ขอเขียนจม.ถึงครอบครัว-ทนาย
สอบเพิ่มตร.เกี่ยวข้องอีกนับสิบ
พบแล้วอดีตขรก.คนพามอบตัว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กใหม่’ยังเกาะติดคดีผกก.โจ้ ที่นครสวรรค์ ชี้คดีนี้ชุดล่อซื้อปฏิบัติตามหน้าที่ถูกต้อง มีปัญหาในส่วนของผกก.โจ้ กับลูกน้องที่นำไปขยายผล ระบุถึงบุคคลปริศนาที่ขับรถมาส่งผกก.โจ้ เป็นอดีตขรก.ที่ช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวเท่านั้น ด้านอธิบดีกรมราชทัณฑ์เผยแยกขังผกก.โจ้ กับลูกน้องรวม 7 คน ที่เรือนจำพิษณุโลกเบื้องต้นอยู่แดนกักโรค 21 วัน ก่อนเข้าแดนใน ระบุผู้ต้องหากังวลเล็กน้อยแต่ทานอาหารได้ปกติ ทั้งหมดขอกระดาษเพื่อเขียนจดหมายติดต่อกับทนายและญาติ โดยต้องผ่านการตรวจสอบของเรือนจำตามระเบียบ ‘สิระ เจนจาคะ’ กมธ.กฎหมาย เยี่ยมพ่อแม่เหยื่อ พร้อมสาธิตใช้ถุงดำคลุมหัวแค่ชั้นเดียวก็มองไม่เห็นและหายใจแทบไม่ออกแล้ว ยันสอบหาข้อเท็จจริงดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ความคืบหน้าคดีพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผกก.โจ้ ร่วมกับลูกน้องตำรวจก่อเหตุฆ่านายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดในห้อง สอบสวนสภ.เมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีย้ายการคุมตัว พ.ต.อ. ธิติสรรค์ หรือผกก.โจ้ ไปฝากขังที่เรือนจำกลางพิษณุโลก ว่าได้รับรายงานจาก นายณรงค์ จุ้ยเส่ย ผบ.เรือนจำพิษณุโลก ว่าผู้ต้องขังชุดแรก 5 คน นำไปฝากขังก่อนแล้ว ส่วน ผกก.โจ้ กับพวกอีก 1 คน ส่งตัวตามไปทีหลัง รวมทั้งหมด 7 คน โดยผู้ต้องขังใหม่ต้องทำประวัติตามขั้นตอน ตรวจร่างกายและโควิดตามระเบียบเรือนจำ และอยู่แดนกักโรค 21 วัน ก่อนเข้าแดนใน

“สำหรับ ผกก.โจ้ และพวก ไม่ได้นอนรวมกันทั้งหมด แต่แบ่งเป็นห้อง ห้องละ 3-4 คน เพื่อลดความแออัด โดย ผกก.โจ้ ยังปกติอาจกังวลเล็กน้อย เพราะเข้าเรือนจำครั้งแรก เมื่อช่วงเช้ากินอาหารที่ทางเรือนจำจัดให้ได้ตามปกติ” นายอายุตม์กล่าวและว่า เรือนจำแยกควบคุมตัวกลุ่มนี้ออกจากกับผู้ต้องขังคดีอื่นๆ เพราะ ผกก.โจ้ และพวกเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป้องกันเจอกับผู้ต้องขังรายที่เคยจับกุม

ทั้งนี้ห้องควบคุมมีกล้องวงจรปิดดูแลตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ทั้งหมดขอกระดาษพร้อมปากกาเพื่อเขียนจดหมาย ฝากข้อความผ่านไปยังทนายความเพื่อสื่อสารกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะตรวจสอบตามขั้นตอน แต่เรือนจำไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นของผู้ต้องขัง

ด้านนายณรงค์กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาโดยเฉพาะผกก.โจ้ มีอาการเครียดเล็กน้อยเนื่องจากเป็นเรื่องปกติที่เคยอยู่ข้างนอกและต้องมาอยู่ข้างใน และในวันที่ 30 ส.ค.นี้ จะมีนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน รวมทั้งแพทย์พยาบาลมาตรวจร่างกายด้วย

วันเดียวกันพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร.เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี ที่บก.ภ.นครสวรรค์ พร้อมกล่าวว่าจากการตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมผู้ชายจากจุดที่เกิดเหตุ มาสภ.เมืองนครสวรรค์ แล้วขยายผล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในคดีการล่อซื้อยาเสพติดนี้ประมาณ 13-15 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดล่อซื้อ เป็นการกระทำโดยชอบ เพราะมีหลักฐานการลงบันทึกประจำวัน ธนบัตรล่อซื้อ มีพยาน ที่เกี่ยวข้อง และแฟนของผู้เสียชีวิต ยืนยันชัดเจน มียาเสพติด เป็นยาบ้าจำนวนหนึ่ง และยาไอซ์ 3 ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่หนึ่งเป็นการกระทำโดยชอบ

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวอีกว่า ต่อมาส่วนที่สองเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่จับกุมการล่อซื้อยาเสพติดและนำตัวไปขยายผล แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่เข้ามาที่ห้องสืบสวนข้างหลังมีทั้งผู้เสียชีวิตและแฟน ในส่วนนี้อยู่ในระหว่างการหาพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่า กระทำความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ และส่วนที่สองคือส่วนการขยายผลที่นำถุงดำมาคลุมศีรษะผู้ตายเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

แต่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมขึ้นมามากกว่า 7 คน อยู่ในจำนวน 13-15 คนที่ได้บอกไปแล้ว อยู่ในระหว่างการขยายผลต่อ ส่วนที่พบบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี ที่ปรากฏให้เห็นว่าตำรวจชุดจับกุมยาเสพติด ได้ลงบันทึกประจำวันธนบัตรสำหรับล่อซื้อช้า เพราะว่าหลังจากเกิดเหตุต่างคนต่าง ตกใจ และหลบหนีไป จึงไม่ได้นำบันทึกเข้ากระบวนการเหมือนกรณีทั่วไป ทำให้เรา เพิ่งพบแต่ยืนยันได้ว่าสำเนาประจำวันที่ให้ ดูนั้นเป็นสำเนาจริงที่ไม่สามารถลงย้อน หลังได้

“ในกรณีบุคคลที่พาพ.ต.อ.ธิติสรรค์ มามอบตัวนั้น เป็นอดีตข้าราชการ จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้ให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือ และแนะนำให้มามอบตัวในคดีนี้ จนได้รับการมอบตัว ส่วนวิธีการในบ้านของผู้ที่ช่วยเหลือมีข้อมูลเป็น กล้องวงจรปิดปรากฏให้เห็นข้อเท็จจริงตามที่ชี้แจงไป ไม่ได้ให้ที่พักพิงโดยหวังให้ความช่วยเหลือ” รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวอีกว่า เรื่องคลิปกล้องวงจรปิดที่หลุดออกไปโดยอ้างว่าพลเมืองดีเป็นคนปล่อย เพราะเกิดจากความขัดแย้งของคนในหน่วยงาน ยืนยันว่าคลิปดังกล่าวมีปรากฏอยู่ในพนักงานสืบสวนสอบสวนขณะนี้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้บอกตั้งแต่แรก เพราะเป็นการปกปิดไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหลบหนีหรือทำลายพยานหลักฐาน แต่ยืนยันว่ามีหลักฐานตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุผลอะไรขอไม่เปิดเผย ส่วนกรณีการ ล่อซื้อตำรวจชุดสืบสวนเปิดรูปการล่อซื้อยาเสพติดจากนายมาวินให้ดู พบว่ามีการล่อซื้อและมียาเสพติดจำนวนหนึ่งจริง อย่างไรก็ตามยังไม่ขอเปิดเผยรูปต่อสื่อมวลชน

คลุมถุงดำ – นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พลังประชารัฐ สาธิตใช้ถุงดำคลุมหัวทีมงานที่หน้าบ้านพ่อแม่เหยื่อพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผกก.โจ้ ระหว่างเดินทางมาติดตามคดีที่อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานประธานคณะกรรมาธิ การ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เดินทางมายังบ้านพักของพ่อแม่เหยื่อ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ พร้อมกล่าวว่า จากการแถลงของตำรวจที่กองปราบฯ ประชาชนและสังคมมีความสงสัยหลายเรื่อง พฤติกรรมของตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งมีคนแจ้งเคยโดนกระทำลักษณะนี้เช่นกัน โดยจ่ายเงินและปล่อยตัว ทำให้ต้องมาติดตามคดีของพ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือขอเรียกเทพบุตรโจ้ ซึ่งพบการเจริญเติบโตในราชการมากกว่าเพื่อนๆ แถมเมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังยังพบ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เคยถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน และได้กลับมาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์นายสิระทดลองการใช้ถุงดำคลุมหัวทีมงาน เพื่อทดสอบพฤติกรรมของพ.ต.อ. ธิติสรรค์ โดยทีมงานยืนยันว่าเมื่อคลุมหัวด้วยถุงดำ 1 ใบก็มองไม่เห็นหน้าแล้ว ไม่ต้องคลุมถึง 6 ใบ และเมื่อลองดึงถุงดำทำให้เริ่มหายใจไม่สะดวกและทรมาน

ต่อมานายสิระ พร้อมพ่อของนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี เหยื่อโหด ออกมาแถลงโดยพ่อของผู้เสียชีวิต เปิดใจครั้งแรกว่า อยากขอความเป็นธรรมจากนายสิระ พอเห็นคลิปเหตุการณ์แล้วหัวใจแทบแตกสลาย ในความเป็นพ่อ ลูกเป็นดวงใจ ถ้ามีลูกและจะรู้ว่าความสูญเสียเป็นยังไง

นายสิระกล่าวเพิ่มเติมว่า พ่อผู้ตายแจ้งความดำเนินคดีกับพ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไว้แล้ว ซึ่งตอนแรกที่บอกพ.ต.อ.ธิติสรรค์ เป็นคนดีเพราะยังไม่ได้เห็นคลิป แต่หลังจากนั้นก็รับไม่ได้ โดยพ่อผู้ตายยืนยันไม่เคยรับเงิน 5 ล้าน

จากนั้นนายสิระ เดินทางมายัง สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อตรวจดูบ้านกาแฟ หรือห้อง 05 พร้อมกับถามถึงผลความคืบหน้าของคดีกับพล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ก่อนระบุว่าสัปดาห์หน้าจะเชิญเลขาฯ กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด ให้ทบทวนสำรวจการออกบัตร ป.ป.ส. ว่ามีอำนาจในการละเมิดสิทมนุษยชนและสิทธิตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

และจะขอให้เลขาฯ ป.ป.ส. ยกเลิกบัตร ป.ป.ส.ที่ออกก่อนหน้านี้ทั้งหมด และพิจารณาให้ออกตามบุคคลที่เหมาะสม พร้อมกับออกระเบียบใหม่ เพราะที่ผ่านมามีคนพกบัตร ป.ป.ส.ไปแสวงหาผลประโยชน์ นอกจากนี้ได้เชิญแพทย์ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาออกความคิดเห็นด้วยว่า การทำหน้าที่แพทย์ลงความเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตจะต้องทำอะไรบ้าง จะได้รู้ว่ามีการบกพร่องและละเว้นต่อหน้าที่ตรงไหนบ้าง เราจะไปพิสูจน์ความจริง

ด้านพล.ต.ต.ระพีพงษ์กล่าวว่า ยังไม่พบ ใบบันทึกการจับกลุ่ม แต่ยืนยันมีหลักฐานการล่อซื้อ ขณะนี้อยู่ในช่วงการสอบปากคำพยาน ซึ่งในตอนแรกแฟนของนายจิระพงศ์ ผู้เสียชีวิต ให้การไม่เป็นประโยชน์ ทำให้กระบวนการสืบสวนค่อนข้างยากลำบาก แต่ตอนนี้เริ่มได้เบาะเเสมากขึ้นแล้ว ยังไม่ทราบปริมาณของกลางที่แน่ชัดเพราะไม่มีบันทึกจับกุม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าคนที่ จับได้ คือ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ไม่มีตัวปลอม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน