกิน 65 ปี แต่ระเบียบประกันสังคมที่รับสมัครมาตรา 40 ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปี ส่วนนี้กระทรวงแรงงานจะหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อแก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์ และนำเข้าครม. ส่วนกลุ่มที่ตกหล่นยังไม่ได้ลงทะเบียนจะนำเข้าครม.อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกหล่น ซึ่งจะเสนอครม.ได้ในวันที่ 10 ส.ค. เพื่อให้โอนเงินได้ในวันที่ 24 ส.ค.นี้

ห้างขานรับเปิดร้านอาหารเดลิเวอรี่

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประสานหารือกับสมาคมศูนย์การค้าไทย และสมาคมภัตตาคารไทย พร้อมปฏิบัติตามหลังจากคำสั่งศบค. ลงวันที่ 1 ส.ค.2564 เรื่องการยกระดับมาตรการการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 และการปรับมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน โดยผ่อนปรนให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ดำเนินการได้เฉพาะการสั่งอาหาร หรือเครื่องดื่มผ่านบริการขนส่งอาหาร (ฟู้ด เดลิเวอรี่) ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป โดยให้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เปิดบริการฟู้ด เดลิเวอรี่ ซึ่งดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. และไม่เปิดบริการให้ประชาชนทั่วไปซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มแบบรับกลับด้วยตัวเองได้ ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด

“การพิจารณาอนุมัติการผ่อนผันในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย และครอบคลุมจำนวนแรงงานกว่า 400,000 ราย ทำให้มีรายได้เพื่อพยุงธุรกิจต่อไป”

ร.พ.สนาม – อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับภาคเอกชน เปิดโรงพยาบาล ขนาด 400 เตียง รองรับผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่วิกฤตที่ผ่านการประเมินจาก ร.พ.แล้ว เข้าพักรักษาเพื่อลดความแออัดและเตียงของโรงพยาบาลหลักไม่เพียงพอ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

เอกชนโวยรบ.แก้โควิดอืด

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าฯหารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ ว่ายังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะพยายามตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อ แต่ก็ยังไม่รวดเร็วและเพียงพอ นอกจากนั้นการจัดหาและกระจายวัคซีนก็ ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ประกอบกับเชื้อ โควิด-19 มีการกลายพันธุ์ ทำให้การระบาดระลอกที่ 4 นี้รุนแรงและรวดเร็ว คาดว่าสถานการณ์จะยืดเยื้ออีก 2-3 เดือน รวมทั้งจะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติม หากยังไม่สามารถควบคุมและตัดวงจรการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข และกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการผลิตและส่งออก อาจเกิดการปิดโรงงาน หยุดการผลิต

หอการค้าไทยและเครือข่ายเอกชนทั่วประเทศ จึงเสนอแนวทางดังนี้ 1.สถานการณ์ขณะนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันตรวจหาเชื้อ เพื่อให้ทราบตัวผู้ติดเชื้อก่อน โดยใช้แนวคิด “รู้เร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว” โดยภาครัฐจะต้องสนับสนุนการจัดหา Antigen Test Kit ให้มีราคาถูก หลากหลาย มีคุณภาพ และหาซื้อได้ง่าย

ทั้งนี้จะต้องเร่งดำเนินการในเชิงรุก รวมถึงมีการสื่อสารที่ชัดเจน ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันสร้างความรู้ความเข้าใจของโรคกับประชาชนให้เข้าใจวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง และทันต่อการกลายพันธุ์ของเชื้อโรค

นอกจากนั้น เพื่อให้ประชาชนและ ผู้ประกอบการเข้าถึง Rapid Antigen Test kit ในราคาที่เหมาะสม หอการค้าไทยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำคำแนะนำ และช่วยผู้ประกอบการจัดหาชุดตรวจฯ ในราคาที่เหมาะสมต่อไป

2.ขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐในประเด็นต่างๆ คือ ในส่วนของ Rapid Antigen Test Kit ต้องมีราคาที่เหมาะสม ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ หรือภาครัฐมีการสนับสนุน หาซื้อได้ง่าย มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีปริมาณเพียงพอ รวมถึงการบริหารจัดการในการกำจัด ปรับระบบการบริหารจัดการเตียงใหม่ เพิ่มจำนวนสถานที่และเตียง

ในระยะถัดไป อาจมีการกลายพันธุ์ของไวรัสอีก ดังนั้น ภาครัฐควรสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์

“การแพร่ระบาดยังมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนเรากำลังตามแก้ไขปัญหา ทุกส่วนจึงต้องปรับวิธีการให้เป็นเชิงรุกอย่างจริงจัง หอการค้าไทยและเครือข่ายภาคเอกชน ตลอดจนสมาชิกทุกกลุ่มธุรกิจ มีความพร้อมและยินดีที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อหาแนวทางร่วมแก้ไขวิกฤตนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้” นายสนั่นกล่าว

เยาวชนจี้อว.ช่วยนศ.ติดโควิด

นายธนวัฒน์ ป่ากว้าง ประธานกลุ่ม เมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมด้วย นายธนเดช ใจสบาย ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ และแกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงเข้ายื่นหนังสือถึงศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านทางผู้แทน เพื่อเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือนิสิตนักศึกษา จากวิกฤตโควิด-19 พร้อมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “นศ.ติดโควิดนอนห่มผ้า กินมาม่า ชูป้ายขอความช่วยเหลือ”

นายธนวัฒน์กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายฯขอข้อเสนอต่อ รมว.อว.ดังนี้ 1.ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์พักคอย ระหว่างรอส่งตัวผู้ป่วย โควิด-19 เนื่องจากมีความพร้อมด้านอาคารสถานที่ บุคลากร และยานพาหนะที่สามารถปรับเป็นรถพยาบาลรับ-ส่งผู้ป่วย 2.ขอเรียกร้องให้ทุกมหาวิทยาลัยอย่านิ่งเฉย เร่งออกแบบกลไกช่วยเหลือนักศึกษา 3.เป็น เจ้าภาพหลักระดมความร่วมมือจากผู้ให้บริการหอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า ลดหย่อนค่าที่พักที่อาศัยเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายแก่นักศึกษาและผู้ปกครอง 4.ขอวิงวอนให้เพื่อนนิสิตนักศึกษา ใช้ชีวิตอย่างระมัด ระวังขั้นสูงสุด และช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวัง และไม่รังเกียจผู้ที่ติดเชื้อ ช่วยเหลือกันตามกำลัง 5.ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งที่ไม่นิ่งเฉยต่อวิกฤตเชื้อโควิด-19 เปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์พักคอย รวมทั้งมาตรการ อื่นๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน