อนุสาวรีย์ปชต.-สีสัน
ม็อบจัดชักเย่อไล่บิ๊กตู่
ทะลุแก๊สเดือดรายวัน
จีโน่ฉีดน้ำ-หนีกระเจิง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘ลูกนัท’ สู้ต่อ ปิดตาข้างที่ถูกยิงจนมองไม่เห็นร่วมม็อบหมู่บ้านทะลุฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยชุมนุมคึก เต็มไปด้วยสีสัน เดินพาเหรด ปิดตาตีตู่ เตะบอล ชักเย่อขับไล่ทรราช ด้านชาวแฟลตดินแดง เตรียมร้องนายกฯ เผยเดือดร้อนจากแก๊สน้ำตา-กระสุนยางจากคฝ. ถ้าไม่ยอมแก้ปัญหาก็ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น ส่วนทนายความด้านสิทธิมนุษยชนลั่นฟ้องคฝ.แน่ ยกเคสยิงกระสุนยางใส่ปชช.ระยะประชิด-สาวถูกลูกหลงเข้า กลางหลังได้รับบาดเจ็บ ดินแดงยังเดือดอีกตำรวจไล่ฉีดน้ำแรงดันสูงสลายม็อบทะลุแก๊ส เจอจุดพลุไฟโต้

คุกรอแพทย์ประเมิน4แกนนำ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ส.ค. นาย ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การควบคุมตัวผู้ต้องขังทางการเมืองซึ่งขณะนี้พบติดเชื้อโควิด-19 โดยส่งรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 4 ราย ได้แก่ นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายสิริชัย นาถึง และนายแซม สาแมท โดยผู้ต้องขังทั้ง 4 ราย แพทย์ให้การรักษาตามแนวทางกรมควบคุมโรค อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นการส่งตัวผู้ต้องขังอออกไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำอยู่ระหว่างการประเมินและพิจารณาของแพทย์ โดยจะรักษาผู้ต้องขังทุกคนอย่างเต็มที่ เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

สำหรับสภาพร่างกายของนายพริษฐ์ ไม่มีอาการหายใจเหนื่อยหลังทำกิจกรรม ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด 99% หายใจเองได้ รับประทานอาหารได้ จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ปกติ นอนพักหลับได้ดี แพทย์ให้การรักษาตามอาการร่วมกับยาพ่นโรคประจำตัว ส่วนผู้ต้องขังอีก 3 ราย คือ นายพรหมศร นายสิริชัย และนายแซม มีอาการเป็นปกติ หายใจปกติ ไม่เหนื่อยหอบ ไม่มีไข้ นอนหลับพักผ่อนได้ รับประทานอาหารได้ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นเดียวกัน

ชาวดินแดงโวยแก๊สน้ำตา-ลูกยาง

นายประสงค์ หอมสนั่น ซึ่งเป็น 1 ใน คณะกรรมการชุมชนแฟลต 1-20 เปิดเผยว่า คณะกรรมการชุมชนได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านโดยเฉพาะแฟลต 1-4 ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากแก๊สน้ำตา กระสุนยางถูกยิงเข้าไปในห้องขณะที่อยู่อาศัย ลูกบ้านบางรายที่ออกมายืนดูเหตุการณ์ถูกจ้าหน้าที่ควบคุม ฝูงชน(คฝ.) ยิงแสงเลเซอร์ใส่ ตามด้วยกระสุนยาง ทั้งที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม เรียกได้ว่าตอนนี้ชาวดินแดงกินข้าวกับแก๊สน้ำตาทุกวัน ชุมชนมีทั้งเด็กและคนแก่จำนวนมาก รวมทั้งร้านค้าที่ขายของไม่ได้หลังเวลา 18.00 น. เพราะคฝ.กระชับแนวเข้าตามตรอกซอกซอย ยิงแก๊ส น้ำตาเข้าร้านค้า ต้องรีบปิดร้านหนี

ทางคณะกรรมการฯ ขอเสนอให้หน่วยงานที่กำกับดูแล คฝ. โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติขยับแนวคอนเทนเนอร์ให้ไปอยู่หน้ากรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดี-รังสิต เพราะการตั้งตรงจุดนี้เสมือนยั่วยุให้กลุ่มผู้ชุมนุมมารวมกัน หากเลื่อนไปจะทำให้คนแก่ที่แฟลตดินแดงสามารถเดินทางไปหาหมอที่ร.พ.ทหาร ผ่านศึกได้ด้วย และหากเจ้าหน้าที่ต้องการที่จะควบคุมไม่ให้เกิดการชุมนุมในช่วง 16.00 น. ควรจะแบ่งกลุ่มกระจายสกัดการชุมนุม

การอ้างว่าเจ้าหน้าที่อยู่ในแนวแล้วรอ ผู้ชุมนุมก็คือการปะทะกัน อีกทั้งยังอ้างตามหลักสากลในการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใช้เพื่อระงับเหตุ แต่ที่เห็นคฝ. มีการไล่ล่ากลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปซอกซอย แล้วยิงกระสุนยางหรือแก๊สน้ำตามันทำให้มีชาวบ้านถูกลูกหลงไปหลายสิบราย หากจะระงับเหตุควรหยุดที่ถนนใหญ่ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ชุมชน ทั้งนี้ยืนยันว่า ผู้ชุมนุม 80-90% เป็นคนนอกพื้นที่ที่อาศัยซอกซอยวิ่งหลบหนี

ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ส.ค. เวลา 10.00 น. ชาวแฟลตดินแดงจะไปยื่นหนังสือกับพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้จัดการ แต่ถ้านายกฯ ไม่จัดการ ขอให้ย้ายบ้านหนีไป ตอนนี้มีรายชื่อผู้เดือดร้อนแล้ว 1,000 ราย นอกจากนี้ยังได้ร้องขอไปฝั่ง ผู้ชุมชนด้วย ขอให้ผู้ชุมนุมยึดหลักสงบสันติ อย่าใช้อาวุธปะทะกัน ซึ่งมีคนรับปากแล้ว

ทนายสิทธิฯลั่นฟ้องคฝ.-4เคส

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่ยิงกระสุนยางใส่ประชาชนในระยะประชิด บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงในวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ถึงเวลาราษฎรฟ้องกลับ โปรเจ็กต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือ 1.ฟ้องคดีอาญาชุดจับกุมกล่าวหานางวรวรรณ หรือ ป้าเป้า แซ่อั้ง 2.ฟ้อง คดีแพ่งหรือคดีอาญากับ คฝ. ที่ใช้ปืนยิง ในลักษณะกระชั้นชิดใส่บุคคลที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์ และ 3.ฟ้องคดีแพ่งหรือคดีอาญากับคฝ. ที่ยิงกระสุนยางใส่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับจากเลิกงาน

เผยมีผู้ต้องหาการเมือง481คน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยเตรียมความพร้อมการดูแลสถานการณ์ชุมนุมว่า มีการประกาศนัดชุมนุม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าบริเวณแยกคอกวัวเวลา 15.00 น. และเดินทางมาที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย และกลุ่มทะลุแก๊ส เวลา 17.00 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งบช.น. ขอแจ้งว่าพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้มงวด การรวมตัวที่มีการกระทำเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคจะมีความผิดตามพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.ควบคุมโรค

ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลา 16.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและเคลื่อนตัวมาที่บริเวณถนนวิภาวดีฯขาออกเป็นการจราจรหน้าร.พ. ทหารผ่านศึก กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำลูกแก้วลูกหินระดมยิงเข้าไปในพื้นที่กรมดุริยางค์ทหารบก ตำรวจจึงต้องเข้าพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการดำเนินการชุมนุม จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ตำรวจให้เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 8 นาย บางส่วนเข้ารักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ

นอกจากนี้มีการทำให้ทรัพย์สินราชการ เอกชน และสาธารณประโยชน์เสียหาย โดยเฉพาะทางการพิเศษแห่งประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้ในงานควบคุมจราจรถูกทุบเสียหาย กรณีดังกล่าวตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 13 คน พร้อมระเบิดปิงปอง 53 ลูก ระเบิดแสวงเครื่อง 10 ลูก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ข้อหาความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. มี 90 คดี มีผู้ต้องหาที่จะถูกดำเนินคดี 481 คน ถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว 224 คน ทั้งนี้มีการออกหมายเรียกไปแล้วทั้งหมด 118 หมาย แบ่งเป็นกลุ่มแกนนำทั้งหมด 16 หมาย กลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ 102 หมาย ส่วนที่เหลือจะออกหมายเรียกภายใน 2 สัปดาห์

ตั้งสอบคฝ.ไล่ยิงกระสุนยาง

กรณีการตรวจสอบคลิปเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) จ่อยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมขณะขับรถจยย.ผ่านในระยะประชิด พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้พอทราบแล้วว่าเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยไหน ส่วนจะให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่นั้น เนื่องจากการตัดสินใจ ดำเนินการกับเหตุเฉพาะหน้า อาจจะเป็นอันตรายเกินกว่าสิ่งที่ควรกระทำ ต้องอาศัยการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบฯ เป็นหลัก ซึ่งระหว่างตรวจสอบหากผลยัง ไม่ผิดก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ส่วนกรณีเยาวชนอายุ 14 ปี และ 15 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้นำตัวผู้เสียหายและผู้อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนได้ข้อเท็จจริงประกอบคดี บางอย่างที่เป็นรายละเอียดขอสงวนไว้ก่อน แต่ในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ซึ่งจะมีการขอศาลอนุมัติออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าในเร็วๆ นี้

กีฬาสี – กลุ่มทะลุฟ้าแบ่งข้างแข่งชักเย่อ และกีฬาอื่นๆ หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในการจัดกิจกรรมกีฬาสีประชาชน ตั้งขบวนพาเหรดจากสี่แยกคอกวัว มีเชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ สร้างสีสัน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

ทะลุฟ้าจัดกีฬาสีไล่ทรราช

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ได้นำรถกระบะเครื่องขยายเสียงมาตั้งบริเวณหน้า แมคโดนัลด์ ข้างโรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งมีกลุ่ม ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม มีพล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3 เป็นผู้บัญชาเหตุการณ์ พร้อมด้วยพ.ต.อ. สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม และพ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน. สําราญราษฎร์ ดูแลความสะดวกเรียบร้อยและการจราจรให้ประชาชนทั่วไปบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าได้เข้ามาเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอจัดกิจกรรมเดินพาเหรดจากแยกคอกวัวรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3 รอบ แล้วมาหยุดตรงกลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อทำกิจกรรมกีฬาสีไล่ทรราช มีจัดกิจกรรมเล่นกีฬาต่างๆ อาทิ เล่นสเกตบอร์ด ปิดตาตีตู่ วิ่งลำบาก ชักเย่อ ฟุตบอล และการไฮด์ปาร์ก โดยมีมวลชนแต่งกายสีสันสดใสเข้าร่วมกิจกรรม นำสเกตบอร์ดมาเล่น มีเชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ สร้างสีสันในการเดินขบวน

กีฬาสี – กลุ่มทะลุฟ้าเล่นสเกตบอร์ดบนถนนราชดำเนิน หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในการจัดกิจกรรมกีฬาสีประชาชน ซึ่งตั้งขบวนพาเหรดจากสี่แยกคอกวัว มีเชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ สร้างสีสัน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

จากนั้นเวลา 15.00 น. ที่สี่แยกคอกวัว กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายนวพล ต้นงาม นายพีรพงศ์ เพิ่มพูล นายกฤตินันท์ เกิดศรีสุข นายทรงพล สนธิรักษ์ น.ส.จตุพร สุสวดโม้ น.ส.ยุคลธรณ์ ช้อยเครือ และนายชาติชาย ไพลิน นัดจัดกิจกรรม “#ม็อบ22สิงหา กีฬาสีไล่ล่าทรราช ศึกฟุตบอลแดงเดือด ประชาชน VS ทรราช” และเริ่มเดินพาเหรดจากสี่แยกคอกวัว-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่แกนนำบางส่วนเข้ามาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อ จัดเตรียมอุปกรณ์บนรถขยายเสียง และเตรียมพื้นที่ในการทำกิจกรรมอยู่บริเวณริมถนนหน้าร้านแมคโดนัลด์

‘ลูกนัท’ร่วมสู้กับกลุ่มทะลุฟ้า

เวลา 15.30 น. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท ทายาทธุรกิจชื่อดัง ได้เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มทะลุฟ้า พร้อมกล่าวว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ส่วนอาการบาดเจ็บต้องถามหมอ แต่คิดว่าหมอน่าจะด่าตนที่ออกมาเหมือนกัน เนื่องจากต้องไม่ให้บาดแผลโดนฝุ่นละอองหรือน้ำ เด็ดขาด ถึงแม้ตาจะบอดข้างหนึ่งแต่กลับรู้สึก เราต้องกลับมาใช้ชีวิตของเราให้เร็วที่สุดจะมานั่งซึมเศร้าไม่ได้ ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวแยกเป็น 2 เรื่อง คือ กรณีที่ครอบครัวของตนจะฟ้องร้อง เป็นเครื่องของครอบครัวและตนเองซึ่งต้องคุยกับทนายความ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองถือว่าเกินร้อย เพราะจะแพ้ไม่ได้

ร่วมต่อสู้ – นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ที่ถูกยิงที่ใบหน้าจนดวงตาข้างขวาพิการ ร่วมเดินพาเหรดกับม็อบทะลุฟ้า กิจกรรมกีฬาสีประชาชนขับไล่เผด็จการ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

ลูกนัทกล่าวต่อว่าทั้งนี้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ตอนนี้เป็นห่วงนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เพื่อนของตน ไม่ทราบชะตากรรมไม่รู้ว่าป่วยหนักขนาดไหน และยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนพี่น้องของเราหรือผู้ป่วยในเรือนจำ ไม่รู้ได้รับการดูแลขนาดไหน กรณีที่เยาวชนถูกยิงก็ไม่ทราบชะตากรรม อยากให้ช่วยเหลือเยียวยาด้วย คนที่ถูกคฝ.กระทำรุนแรงมีผู้บาดเจ็บเยอะ ตนต้อง สูญเสียตาไปข้างหนึ่ง ชีวิตตนอาจสบาย แต่คนที่ได้รับผลกระทบชีวิตอาจไม่เหมือนเดิมทั้งรายได้และการใช้ชีวิตในอนาคต เราต้องคอยให้กำลังใจและสนับสนุนให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

ไม่อยากให้ดินแดงคิลลิ่งโซน

นายธนัตถ์กล่าวต่อว่าส่วนสถานการณ์บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ตนรู้สึกเป็นห่วง ไม่อยากให้เป็นคิลลิ่งโซน แต่คนเดียวที่จะ ลบสถานการณ์ความรุนแรงตรงนั้นได้ คือ เจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจทุกคนที่ออกคำสั่ง ท่านพร้อมถอยประชาชนก็พร้อมถอย ประชาชน มือเปล่าๆ ไม่มีใครอยากไปหาเรื่องให้บาดเจ็บล้มตายอยู่แล้ว มันปัญญาอ่อนไม่มีใครอยาก ทำ ทุกคนอยากเตะบอล เล่นสเกตบอร์ดแถวนี้ ทุกคนอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ฉีดวัคซีน เอ็มอาร์เอ็นเอ มานั่งกินข้าวในร้านอาหาร สังสรรค์เพื่อนๆ ออกไปจีบสาวมีความสุข ออกไปเดินห้าง ออกไปเดินสวนสาธารณะ เล่นกีฬา กลับไปเรียนในโรงเรียนกับเพื่อนๆ อยากมีชีวิตปกติ มีแต่ภาครัฐเท่านั้นที่จะทำได้

ตนขอเป็นแนวร่วมผู้สนับสนุนใครที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ส่วนใครที่บาดเจ็บเดือดร้อน โดนตำรวจจับก็พร้อมช่วยเหลือเท่าที่กำลังจะพอทำได้ ส่วน คำว่าแกนนำวันนี้ม็อบยังไม่มีแกนนำ และเราจะรักษาการไม่มีแกนนำเอาไว้ให้เป็นธรรมชาติของม็อบรูปแบบนี้ ให้เจตนารมณ์ของประชาชนเป็นแกนนำและทุกคนทำตามภายใต้สันติวิธี ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหลักการที่ถูกต้องคืออะไร เราก็กำลังทำสิ่งนั้นกันอยู่

ระอุรายวัน – จนท.ใช้รถจีโน่ฉีดน้ำแรงดันสูง สลายกลุ่มม็อบทะลุแก๊ส หลังปรับยุทธวิธีเลิกใช้ตู้คอนเทน เนอร์ปิดถนนวิภาวดีฯ ทำให้แนวปะทะเลื่อนไปหน้าร.พ.ทหารผ่านศึก แล้วตลบหลังจับผู้ชุมนุมและรถจยย.จำนวนมาก เมื่อ 22 ส.ค.

ม็อบดินแดงฮืออีก

ช่วงเย็นบริเวณหน้าร.พ.ทหารผ่านศึก ถ.วิภาวดีฯ มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มทะลุแก๊ส ขี่รถจักรยานยนต์รวมตัวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศแจ้งเตือน และ เปิดเครื่อง LRAD เป็นระยะๆ ฝั่งกลุ่มวัยรุ่นระดมขว้างระเบิดปิงปอง พลุควัน ระเบิดเพลิง เข้าใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงกระสุนยาง เปิดทาง ก่อนเคลื่อนรถจีโน่เข้าฉีดน้ำใส่ ผู้ชุมนุมออกจากแนวที่อยู่กับกรมดุริยางค์ทหารบก และมีเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวนหนึ่งนั่งรถกระบะลงมาจากทางด่วนแล้วไล่ต้อนกลุ่มผู้ชุมนุมที่หนีย้อนศรมาจากแนวของ เจ้าหน้าที่ คฝ. จนเกิดความวุ่นวายแตกกระเจิง รถจักรยานยนต์ล้มระเนระนาด ผู้ชุมนุมแตกกระเจิงไปทางแยกสามเหลี่ยมดินแดง บางรายทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้บนถนน คุมตัววัยรุ่น ทั้งชายและหญิง 25 คน พร้อมระเบิดปิงปอง และประทัดยักษ์ รวมทั้งถูกยึดจักรยานยนต์หลายคัน

ต่อมาเวลา 19.00 น. หลังถูกกระชับพื้นที่เมื่อช่วงเย็น วัยรุ่นทะลุแก๊สขับจักรยานยนต์รวมตัวบีบแตรและเร่งเครื่องใกล้กับแยกสามเหลี่ยมดินแดง ยิงพลุเข้าใส่ตำรวจที่ตั้งแนวอยู่ไม่ไกล เจ้าหน้าที่ใช้รถจีโน่ฉีดน้ำไล่ผู้ชุมนุม ไปพร้อมๆ กับการปล่อยเครื่องส่งคลื่นความถี่สูง (LRAD) แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับมาเผชิญหน้ากับแนวตำรวจอีกครั้ง กระทั่งเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วใช้เส้นอ้อมมาจากแยกพระราม 9 ใช้กระสุนยางยิงสลายจนกลุ่ม ผู้ชุมนุมต้องขี่รถจักรยานยนต์กระจายตัวกันหนี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน