บูสต์ให้ประชาชนทั่วไป
พลร่มติดโควิดอีก213
ยอดเสียชีวิตเพิ่ม264
เคาะแล้วฉีดวัคซีน โควิดเข็มที่ 3 สำหรับประชาชนทั่วไป 3 ล้านคน เริ่มปลายเดือน ก.ย.-ต.ค.อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุแต่จะเป็นวัคซีนชนิดใดขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มีในขณะนั้น ขณะที่ยอดติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 1.6 หมื่นราย เสียชีวิตยังสูงอีก 264 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีหญิงท้องเสียชีวิตอีก คลัสเตอร์ตร.พลร่มหัวหินยังหนัก ติดอีก 213 ราย ทั้งลามปิดหมู่บ้านป่าละอู ที่ระยอง-สาวฉีดซิโนฟาร์มแล้วเป็นเจ้าหญิงนิทราสิ้นใจแล้ว ญาติขอความเป็นธรรม ที่สระแก้ว-พ่อก็ข้องใจลูกฉีดแอสตร้าฯ เข็ม 2 เสียชีวิต ด้านภูเก็ตรับมือคลัสเตอร์ชาวเลราไวย์ สระแก้วเจอคลัสเตอร์ใหม่
โควิดดับอีก 264-แต่ติดเชื้อลด
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ศูนย์บริหารสถาการณ์โควิด -19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ประจำวันว่าติดเชื้อใหม่ 16,536 ราย สะสม 1,174,555 ราย หายป่วย 20,927 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายสะสม 985,246 ราย เสียชีวิต 264 ราย สะสม 11,143 ราย อยู่ระหว่างรักษา 177,702 ราย อยู่ในร.พ. 15,573 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 162,129 ราย มีอาการหนัก 5,093 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,067 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 8,227 ราย กทม.และปริมณฑล 6,922 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,051 ราย เรือนจำ 328 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 8 ราย ส่วนการตรวจด้วยชุดตรวจเอทีเคทั่วประเทศพบผลบวก2,670 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 264 ราย มาจาก 35 จังหวัด ได้แก่ กทม. 111 ราย, ปทุมธานี 18 ราย, สมุทรสาคร 17 ราย, สมุทรปราการ 16 ราย, ลพบุรี 11 ราย, นครปฐม สระบุรี จังหวัดละ 10 ราย, ชลบุรี 8 ราย, สุพรรณบุรี 7 ราย, พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ตาก จังหวัดละ 4 ราย, นนทบุรี ระนอง อุบลราชธานี นครสวรรค์ จังหวัดละ 3 ราย, ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ นราธิวาส พัทลุง นครราชสีมา บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ เลย ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ สุโขทัย จังหวัดละ 2 ราย และราชบุรี นครนายก ยะลา สุราษฎร์ธานี สงขลา ศรีสะเกษ อุทัยธานี จังหวัดละ 1 ราย
สูงวัยตายอื้อ-หญิงท้องอีกราย
โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาย 145 ราย หญิง 119 ราย อายุ 21-100 ปี ค่ากลางอายุ 68 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 176 ราย อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 55 ราย อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 31 ราย ไม่ทราบอายุ 1 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย และเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย
สำหรับ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,821 ราย สะสม 271,816 ราย 2.สมุทรปราการ 984 ราย สะสม 77,460 ราย 3.สมุทรสาคร 872 ราย สะสม 72,237 ราย 4.ชลบุรี 762 ราย สะสม 60,933 ราย 5.นนทบุรี 587 ราย สะสม 43,208 ราย 6.ราชบุรี 464 ราย สะสม 16,233 ราย 7.นครราชสีมา 452 ราย สะสม 17,701 ราย 8.นครปฐม 381 ราย สะสม 25,834 ราย 9.พระนครศรีอยุธยา 376 ราย สะสม 19,384 ราย และ 10.ฉะเชิงเทรา 357 ราย สะสม 22,904 ราย
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิดเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ฉีดได้ 258,782 โดส ยอดสะสม 30,679,289 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 22,807,078 ราย ครบ 2 เข็ม 7,287,885 ราย และเข็มสาม 584,326 ราย
เริ่มฉีดเข็ม 3 ปลายเดือนก.ย.
ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าขณะนี้สถานการณ์ระบาดของโควิดชะลอตัว ศบค.เห็นชอบการผ่อนคลายกิจกรรมบางส่วน เช่น นั่งรับประทานอาหารในร้าน 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่กรณีมีเครื่องปรับอากาศ หากเปิดโล่งนั่งได้ 75 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ แต่ยังไม่ปรับสีพื้นที่ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังเป็น 29 จังหวัด สำหรับมาตรการ อื่นๆ ยังต้องเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะการทำงานที่บ้าน ขอความร่วมมืออย่างต่อเนื่องอีก 1 เดือน เพื่อพิจารณาตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าลดลงไปในระดับใด จากนั้นจึงจะพิจารณาผ่อนคลายมาตรการอื่นเพิ่มเติม
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่าสำหรับวัคซีนเข็มที่ 3 ของประชาชนทั่วไป คณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิดมีมติให้เริ่มฉีดในช่วงปลายเดือนก.ย.-ต.ค.2564 แต่จะเป็นวัคซีนใดก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์วัคซีนที่มีในขณะนั้น ส่วนผู้ที่จะต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 มีประมาณ 3,000,000 คนทั่วประเทศ
ยันสิ้นปีมีวัคซีน 140 ล้านโดส
ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อโควิดมีสัญญาณดีขึ้น ยอดผู้ป่วยที่รักษาหายสามารถกลับบ้านได้อยู่ที่ 20,000 กว่ารายติดต่อกันเป็นเวลา 20 กว่าวันแล้ว และมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกัน 10 กว่าวันแล้วด้วย ถือเป็นข่าวดี ขณะเดียวกันยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็มีแนวโน้มค่อยๆ ลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลขจะยังสูงอยู่ เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่แนวโน้มในระยะยาวน่าจะค่อยๆ ลดลง
โฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า ตามแผนการจัดหาวัคซีนภายในสิ้นปีนี้จะมีวัคซีน 140 ล้านโดส นอกจากนี้ รัฐบาลยังเจรจาสั่งซื้อวัคซีนจากสหภาพยุโรปเพิ่มอีก แบ่งเป็น แอสตร้าเซนเนก้า 2 ล้านโดสต่อเดือน (ก.ย.-ธ.ค.2564) และวัคซีนไฟเซอร์ 2.5-3 ล้านโดสต่อเดือน (ก.ย.-ธ.ค.2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มอบหมายกระทรวงสาธารณสุขเร่งจัดหาวัคซีนโควิดสำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี เพื่อสร้างภูมิให้พร้อมในการเปิดเรียนด้วย ตอนนี้ศบค.นำมาตรการแซนด์บ็อกซ์ เซฟตี้ โซน อิน สคูล เป็นการทดลองเปิดเฉพาะโรงเรียนประจำก่อนบางแห่ง

คัดกรอง – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเข้าตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา หลังมีนายตำรวจระดับรองสวป.ติดเชื้อทั้งที่ฉีดวัคซีน ซิโนแวคครบ 2 เข็ม เมื่อวันที่ 29 ส.ค.
โคราชอีก 237-ร้อยเอ็ด 119
สำหรับสถานการณ์ตามจังหวัดต่างๆ นั้น จ.นครราชสีมา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จุดบริการฉีดวัคซีนของร.พ.มหาราชนครราชสีมา เปิดให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีคิวฉีดวัคซีนสูตรสลับแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 นอกจากนี้ยังเปิดบริการวอล์กอินสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ และผู้ที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีอีก 237 ราย แต่ถือว่าลดลงจากเมื่อวันก่อน
ส่วน จ.ร้อยเอ็ด พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 119 ราย รักษาหายเพิ่ม 203 ราย กำลังรักษา 1,879 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายอายุ 59 ปี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โดยติดเชื้อในพื้นที่ที่มีประวัติสัมผัสกับ ผู้ป่วยก่อนหน้า เข้ารับการรักษาที่ร.พ.ร้อยเอ็ด ด้วยอาการไข้ ไอ เหนื่อย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวม แเละตรวจพบเชื้อโควิด
ชลบุรียอดตาย-ป่วยยังสูง
ด้านจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 31 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัดทั้งหมด และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ขณะที่การบริหารจัดการวัคซีนของ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 400,913 คน คิดเป็นร้อยละ 31.79 ของกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปฉีดแล้ว 130,609 คน กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังฉีดแล้ว 49,994 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไปฉีดแล้ว 220,310 คน
ที่จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 762 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 14 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อกระจาย 10 อำเภอ มากสุด อ.ศรีราชา 239 ราย อ.มืองชลบุรี 169 ราย และ อ.บางละมุง 115 ราย ส่วนมากเป็นการติดจากสถานประกอบการ 21 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง พบการติดเชื้อภายในครอบครัว 219 ราย จากสถานที่ทำงาน 102 ราย บุคคลใกล้ชิด 20 ราย
สาวฉีดซิโนฟาร์ม-นิทราสิ้นใจ
ส่วน จ.ระยอง จากกรณีน.ส.ปนัดดา อังคะลา อายุ 31 ปี พนักงานบริษัทใน อ.ปลวกแดง เข้ารับการฉีดวัคซีนวัคซีนซิโนฟาร์ม เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ร.พ.กรุงเทพระยอง ซึ่งเป็นโควตาของบริษัท ปรากฏว่าหลังฉีดเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีอาการหลอน จำอะไร ไม่ได้ ปวดศีรษะรุนแรง เข้าตรวจอาการ ที่ ร.พ.กรุงเทพระยอง ก่อนส่งตัวไปรักษาที่ ร.พ.พญาไท จ.ชลบุรี อาการกำเริบ สุดท้ายกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แพทย์ระบุสมองบวม และอาจเสียชีวิตได้ ต่อมาครอบครัวเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จ.ระยอง สาธารณสุขจังหวัด และแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลวกแดง
ล่าสุด นายเสงี่ยม อุดคำเที่ยง อายุ 45 ปี สามี น.ส.ปนัดดา เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ร.พ.พญาไท จ.ชลบุรี แจ้งว่าภรรยา เสียชีวิตแล้ว แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ซึ่งความจริงแล้วไม่เคยมีโรคประจำตัวร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตฉับพลัน และทำไมต้องมาเสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนเพียงไม่กี่ชั่วโมง จึงขอความเป็นธรรมด้วย

ดับสลด – จนท.เก็บศพหญิงอายุ 67 ปี เสียชีวิตในบ้านพักย่านบางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังมีอาการป่วยคล้ายติดเชื้อโควิด พยายามติดต่อขอเข้ารับการรักษา แต่ทางโรงพยาบาลอ้างว่าเตียงเต็ม พบประวัติฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เข็มแรกเมื่อ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา
ยาย 67 ดับหลังฉีดแอสตร้าฯ
