ทะลุฟ้ายื่น3สถานทูต
ลูกนัทขอให้ห่วงกวิน
ชีป่วยในคุกหนักกว่า

สามเหลี่ยมดินแดงยังเดือดรายวัน ชาวบ้านโวยคฝ.ยิงกระสุนยางใส่ไม่ไว้หน้า แม้คนที่ขับจยย.ผ่านเหยื่อสาวกำลังจะกลับบ้านโดนเต็มหลัง เจ็บปวดถึงร่ำไห้ กู้ภัยต้องนำส่งโรงพยาบาล ด้าน ‘ลูกนัท’ โพสต์อีกยันมีชีวิตอยู่ได้แม้ดวงตามองเห็นข้างเดียว ขอให้ทุกคนร่วมต่อสู้กันต่อไป ขอให้เป็นห่วง ‘เพนกวิน’ ป่วยโควิดในคุกหนักกว่า วอนให้ทุกฝ่ายช่วยกดดันให้ได้นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลภายนอก กลุ่มทะลุฟ้าจัดคาร์ม็อบสัญจรฟ้องโลก ยันรัฐไทยสั่ง เจ้าหน้าที่สลายม็อบด้วยความรุนแรง ตระเวนยื่นหนังสือสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ให้ช่วยจับตา-กดดัน นอกจากนี้ยังไปสถานทูตสหรัฐอเมริกา ฟ้องกรณีจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์บริจาคไม่โปร่งใส มีการเบียดบังไปให้กำลังพลในกองทัพ ก่อนจะเคลื่อนที่ไปยังสถานทูตจีนขอให้หยุดขายซิโนแวควัคซีนคุณภาพต่ำ

บช.น.เผยภาพรวมม็อบชุมนุม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยกรณีการชุมนุมว่า การชุมนุมกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าเชิญชวนนัดหมายจัดการชุมนุมคาร์ม็อบนัดหมายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางไปสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ เวลา 11.00 น. เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยใช้ปฏิบัติการทางกฎหมายในการสลายการชุมนุมของประชาชน และเดินทางต่อไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา เวลา 13.00 น.เพื่อ ร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการจัดสรรวัคซีนที่ได้รับมอบจากรัฐบาลอเมริกา

นอกจากนี้ ยังเดินทางไปยังสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เวลา 15.00 น. เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการที่รัฐบาลไทยจัดหาวัคซีนซิโนแวค จากบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนจีนจำนวน ทั้งสิ้น 24.55 ล้านโดส ซึ่งเป็นวัคซีนที่คุณภาพต่ำ ไม่สามารถรับมือกับการเเพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ นอกจากนี้ กลุ่มรีเดมประกาศจับตาดูการอภิปรายงบประมาณในสภา คาดว่ามีการนัดรวมตัวบริเวณใดบริเวณหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การรวมตัวกันทำกิจกรรมจะมีความผิดตามกฎหมาย

ยึดประทัด-พลุเพลิงกว่า 2 แสนชิ้น

โฆษกบช.น.กล่าวว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ส.ค. นัดชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำกิจกรรมแขวนป้าย และเผาหุ่นฟาง และมีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มรวมตัวแยกดินแดง ขว้างปาลูกแก้วลูกหิน พยายามจุดเพลิงจุดไฟบริเวณต่างๆ เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางประทัด 200,000 ชิ้น พลุเพลิง 20,000 ชิ้น ส่งตัวดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ บช.สอท. พร้อมชุดสืบบช.น. ตรวจค้น จุดต้องสงสัย 4 จุด จากผลการตรวจสอบพบระเบิดปิงปอง 75 ลูก ขณะนี้ส่งพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง ดำเนินคดีตามกฎหมาย จาการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้มาร่วมชุมนุมช่วงก.ค.-ส.ค.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าอาวุธครบมือพร้อมบวก

“นอกจากนี้ ยังจับกุมตัวนายประวิตร ธิบูรณ์บุญ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1365/2564 ลงวันที่ 19 ส.ค. 2564 ในความผิดฐาน ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง กรณีเผาป้อม จร.ดินแดง เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 17.40 น.” รองผบช.น.กล่าว

ตร.ไม่กังวลลูกนัทฟ้องดำเนินคดี

ด้านพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผย เบื้องต้นชุดสืบสวนนครบาลสามารถจับกุมจับได้ 1 คน จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า มาร่วมชุมนุมบริเวณดังกล่าวและลงมือจุดไฟเผาจริงสมุทรปราการ เคยเป็นอดีตเด็กอาชีวะ ทำงานเป็นช่างแอร์ ที่จ.สมุทรปราการ

เมื่อถามถึงกรณีครอบครัวไฮโซลูกนัท-นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ประกาศฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังได้รับบาดเจ็บ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ไม่ใช่ดังกล่าวกรณีเดียว เป็นสิทธิผู้ได้รับผล กระทบที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการ ฝ่ายกฎหมายดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุรู้ตัวคนยิงชื่อย่อนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง เตรียมออกหมายเรียกเชิญนายณัฐวุฒิมาให้ปากคำในวันที่ 27 ส.ค. ช่วงเช้า เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมาชั่ง น้ำหนักพยานเชื่อมโยงเพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน ซึ่งมีบางส่วนสอดคล้องกับแนวทางการสอบสวนอยู่

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า บช.น. มีความห่วงใยสุขภาพและการดำเนินคดีต้องสืบสวนต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร มีลักษณะคล้ายกับกรณีลักษณะบาดแผลโดนหัวนอตหรือไม่ ถ้าถูกยิงจากแก๊สน้ำตา สิ่งที่จะเกิดขึ้นอุปกรณ์ ดังกล่าวเหล่านี้จะมีความร้อน หรือจะต้องมีร่องรอยเผาไหม้ และมีสารเคมีจากแก๊สน้ำตาจำนวนมากอยู่บริเวณบาดแผล ส่วนที่ทางญาติยืนยันถูกยิงด้วยวิถีตรงนั้น ต้องมาประกอบนำข้อมูลการสอบสวน แต่การยิงแก๊สน้ำตาของตำรวจทุกครั้งยิงวิถีโค้ง

‘ลูกนัท’วอนสื่อช่วย‘เพนกวิน’

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายธนัตถ์หรือไฮโซลูกนัท หลังจากครอบครัวแถลงยอมรับว่าลูกนัทตาข้างขวาบอด ไม่สามารถกลับมาคืนสู่สภาพเดิมได้ พร้อมกับเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกนัทได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay ว่ายังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่กำลังต้องทุกข์ทรมาน ยังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่ต้องสูญเสีย ยิ่งกว่าที่ผมสูญเสีย

ชีวิตเขาเหล่านั้นจะไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก ไม่ว่าจะเพราะด้วยความ สูญเสียจากการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงของรัฐ หรือแม้แต่เพราะแค่ “การเมืองที่แย่”

ผมอยากให้กำลังใจทั้งหมดที่ส่งมาให้ผม มุ่งไปที่คนเหล่านั้น เพื่อที่เค้าจะได้มีโอกาส ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง คนที่กำลังกรีดร้อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนที่กำลังต่อสู้ เรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนตัวผมแล้ว ผมแค่ตาบอดข้างเดียว ชีวิตผม จะกลับไปเป็น สุข สงบ สบาย เมื่อไหร่ก็ได้

แต่ผมจะขอสู้เคียงข้างทุกคนเพื่อเรียกร้องความถูกต้องนี้ต่อไป ขอให้ทุกคนสู้ด้วยความเข้มแข็ง สันติวิธี เพื่อชัยชนะของประชาชน เราจะแพ้ไม่ได้ครับ III ??#เราคือเพื่อนกัน

และข้อความว่าแปบนึงนะ ก่อนที่สื่อมวลชนจะต่อคิวมาสัมภาษณ์ผม ผมขอให้สนใจ เรื่อง เพนกวิน ติดโควิด ในเรือนจำ แล้วไม่ได้รับการรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราว ก่อนเนี้ย ว่าไง? ทำข่าว กดดันกันหน่อยนะครับ โมโหนะ เรื่องนี้สำคัญกว่า #มึงทำเพื่อนกู #แชร์กันด้วยรอไร #ปล่อยเพื่อนเรา

ทะลุฟ้าคาร์ม็อบสัญจรสถานทูต

ด้านกลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ “สัญจรยื่นหนังสือทะลุโลกเปิดโปงทรราช ให้ต่างชาติได้รับรู้” โดยนัดหมายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเวลาประมาณ 11.00 น. เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน โดยนายทรงพล หรือ ยาใจ ทะลุฟ้า กล่าวปราศรัยผ่านเครื่องเสียงเกือบตลอดเส้นทาง รถยนต์ที่ร่วมขบวนพากันบีบแตรดังสนั่น เมื่อขบวนรถอยู่บนถนนเพชรบุรี กลุ่มประชาชน พ่อค้า แม่ค้ากลุ่มหนึ่งที่ยืนริมถนน พากันโบกมือ และชู 3 นิ้วให้คาร์ม็อบ โดยนายทรงพล ได้กล่าวเชิญชวนให้รถยนต์บนถนนร่วมกันบีบแตรแสดงพลัง และขอให้ประชาชนร่วมกันแสดงออก อย่าให้เสียงเรียกร้องขาดหายไป

กระทั่งเวลาประมาณ 11.45 น. ขบวนถึงหน้าสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายทรงพลกล่าวว่า จุดประสงค์ในการเดินทางไปยังสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ คือการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยใช้ปฏิบัติการทางกฎหมายในการสลายการชุมนุมของประชาชน จึงเป็นการขัดต่อสนธิสัญญาเจนีวาที่ประเทศไทยร่วมลงนามกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีตัวแทนของกลุ่มทะลุฟ้า 3 รายเข้ายื่นจดหมาย และขอให้ช่วยจับตาสถานการณ์ในไทย

ฟ้องโลก – กลุ่มทะลุฟ้าจัดคาร์ม็อบสัญจรยื่นหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐ ร้องเรียนกรณีรัฐบาลไทยจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์บริจาคผิดวัตถุประสงค์ แล้วเคลื่อนขบวนไปร้องเรียนสถานทูตจีน เรื่องจัดซื้อซิโนแวค และสถานทูตสวิส เรื่องสลายการชุมนุมขัดสนธิสัญญาเจนีวา เมื่อวันที่ 20 ส.ค.

ยื่นหนังสือสถานทูตสวิส-สหรัฐ

เวลา 11.55 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า 3 ราย เข้ายื่นหนังสือภายในสถานเอกอัครราชทูต สวิตเซอร์แลนด์ โดยระหว่างรอให้ตัวแทนทั้ง 3 เสร็จสิ้นภารกิจ มีการปราศรัยโดย ‘บอมเบย์’ เยาวชนที่เคยทำกิจกรรมนั่งสมาธิหน้าศาลอาญา

เวลา 11.59 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า 3 ราย เสร็จสิ้นการยื่นหนังสือ กลับออกมาสมทบกับขบวนคาร์ม็อบหน้าสถานทูต โดยกล่าวสั้นๆ ว่า ตัวแทนสถานทูตได้รับหนังสือไว้เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 12.00 น. ขบวนเคลื่อนต่อไป โดยมุ่งหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา บนถนนวิทยุ เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีความโปร่งใสในการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับมอบจากรัฐบาลอเมริกา ระหว่างนั้น มีการปราศรัยบนรถเครื่องเสียงในประเด็นวัคซีนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 12.28 น. ขบวนคาร์ม็อบถึงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกา ถนนวิทยุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวตรึงกำลังแน่น

เวลาประมาณ 12.40 น. ตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศ ไทย ออกมารับหนังสือจากตัวแทนกลุ่ม ทะลุฟ้าซึ่งเป็นเยาวชน 3 ราย หญิง 1 ราย ชาย 2 ราย บริเวณด้านหน้าสถานทูต โดยเยาวชนหญิงได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมอบให้ตัวแทนสถานทูตสหรัฐด้วย

ขอสถานทูตจีนหยุดชายซิโนแวค

จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 12.45 คาร์ม็อบเคลื่อนต่อไปยังสถานทูตสาธารณรัฐประชาชน จีน โดยมีการประกาศให้พักรับประทานอาหารระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม รถปราศรัยหลักของกลุ่มทะลุฟ้ายังปักหลักบนถนนวิทยุ หน้าสถานทูตสหรัฐ มีการเปิดเพลงหมอลำ กลุ่มเยาวชนต่างพากันเซิ้ง ฟ้อนรำ และเต้นไปตามเสียงเพลงอย่างครึกครื้น ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเคร่งครัด โดยมีการกล่าวปราศรัยในประเด็นวัคซีนตลอดทาง

เวลา 13.40 น. คาร์ม็อบทะลุฟ้า ถึงหน้าสถานทูตจีน โดยมีการปราศรัยระหว่างรอเข้ายื่นหนังสือ มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ว่า ต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลไทยจัดหาวัคซีนซิโนแวคจากบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนจีนจำนวนทั้งสิ้น 24.55 ล้านโดส โดยกลุ่มทะลุฟ้ากล่าวว่า เป็นวัคซีนที่ไม่สามารถรับมือกับการเเพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ เดลตาได้ จึงไม่ต้องการให้สั่งวัคซีนยี่ห้อ ซิโนแวคเข้ามาเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 13.50 น. ชายไทยรายหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดสีดำ ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานทูตจีน ขอถ่ายสำเนาเอกสารบัตรประชาชนของตัวแทนกลุ่ม ทะลุฟ้าที่มายื่นหนังสือ จากนั้น เมื่อเวลา 13.55 น. ชายคนไทยแต่งกายด้วยชุดสีดำอีกราย ก็ออกมารับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า

ด้านเยาวชนชายตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า รู้สึกผิดหวังที่สถานทูตจีน ส่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยมารับหนังสือ หวังว่าจดหมายจะไปถึงเอกอัครราชทูตจีนและได้รับการตอบรับ เพราะคนไทยเดือดร้อนจากการต้องฉีด ซิโนแวค ทั้งที่รัฐบาลจีนบอกเองว่าคุณภาพต่ำ แต่รัฐบาลยังสั่งซื้อเพิ่มอีก

ดินแดงดุปาประทัดยักษ์เจ็บ 1

เวลา 16.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่ม วัยรุ่นขี่จักรยานยนต์มารวมตัวกันบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง บางส่วนไปรวมกันหน้าแนวตู้คอนเทนเนอร์ ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก จากนั้นเริ่มมีการขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปองเข้าใส่แนวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วัยรุ่นรายหนึ่งระบุว่า ตนมาเพื่อไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาก่อกวน มาด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง สาเหตุที่ขว้างปาประทัดใส่เจ้าหน้าที่ เพราะตำรวจใช้ความรุนแรง ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าสลายการชุมนุมก่อน

เวลา 16.42 น. กลุ่มวัยรุ่นบางส่วนมารวมตัวกันบริเวณใต้ด่วนดินแดง ฝั่งวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า จากนั้นมีการขว้างปาระเบิดปิงปอง เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตานัดแรกมาจากทางด่วน ขณะที่วัยรุ่นพยายามเดินมุ่งหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางด่วนดินแดง แต่ถูกยิงแก๊สน้ำตาสกัดไว้ จนต้องถอยร่นกลับมา

เวลา 16.55 น. คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มวัยรุ่น ส่งผลให้ควันแก๊สน้ำตาปกคลุมไปทั่วบริเวณถนนดินแดง และวิภาวดีรังสิตขาเข้า ทางกลุ่ม จยย.จึงล่าถอยมารวมตัวกันอยู่บริเวณช่วงปากซอยร่วมมิตร

ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วกระชับพื้นที่

เวลา 17.01 น. ชายรายหนึ่งคาดว่าเป็นสื่อมวลชน ถูกวัตถุไม่ทราบชนิด เข้าบริเวณ ลำตัว ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทำให้ผู้สื่อข่าวที่อยู่ข้างเคียงช่วยเหลือนำตัวออกจากแนวปะทะออกไปปฐมพยาบาล

ต่อมาเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มวัยรุ่น ส่งผลให้ควันแก๊สน้ำตาปกคลุมไปทั่วบริเวณถนนดินแดง ทำให้หลุ่มผู้ชุมนุมถอยมาบริเวณใต้ด่วนดินแดง จากนั้น ตำรวจควบคุมฝูงชนได้จัดชุดคุมฝูงชนเคลื่อนที่เร็ว เข้ากระชับพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่นถอยไปยังแยกประชาสงเคราะห์โบสถ์แม่พระ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ตามไปยังพื้นที่ ดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแยกย้ายไปคนละทิศละทาง สามารถควบคุมสถานการณ์และคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด พร้อมเข้าเคลียร์พื้นผิวการจราจร และสามารถให้รถยนต์ของประชาชนใช้ได้ตามปกติทั้งขาเข้าและขาออก

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจบริเวณพื้นที่รอบนอกสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อป้องกันการรวมตัวและการเข้าทำลายทรัพย์สินทางราชการอีก

โดนยิง – สาวออฟฟิศร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดจากกระสุนยางที่ยิงใส่หลัง ขณะขี่รถจยย. กลับบ้านหลังเลิกงานผ่านสามเหลี่ยมดินแดง โดยระบุว่าไม่ทราบมีการสลายม็อบ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปิดกั้นถนน เมื่อวันที่ 20 ส.ค.

สลดเหยื่อสาวโดนกระสุนยาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังตำรวจควบคุมฝูงชนได้ยึดพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง แต่ยังมีวัยรุ่นกระจายอยู่บริเวณหน้าแฟลต พร้อมยิงเลเซอร์สีม่วงใส่ดวงตาเจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาโต้กระสุนได้ไปตกใส่กระจกรถยนต์ของประชาชนที่สัญจรกลับบ้านทำให้กระจกรถแตก จนเจ้าของรถเป็นผู้หญิงขับมาคนเดียวได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่กล้าลงจากรถเพราะกลัว จากนั้นก็รีบขับออกนอกพื้นที่ไป เนื่องจากรถมีประกันภัยชั้น 1

ต่อมาเวลา 18.50 น. กลุ่มวัยรุ่นรวมตัวบริเวณทางขึ้นสะพานข้ามแยกรางน้ำ มุมหน้าอนุสาวรีย์ฯ ได้ปาระเบิดปิงปอง เผากรวยยาง ปาขวดเพลิง ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ เจ้าหน้าที่จึงยิงแก๊สน้ำตาไปกว่า 5 ลูก และเจ้าหน้าที่จึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็วขึ้นรถกระบะ 10 คันเข้าสลายกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ฯ จากนั้นก็สลายไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ คฝ.เข้ากระชับพื้นที่บริเวณปากซอยราชวิถี 2 (ข้างป.ป.ส.ดินแดง) ชาวบ้านต่างพากันโวยวายด่าทอใส่เจ้าหน้าที่ คฝ.ที่กระทำต่อชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้หญิงแต่งกายชุดยูนิฟอร์มพนักงานการเงินแห่งหนึ่ง อายุประมาณ 30 ปี ที่จอดรถจยย.ริมทางแล้วนั่งลงด้วยความหวาดกลัวขณะเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่ โดยหญิงสาวคนดังกล่าวถูกยิงกระสุนยางใส่หลังแบบระยะเผาขนจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งชาวบ้านกว่า 10 รายที่เห็นดังนั้นจึงด่าทอและต่อว่าการกระทำที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ก่อนกู้ชีพจะเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมอาสาไปส่งบ้านย่านประชาสงเคราะห์ ส่วนจยย.อาสาสมัครร่วมกตัญญูจะขับขี่ตามไปส่งที่บ้าน

โวยคฝ.เกินกว่าเหตุ-ไล่ยิงมั่ว

ขณะที่มีกลุ่มวัยรุ่นอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บจากการที่ตำรวจยิงกระสุนยางเช่นเดียวกัน จากการสอบสวนทราบผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า วัยรุ่น 2 คนนี้กำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเจอตำรวจควบคุมฝูงชนอยู่ท้ายกระบะหลายนาย ตำรวจนายหนึ่งได้เอากระบอกปืนตีเข้าที่หัวของวัยรุ่นคนหนึ่งจนหัวแตก และหลังจากนั้นตำรวจคนที่เหลือก็ยิงกระสุนยางใส่ทั้งสองคน ทำให้มีบาดแผล เลือดห้อแดง บวมตามลำตัว

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าต่อว่า เหตุการณ์วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุอย่างมาก ตนเห็นตำรวจทำร้ายผู้หญิง กระทืบเด็ก ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับผล กระทบเพราะเสียงประทัดจริง แต่ว่าการที่ต้องผวากับกระสุนยางและแก๊สน้ำตานั้นน่ากลัวกว่า

ณัฐวุฒิข้องใจทำไมเรียกสอบช้า

วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ข้อความกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบปากคำว่าผมไม่ได้กวนนะ แต่ถ้าตำรวจตั้งใจจะสอบความจริงเรื่องยิงเด็กที่ดินแดงคงไม่ซับซ้อนมาก ไล่กล้องไล่คนตามนั้นก็น่าจะเห็นเค้า ข่าวทางผมเขาชี้กันแล้วว่าใครยิง ผมฟันธงเองไม่ได้ ข้อมูลในมือตำรวจต้องมีมากกว่า อยู่ที่จะตรงไปตรงมากันหรือไม่ เรื่องนี้ต้องทำให้เร็วที่สุดเพื่อลดเงื่อนไขความรุนแรง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีก ไม่ว่าคนถูกกระทำเป็นประชาชน หรือเจ้าหน้าที่

จะเรียกไปถามผมพร้อมตั้งแต่บัดนี้ไม่ต้องรอถึง 27 ส.ค. แต่ก่อนจะคุยกันควรบอกผมด้วยว่าได้ถามคน 6 คน ตำรวจ 2 นาย สาย 4 คนในซอยโรงกรองน้ำหรือยัง ได้ข้อเท็จจริงสำคัญหรือไม่ ยิงกันใกล้สน.ขนาดนี้ ช้าไปจะยิ่งดูไม่ดีนะครับ

มธ.ขอตัวเพนกวิน-ฮิวโก้รักษาเอง

วันเดียวกัน รศ.โรจน์ คุณเอนก รองอธิการ บดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปฏิบัติการแทนอธิบดี ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้นำตัว “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “ฮิวโก้” นายสิริชัย นาถึง 2 นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ระหว่างการถูกคุมขัง โดยขอให้ส่งตัวทั้ง 2 ไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรักษา

หนังสือดังกล่าวมีเนื้อความ ระบุว่า เนื่องด้วย นายพริษฐ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ และ นายสิริชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวและรอการพิจารณาคดีความ ณ เรือนจําธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามคําสั่งศาลจังหวัดธัญบุรี ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. ซึ่งทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทราบว่า นักศึกษาทั้ง 2 คนได้ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงมีความประสงค์ที่จะขอให้นักศึกษาได้เข้ารับการรักษาตัวระหว่างการถูกควบคุมตัว อันเป็นสิทธิขั้น พื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

หนังสือแจ้งขอให้ทางกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ทางมหาวิทยาลัยนํานักศึกษาทั้ง 2 คนเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดําเนินการประสาน กับทางโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว และ โรงพยาบาลยินดีที่จะให้นักศึกษาทั้ง 2 คนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในครั้งนี้ด้วย

ยุทธวิธี – เจ้าหน้าที่คฝ.ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ส่วนภาพเล็ก ชายวัยรุ่นถูกจนท.ยิงกระสุนยางในระยะประชิดขณะขี่จยย.กลับบ้าน ได้รับบาดเจ็บแผ่นหลังเป็นรอยแผลใหญ่ เมื่อค่ำวันที่ 20 ส.ค.

โพสต์โชว์ – พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.สอท. แถลงตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบพบ 3 ผู้ต้องหาโพสต์คลิปวิธีผลิตประทัดยักษ์และขายผ่านแอพฯ ติ๊กต็อก จึงส่งกำลังเข้าจับกุมคาบ้านย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.

ยิงแก๊ส – เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบ บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ทางไป บ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในกรมทหาร ร.1 รอ. โดยมีผู้สื่อข่าวถูกลูกหลง บาดเจ็บด้วย เมื่อวันที่ 20 ส.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน