กกต.-มหาดไทยเริ่มขยับ
นัดถกเลือกตั้งสก.-อบต.

‘อู๊ดด้า’ยืนยันล่วงหน้า ปชป.ยกมือไว้วางใจ นายกฯ กับ 5 รมต.ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โฆษกภูมิใจไทยระบุรอฟังรมต.ชี้แจงก่อนตัดสินใจลงมติ แกนนำพปชร.รุดคุย ‘บิ๊กป้อม’ เตรียมพร้อมรับมือซักฟอก ฝ่ายค้านเฟ้น 40 ขุนพลทำศึก เผยหลังจบซักฟอกยื่นป.ป.ช.ฟันทุจริตซ้ำ ‘บิ๊กตู่-อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ มั่นใจรัฐบาลไปไม่รอด กกต.-มหาดไทย จ่อถกเลือกตั้งส.ก.-อบต.

‘จุรินทร์’วอนผ่านรธน.วาระ 3

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ชุมชนพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่…) พ.ศ….. แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง วาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย. ว่า พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนเหมือนที่เคยย้ำมาหลายครั้งว่า เราสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น

และร่างนี้ก็เป็นร่างที่พิสูจน์ได้ว่านำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะเปิดเสรีภาพให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนเพื่อไปเลือกรัฐบาลมาบริหารประเทศต่อไปแทนประชาชน จากจำกัดวงว่าคนกับพรรคเลือกแยกกันไม่ได้ ต้องอยู่ในบัตรใบเดียว ก็เปิดโอกาสให้แยกบัตร 2 ใบได้ แยกเลือกระหว่างคนกับพรรคได้ ถือว่าเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนให้มีเสรีภาพในการเลือก

“พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะทำหน้าที่สนับสนุนจนสุดทาง จนนาทีสุดท้าย ส่วนพรรคอื่นก็เป็นเรื่องของพรรคอื่น หรือฝ่ายค้านก็เป็นกรณีที่ฝ่ายค้านต้องไปพิจารณา รวมทั้งส.ว.ด้วย เราไม่สามารถไปกะเกณฑ์ได้ แต่ผมอยากขอความร่วมมือทุกพรรคการเมือง ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และส.ว.ให้ร่วมมือกันสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ อย่างน้อยแม้เราทำไม่ได้ทั้งหมด สักส่วนหนึ่งก็ยังดีในการที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แล้วโอกาสหน้าถ้าเรามีโอกาสแก้ไขเพิ่มเติมอีกก็มาช่วยกัน” นายจุรินทร์กล่าว

ปชป.จ่อยกมือไว้วางใจ 6 รมต.

นายจุรินทร์กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

ระหว่าง วันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.และลงมติวันที่ 4 ก.ย. ว่า ตนได้คุยกับนายเฉลิมชัยมาโดยตลอด นายเฉลิมชัยไม่มีอะไรกังวล มั่นใจว่าจะตอบคำถามได้ทุกคำถาม และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะสนับสนุนนายเฉลิมชัย เพราะมั่นใจ ในเลขาธิการพรรคของเรา และมั่นใจในการทำหน้าที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ทุกประการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงที่จะได้รับความ ไว้วางใจของรัฐมนตรีควรจะเท่ากันทุกคนหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เท่าที่มีปรากฏตอบยากว่าจะเท่าหรือไม่เท่าอย่างไร เอาเป็นว่าสำหรับประชาธิปัตย์พร้อมที่จะสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาล เพราะอยู่ด้วยกันก็ต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน อันนี้คือเบื้องต้น แต่สุดท้ายแล้วใครจะได้เสียงเท่าไหร่อย่างไรนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ปัดไม่รู้ข่าวลือโดนเขี่ย-พท.เสียบ

ต่อข้อถามถึงมีกระแสข่าวลือว่าการอภิปราย ไม่ไว้วางใจครั้งนี้อาจจะมีการปรับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคออก แล้วให้พรรคเพื่อไทย (พท.) มาร่วมรัฐบาลแทน นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริง ต้องไปถามพรรคที่มีการถูกกล่าวอ้างถึง ว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่เป็น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอะไรกังวล เราทำหน้าที่อะไรก็ได้ ที่ผ่านมาเคยเป็นทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้านมาหลายยุคหลายสมัย หลักของเราคือการทำหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถ

“วันนี้ผมได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเราทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลในกระทรวงที่รับ ผิดชอบดูแล งานทุกอย่างก็ประสบความสำเร็จ ลุล่วงด้วยดีเป็นรูปธรรม ถ้าเป็นฝ่ายค้าน เราก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล ไม่มีอะไร กังวล แต่ข้อเท็จจริงใครจะไปรวมกับใครอีก การเมืองจะพลิกผันอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องติดตาม แต่พรรคการเมืองไหนที่ถูกเอ่ยอ้างถึงก็ต้องเป็นคนตอบคำถาม พรรคประชาธิปัตย์ไปตอบแทนไม่ได้” นายจุรินทร์กล่าว

‘ศักดิ์สยาม’ไม่หวั่นดาวฤกษ์

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ตนมีความพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ส่วนตัวจะเดินทางเข้าสภา เพื่อไปรับฟังการอภิปรายตลอดทั้ง 5 วัน ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าประวัติศาสตร์การโหวตจะซ้ำรอยเดิมจากแก๊งดาวฤกษ์ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า การโหวตของส.ส.ถือเป็นเอกสิทธิ์ แต่ส.ส.ควรเคารพมติของพรรคด้วย ซึ่งเรามีคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ทำหน้าที่ประสานงานกันอยู่

ต่อข้อถามว่าหากเกิดขึ้นอีกครั้ง พรรคภูมิใจไทยจะมีมาตรการตอบโต้กลับหรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า อย่าคิดไปไกล หลายเรื่อง มีความชัดเจนแล้ว เช่น การดำเนินการรถไฟฟ้า สายสีส้ม เรื่องที่ดินที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และตนได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว แต่หากถามมาอีกก็ชี้แจงใหม่ เพราะมีการดำเนินการตามระเบียบกฎหมายเพิ่มเติม ทุกเรื่องมีข้อมูล ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาล

การันตีสัมพันธ์พปชร.ยังหนึบ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐจับมือกับพรรคเพื่อไทย แล้ว จะโดดเดี่ยวพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ต้องตรวจสอบ และประเมินจากคนปล่อยข่าว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทย ขณะนี้ ยังเหนียวแน่นปกติเหมือนเดิม

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของรัฐมนตรี กับฝ่ายค้าน ไม่ใช่เรื่องของส.ส. เป็นเรื่องของรัฐมนตรีที่จะต้องมาตอบ ข้อมูลก็เป็นข้อมูลทางกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งส.ส.ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว กับที่กระทรวง

ส่วนเรื่องการลงมติให้กับรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องรอฟังข้อมูล เหตุและผลก่อนว่าฝ่ายค้านอภิปรายว่าอย่างไร และรัฐมนตรีตอบชัดเจนหรือไม่ ซึ่งจะมีการประชุมวิปรัฐบาลอีกครั้ง ในวันที่ 30 ส.ค. เวลา 11.00 น. ซึ่งไม่ได้มีการเตรียมการ ตัวบุคคลลุกขึ้นประท้วงหากฝ่ายค้านอภิปรายออกนอกประเด็น เนื่องจากเป็นเรื่องของสภา หากสมาชิกสภาเห็นว่า การทำหน้าที่อภิปรายนอกประเด็นก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายสภา ที่จะต้องประท้วงว่านอกประเด็นหรือไม่ ให้อยู่ ในประเด็น

แกนนำพปชร.พบ‘บิ๊กป้อม’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคพลังประชารัฐ แกนนำและส.ส.บางส่วน นัดประชุม ในวันที่ 30 ส.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในช่วงบ่ายวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคบางคนได้เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อรายงานความคืบหน้าการทำงานเรื่องต่างๆ ในช่วงที่ไม่มีการประชุม พรรค รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เพิ่งจบไป และความพร้อมก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) กล่าว่า ในฐานะที่พรรคพลังท้องถิ่นไทเป็นพรรคที่ยังยึดมั่นในการร่วมรัฐบาลอยู่ การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเราต้องตัดสินใจดีๆ เพราะเป็นมารยาททางการเมืองอย่างหนึ่งว่าเราต้องฟังข้อมูลการอภิปรายก่อน ตนคิดว่าหัวหน้าพรรคตนก็เป็นสุภาพบุรุษ ท่านบอกว่าต้องดูข้อเท็จจริงกันก่อน ถ้าเราอยู่ร่วมรัฐบาลเราต้องเป็นสุภาพบุรุษว่าเราไม่ได้ชักเข้าชักออก หรือเล่นเกมการเมืองต่อรองอะไรเช่นนี้ ตนว่าตรงนี้ไม่ใช่และคงเป็นจุดยืนเช่นนั้น

‘สุทิน’ปลุกมิติใหม่ศึกซักฟอก

ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเป็นการอภิปรายเพื่อขอชีวิต ขออนาคตประเทศไทยคืนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำให้ถึงความเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับประชาชน

ในสภาก็จะอภิปรายอย่างเต็มที่ นอกสภาพี่น้องประชาชนจะร่วมอภิปรายไปด้วย เพื่อบอกกับรัฐบาลว่าเราพบเห็นปัญหาอะไร พี่น้องเดือดร้อนลำบากแค่ไหน แน่นอนว่าพลังการยกมือในสภาของฝ่ายค้านอาจไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่พลังการยกมือของ พี่น้องประชาชนด้านนอกสภา จะเป็นพลังสำคัญในการชี้ขาดว่าการลงคะแนนในสภา จะเป็นเงาสะท้อนจากประชาชนไปสู่รัฐบาล การอภิปรายนี้จึงเป็นมิติใหม่ของการอภิปรายร่วมพร้อมกันทั้งในสภาและนอกสภา

ไล่นายกฯ พร้อมกันทั้งประเทศ

นายสุทินกล่าวว่า รัฐบาลรู้อยู่เต็มอกว่า ฝ่ายค้านจะถามอะไร แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ตอบไม่ได้ เพราะทำไม่ได้ ไม่รู้ถึงปัญหาและแก้ปัญหา ที่ผ่านมาด้วยกลวิธีซ่อนเร้น รัฐบาลเถลิงอำนาจ อายุรัฐบาลที่ต่อออกไปแลกกับชีวิตของประชาชน คุณกำลังทุจริตบนความตาย หากินบนความตาย และเอาเงินของลูกหลานในอนาคตมาแลกกับอายุรัฐบาลในวันนี้ ซึ่งลูกหลานเราจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเจ็บปวด ความตายและความอดอยาก ที่สำคัญ การจะออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด-19 หนีความผิด คืออาการของคนที่คิดว่าตอบไม่ได้ สู้ไม่ได้

วันนี้ความเจ็บป่วยล้มตาย และความอดอยากของประชาชน จะแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนตัวนายกฯ และรัฐบาลเท่านั้น นี่จะเป็นฉันทามติประชาชนที่ต้องการมาแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แล้วมาร่วมไล่ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมกัน โดยร่วมกันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นอกสภาไปพร้อมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เชิญชวนพี่น้องประชาชน “ลงมติประชาชน รวมพล #ไล่ประยุทธ์” ร่วมลงชื่อโหวตไม่วางใจรัฐบาล ผ่าน https://www.change.org/prayutgetout

จับตาพรรคโหวตสวนทางปชช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการสื่อสารการเมือง แถลงว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกตไปก่อนหน้านี้ว่าอาจเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะตลอด 8 ปีที่ผ่านมามิติการทำงานล้มเหลวทุกด้าน ที่อ้างว่าต้องปฏิรูปประเทศ ก่อนเลือกตั้งเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อยึดอำนาจ การปฏิรูปตำรวจเป็นเพียงไอโอที่ว่างเปล่าและจอมปลอม แทบทุกเรื่องภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ผิดพลาด ล้มเหลวซ้ำซาก ฟางเส้นสุดท้ายคือการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ติดเชื้อทะลุล้าน ตายทะลุหลักหมื่น ยิ่งกว่าใบสร็จความล้มเหลวของรัฐบาล

“ในวันลงมติ 4 ก.ย. ประชาชนจะรอดูว่ามีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดโหวตไว้วางใจรัฐบาล เท่ากับว่าเป็นการกระทำที่สวนทางกับประชาชน หากทำอย่างนั้นเท่ากับว่าพวกท่านไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชน ไม่เห็นความผิดพลาด ไม่เห็นซากศพของประชาชน ไม่รู้สึกรู้สากับความเดือดร้อน ของประชาชนถ้วนหน้า ขณะที่ประชาชนได้ตัดสินใจแล้วว่าไม่ให้ความไว้วางใจรัฐบาลบริหารประเทศอีกต่อไป” นายอนุสรณ์กล่าว

ก.ก.จัดหนัก‘ตู่-อนุทิน’

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลกำลังเตรียมข้อมูลและฝึกซ้อมการอภิปราย เพื่อให้ทุกอย่างตรงประเด็นและ มีคุณภาพมากที่สุด เบื้องต้นวางตัวผู้อภิปรายไว้ ไม่เกิน 10 คน และคาดว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีประมาณ 3 คน เน้นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ส่วนนายชัยวุฒิก็มีส่วนน่าสนใจ จะถูกอภิปราย

พรรคก้าวไกลต้องชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความผิดพลาดด้านการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ตั้งแต่การแทงมาตัวเดียว การกระจายวัคซีน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การกู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้ตรงกับเป้าหมาย ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจพร้อมตามกฎหมายหลาย 10 ฉบับ สะท้อนว่าไม่มีความรู้ความสามารถอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ข้อสังเกตที่นำเงินไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง โดยอาจจะเป็นเรื่องของการทุจริตโดยมิชอบใช่หรือไม่ เช่น ชุดตรวจ ATK หรือการสั่งวัคซีนบางยี่ห้อ

“ในครั้งนี้ผู้อภิปรายของพรรคก้าวไกลจะสามารถพูดได้ดีกว่าเดิม เพราะมีทักษะดีขึ้น และข้อมูลต่างๆ ก็มีจำนวนมาก เราจะทำให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลลึกกว่าเดิม และจะไม่อภิปรายรัฐมนตรีหลายคนหรือใช้ผู้อภิปรายหลายคน เพราะจะเน้นเชิงคุณภาพและตรงประเด็น” นายธีรัจชัยกล่าว

ฝ่ายค้านเฟ้น 40 ขุนพลขึ้นเวที

เมื่อเวลา 13.00 น. พรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดประชุมผ่านระบบซูม เพื่อสรุปเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยในส่วนพรรคเพื่อไทยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่

ส่วนพรรคฝ่ายค้านอื่น ได้แก่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ร่วมประชุมเพื่อจัดลำดับการอภิปราย ทบทวนการแบ่งกรอบเวลาการอภิปรายให้แต่ละพรรค รวมทั้งดูว่าแต่ละพรรคอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และ 5 รัฐมนตรี พรรคละกี่คน โดยเตรียม ผู้อภิปรายไว้ 40 คน

ยื่นปปช.ฟันซ้ำ 3 รมต.-ไม่รอดชัวร์

นายประเสริฐกล่าวภายหลังประชุมว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ ถึง 40 คน โดยเนื้อหาหลักๆ คือการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ล้มเหลว ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่สำคัญคือปัญหาการทุจริตในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับอำนาจหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีแต่ละท่าน

หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นก็จะไม่จบแค่นั้น เราจะมีหลักฐานการทุจริตที่ถือเป็นใบเสร็จมากเพียงพอ ที่จะไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดรัฐมนตรีเหล่านี้ต่อไป รวมทั้งมีกรณีที่ต้องไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ด้วย มั่นใจว่าเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลได้ฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านแล้ว จะลำบากใจที่จะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อ รัฐบาลนี้ไปไม่รอดอย่างแน่นอน

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สำหรับรัฐมนตรี ที่จะถูกยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดกรณีทุจริต เบื้องต้น ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม

สำหรับเวลาที่ฝ่ายค้านได้ทั้งสิ้น 40 ชั่วโมงนั้น มีการจัดสรรให้พรรคเพื่อไทย 20 ชั่วโมง พรรคก้าวไกล 9 ชั่วโมง พรรคเสรีรวมไทย 3 ชั่วโมง พรรคประชาชาติ 3 ชั่วโมง 30 นาที พรรคเพื่อชาติ 40 นาที พรรคพรรคพลังปวงชนไทย 60 นาที นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 60 นาที และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ 40 นาที

มท.-กกต.ถกเลือกตั้ง‘ส.ก.-อบต.’

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันที่ 27 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมาตรา 19 และ 20 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งส.ก. ออกเป็น 50 เขตเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกเขตเลือกตั้งละหนึ่งคน

ด้านกกต. ได้เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งส.ก. และผู้ว่าฯกทม. โดยขณะนี้ กกต.กำลังเร่งพิจารณาเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งเทศบาลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงเดือนพ.ย.64 ซึ่งอาจดำเนินการไปพร้อมกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศด้วย

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังแบ่งเขตเลือกตั้งส.ก.แล้ว กกต.ต้องหารือกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในช่วงสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือจะมีการเลือกตั้งอบต. ไปพร้อมกันหรือไม่ หากกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบอย่างไร จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากครม.มีมติให้จัดการเลือกตั้งแล้ว กกต.จะพิจารณาเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอีกครั้ง

โผตร.ระลอก2‘ธิติ’นั่งผบช.ภ.2

วันที่ 28 ส.ค 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ที่ผ่านมติเห็นชอบ จากที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระประจำปี 2564 ระดับ ผบช. ถึง ผบก. ของ บช.ภ.2 มีดังนี้ ที่ได้รับการแต่งตั้งออกนอกหน่วยอาทิ พล.ต.ท.วีระ จีรวีระ ผบช.ภ.2 (หลังโดนสอบกรณีบ่อนในพื้นที่ ต้องเข้ามาอยู่ใน ศปก.ตร นานกว่า 1 ปี) โยกมาเป็น ผบช.สพฐ.,

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ประจำ ตร.(ประสานรัฐสภา) โยกมา เป็น ผบช.ภ.2., พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีลบุตร รอง ผบช.ภ.2 ขึ้นเป็น ผบช.รร.นรต., พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.3 โยกมาเป็น รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นิติธร จินตกานนท์ รอง ผบช.ภ.2 โยกมาเป็น รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เฉลิมพล จินตรัตน์ รอง ผบช.ภ.5 โยกมาเป็น รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.บช.ภ.2 โยกมาเป็น รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ระยอง โยกมาเป็น ผบก.สสท.บช.สทส.,

พล.ต.ต.อิทธิพล โพธิ์ทอง ผบก.ภ.จว.นครนายก ขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.2, พ.ต.อ.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย ขึ้นเป็น ผบก.อก.บช.ภ.2, พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ ผบก.ภ.จว.เลย โยกมาเป็น ผบก.คด.บช.ภ.2, พล.ต.ต.เสรียร ค้ำชู ผบก.ภ.จว.ตราด โยกมาเป็น ผบก.ศฝร.ภ.2, พล.ต.ต.สุวิชาญ ณาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ขึ้นเป็น รอง ผบช.กมค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน