เอทีเคล็อตแรกมาถึง6กย.
3พ่อเฒ่าดับในบ้านคนชรา
เร่งพิสูจน์-หวั่นคลัสเตอร์
ติดโควิดเพิ่ม 15,972 เสียชีวิตอีก 256 สลด 3 พ่อเฒ่าเสียชีวิตในบ้านพักดูแลผู้สูงอายุย่านหนองจอกส่งตรวจสาเหตุเกี่ยวพันกับโควิดหรือไม่ สธ.ย้ำปี 64 มีวัคซีนโควิดที่รัฐจัดให้ 124 ล้านโดส หากรวมวัคซีนทางเลือกทั้งซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นาจะมีมากถึง 140 ล้านโดส ‘หมอโอภาส’ เผยเล็งต.ค.นี้ฉีดบูสต์เข็ม 3 กลุ่มฉีดซิโนแวค 2 เข็ม เป็นคนละชนิดกับ 2 เข็มแรก วางเป้าธ.ค.ฉีดครบ 2 เข็มครอบคลุมทั่วประเทศให้ได้ 70% ต่อด้วยเข็ม 3 ครม.อนุมัติ 4.4 หมื่นล.ช่วยกลุ่มประกันตนม.39 และ 40 ใน 29 จว.สีแดงเข้ม รับคนละ 5 พันเพิ่มอีก 1 เดือน อภ.เซ็นแล้วซื้อ ATK 8.5 ล้านชุด ส่งมอบล็อตแรก 7 ก.ย. ร้านคั่วไก่ดังในกรุงไม่พร้อมเปิดให้ลูกค้านั่งกินในร้าน หวั่นมีติดเชื้อจะไม่คุ้ม
ติดโควิดอีก 15,972-ตายเพิ่ม 256
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 15,972 ราย สะสม 1,190,063 ราย หายป่วย 17,281 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายป่วยสะสม 1,002,527 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 256 ราย เสียชีวิตสะสม 11,399 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 176,137 ราย อยู่ในร.พ. 14,703 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 161,434 ราย มีอาการหนัก 5,058 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,062 ราย
ภาพรวมผู้ติดเชื้อมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 8,087 ราย กทม.และปริมณฑล 6,713 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 881 ราย เรือนจำ 280 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ได้แก่ เดนมาร์ก อังกฤษ ประเทศละ 1 ราย เมียนมา 6 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย และกัมพูชา 3 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย ส่วนตรวจด้วย ATK พบผลบวกรายงาน 2,028 ราย
ผู้เสียชีวิต 292 ราย มาจาก 41 จังหวัด ได้แก่ กทม. 79 ราย, ชลบุรี 20 ราย, สมุทรสาคร 18 ราย, ปทุมธานี 17 ราย, สมุทรปราการ 16 ราย, ลพบุรี 11 ราย, นครปฐม สระบุรี จังหวัดละ 10 ราย, ตาก สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 6 ราย, สุพรรณบุรี 5 ราย, ศรีสะเกษ นครสวรรค์ กาญจนบุรี จังหวัดละ 4 ราย, ระนอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จังหวัดละ 3 ราย, สงขลา ยะลา ชุมพร หนองคาย นครราชสีมา เชียงราย กำแพงเพชร เพชรบุรี จังหวัดละ 2 ราย และ ตรัง สตูล พัทลุง กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น นครพนม ชัยภูมิ อุทัยธานี ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว ระยอง และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิต เป็นชาย 137 ราย หญิง 119 ราย อายุ 16-98 ปี ค่ากลางอายุ 69 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 179 ราย คิดเป็น 70% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 55 ราย คิดเป็น 21% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 91% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 21 ราย คิดเป็น 8% และหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย 0.4% จ.สิงห์บุรี พบการเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย และระหว่างนำส่ง 1 ราย ที่กทม.
12 จว.ติดเชื้อเกิน 300
สำหรับ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,771 ราย สะสม 275,587 ราย 2.สมุทรปราการ 1,055 ราย สะสม 78,515 ราย 3.สมุทรสาคร 966 ราย สะสม 73,203 ราย 4.ราชบุรี 779 ราย สะสม 17,012 ราย 5.ชลบุรี 747 ราย สะสม 61,680 ราย 6.ระยอง 518 ราย สะสม 17,498 ราย 7.นครราชสีมา 406 ราย สะสม 18,107 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 405 ราย สะสม 19,789 ราย 9.บุรีรัมย์ 389 ราย สะสม 13,202 ราย และ 10.นนทบุรี 365 ราย สะสม 43,573 ราย
ติดเชื้อ 300 รายขึ้นไป มี 2 จังหวัด คือ กาญจนบุรี 336 ราย และสงขลา 330 ราย
ศบค.แจงผ่อนคลาย 1 ก.ย.
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 32 เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา รายละเอียดสำคัญขอทำความเข้าใจ คือการแบ่งพื้นที่ ยังเป็น 3 พื้นที่ คือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 11 จังหวัด หลายคนถามว่ายังติดเชื้อเป็นหมื่นราย ทำไมรีบปลดล็อก ขอชี้แจงว่า ที่ประชุมไม่ได้ใช้คำนี้ว่าปลดล็อก และไม่ได้ใช้คำว่าผ่อนคลาย เราใช้ว่าปรับมาตรการบนหลักการ Smart Control and Living with COVID 19 ซึ่งทั่วโลกก็ปรับมาตรการทางสังคมเพื่ออยู่ร่วมกับโควิดทั้งสิ้น เป็นวิถีชีวิตใหม่ (นิวนอร์มัล) ต้องพยายามทำความคุ้นเคย ซึ่งเราจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. จึงต้องขอความร่วมมือดำเนินการตามมาตรการ
1.การจัดกิจกรรมมีการปรับตัวเลขให้คนพบปะได้มากขึ้น โดยพื้นที่แดงเข้มได้ 25 คน พื้นที่สีแดง 50 คน พื้นที่สีส้ม 100 คน 2.การเตรียมมาตรการภาครัฐ การจัดหา จัดสรรวัคซีน ยา เครื่องมือแพทย์ ร.พ.สนาม สถานพยาบาล ให้ประชาชนส่วนบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการแต่ละประเภท รับทราบและแนะนำแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อ คือต้องปรับตัวเข้ากับภาวะติดเชื้อ เหมือนที่เราใช้ชีวิตร่วมกับไข้หวัดใหญ่และวัณโรค โดยเฉพาะมาตรการป้องกันติดเชื้อครอบจักรวาล (Universal Prevention) ผู้ประกอบการ ผู้รับผิดชอบองค์กรหน่วยงาน ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยโดยใช้ COVID Free Setting ลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรคของสถานที่ กิจการ กิจกรรมที่ได้อนุญาตให้เปิดดำเนินการ เพื่อเตรียมบังคับใช้อนาคต มีการประเมินผลใน 1 เดือน โดยเดือนก.ย.เป็นเดือนการทดสอบระบบจากความคิดนี้

ตาย 3 ศพ – เจ้าหน้าที่มูลนิธิใส่ชุดพีพีอี เข้าเก็บศพชายชราอายุ 74,79 และ 80 ปีที่เสียชีวิตในวันเดียวกันรวม 3 ศพ ที่บ้านพักดูแลผู้สูงอายุ หมู่บ้านภัสสร 13 ซอยสุวินทวงศ์ 86 เขตหนองจอก กทม. ส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช เมื่อวันที่ 30 ส.ค.
เคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 4 ต่อ 14 วัน
3.เคอร์ฟิว 21.00-04.00 น. ยืดออกไป อีก 14 วัน จนถึงวันที่ 14 ก.ย. สำหรับพื้นที่สีแดงเข้ม
4.คณะกรรมการโรคติดต่อกทม./จังหวัด กำกับดูแลติดตามการดำเนินการของสถานที่ กิจการ กิจกรรมในพื้นที่สีแดงเข้มที่ได้ปรับตามมาตรการ ดังนี้ 1.โรงเรียนอนุญาตใช้อาคารสถานที่สอบ สอน ฝึกอบรมได้ ต้องมีการปรึกษากันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา และสธ.กำหนดขึ้น 2.ร้านอาหาร บริโภคในร้านได้ไม่เกิน 20.00 น. ห้ามขายแอลกอฮอล์ จำกัดจำนวนที่นั่ง ห้องแอร์ไม่เกิน 50% เปิดโล่ง 75% รวมถึงร้านอาหารในห้าง
ส่วนนอกห้าง 3.สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผมเปิดได้ 4.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นวดแผนไทยเฉพาะนวดเท้า 5.ตลาดนัด เปิดถึง 20.00 น. 6.ในห้างให้ทำเหมือนกัน เปิดตามเวลาปกติจนถึง 20.00 น. เว้นกิจการที่กำหนดเงื่อนไขหรือยังต้องปิดดำเนินการก่อน โดยที่เปิดได้ คือสถานเสริมความงาม ร้านตัดผมเสริมสวย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นวดแผนไทยเฉพาะนวดเท้า โดยต้องเป็นการนัดหมายทั้งหมด ส่วนสถาบันกวดวิชา โรงหนัง สวนสนุก สวนน้ำ สระว่ายน้ำ สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส เครื่องเล่น ร้านเกม การจัดเลี้ยง หรือการจัดประชุม ยังให้ปิดดำเนินการ
7.สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬา สระน้ำ เปิดไม่เกิน 20.00 น. การซ้อมแข่งขันกีฬาไม่มีผู้ชม 8. การเดินทางข้ามจังหวัดออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดได้ จำกัดผู้โดยสารไม่เกิน 75% ของพื้นที่ มีการระบายอากาศด้วย แต่ขอให้เดินทางเฉพาะมีเหตุจำเป็น ซึ่งในสายการบิน ทางสถาบันการบินพลเรือนจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา ซึ่งจะมีข้อย่อยๆ ออกมาในแต่ละประเภทการเดินทาง ทั้งนี้ศปค.ศบค.จะประเมินข้อกำหนด หากเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนหรือขยายมาตรการในเรื่องใดให้ชัดเจน เหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถเสนอนายกฯ พิจารณาสั่งการได้
“ปัจจัยความสำเร็จ รัฐออกข้อกำหนด รอสธ.ทำรายละเอียดมาตรการ ภาคเอกชน ทำโควิด ฟรี เซตติ้ง โดยก.ย.เป็นเดือนการทดสอบระบบ ซึ่งผู้ประกอบการ ร้านค้า สมาคมมาคุยก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนภาคประชาชนไปใช้บริการให้ตระหนักป้องกันตัวขั้นสูงสุด คิดเสมอว่าคนใกล้เราติดเชื้อได้ จะเห็นภาพการทดสอบระบบในก.ย.นี้ 14 วัน จะมาทบทวนอีกรอบผลของการออกมาตรการ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
ครม.ให้ 105 ล.รณรงค์ชนะโควิด
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 105.59 ล้านบาท ให้กรมประชา สัมพันธ์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการรณรงค์เอาชนะโควิดตามมาตรการเร่งด่วน (Thailand Prevention) สำหรับผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบอันเนื่องมาจากติดโควิด-19 เฉพาะกิจกรรมที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการในระยะเร่งด่วน หรือภายในเดือนธ.ค. 2564 โดยคำนึงถึงความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
‘บิ๊กตู่’สั่งเข้มผ่อนล็อก
น.ส.ไตรศุลีกล่าวด้วยว่า ตามที่มติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้การขนส่งสาธารณะข้ามจังหวัด โดยเฉพาะการการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้มให้สามารถดำเนินการ โดยกำหนดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 75% ของความ ผู้โดยสาร ของพาหนะแต่ละประเภท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 เป็นต้นไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามกำกับดูแลการกลับมาเปิดให้บริการทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะ รถตู้ รวมถึงอากาศยาน ให้ดำเนินตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคที่ยังต้องเข้มงวด และต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 32 ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2564
‘มนัญญา’ชี้ทำผมชม.เดียวไม่พอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมครม.ในวันที่ 30 ส.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศบค.รายงานให้ที่ประชุมรับทราบกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนด ศบค. ฉบับที่ 32 เกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิดที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป
เมื่อรายงานถึงมาตรการผ่อนคลายให้ร้านเสริมสวย สถานเสริมความงาม เปิดให้บริการได้โดยกำหนดเงื่อนให้บริการ 1 คนไม่เกิน 1 ชั่วโมง และต้องนัดคิวไว้ล่วงหน้า และดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการอย่างเคร่งครัดนั้น น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้กล่าวทักท้วงและให้ข้อเสนอแนะ ว่า “การทำผมเพียงชั่วโมงเดียวไม่เพียงพอ แค่สระผมก็ครึ่งชั่วโมงแล้ว จะแก้ไขได้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องนัดคิวล่วงหน้าอยู่แล้ว” ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า “ผมไม่ทราบว่าสุภาพสตรีใช้เวลาทำผมนานเพียงใด หากเป็นเช่นนั้น 2 ชั่วโมงพอหรือไม่”
ที่สุดแล้ว พล.อ.ณัฐพลรับที่จะไปดำเนินการแก้ไข
ปีนี้จัดหาวัคซีน 140 ล.โดส
ด้านนพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในปี 2564 ว่า แผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 นั้น วัคซีนซิโนแวคหาเพิ่มเติม 12 ล้านโดส ในช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นประโยชน์ในการนำมาฉีดไขว้กับแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนแอสตร้าเซนเนก้ายืนยันจะส่งมอบวัคซีนให้ครบ 61 ล้านโดสใน ธ.ค.2564 จากเดิมที่จะส่งมอบก.ย.-ธ.ค. เดือนละ 7 ล้านโดส ก็ปรับเพิ่มขึ้นก.ย.เป็น 7.3 ล้านโดส และต.ค.-ธ.ค. เดือนละ 10 ล้านโดส ขณะที่ไฟเซอร์ จัดซื้อ 30 ล้านโดส จะส่งมอบก.ย. 2 ล้านโดส ต.ค. 8 ล้านโดส และพ.ย.-ธ.ค. เดือนละ 10 ล้านโดส ทำให้ยอดรวมส่งมอบวัคซีนทั้งหมดถึงปลายปี 124 ล้านโดส หากรวมกับซิโนฟาร์มและโมเดอร์นาจะได้ 140 ล้านโดสในปี 2564
“เรื่องผลิตภัณฑ์วัคซีนเน้นเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด เมื่อส่งมอบแต่ละประเทศต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดก่อนกระจายให้บริการฉีดวัคซีน ยอดในแผนนี้คาดหวังว่าจะไม่มีอะไรติดขัด และจำนวนวัคซีนก็ยังขึ้นกับการส่งมอบจากบริษัทผู้ผลิตด้วย แต่เชื่อมั่นว่าจะได้ตามกรอบนี้”
ตั้งเป้าธ.ค.นี้ทั่วปท.ฉีด2เข็ม70%
นพ.เฉวตสรรกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการฉีดและกระจายวัคซีน โดยหลักการมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการวิชาการให้ความเห็นในการเน้นให้กลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง เพื่อควบคุมป้องกันโรค ภาพรวม ส.ค. เป้าหมายฉีดวัคซีน คือกลุ่มเสี่ยง 608 ใน 12 จังหวัดฉีดเข็มแรกให้ได้ 70% ส่วนก.ย. จะฉีดเข็มแรกกลุ่ม 608 ให้ครอบคลุม 70% ทุกจังหวัด เดือนต.ค. จะฉีดเข็ม 2 กลุ่ม 608 ให้มากกว่า 70% และฉีดเข็มแรกในกลุ่มอื่นๆ ครอบคลุมมากกว่า 50% ทั้งประเทศ ส่วน พ.ย.จะต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 มากกว่า 70 ของประชาชนทั้งประเทศ เป็นหมุดหมายสำคัญ และมีการพิจารณาการฉีดเข็มที่ 3 มากระตุ้นสำหรับพื้นที่เสี่ยง และช่วง ธ.ค.ทุกพื้นที่ทั้งประเทศต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ครบ 2 เข็ม และมีส่วนเติมเข็ม 3 ไล่หลังมา
เมื่อถามถึงประชาชนทั่วไปที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม จะได้ฉีดเข็มกระตุ้นเมื่อไร เป็นวัคซีนชนิดใด นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า การฉีดเข็ม 3 ให้ประชาชนทั่วไป ขณะนี้การฉีดเข็ม 3 ยังเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า แต่ประชาชนทั่วไปมีการกำหนดแนวทางว่าพ.ย.ในพื้นที่เสี่ยงอาจได้เริ่มก่อน ส่วนจะเป็นตัวไหนขอดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า คณะ ผู้เชี่ยวชาญ และการบริหารจัดการปริมาณวัคซีนจะมีความชัดเจนออกมา และธ.ค.เข็ม 3 ก็จะกระจายไปทั่วทั้งประเทศ
“กรณีข่าวการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในประชาชนทั่วไป โดยมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ภายในวันเดียวเสียชีวิตที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในข่าวคลาดเคลื่อน เพราะไประบุว่าเข็ม 3 จริงๆ เป็นการฉีดเข็มที่ 1 และฉีดในกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง มีน้ำหนักตัวสูง ต้องแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ส่วนรายละเอียดหรือสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อมูลต่างๆ ก่อนผู้เชี่ยวชาญจะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่”
คาดต.ค.ฉีดกระตุ้นเข็ม 3
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 สำหรับประชาชนว่า จากการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการ ในคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีมติให้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 กระตุ้นแก่ประชาชน ซึ่งกำลังเวียนมติให้กรรมการให้ความเห็นชอบ และจะมีการลงความเห็นชอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.2564 หลังจากนั้นจะนำเสนอที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) ของกระทรวงสาธารณสุขให้รับทราบ และเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ต่อไป
“การกระตุ้นเข็ม 3 นั้นจะขึ้นกับปริมาณวัคซีนที่เข้ามา จากการคาดการณ์พบว่าต.ค.นี้จะมีวัคซีนเข้ามามากประมาณ 20 ล้านโดส ดังนั้นช่วงต.ค.จะสามารถฉีดวัคซีนกระตุ้นให้แก่ประชาชนที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มมาก่อนหน้านี้ แต่หากกรณีที่วัคซีนไม่เข้ามาตามกำหนด ก็จะขยับปริมาณการให้วัคซีนต่อไป”
เมื่อถามว่าวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 สำหรับประชาชนทั่วไป จะเป็นตัวไหน นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยหลักต้องเป็นคนละชนิด หากใครได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ซึ่งเป็นเชื้อตาย จะได้รับการกระตุ้นเป็นไวรัลเวกเตอร์อย่างแอสตร้าเซนเนก้า หรืออาจเป็นชนิด mRNA อย่างไฟเซอร์ ดังนั้นมีการเตรียมวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์รองรับ แต่เพื่อความชัดเจน ขอให้รอมติอย่างเป็นทางการ
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ว่า คนฉีดซิโนแวค 2 เข็ม มีประมาณ 3-4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะได้เข็มกระตุ้นเข็ม 3
อนุมัติ 4.7 พันล.ซื้อไฟเซอร์
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณ 4,745 ล้านบาทจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 9,998,820 โดส เพื่อฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม คือ1.กลุ่มเด็กอายุ 12 – 17 ปี 2.หญิงมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่อายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 3.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า 4.ผู้สูงอายุและ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง 5.ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และ 6.ผู้ที่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือนักการทูต โดยที่ผ่านมาครม.เคยอนุมัติดำเนินการจัดซื้อวัคซีนไปแล้ว 80 ล้านโดส วงเงิน 22,990 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจัดซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ซิโนแวค 19 ล้านโดส และไฟเซอร์ 20 ล้านโดส จึงมั่นใจว่าประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายการจัดหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดสในปี 2564 นี้

พร้อมเปิด – ศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม และไอคอนสยาม ระดมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเต็มพื้นที่ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 1 ก.ย. ด้วยมาตรฐานเข้มข้น คัดกรองพนักงาน และเข้ารับตรวจเอทีเคแบบ 100% เมื่อวันที่ 30 ส.ค.
เพิ่ม 4.4 หมื่นล.ช่วยผู้ประกันตน
นายธนกรกล่าวว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติขยายกรอบวงเงินเพิ่มจำนวน 44,314 ล้านบาท รวมเป็นเงินจำนวน 77,785 ล้านบาท จากเดิม 33,471 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 39 และ มาตรา 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพิ่มอีก 1 เดือน อัตราการช่วยเหลือวงเงิน 5,000 บาท/คน ส่งผลให้ผู้อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะได้รับเงินช่วยเหลือระยะเวลา 2 เดือน
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเงินช่วยเหลือตามที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานเสนอ ในพื้นที่ 29 จังหวัด ในมาตรา 39 และมาตรา 40 มี 9,385,930 คน ได้แก่ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน และผู้ประกันตน มาตรา 40 จำนวน 7,949,759 คน
อภ.เซ็นแล้วซื้อเอทีเค 8.5 ล.ชุด
วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ที่องค์การเภสัชกรรม ถนนพระราม 6 นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และนางศิริญา เทพเจริญ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน) จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ATK ของบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอลที่ชนะการประมูลในโครงการพิเศษของสปสช. ลงนามสัญญาจัดซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ให้สปสช.และร.พ.ราชวิถี
นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ภายใน 14 วันหลังลงนามสัญญา บริษัทจะนำ ATK เข้ามาและจัดส่งให้หน่วยบริการ 1,000 แห่ง ตามที่สปสช.กำหนด ขณะนี้สปสช.อยู่ระหว่างกำหนดสถานที่จัดส่ง คาดว่าจะเริ่มกระจายได้ในช่วงวันที่ 8-9 ก.ย.นี้ โดยก่อนจัดส่ง ATK ให้หน่วยบริการ จะมีคณะกรรมการตรวจรับสินค้าตาม TOR ตรวจประเมินใบตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (COA) หรือเอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณภาพเป็นไปตาม TOR ของผู้สั่งซื้อ และจะสุ่มตัวอย่างไปตรวจคุณภาพที่ห้องปฏิบัติการของคณะแพทย ศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี ทั้งความไวเชิงวินิจฉัย ความจำเพาะเชิงวินิจฉัย และความไม่จำเพาะต่อเชื้อ ตามเกณฑ์การทดสอบที่ อย.กำหนด เมื่อได้รับผลทดสอบแล้ว อภ.จะประเมินผลเทียบกับ TOR อีกครั้ง รวมถึงจะสุ่มตรวจหลังจากการนำไปใช้งานด้วย
“กรณีมีข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค บริษัทผู้จำหน่ายจะต้องสืบหาสาเหตุ และแนวทางการป้องกัน แจ้งมายังอภ.เพื่อประเมินและติดตามผลการแก้ไขป้องกันปัญหา กรณีที่มีปัญหาคุณภาพจนต้องมีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ บริษัทผู้จำหน่ายต้องเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืน พร้อมชดใช้และแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค และทำรายงานผลการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืน ส่งให้อภ.ประเมินประสิทธิผลของการเรียกคืนทุกครั้ง” นพ.วิฑูรย์กล่าว
ล็อตแรก 3 ล.ชุดถึงไทย 6 ก.ย.
ด้านนางศิริญากล่าวว่า รู้สึกยินดีมากที่ได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการนำชุดตรวจ ATK ของเล่อปู๋ (Lepu) มาให้คนไทยได้ใช้ตรวจคัดกรอง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า โครงการนี้ผ่านอะไรมามากมาย ทำให้การลงนามสัญญาถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ประชาชนจำนวนมากที่รอคอยก็ไม่ได้ใช้สักที วันนี้เมื่อทุกอย่างเคลียร์ชัดเจน ทั้งเรื่องของคุณภาพ ATK ที่ผ่านการรับรองทั้งของอย.ประเทศไทย และการรับรองคุณภาพจากหลายประเทศในยุโรปแล้ว เพื่อความมั่นใจในเรื่องคุณภาพ จะสุ่มตัวอย่าง ATK ที่นำเข้าจากโรงงานผลิตที่จีน เตรียมส่งมอบให้อภ.ไปตรวจทดสอบที่ห้องแล็บคณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งเป็นส่วนที่นอกเหนือจาก TOR กำหนด แต่เรายินดีทำให้ ส่วนกำลังการผลิตนั้น เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตเป็นบริษัทที่ใหญ่มากของจีนมั่นใจได้ว่าทางโรงงานจะผลิต ATK ทั้งหมดได้ทันกับเวลาที่กำหนดแน่นอน
ทั้งนี้ ATK ล็อตแรก 3 ล้านชิ้น จะจัดส่งมาประเทศไทยวันที่ 6 ก.ย. โดยเช่าเหมาลำเครื่องบิน แบ่งเป็นให้ประชาชนที่สั่งพรีออร์เดอร์ ในโครงการเราไม่ทนที่เปิดให้จองราคาชิ้นละ 75 บาท จำนวน 1 ล้านชิ้น และส่งมอบให้อภ. 2 ล้านชิ้น ส่งมอบครั้งแรกวันที่ 7 ก.ย. และจะส่งมอบเป็นล็อตๆ จนครบ 8.5 ล้านชิ้น โดยจะมาครบภายใน 14 วันหลังลงนามสัญญา โดยเราจะดำเนินการจัดส่งครบทั้ง 1,000 กว่าจุดที่ อภ.กำหนด ด้วยการขนส่งที่ควบคุมความเย็นโดยบริษัทขนส่งที่ชำนาญด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ ATK มีคุณภาพเต็มที่จนถึงมือประชาชน
“เมื่อมาถึงตรงนี้ในจุดที่เราพิสูจน์ตัวเองด้วยหลักฐานชัดเจน หากยังมีใครกล่าวด้อยค่าผลิตภัณฑ์แบบไม่เป็นธรรมกับเรา ทำให้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป ทางบริษัทจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการขั้นต่อไปอย่างเด็ดขาด” นางศิริญากล่าวและว่า เรายังได้แจ้งไปที่โรงงานของ Lepu ที่ประเทศจีนว่า ถ้าหากจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กล่าวหาผลิตภัณฑ์ด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง สร้างความเสื่อมเสียเรื่องชื่อเสียงต่อผลิตภัณฑ์ของเขา ทางบริษัทเรายินดีจะช่วยเหลือ และส่งเอกสารข้อมูลให้ทั้งหมด เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีแพทย์ชนบทจะตรวจสอบคุณภาพของชุดตรวจเมื่อมีการนำมาใช้ นางศิริญากล่าวว่า ไม่ขอยอมรับการตรวจสอบจากแพทย์ชนบทที่อ้างว่าจะสุ่มตรวจชุดทดสอบเอง เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่โรงเรียนแพทย์ โดยทางบริษัทจะยอมรับผู้ตรวจสอบที่เป็นโรงเรียนแพทย์เท่านั้น
เชียงใหม่ติดเชื้ออีก 34
ส่วนจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 34 ราย โดย 32 รายเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด และอีก 2 รายเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64 จำนวน 6,894 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท 461 ราย และรักษาหายแล้ว 6,387 ราย เสียชีวิตสะสม 36 ราย
ส่วนการวัคซีนจ.เชียงใหม่ ขณะนี้ฉีด แล้ว 404,034 คน คิดเป็นร้อยละ 32.04 ของกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 131,325 คน กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง 50,589 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไป ฉีดแล้ว 222,120 คน
ราชบุรีติดเชื้อเพิ่ม 779
ส่วนจ.ราชบุรี พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 779 ราย ป่วยสะสมอยู่ที่ 16,285 ราย รักษาตัวสะสมในโรงพยาบาล 9,212 ราย รักษาหายสะสม 6,935 ราย เสียชีวิตสะสม 138 ราย
การระบาดของเชื้อโควิด-19 ในจ.ราชบุรีมีเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อคัดกรองแยกผู้ป่วยออกจากชุมชนป้องกันการแพร่เชื้อให้กับคนในบ้าน ขณะนี้ราชบุรีเปิดศูนย์พักคอยรวม 32 แห่งครบทุกอำเภอ มีเตียงสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด 1,700 เตียง ใช้ไปแล้ว 800 เตียง
สระบุรีติดเชื้ออีก 177
สำนักงานสาธารณสุขจ.สระบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 177 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ที่อ.เมือง 1 ราย อ.พระพุทธบาท 1 ราย อ.แก่งคอย 2 ราย และอ.หนองแค 1 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้สัมผัสเชื้อรายก่อนหน้าในโรงงาน ยังคงพบติดเชื้อในครอบครัว กลุ่มเสี่ยงสูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ป่วยโรคหัวใจ
ชลบุรีติดเชื้ออีก 747-ตายเพิ่ม 5
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 747 ราย ติดเชื้อสะสม 61,682 ราย กำลังรักษา 16,366 ราย หายป่วย 44,932 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย เสียชีวิตสะสม 384 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจายครบทุกอำเภอ มากที่สุดที่อ.ศรีราชา 230 ราย
ร้านอาหารดังยังไม่เปิดให้นั่ง
นายวรุตม์ จงวิวัฒน์จิตต์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านชลธิชา คั่วไก่ รุ่นที่ 3 เป็นร้านคั่วไก่ชื่อดังในย่านบางกระบือ เปิดเผยว่าตนจะยังไม่เปิดร้าน เพราะยังไม่มั่นใจในมาตรการของทางศบค. ทั้งยุ่งยากกับการจัดระเบียบคนในร้าน จัดระเบียบลูกค้า เราไม่รู้ว่าคนที่มานั่งในร้านปลอดภัยแค่ไหน ขอให้หิ้วกลับบ้านเหมือนเดิมดีกว่า มีความปลอดภัยสูง ถึงแม้จะขายได้น้อย แต่ถ้าให้นั่งในร้าน ถึงจะขายได้ดี ลูกค้าเยอะรายได้ดีขึ้น แต่ถ้าเกิดมีติดขึ้นมา 1 ราย ถึงกับต้องปิดร้านไม่คุ้มกัน ขอขายได้เรื่อยๆ ไปอย่างนี้ดีกว่า ปลอดภัยดีเพราะเราไม่รู้ว่าลูกค้าที่จะมานั่งปลอดภัยแค่ไหน ถึงจะฉีดวัคซีนครบสองเข็มก็ยังติดเชื้อได้ ไม่ใช่ว่าจะรังเกียจลูกค้าแต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ขอให้พร้อมกันทุกฝ่ายถึงจะเปิดให้นั่งในร้านได้ และจากการสอบถามร้านขายอาหารหลายๆ ร้านในย่านสะพานซังฮี้ต่างพูดกันไปในทิศทางเดียวกันว่า จะยังไม่เปิดให้นั่งในร้านเพราะยังไม่มั่นใจในมาตรการของทางศบค.ขอให้ลูกค้าหิ้วกลับบ้านปลอดภัยที่สุดในตอนนี้
ดับสลด 3 คาบ้านดูแลคนชรา
วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ร.ต.ท.หญิง พลอยไพลิน บุปผะโพธิ์ รองสว.(สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ 3 ราย เหตุเกิดที่บ้านพักดูแลผู้สูงอายุ ภายในหมู่บ้านภัสสร 13 ซอยสุวินทวงศ์ 86 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำชุดปฏิบัติการพิเศษโควิด-19 เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พบผู้เสียชีวิต 3 ราย คือนายไว จรัญพงษ์ อายุ 79 ปี นายมิตร สายนอนเวช อายุ 81 ปี และนายสุเทพ แสงพิพัฒน์ อายุ 74 ปี เจ้าหน้าที่นำถุงพลาสติกห่อร่างผู้เสียชีวิตอย่างแน่นหนา แล้วนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป