รัฐบาลไม่ตั้ง‘วอร์รูม’
ยืนยันตู่-5รมต.แจงได้
รัฐบาลเชิญชวนประชาชนเกาะติดศึกซักฟอก ลั่นพร้อมชี้แจงทุกอย่างให้กระจ่าง ประธานวิปรัฐบาลยัน ไม่เปิดคอร์ส ติว 6 รัฐมนตรี ไม่มีการตั้งวอร์รูมในสภา พปชร.เผยพยายามคุมเสียงโหวตไม่ให้สวนมติพรรค ภูมิใจไทยมั่นใจ ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ เคลียร์ข้อกล่าวหาได้ ปชป.ยันไม่ตั้งองครักษ์พิทักษ์ ‘เฉลิมชัย’ ฟันธงสมาชิกทุกคนยกมือไว้วางใจแน่นอน เพื่อไทยวางตัว 20 ขุนพลลุยศึก เผยใช้เวลา 20 ชั่วโมง อภิปรายถล่ม ‘บิ๊กตู่’ แบบเน้นๆ
รบ.ชวนฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ว่า ในสัปดาห์หน้าขอเชิญชวนทุกคนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 5 คน ความเห็นต่างใดๆ การวิพากษ์วิจารณ์จะถูกนำเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา รัฐบาลพร้อมที่จะให้ข้อมูลและชี้แจงทุกอย่างให้กระจ่างเพื่อความสบายใจของทั้งสมาชิกฝ่ายค้านและ พี่น้องประชาชน
สำหรับรัฐมนตรีถูกอภิปราย คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
‘วิรัช’แจงกรอบซักฟอก
ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ กำหนดไว้ 4 วัน คือ 31 ส.ค.-3 ก.ย. และลงมติ 4 ก.ย. คาดว่าจะอยู่ในเวลา 10.00 น. โดยฝ่ายค้านขอเวลามา 40 ชั่วโมง
ส่วนกำหนดการประชุมคร่าวๆ คือ ฝ่ายค้านจะใช้เวลาอย่างน้อยวันละไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเกิดปัญหาคือ เมื่อใกล้เวลา 21.00 น. ไม่ส่งชื่อผู้จะอภิปราย จึงเหลืออยู่ประมาณ 8-9 ชั่วโมง รัฐมนตรีก็ไม่รู้จะตอบอะไรเพราะตอบไปหมดแล้ว วันนี้จึงบอกว่าหากใช้เวลาน้อยกว่า 10 ชั่วโมง ให้ถือว่าเป็น 10 ชั่วโมงเลย จึงต้องพยายามทำเวลาให้ครบ ส่วนสมาชิกรัฐบาลและผู้ถูกอภิปรายมีสิทธิ์ชี้แจงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมและสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง การตอบและชี้แจงอยากให้ตอบโดยกระจ่างแจ้งในรอบเดียว แต่หากยังไม่จบสามารถลุกขึ้นมาตอบอีกได้ ซึ่งภายใน 4 วันคิดว่าคงเต็มที่แล้ว โดยจะใช้เวลาตั้งแต่ 09.30-00.30 น.
ไม่ติว 6 รมต.-ไม่ตั้งวอร์รูม
ผู้สื่อข่าวถามว่าครั้งนี้ต้องมีการติวเข้มอะไรหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และยังมีประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. ทำให้ไม่สามารถจัดได้และจะไปจัดที่อื่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน แต่มีการสอบถามและเป็นห่วงเป็นใยเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วง และจากการสอบถามทราบมาว่ารัฐมนตรีพร้อมจะตอบทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตั้งวอร์รูมพรรคร่วมรัฐบาล หรือวอร์รูมของแต่ละพรรคหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่ต้องตั้ง เพราะในสภา เราทำงานกันช่วยกันตลอด ไม่ต้องเป็นวอร์รูม ใครถามนอกเรื่องเราก็ประท้วงและดูแลให้เข้าเรื่อง ทุกครั้งพรรครัฐบาลก็ไม่เคยมีวอร์รูม
ต่อข้อถามกรณีที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ประกาศตั้งวอร์รูมนอกสภาเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน นายวิรัช กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาตั้งอะไร ส่วนพวกตนอยู่หลังบัลลังก์ และห้องทำงานก็เดินไม่ถึง 10 ก้าว ถึงห้องประชุมแล้ว ถือว่าเป็นห้องที่ใกล้ชิด ดังนั้น หากมีอะไรก็เสริมทัพได้เลย การชี้แจงประเด็นต่างๆต่อสื่อ ก็มีทีมชี้แจงไว้อัตโนมัติอยู่แล้ว
คุมโหวตไม่ให้สวนมติพรรค
นายวิรัชกล่าวว่า ส่วนการลงมติเบื้องต้นก็ต้องตอบว่ารัฐบาลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่จะลงมติไปในทิศทางไหนต้องดูผลที่ฝ่ายค้านนำเสนอ รวมทั้งผู้ถูกอภิปรายชี้แจงได้แค่ไหน จะมีการมาคุยกัน คาดว่าก่อนวันลงมติจะมีการประชุมวิปรัฐบาลอีกครั้ง วิปรัฐบาลมีกำหนดที่จะประชุมภาพรวมทั่วไปในวันที่ 30 ส.ค.
เมื่อถามว่า เรื่องการโหวตสวนมติพรรคเป็นห่วงหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า บางทีก็ไม่เห็นว่าจะสวนไปในทิศทางทางไหน แต่จะพยายามดูให้ดีที่สุด ให้มีน้อยที่สุด หรือไม่มีเลยก็จะดีที่สุด
ภท.มั่นใจ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ฉลุย
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่มีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา แน่นอนว่ากระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เป็นเป้าใหญ่ในการถูกอภิปราย ซึ่งประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาอภิปราย คงเป็นเรื่องการบริหารจัดการที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารผิดพลาด ก็เป็นหน้าที่รัฐมนตรีที่จะชี้แจง ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีของเราไม่มีเรื่องดังกล่าวแน่นอน
ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และรมว.คมนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ทางพรรคมั่นใจว่าจะชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านได้ เรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ฝ่ายค้านเคยอภิปรายแล้ว รัฐมนตรีก็ชี้แจงได้อย่างมีเหตุผล และมีหลักฐานมายืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เอาตำแหน่งหน้าที่มาเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและครอบครัว เมื่อเอาประเด็นเดิมมาพูด จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา และขอให้ทุกอย่างว่ากันด้วยข้อมูล
ด้านนายศักดิ์สยาม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “มีความพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ”
ปชป.ไม่ตั้งองครักษ์‘เฉลิมชัย’
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชา ธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า สำหรับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกอภิปรายนั้น พร้อมชี้แจงทุกประเด็น พรรคไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะอภิปราย ขอย้ำว่าข้อมูลต้องเป็นความจริง หากบิดเบือน ใส่ร้ายก็จะเกิดความเสียหายกับฝ่ายค้านเองได้ และหากอภิปรายโดยไม่ยึดข้อบังคับการประชุม นอกเหนือญัตติ ส.ส.ของพรรคก็ต้องท้วงติงให้อยู่ในกรอบ
ส่วนคณะทำงานที่จะมารองรับการอภิปราย ส่วนนี้มีคณะทำงานกฎหมายสนับ สนุนข้อมูลให้เป็นเรื่องปกติ และตนได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในสภาจะมี ส.ส.ของพรรค ช่วยกันติดตามการอภิปรายของฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิด
“พรรคไม่กังวลใจต่อการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนในพรรควางใจนายเฉลิมชัย ตั้งแต่ให้เป็นเลขาธิการพรรคแล้ว เมื่อเป็นรัฐมนตรีทุกคนทราบดีว่าคนชื่อเฉลิมชัยไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน ที่สำคัญไม่มีเรื่องทุจริต ทุกคนในพรรคยกมือไว้วางใจทุกคน และไม่มีผลต่อตำแหน่งเลขาธิการพรรคและตำแหน่งรมว.เกษตรฯ แต่มีผลดีที่นายเฉลิมชัยจะได้ชี้แจงให้เห็นถึงผลงาน” นายราเมศกล่าว
พท.จัด 20 ขุนพล-มุ่งถล่ม‘บิ๊กตู่’
ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 20 คน บวกลบเล็กน้อย ส่วนประเด็นในการอภิปรายส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่ได้ในการซักฟอกนายกฯ แต่จะรู้ว่าใช้เวลาทั้งหมดกี่วันในการอภิปรายนายกฯนั้น ต้องรอวันที่ 28 ส.ค. ซึ่งฝ่ายค้านจะมีประชุมเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายของทุกพรรคมารวมกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เรามีใบเสร็จ และมีข้อมูลที่จะสะท้อนให้เห็นว่า มีการทุจริตเกิดขึ้น เป็นการทุจริตที่อำมหิตมาก เพราะเป็นการทุจริตบนความตายของประชาชน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจมาเกือบ 8 ปี สถานการณ์ขณะนี้วิกฤตหนักที่สุด พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด จนต้องหลบต่ำเวิร์กฟรอมโฮม ทำตัวเป็นขอมดำดิน หวังใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ปรับทัพสารพัดทีมหนีตายในวาระสุดท้าย การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในรัฐบาล เป็นการอภิปรายที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดครั้งหนึ่ง
“เฉพาะเป้าใหญ่ความผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากในการแก้ไขปัญหาโควิด รัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลที่โอหังคลั่งอำนาจอย่างไร ก็ตอบคำถามประชาชนลำบาก รอดยาก เกือบ 8 ปีในการถือครองอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ อาจเดินทางมาถึงจุดตกต่ำสุด เผชิญวิกฤตศรัทธา สารพัดปัญหารุมเร้าอย่างหนัก ไม่มีใครด้อยค่าพล.อ.ประยุทธ์ได้ หากพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องไม่ด้อยค่าตัวเอง” นายอนุสรณ์กล่าว
ครป.เสวนาเลิกระบอบประยุทธ์
วันเดียวกัน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดงานเสวนาออนไลน์ “เลิกระบอบประยุทธ์ ทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า วันนี้เราได้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา เพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองเท่านั้น ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการนั้นเลย ฉะนั้นเราต้องไปจี้รัฐบาลให้ทำประชามติเพื่อสร้างรัฐธรรม นูญฉบับประชาชน
“เลือกตั้งใหม่กฎเกณฑ์แบบนี้ยังอยู่ ระบอบประยุทธ์ก็ยังสืบทอดอำนาจได้อยู่ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะไปรวมกับพรรคการเมืองไหน ท้ายที่สุดก็ยังอยู่ในระบอบประยุทธ์ว่าเขาจะเลือกใครให้มาทำงานบริหารประเทศ ไล่พล.อ.ประยุทธ์ไปอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถ้าไม่แก้ที่รากเหง้าของปัญหา เราไม่มีทางแก้ปัญหาให้ประชาชนได้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า คณะรัฐประหารทุกคณะยึดอำนาจเสร็จก็จะออกรัฐธรรมนูญชั่วคราว และสิ่งที่ทำกันเสมอคือ การนิรโทษกรรมตัวเอง ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายที่สุดแล้วทำกันแบบที่ผู้คนไม่ได้มองกันให้ชัดเจนว่า เป็นการต่อวงจรอุบาทว์ มาถึงรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ได้เขียนไว้ ดังนั้น ถ้าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยากให้เขียนไว้เลยว่า ห้ามนิรโทษกรรมรัฐประหาร
‘ทวี’จี้แก้รธน.ผ่านส.ส.ร.
ด้านนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ และที่ปรึกษาครป. กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศในช่วง 7 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้จัดตั้งสภาปฏิรูปและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป แต่ผลลัพธ์คือไม่มีการปฏิรูปใดๆ ทั้งสิ้น และตราบใดที่รัฐบาลยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์อยู่ก็จะไม่มีการปฏิรูปใดๆ ที่จะได้ยกสถานะของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วมีขีดความสามารถแข่งขันกับระหว่างประเทศ จึงเป็นเพียงระบบราชการปกครองประเทศ และเป็นนโยบายเชิงทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาผู้นำรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้คิดที่จะปฏิรูป แต่คิดเพียงรักษาฐานอำนาจและใช้งบประมาณเพื่อขยายฐานอำนาจเท่านั้น
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้จุดเริ่มต้นของความไม่ยุติธรรมเริ่มมาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชน สิ่งที่ตามมาคือเกิดความเหลื่อมล้ำ รัฐธรรมนูญสะท้อนระบอบประยุทธ์ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นพล.อ.ประยุทธ์ไม่ไว้ใจประชาชน ข้าราชการ ไม่เห็นคุณค่าการมีชีวิตของประชาชน ทุกอย่างจะเริ่มต้นด้วยการตั้งคณะกรรมการต่างๆ จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญและส่งคืนเจ้าของอำนาจอธิปไตยนั่นคือประชาชนเป็นผู้ร่างผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)