ที่ จ.นนทบุรี พ.ต.ต.ภพธร ดวงกลาง พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 43 หมู่บ้านโภคทรัพย์ ซอย 8/4 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี รุดไปที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์ เฮาส์ 2 ชั้น พบนางสุบรรณ ร่มธรรม อายุ 67 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางห้องชั้นล่าง
สอบสวนนายสมหวัง ร่มธรรม อายุ 67 ปี สามีผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นแม่ค้าขายผักที่ตลาดหน้าร.พ.พระนั่งเกล้า เมื่อ วันที่ 3 ส.ค. ตนและภรรยาไปเข้ารับฉีด วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก หลังจากนั้นภรรยาเริ่มไม่สบาย เหนื่อยหอบ เป็นไข้ และไอ ประสานร.พ.หลายแห่งแล้วแต่เตียง ไม่ว่าง ส่วนตนก็ยังไม่รู้เลยว่าจะกล้าไปฉีดเข็มสองหรือไม่ กลัวเป็นแบบภรรยา
ส่วนนายสมศักดิ์ ร่มธรรม อายุ 46 ปี ลูกชายกล่าวว่าอยู่ด้วยกัน 6 คน โดยมีพ่อแม่ พี่ชาย ตนเองและหลานชายอีก 2 คน เมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลานชายวัย 21 ปี ติดเชื้อโควิด ต้องกักตัวและรอการรักษาตัวอยู่บนชั้น 2 ที่บ้าน เป็นไปได้ว่าแม่ได้รับเชื้อโควิดมาจากหลานชาย แม้จะได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้วก็ตาม แต่ต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดยืนยันอีกครั้ง
คลัสเตอร์ตร.พลร่ม-ลามหนัก
ขณะที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบผู้ติดเชื้อ รายใหม่พุ่งสูงถึง 396 ราย จากคลัสเตอร์สำคัญ 2 คลัสเตอร์ใหญ่ ได้แก่คลัสเตอร์ค่ายฤทธิ์ฤๅชัย พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 213 ราย และคลัสเตอร์เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบผู้ป่วยเป็นผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่ม 124 ราย และ ผู้คุมเรือนจำ 2 ราย โดยทั้งจังหวัดกำลังรักษา 1,655 ราย เหลือเตียง 980 เตียง พบผู้ป่วยอาการรุนแรง 62 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย
นอกจากนี้ยังต้องติดตามคลัสเตอร์อื่นที่พบผู้ป่วยเพิ่มต่อเนื่อง ได้แก่คลัสเตอร์ ป่าหมาก ติดเชื้อสะสม 28 ราย คลัสเตอร์ญาติมาจาก จ.ปทุมธานี หอผู้ป่วยร.พ. บางสะพานน้อย คลัสเตอร์ปากน้ำปราณ ติดทั้งบ้าน โดยเฉพาะคลัสเตอร์สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือคลัสเตอร์ศูนย์ฝึกรบพิเศษค่ายฤทธิฤาชัย (ป่าละอู) สังกัดตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จ.ประจวบ คีรีขันธ์ เป็นตำรวจนายสิบจบใหม่เกือบ 500 คน เดินทางมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ารับการฝึกพิเศษ พบติดเชื้อสะสมแล้ว 340 ราย จากการสอบสวนโรคคาดว่าติดเชื้อมาจาก ผู้ช่วยแม่ครัวทำอาหารเลี้ยงตำรวจในค่ายฝึก รวมทั้งสั่งปิดหมู่บ้านป่าละอูบน 14 วัน ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแม่ครัว และมีชาวบ้าน ติดเชื้อจำนวนมาก

คัดกรอง- ร.พ.ฉลอง, ร.พ.วชิระภูเก็ต และจนท.สาธารณสุขภูเก็ตตรวจคัดกรองหาเชื้อให้กับชาวเลราไวย์ หรือชาวไทยใหม่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต บริเวณศาลาอเนกประสงค์ริมชายหาดราไวย์ หลังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เมื่อวันที่ 29 ส.ค.
ภูเก็ตรับมือคลัสเตอร์ชาวเล
ด้าน จ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อใหม่ 212 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด และโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 2 ราย โดยพบผู้ป่วยคลัสเตอร์ใหญ่ในพื้นที่ชุมชมชาวเลราไวย์ และแคมป์คนงานแรงงานต่างชาติ โดยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ กล่าวว่าจากการคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิดในกลุ่มเสี่ยงชุมชนชาวเลราไวย์ 369 คน เป็นชาวไทยใหม่ หรือชาวเลราไวย์ 365 คน และแรงงานต่างชาติที่เป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 4 คน พบผลบวก 91 คน และจากการตรวจซ้ำรอบสองพบเป็นบวก 88 คน แบ่งเป็นชาวเล 85 คน และชาวเมียนมา 3 คน ส่งเข้ารับการรักษาในสถานที่กักตัวแล้ว
นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.ร.พ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่าสำหัรบเรื่องวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับชาวภูเก็ตนั้น ผวจ.ภูเก็ตทำหนังสือถึงรมว.สาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ มีความเป็นไปได้ที่ชาวภูเก็ตจะได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อโควิด โดยเฉพาะเชื้อกลายพันธุ์เดลตา
สงขลาปิดหมู่บ้านสกัดโควิด
ส่วน จ.สงขลา ประกาศปิดทางเข้าออกชุมชนบ้านชายหิน หมู่ 1 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จนถึงวันที่ 12 ก.ย. ห้ามประชาชนเดินทางเข้าออกเว้นแต่ได้รับอนุญาต เนื่องจากพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 140 คน จากประชาชนกว่า 1,000 คน ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนตั้งด่านตรวจคัดกรอง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเดินทางออกจากบ้านเรือนตัวเอง ซึ่งเป็นสถานที่กักตัว อีกทั้งตรวจหาเชิงรุกด้วยชุดตรวจเอทีเค รวมทั้งยังออกคำสั่งให้พนักงานของบริษัท ไทยยูเนี่ยนซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) มีภูมิลำเนาที่พักอาศัยอยู่ใน อ.สิงหนคร กักกันตัวอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน ที่โรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อ.หาดใหญ่ เทศบาลนครหาดใหญ่ร่วมกับร.พ.หาดใหญ่ ตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิดในกลุ่มชาวบ้านชุมชนสถานี 2 และชุมชนโชคสมาน ซึ่งเป็นชุมชนแออัด และเตรียมขยายผลตรวจเชิงรุกเพิ่มอีก 15 ชุมชน ทำให้ขณะนี้ผู้ติดเชื้อในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ปรับลดลงอย่างมาก ประเมินว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วนี้
สระแก้วเจอคลัสเตอร์ใหม่
ที่ จ.ชัยภูมิ พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่เพิ่ม 69 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เริ่มติดตามกลุ่มเสี่ยงในคลัสเตอร์ขึ้นบ้านใหม่ ตั้งวงดื่มสังสรรค์กันในชุมชนขี้เหล็กใหญ่ เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ จนมี ผู้ติดโควิดเพิ่มขึ้นในระยะเวลากว่า 10 วันที่ผ่านมา รวมแล้ว 42 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจึงประกาศห้ามเข้าออกพื้นที่เสี่ยงในเบื้องต้น 14 วัน หรือจนกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ โดยชุมชนดังกล่าวมีประชาชนเกือบ 3,000 คน
ส่วน จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยใหม่ 199 ราย โดยเฉพาะที่ อ.อรัญประเทศ ติดมากถึง 139 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากตลาดโรงเกลือ 130 ราย นอกจากนี้ยังมีคลัสเตอร์ใหม่ที่บ้านวังจั่น ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมืองสระแก้ว มีผู้ติดเชื้อ 9 ราย โดยก่อนหน้านี้เคยพบผู้ป่วยยืนยันเป็นลูกสาวแม่ค้าตลาดชื่นรส ศาลาลำดวน คนในครอบครัวจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เข้ากักตัวและผลตรวจออกมาพบเชื้อ และยังพบว่าลูกชายไปตั้งวงสังสรรค์ดื่มเหล้ากับเพื่อน 4 คน และมีผู้ติดเชื้อแล้ว
เซ็นซื้อ 8.5 ล้านชุดตรวจเอทีเค
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จะลงนามวันที่ 30 ส.ค. กับบริษัทผู้ชนะการประมูล เพื่อจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค 8.5 ล้านชุดตามโครงการพิเศษของสปสช. เพื่อแจกให้ประชาชนตรวจด้วยตัวเอง ว่ามีคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้หารือและวางแผนการกระจายไปให้กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคโควิด จะสรุปพื้นที่เป้าหมายอีกครั้ง
โดยเบื้องต้นจะเน้นที่ 3 กลุ่มหลักคือ 1.ชุมชนแออัด ตลาด 2.สถานพยาบาล และ 3.ร้านขายยา หรือคลินิก แล็บ เป็นต้น โดยให้ผูกโยงกับสถานพยาบาลเพื่อดูแลกรณีหากตรวจพบการติดเชื้อต่อไป ขณะนี้กำลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยทำข้อมูลเพื่อระบุตัวผู้รับชุดตรวจไปตรวจว่าผลเป็นอย่างไร อาจจะเข้าระบบเป๋าตัง เป็นต้น รวมถึงพิจารณาว่าหากเป็นกลุ่มเสี่ยงจริงๆ อาจจะให้มีไรเดอร์ หรือผู้นำส่งชุดตรวจไปให้ที่บ้านแทนการให้กลุ่มเสี่ยงออกมานอกบ้าน คาดว่า 2 วันนี้จะมีความชัดเจน