ยกโขยงบุรีรัมย์
ภท.ติวสู้ซักฟอก
สภาถกร่างพ.ร.บ.งบฯ 3 วันไม่จบ ‘ชวน’ ไฟเขียว ขยายเพิ่มอีก 1 วัน เพื่อไทย-ภูมิใจไทยรุมจวกปชป.กลางสภา คุมก.พาณิชย์แต่แก้วิกฤต ราคาข้าวล้มเหลว ฝ่ายค้านถล่มงบมหาดไทย จี้ยกเลิกโครงการสร้างคุณธรรม ถ้าเจ้ากระทรวง ไม่โปร่งใส ภูมิใจไทยยกขบวน ส.ส.เปิดประชุมที่บุรีรัมย์ จับตา ‘เนวิน’ ร่วมวงติวเข้ม วางแผนรับมือศึกฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอก 2 แกนนำพรรค ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ ‘เต้ มงคลกิตติ์’ ห้าวอีก ประกาศท้าชกกับ ‘บิ๊กตู่’ เดิมพัน ใครแพ้ต้องลาออก
‘ชวน’ไฟเขียวถกงบเพิ่มอีกวัน
เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2565 ที่เดิมกำหนด 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค.ว่า การแปรญัตติเป็นสิทธิของผู้แปรญัตติ จึงไม่อาจไปย่อความเขาได้ แต่ที่สำคัญคือเวลาหายไปวันละ 5 ชั่วโมง เพราะเมื่อก่อนประชุมกันถึงเวลา 00.00 น. ก็มี การประชุมยังคงดำเนินไปตามปกติ เพียงแค่ไม่อาจขยายเวลาไปถึง 00.00 น.ได้ เพราะสมาชิกไม่พร้อม ดังนั้น แนวโน้มเรื่องการขยายเวลาต้องดูว่าวันนี้จะสามารถประชุมได้ถึงเท่าไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าพร้อมจะประชุมในวันที่ 21 ส.ค. ใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า จบเมื่อไรก็เมื่อนั้น เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะประชุมต่อในวันที่ 21 ส.ค.ใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นไปได้ ไม่มีปัญหาอะไร
เผยสองวันผ่านแค่ 12 มาตรา
เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 วาระ 2 ซึ่งพิจารณาเป็นรายมาตรา มีทั้งสิ้น 42 มาตรา โดยมีการแก้ไข 31 มาตรา สำหรับมาตราที่ไม่แก้ไขมี 11 มาตรา แต่มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ สงวนความเห็น และมีส.ส.ลงชื่อแปรญัตติไว้ ซึ่งการพิจารณาวันแรก ที่ประชุมลงมติเห็นชอบ มาตรา 4 ภาพรวมงบประมาณปี 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท มาตรา 6 งบกลาง 587,409 ล้านบาท มาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม วงเงิน 92,753,279,000 ล้านบาท
ส่วนการประชุมวันที่สอง เห็นชอบ มาตรา 9 งบกระทรวงการคลังและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 10,948,797,100 บาท มาตรา 10 งบกระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 3,744,942,300 บาท มาตรา 11 งบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 2,835 ล้านบาท มาตรา 12 งบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 21,411 ล้านบาท มาตรา 13 งบกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 45,119 ล้านบาท
มาตรา 14 งบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 34,684,924,600 บาท มาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม วงเงิน 57,154 ล้านบาท มาตรา 16 งบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) วงเงิน 3,821 ล้านบาท และมาตรา 17 งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 11,235,713,600 บาท รวม สองวันผ่านไปเพียง 12 มาตรา
ภูมิใจไทยสับงบทิพย์พลังงาน
สำหรับการประชุมวันที่สาม เริ่มจากมาตรา 18 งบกระทรวงพลังงาน วงเงิน 1,873,129,300 บาท นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอตัดงบ 5% เนื่องจากหลายประเทศพยายามปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเนื่องจากสภาวะโลกร้อน ขณะที่ไทยมีแสงอาทิตย์เหลือเฟือตลอดทั้งปี กระทรวงพลังงานควรมุ่งไปที่พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาเซลล์ ที่ปัจจุบันต้นทุนต่ำกว่าพลังงานอื่นๆ แทนที่จะไปสนใจแต่พลังงานนำเข้า โดยเฉพาะกรมพลังงานทดแทน และกรมอนุรักษ์พลังงานที่ใช้เงินมากที่สุด แต่ยังขอซื้อรถบรรทุกใช้ดีเซล
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า กระทรวงพลังงานตั้งงบแบบชาญฉลาด เป็นลักษณะผูกพันประจำปีเกือบทุกโครงการ จ้างบริษัทมหาชนข้างนอกมาทำงบ ทำให้กมธ.ไม่สามารถตัดได้เพราะจะกระทบการใช้งบต่อเนื่อง จึงไม่สงสัยว่าเหตุใดกมธ.ตัดได้แค่ 10 ล้านบาท และไม่เห็นว่ามีโครงการไหนเพื่อประชาชน จึงขอปรับลด 7% และขอเรียกงบทิพย์เพราะไม่สามารถตัดได้จริง
จากนั้น ที่ประชุมเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างมาก ผ่านมาตรา 18 ด้วยคะแนนเห็นด้วย 230 เสียง ไม่เห็นด้วย 109 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง
รุมฉะปชป.แก้ราคาข้าวเหลว
เวลา 11.45 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 19 งบกระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 3,601,805,300 บาท โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ.เสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ในกำกับดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันเลือกตั้งประกาศว่าราคาข้าวหอมมะลิ 1.8 หมื่นบาทต่อตัน ข้าวขาว 1.2 หมื่นบาทต่อตัน แต่ตอนนี้ราคาข้าวตกต่ำมาก พี่น้องเกษตรกรให้ตนมาถามว่า ประกันรายได้เกษตรกรจะประกันที่ราคาเท่าไหร่ ดำเนินการหรือไม่ วันนี้ไม่มีโครงการจำนำข้าว ประชาชนทั้งประเทศลำบากหมด ส่วนราคาลำไยที่ตกต่ำในขณะนี้ ได้วางแผนเตรียมการแก้ไขไว้หรือไม่
กรมการค้าภายใน มีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ตั้งงบไว้ 500 ล้านบาท ซึ่งปกติจะมีการช่วยเหลือเกษตรกร ตอนนี้มีหรือไม่ จึงขอให้ปรับลดงบในส่วนลงทั้งหมด พี่น้องเกษตรกร ฝากมาบอกว่า ถ้าไม่ช่วยเกษตรกร ถึงเวลาจะไม่มีคะแนนให้ ถ้าบริหารไม่เป็น นายกฯยังไม่ช่วยเกษตรกร ลาออกเถอะ อย่าอยู่ให้พี่น้องประชาชนลำบากมากไปกว่านี้เลย
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบกระทรวงพาณิชย์ลง 2% เพราะดูผลงานการแก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ผ่านมาแล้วผิดหวังจริงๆ เราหวังอยากเห็นพี่น้องเกษตรกรขายสินค้าทางการเกษตรได้ราคาเพิ่มขึ้น จึงคิดทำโครงการประกันราคาไม่ใช่หรือ แต่ไปถามประชาชนที่ไหนมีใครบอกว่าขายข้าวได้ตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศหรือไม่ จึงขอให้ท่านคิดปรับปรุง อย่าช่วยแบบกลัวเขารวย แต่ต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้เขารวย เพราะถ้าเกษตรกรอยู่ได้ รัฐบาลนี้ก็อยู่ได้
ที่ประชุมเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างมากผ่านมาตรา 19
ภท.เสนอเลื่อนพิจารณาไป 23 ส.ค.
เวลา 15.00 น. ก่อนพิจารณามาตรา 20 งบกระทรวงมหาดไทย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ขอหารือถึงความเป็นไปได้ในการจะขยายการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ไปถึงวันที่ 21 ส.ค. เนื่องจากเบื้องต้นพิจารณาแล้วคาดว่าวันที่ 20 ส.ค. อาจไม่เสร็จ และขอให้ยืนยันว่าการพิจารณาในวันที่ 21 ส.ค. ต้องแล้วเสร็จ เพราะมีส.ส.หลายพรรคต้องปฏิบัติงานตามกำหนดที่นัดหมายไว้
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย หารือว่า วันที่ 21 ส.ค.พรรคภูมิใจไทยมีภารกิจของพรรคบางประการและมีเวลาประชุมสภาในวันที่ 21 ส.ค.ถึงเที่ยงวัน หากไม่เสร็จ ควรพิจารณายุติการประชุม แล้วไปประชุมต่อในวันอื่น
นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เสนอว่า ขอให้พิจารณางบแค่วันที่ 20 ส.ค.แล้วพักวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะต้องการลงพื้นที่ จากนั้นให้พิจารณาต่อในวันที่ 23 ส.ค.
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ประธานการประชุม ได้ให้วิปสองฝ่ายไปปรึกษาหารือกันให้ได้ข้อสรุป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณจะครบกำหนด 105 วัน ในวันที่ 29 ส.ค.นี้
จับตาประชุมส.ส.ที่บุรีรัมย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีการประชุมส.ส.ในวันที่ 22 ส.ค.ที่ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากใน กทม.ไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ เพราะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม อาจผิดและฝ่าฝืนคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยการประชุมจะมีวาระสำคัญ 2 เรื่อง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 24-25 ส.ค. ที่สำคัญคือ เตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งมี 2 แกนนำพรรคถูกอภิปราย ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค ซึ่งคาดว่านายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่รับรู้กันว่าเป็น พี่ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย จะร่วมประชุม กับส.ส.ครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่จะเดินทางจากกทม.ช่วงบ่ายวันที่ 21 ส.ค. จึงไม่สามารถประชุมสภาในช่วงบ่ายวันดังกล่าวได้
ขณะที่วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านหารือนอกรอบ ตกลงว่าการประชุมสภาวันที่ 20 ส.ค.ให้ยาวไปถึงเที่ยงคืน และนัดประชุมต่อวาระ 2 และลงมติวาระ 3 ในวันที่ 21 ส.ค. โดยกำหนดให้เสร็จไม่เกิน 12.00 น. หากไม่เสร็จจะประชุมต่อในวันที่ 23 ส.ค. แต่พรรคภูมิใจไทยยังคงเสนอพักประชุมวันเสาร์-อาทิตย์ และไปประชุมอีกครั้งวันที่ 23 ส.ค. ซึ่งวิปทั้งสองฝ่ายจะสรุปอีกครั้งช่วง 23.00 น. วันที่ 20 ส.ค.
ก้าวไกลจี้มท.ยกเลิกงบคุณธรรม
เวลา 15.15 น. การประชุมสภา พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เข้าสู่มาตรา 20 งบกระทรวงมหาดไทย (มท.) วงเงิน 259,593,878,500 บาท โดย น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอปรับลดงบ 431 ล้านบาท เพราะเห็นว่าสำนักปลัดกระทรวง กรมการปกครองและกรมการพัฒนาชุมชน ที่มีงบอบรมสัมมนาจำนวนมาก ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด และสำนักงานปลัดกระทรวง มีโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีของคนในชาติตั้งแต่ปี 59-70 งบรวม 290 ล้านบาท แต่วันก่อนที่มีการชุมนุมยังมีการยิงม็อบด้วยกระสุนจริงอยู่เลย จึงขอให้ยกเลิกโครงการนี้ และตัดงบทิ้งทั้งหมด 15 ล้านบาท รวมทั้งงบโครงการสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความโปร่งใสให้บุคลากรของกระทรวงมหาดไทย ตราบใดที่ผู้นำหรือ เจ้ากระทรวงไม่โปร่งใส จะอบรมเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอปลัดลดงบ 23% เพราะใน 3 จังหวัดภาคใต้ของ ศอ.บต.ไปตั้งงบซื้ออาวุธเพื่อประหัตประหารพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า การเจรจาสงบศึกในจังหวัดชายแดนใต้ต้องตั้งโต๊ะเจรจา
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอปรับลดงบมหาดไทย 7% เนื่องจากเห็นว่าโครงการของกรมการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะโคกหนองนาโมเดล ขณะนี้ผ่านมา 1 ปี แต่มีปัญหาเละเทะ ล่าช้า ไม่เป็นไปตามเป้า ยังมีกลิ่นเหม็นฉึ่ง เพราะมีการเรียกร้องไม่ใช่เฉพาะ จ.มหาสารคาม แต่ทั่วประเทศเป็นหมด โครงการ 104,000 บาท ค่าแรง 1 หมื่นบาท ค่าน้ำมัน 3 หมื่นบาท เอาไปทอนใครอีกครึ่งหนึ่ง เหลือเวลาอีก 40 กว่าวันจะครบ 1 ปี ฝากนายวิเชียร ชวลิต กมธ.เสียงข้างมาก ไปบอกว่าที่ปลัดคนใหม่ให้เร่งแก้ปัญหา
ที่ประชุมใช้เวลาอภิปรายเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนลงมติเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างมาก
สภาป่วน-หวิดนับองค์ประชุม
เวลา 18.10 น. พิจารณามาตรา 21 งบกระทรวงยุติธรรม วงเงิน 11,803,483,800 บาท มีมติผ่านตามกมธ.เสียงข้างมาก
ต่อด้วย มาตรา 22 งบกระทรวงแรงงาน วงเงิน 45,723,428 ล้านบาท โดยเวลา 19.53 น. ระหว่างนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปราย นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงให้อยู่ในเนื้อหา นายอุบลศักดิ์จึงสวนกลับด้วยความไม่พอใจว่า วันนี้เราได้เสนอให้อภิปรายถึงเที่ยงคืน ฝ่ายค้านก็อยู่เป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล แต่กลับจะหยุดการประชุมวันเสาร์-อาทิตย์ ธุระเสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นธุระของท่าน ถ้าเป็นอย่างนี้ตนขอเสนอให้นับองค์ประชุม
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ขอให้ถอนการเสนอนับองค์ประชุม แต่นายอุบลศักดิ์ ยืนยันขอมติรับรอง ซึ่งมีผู้รับรองครบ แม้จะมีส.ส.หลายคนพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่เป็นผล ประธานจึงสั่งพักการประชุม 15 นาที
เวลา 20.10 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา สลับเข้ามาทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวว่า กฎหมายงบประมาณถ้ามีผู้แปรญัตติ ประธานไม่มีสิทธิห้าม ต้องให้ผู้อภิปรายได้อภิปราย การประชุมถ้าวันนี้ไม่เสร็จก็ต่อพรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เสร็จอีก ก็ต่อวันมะรืน ถ้าเราทำงานกัน ประชาชนจะตำหนิเราไม่ได้
ในที่สุดนายอุบลศักดิ์ ยินดีถอนการเสนอนับองค์ประชุม สุดท้ายที่ประชุมมีมติผ่านมาตรา 21 ตามกมธ.เสียงข้างมาก
เวลา 20.45 น. พิจารณามาตรา 23 งบกระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 4,288,370,200 บาท และเวลา 21.40 น.พิจารณามาตรา 24 งบกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 117,927,639,500 บาท ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างมากทั้ง 2 มาตรา
‘เต้’ท้าชก‘บิ๊กตู่’-เดิมพันเก้าอี้
วันเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เพื่อทางออกของบ้านเมืองแบบสันติไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนประชาชน ขอท้าชกกับนายกรัฐมนตรี”
พร้อมระบุกติกาที่สำคัญคือ ถ้านายกฯ ชนะ เป็นนายกฯ ต่อ ส่วนผม ลาออกจาก ส.ส. แต่ถ้าผมชนะ นายกฯ ต้องลาออกทันที เปิดทางสรรหานายกฯ ใหม่ ถ้าไม่รับคำท้า แสดงว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไม่เหมาะสมเพราะเป็นถึงอดีตผู้นำเหล่าทัพ ใจไม่สู้ ใจปลาซิว ขอให้ท่านลาออกจากนายกฯ ทันที โดยชกกันที่ สนามมวยลุมพินี กติกา มวยคาดเชือก ให้เวลาท่านตัดสินใจ 10 วัน คือภายในวันที่ 30 ส.ค.
นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้มีม็อบ เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และรัฐบาลยังล้มเหลวในการจัดการวัคซีน ทำให้บ้านเมืองระส่ำระสาย และเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ตนจึงขอสวมหัวใจของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนทั้งประเทศ ขอท้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาต่อยกัน เรื่องนี้ใช้กีฬาและสันติวิธีเป็นตัวตัดสิน ใครจะมายื่นสอบจริยธรรมก็ไม่ได้ เพราะต่อยที่สนามมวยเป็นไปตามกติกาสากล ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่สามารถรักษาบ้านเมืองไว้ได้
องครักษ์จี้สอบจริยธรรม
ด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าส.ส.จะเสนอข้อคิดเห็นนี้ ที่เป็นเรื่องไร้มารยาททางการเมืองและทางสังคม ผิดหลักการรัฐสภา นายมงคลกิตติ์มีเวทีรัฐสภาตรวจสอบ และเสนอข้อแก้ไขได้ แต่มาเลือกใช้เวทีมวยท้าต่อยเพื่อแก้ปัญหา และนายมงคลกิตติ์ ควรทบทวนจริยธรรม ส.ส.ของตัวเองใน 4 ข้อ แห่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 สาระสำคัญคือ สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎรและไม่กระทำการใด ต้องไม่แสดงอาการข่มขู่ อาฆาตมาดร้าย หรือใช้กำลังประทุษร้ายต่อบุคคลอื่นในที่ประชุม บริเวณสภา หรือที่อื่นใด ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน
“อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบจริยธรรม เพื่อภาพลักษณ์ เกียรติภูมิของรัฐสภา และการประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี รวมถึงไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส่วนนายมงคลกิตติ์เข้าใจว่าอาจมีนิสัยส่วนลึก ที่คุ้นชิ้นกับพฤติกรรมใช้กำลังท้าต่อย โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาไทย เพราะคนดี เขาชอบแก้ไข คนอะไรชอบท้าต่อย น.ส. ทิพานันกล่าว