สายพันธุ์ใหม่โผล่8ปท.
สธ.ยันยังไม่พบในไทย

โควิดรายวัน 14,666 ตาย 190 ราย ยอดรักษาเหลือ 1.7 แสนราย สธ.ชี้ยอดติดเชื้อแนวโน้มลดลงทั่วประเทศ หมอรามาฯ จับตาสายพันธุ์ใหม่ พบแล้วใน 8 ประเทศ ทั้งแอฟริกาใต้ อังกฤษ จีน นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สวิส คองโก และมอริเชียส แต่ยังไม่พบในไทย ยอดฉีด ทั่วประเทศ 31.7 ล้านโดส เพจองค์การเภสัชแจง ต.ค.-ธ.ค. ได้โมเดอร์นาอีก 1.9 ล้านโดส ต้นปี 65 เพิ่มอีก 3.1 ล้านโดส เลขาฯ สปสช. แจงแผนกระจายส่งชุดตรวจเอทีเค 8.5 ล้านชุดได้ทันทีที่มาถึง บขส.แจ้งเปิดวิ่งรถ 26 เส้นทางทั่วประเทศ เริ่มวันนี้ ภาคเหนือ 8 เส้นทาง อีสาน 10 เส้นทาง และใต้ 8 เส้นทาง มหาชัยจัดวอล์กอินฉีด 11 จุด สูตรไขว้ ให้ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งคนในจังหวัด และคนมาทำงาน

ป่วย 14,666-ตาย 190

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน ว่า พบติดเชื้อใหม่ 14,666 ราย สะสม 1,204,729 ราย หายป่วย 19,245 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายสะสม 1,021,772 ราย เสียชีวิต 190 ราย สะสม 11,589 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 171,368 ราย อยู่ใน โรงพยาบาล 14,308 ราย ร.พ.สนาม และอื่นๆ 157,060 ราย อาการหนัก 5,003 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,042 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจากกทม.และปริมณฑล 7,327 ราย ส่วน 67 จังหวัดรวมกัน 6,258 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 770 ราย เรือนจำ 304 ราย และ เดินทางมาจากต่างประเทศมี 7 ราย ได้แก่ คาซัคสถาน อิสราเอล ประเทศละ 1 ราย เยอรมนี 2 ราย กัมพูชา 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย และมาเลเซีย 1 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ ส่วนตรวจด้วยแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) พบผลบวกรายงาน 866 ราย

ผู้เสียชีวิต 190 ราย มาจาก 40 จังหวัด ได้แก่ กทม. 32 ราย, ปทุมธานี 18 ราย, สมุทรสาคร 17 ราย, สมุทรปราการ 10 ราย, ลพบุรี 9 ราย, สระบุรี ชลบุรี จังหวัดละ 8 ราย, นราธิวาส กาญจนบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 7 ราย, อุดรธานี 6 ราย, ปัตตานี นครสวรรค์ จังหวัดละ 5 ราย, นครปฐม อ่างทอง ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 4 ราย, ตาก นครนายก เพชรบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 3 ราย, ชุมพร พิจิตร พิษณุโลก สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย และ นนทบุรี ตรัง บึงกาฬ อุบลราชธานี นครพนม เลย ชัยภูมิ ลำปาง อุทัยธานี กำแพงเพชร ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว ตราด และสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 112 ราย หญิง 78 ราย อายุ 30-96 ปี ค่ากลางอายุ 73 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 121 ราย คิดเป็น 64% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 46 ราย คิดเป็น 24% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 88% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 22 ราย คิดเป็น 12%

10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,963 ราย สะสม 279,550 ราย 2.สมุทรปราการ 1,402 ราย สะสม 79,917 ราย 3.สมุทรสาคร 983 ราย สะสม 74,186 ราย 4.ชลบุรี 745 ราย สะสม 62,425 ราย 5.ราชบุรี 490 ราย สะสม 17,502 ราย 6.นนทบุรี 488 ราย สะสม 44,061 ราย 7.พระนครศรีอยุธยา 308 ราย สะสม 20,097 ราย 8.นครราชสีมา 299 ราย สะสม 18,406 ราย 9.นครปฐม 273 ราย สะสม 26,385 ราย และ 10.สงขลา 273 ราย สะสม 19,136 ราย

ฉีดวัคซีนแล้ว 31.7 ล้านโดส

ติดเชื้อ 200 รายขึ้นไป มี 10 จังหวัด ได้แก่ สงขลา 273 ราย, นครปฐม 273 ราย, ภูเก็ต 257 ราย, บุรีรัมย์ 248 ราย, สุรินทร์ 238 ราย, นราธิวาส 229 ราย, ฉะเชิงเทรา 222 ราย, ปทุมธานี 218 ราย, กาญจนบุรี 207 ราย และระยอง 203 ราย

ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย มี 13 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี 170 ราย, สมุทรสงคราม 148 ราย, ปราจีนบุรี 145 ราย, ระนอง 143 ราย, เพชรบูรณ์ 127 ราย, ลพบุรี 120 ราย, นครศรีธรรมราช 119 ราย, ชุมพร 117 ราย, สุราษฎร์ธานี 115 ราย, ขอนแก่น 110 ราย, พัทลุง 107 ราย, ตาก 105 ราย และ ศรีสะเกษ 103 ราย

สำหรับจังหวัดที่มีการติดเชื้อน้อยกว่า 20 ราย มี 15 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม 19 ราย, มุกดาหาร 16 ราย, อุทัยธานี 16 ราย, ชัยนาท 12 ราย, สิงห์บุรี 12 ราย, อำนาจเจริญ 11 ราย, หนองคาย 10 ราย, สุโขทัย 10 ราย, แพร่ 8 ราย, บึงกาฬ 8 ราย, พะเยา 7 ราย, กระบี่ 6 ราย, น่าน 6 ราย, พังงา 6 ราย, แม่ฮ่องสอน 5 ราย และลำปาง 5 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 30 ส.ค. ฉีดได้ 817,342 โดส สะสม 31,771,819 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 23,401,465 ราย ครบ 2 เข็ม 7,780,973 ราย และเข็มสาม 589,381 ราย

ชุลมุน – ชาวชลบุรีนับพันคนวอล์กอินมารอฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มแรก จนเกิดความวุ่นวายโกลาหล เนื่องจากจำนวนวัคซีนมีน้อยจัดเตรียมไว้เพียง 200 โดส ที่ร.พ.พญาไท ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 ส.ค.

8 ปท.พบสายพันธุ์ใหม่

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้า ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี ม.มหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ C.1.2 ซึ่งกลายพันธุ์มากกว่าทุกสายพันธุ์เกือบ 2 เท่าในหลายประเทศ เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ อังกฤษ จีน นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ คองโก และมอริเชียส ว่าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในฐานข้อมูล กลางโควิดโลก หรือ GISAID ซึ่งผ่านคณะกรรมการพิจารณายืนยันแล้ว จากการพิจารณาตำแหน่งการกลายพันธุ์ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะส่งผลต่ออาการรุนแรงหลังรับเชื้อมากน้อยแค่ไหน มีบ้างที่อาจจะด้อยค่าแอนติบอดีสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นมา ซึ่งยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมากนัก เพียงแต่ดูจากรหัสพันธุกรรมที่เป็นคาดเดาได้บ้าง จึงมีความวิตกว่าจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นหรือไม่ คงต้องพิจารณาองค์ประกอบปัจจัยต่างๆ รวมถึงการระบาดเป็นอย่างไร และตอนนี้ ทั้งองค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกาหรือ CDC ยังไม่ได้ยืนยันความรุนแรงจนจัดลำดับความสำคัญกับ สายพันธุ์นี้ อย่างไรก็ตามสายพันธุ์แอฟริกาใต้ไม่ค่อยระบาดมาถึงไทย จึงยังไม่มีอะไรบ่งชี้น่ากังวลใจ เพียงแต่เฝ้าจับตา

ยังไม่เจอในไทย

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวด้วยว่า ปกติไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา เหมือน สายพันธุ์เดลตาพลัส ก่อนหน้ามีข่าวออกมาว่าจะรุนแรงกว่าเดลตา แต่เวลาผ่านไปก็พบว่าเชื้อฝ่อลงและถูกจัดเป็นกลุ่ม AY.1 AY.2 จากนั้นลดลงในที่สุดก็ถูกถอดออกจากการจัดให้เป็นไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนที่ระบุ C.1.2 มีการระบาดไปถึง 7 ประเทศ โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ระบาดครึ่งประเทศ ต้องดูว่าสัดส่วน เท่าไหร่เมื่อเทียบกับสายพันธุ์หลักที่ระบาดอยู่ขณะนี้ อย่างอัลฟา 6 เดือนที่แล้วระบาดเกือบ 100% แต่ตอนนี้เหลือน้อยกว่า 1% สำหรับประเทศไทยขณะนี้สายพันธุ์อัลฟาเหลือเพียงประปราย ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากเดลตาครองพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนเดลตากลายพันธุ์หรือ AY.4 ขณะนี้ยังทรงตัวอยู่ ต้องดูอีกสักเดือน อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยเริ่มชะลอตัวลดลง ก็ส่งผลดีถึงการกลายพันธุ์ก็อาจจะน้อยลงด้วย และหากกันคนจากข้างนอก เข้ามาก็จะยิ่งดี เพราะการกลายพันธุ์เกิดจากการติดเชื้อระหว่างคนสู่คนจำนวนมาก

ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้สายพันธุ์ C.1.2 ยังไม่เจอในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทย มีการเฝ้าระวังเรื่องสายพันธุ์อยู่ด้วยการถอดรหัส พันธุกรรมกว่า 3 หมื่นตำแหน่ง เฉพาะกรมตรวจได้สัปดาห์ละ 400-500 ตัวอย่างซึ่งยัง ไม่พบสายพันธุ์นี้ ส่วนสายพันธุ์เดลตา AY ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในประเทศไทย และยังไม่พบว่ามีความรุนแรงมากขึ้น

ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือหมอแล็บแพนด้า นักเทคนิคการแพทย์ หัวหน้างานตรวจโรคติดเชื้อทางโลหิตวิธีอณูชีววิทยาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยโพสต์ภาพข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “พบโควิดสายพันธุ์ใหม่ C.1.2 กลายพันธุ์มากสุด ผู้เชี่ยวชาญระบุแพร่ระบาดได้มากกว่า และอาจต้านทานวัคซีนได้มากกว่าทุกสายพันธุ์”

สิ้นปีได้โมเดอร์นาอีก 1.9 ล.

วันเดียวกัน เพจ องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ) ระบุว่า บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา มีหนังสือมายังองค์การเภสัชกรรม เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า จะเริ่มทยอยส่งวัคซีนโมเดอร์นา มอบให้ไทยได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 (ต.ค.-ธ.ค.) จำนวน 1,958,400 โดส และในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 (ม.ค.-มี.ค.) อีก 3,110,400 โดส โดยที่ผ่านมาบริษัท ซิลลิคฯ ได้ติดต่อประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นามาโดยตลอด และพยายามอย่างยิ่งยวดในการติดตาม เพื่อจะให้ได้วัคซีนโมเดอร์นาล็อตแรก สำหรับการส่งมอบตั้งแต่เดือนต.ค.เป็นต้นไป เพื่อมาเสริมแผนการฉีดวัคซีนของภาครัฐและสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามบริษัทแจ้งว่า หากมีความคืบหน้าในการส่งมอบวัคซีน ล็อตแรกเพิ่มเติม ทางบริษัทจะได้รีบแจ้ง ให้ทราบโดยทันที

เพจจีพีโอระบุด้วยว่า บริษัทได้ยืนยัน ถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมและภาครัฐในการเร่งจัดหาวัคซีน เพื่อแก้ปัญหาการระบาด เร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อนำเศรษฐกิจ และชีวิตปกติสุขกลับคืนมาโดยเร็ว การที่บริษัท ซิลลิคฯ ได้แจ้งความคืบหน้าการส่งมอบมาให้ทราบเช่นนี้ เป็นการยืนยันว่า การส่งมอบวัคซีนยังคงเป็นไปตามกรอบของแผนที่กำหนดไว้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับ วัคซีนโมเดอร์จากร.พ.ตามที่ได้จองไว้

แผนส่งเอทีเค 8.5 ล้านชุด

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ลงนามจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) จำนวน 8.5 ล้านชุดแล้ว โดยก่อนหน้านี้ สปสช.ได้มีการหารือจัดทำแผนการกระจายชุดตรวจแล้ว ทันทีที่ได้รับการส่งมอบ เบื้องต้น กำหนดให้กระจายในพื้นที่สีแดงก่อน กระจายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชนแออัด และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่นทั่วไปผ่านหน่วย บริการและร้านยา ซึ่งจะได้รับชุดตรวจเอทีเคคนละ 2 ชุด เว้นระยะตรวจห่างกัน 5 วัน

นพ.จเด็จกล่าวว่า การกระจายเอทีเคในชุมชนกทม.มีจำนวน 2,000 ชุมชน กำหนดแจกชุมชนละ 1,008 ชุด รวมเป็นจำนวน 2 ล้านชุด โดยส่งผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) โดยการดูแลของสำนักอนามัย กทม. ทีมแพทย์อาสาวินิจฉัย และให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ผู้นำชุมชน หรือผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำไปแจกในชุมชน ครอบคลุมดูแลประชาชนทุกสิทธิ เน้นกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย ติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วย 7 โรค ผู้ที่สงสัยว่า มีอาการติดเชื้อ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยโควิด และผู้ทำงานประสานงานในชุมชน หากผลตรวจพบเชื้อจะจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อและลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้านและในชุมชน (HI/CI) โดยเป็นการดำเนินการในรูปวัน สต็อป เซอร์วิส ตามหลักการ “แจก-เจอ-จ่าย-จบ” ส่วนการแจก ชุดตรวจให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่นจะกระจายผ่านหน่วยบริการในพื้นที่ รวมถึงร้านยา คลินิกเวชกรรม และคลินิกพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการด้วยระบบ VMI ของ อภ.

นพ.จเด็จกล่าวว่า เริ่มต้นประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่จะรับเอทีเคต้องทำแบบคัดกรองความเสี่ยงในแอพฯ เป๋าตัง ที่ดำเนินการโดยธนาคาร กรุงไทย คลิกที่ “รับชุดตรวจโควิด-19” หากผลประเมินพบว่าอยู่ในเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ให้เข้ารับชุดตรวจตามหน่วยบริการข้างต้นในพื้นที่ได้ โดยยืนยันตัวตนก่อนรับชุดตรวจฟรีด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดในระบบแอพฯ เป๋าตัง ส่วนกรณีที่ไม่มีมือถือสมาร์ตโฟนจะกระจายชุดตรวจเอทีเคเชิงรุกในชุมชนพื้นที่สีแดงในกทม. ซึ่งทางกทม.กำหนดไว้มีจำนวน 2,000 ชุมชน โดยกระจายผ่านทางผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชน เพื่อให้สามารถครอบคลุมการแจกจ่ายได้อย่างทั่วถึง รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อด้วย

พร้อมบริการ – พนักงานร้านตัดผม ย่านรามอินทรา 5 กทม. เร่งทำความสะอาดร้านและเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมเปิดให้บริการลูกค้า หลังรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการให้เปิดกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป

ร้องอาชีวะตกหล่นเยียวยา

ด้านนายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือ ผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษา ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาจะได้รับส่วนลดเป็นลักษณะร่วมจ่ายระหว่างรัฐและสถาบันอุดม ศึกษาในอัตราส่วน 6:4 โดยค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดร้อยละ 50 เป็นต้น ทางเครือข่ายได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวยาค่าใช้จ่ายทางการศึกษาแต่อย่างใด ศธ.คงลืมไปว่า มีการจัดการสอนระดับปริญญาตรีอยู่ในกระทรวง หรืออาจเป็นความบกพร่องของสอศ. ที่ไม่ได้เสนอจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรี ต่อน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ขอเรียกร้องให้รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ออกมารับผิดชอบและหาทางแก้ไขโดยเร็ว

บขส.แจ้งเปิดวิ่งรถ 26 เส้นทาง

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป บขส.จะกลับมาให้บริการเดินรถทั่วประเทศจำนวนรวม 26 เส้นทาง โดยแบ่งออกเป็น ในเส้นทางภาคเหนือจำนวน 8 เส้นทาง เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 10 เส้นทาง และเส้นทางภาคใต้ 8 เส้นทาง โดยได้กำชับให้พนักงานเตรียมความพร้อมของ รถโดยสาร พนักงาน และสถานี ให้สอดคล้องกับประกาศของศบค. รวมถึงนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก

1 ต.ค.เชียงใหม่รับเที่ยวต่างชาติ

นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความพร้อมแผนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามโครงการ CHARMING Chiang Mai ว่า เดินหน้าไปแล้วกว่า 90% คาดว่าจะเปิดรับท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยแบ่งโปรแกรมไว้ 3 รูปแบบคือ

1.ระยะสั้น จำนวน 5 วัน ที่ให้นักท่องเที่ยว อยู่แต่ในพื้นที่ของโรงแรมและสนามกอลฟ์เท่านั้น 2.ระยะกลาง 14 วัน ที่กำหนดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเดินทางไปได้อย่างจำกัด ในช่วงระยะเวลา 14 วันแรกหลังจากเดินทางเข้ามาในพื้นที่ และ3.ต่อเนื่องจากจ.ภูเก็ตแล้ว 7 วัน และเดินทางมาต่อที่จ.เชียงใหม่ อีก 7 วัน ซึ่งรูปแบบที่ 2 และ 3 ต้องท่องเที่ยวและพักอาศัยได้เฉพาะสถานที่ ที่กำหนดไว้เท่านั้น และต้องตรวจหาเชื้อตลอดช่วงเวลา 7 หรือ 14 วัน ในแต่ละรูปแบบ หากตรวจแล้วไม่พบเชื้อจึงให้เดินทางท่องเที่ยว ได้อย่างอิสระ

สำหรับในระยะแรกจะกำหนดพื้นที่รับ นักท่องเที่ยวทั้ง 3 รูปแบบ ในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.แม่แตง อ.แม่ริม และอ.ดอยเต่า มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นกลุ่มคู่ค้าสำคัญเดิมกับจ.เชียงใหม่ จากนั้นจึงจะขยายกลุ่มเป้าหมายต่อไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิ ประเทศจีน และอินเดีย ต่อไป ซึ่งทั้งหมด ต้องผ่านการประเมินความพร้อมในการบริหาร จัดการระบบจากศบค.ก่อน จึงดำเนินการได้

ด้านนายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า คาดว่าตั้งแต่เดือนต.ค.เป็นต้นไป การท่องเที่ยวของจังหวัดจะมีความพร้อม ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ต่างๆ ยกเว้นพื้นที่เสี่ยงสีแดงที่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎของศบค.อย่างเข้มงวด

เลยฉีดเข็มแรกให้ยายวัย 103

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดศรีบุญเรือง ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร เจ้าหน้าที่ ไอที ร.พ.เลย พร้อม อสม.ในพื้นที่บ้านติ้ว ร่วมเดินเท้า นั่งรถซาเล้ง เข้าพื้นที่เคาะประตูบ้าน ฉีดวัคซีนให้แก่ ผู้สูงอายุในกลุ่ม 608 ที่บริเวณบ้านติ้วคุ้มศาลเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่ม ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ และที่บ้านนางบัวพัน สารมโน อายุ 103 ปี ต.กุดป่อง เจ้าหน้าที่ได้ฉีดวัคซีนซิโนแวค เป็นเข็มแรก ให้ด้วย รวมทั้งผู้สูงอายุอีกรวม 55 คน

หลานชาย 2 ขวบติดจากยาย

ที่จ.ปราจีนบุรี พบผู้ติดเชื้อใหม่ 145 ราย โดยมียายวัย 62 ปี อยู่บ้านโคกสั้น ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ติดโควิด-19 จากลูกสาวรักษาตัว ที่ร.พ.สนามประชารักษ์ ทำให้หลานชายวัย 2 ขวบ อีกคนที่ติดเชื้อจากยาย โดยทีมสก็อตได้นำรถไปรับเด็กชายคนดังกล่าวมารักษาตัวที่ร.พ.แล้ว

ที่จ.ฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ นพ.สสจ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางไปเยี่ยม และนำวัคซีนไฟเซอร์ไปบริการฉีดให้กับผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อ.เมือง พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคของเหล่ากาชาดจังหวัด สภากาชาดไทย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว

ชลบุรีเพิ่มอีก 745 ราย

ด้านสสจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 745 ราย ขณะที่ร.พ.พญาไท ศรีราชา หลังการประกาศผ่านโซเชี่ยล เปิดให้ประชาชนวอล์กอินเข้ามาฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มแรก สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน และเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง ที่ศาลาประชาคมอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดรับบัตรคิวในเวลา 09.00 น. ปรากฏว่า มีประชาชนมากกว่า 1,000 คนมายืนรอรับการฉีดเป็นจำนวนมาก โดยบางคนมารอตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 30 ส.ค. กระทั่งเวลา 09.00 น. ประชาชนมามากขึ้นจนเกิดการชุลมุนวุ่นวายกันขึ้น เนื่องจากมีผู้มารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์มากกว่าจำนวนวัคซีนที่มีเพียง 200 โดส ทำให้ประชาชนบางส่วนที่มาเกินไม่พอใจ เรียกร้องให้หน่วยงานเข้ามารีบแก้ไข โดยพบว่ามีประชาชนที่เดินทางมาจากอำเภอและจังหวัดข้างเคียงเช่นที่ จ.ระยอง จ.นนทบุรี จ.ฉะเชิงเทรา มาเข้ารับการฉีดเป็นจำนวนมาก

จากนั้น นพ.วิชัย ธนาโสภณ รองนพ.สสจ.ชลบุรี พร้อมด้วย น.ส.นริศรา ทิพยางกูร ปลัดอำเภอศรีราชา และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้เข้ามาร่วมแก้ไขสถานการณ์ โดยจัดให้ประชาชนที่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอศรีราชาเข้าได้รับการฉีดก่อน ส่วนคนที่อยู่ในอำเภออื่นหรือจังหวัดอื่นขอให้กลับไปก่อน ซึ่งก็ทำให้ประชาชนในกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจ แต่ก็ต้องยินยอมปฏิบัติตามนั้น ทำให้สถานการณ์ คลี่คลาย และสสจ.ชลบุรี ได้นำวัคซีนซิโนแวค มาฉีดด้วย

ด้านนพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นพ.สสจ.ประจวบ คีรีขันธ์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 44 ราย ขณะที่ คลัสเตอร์เรือนจำประจวบคีรีขันธ์ มีผู้พ้นโทษติดเชื้อ 3 ราย ผู้คุมเรือนจำเพิ่ม 1 ราย ติดเชื้อสะสม 235 ราย โดยเตรียมความพร้อมศูนย์อบรมมวลชนสมานมิตร ถนนสวนสน-อ่าวน้อย ในเขตเทศบาลเมือง เพื่อนำผู้ต้องขังบางส่วนไปกักตัวดูอาการ แก้ปัญหาความแออัดภายในเรือนจำ

ส่วนที่ศูนย์ฝึกรบพิเศษค่ายฤทธิฤาชัย สังกัด ตชด.ค่ายนเรศวร หมู่ 3 บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 341 คน ทั้งนายสิบจบใหม่ และแม่ครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนพ.อดีตผอ.ร.พ. ประจวบคีรีขันธ์ อายุ 75 ปี ติดเชื้อโควิด เข้ารับการรักษาตัวที่ห้องพิเศษ หอผู้ป่วยโควิด ชั้น 5 ร.พ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. จากนั้นวันที่ 30 ส.ค.ภรรยาของ ผอ.ดังกล่าว อายุ 75 ปี อดีตพยาบาลประจำร.พ.ประจวบฯ ก็ติดเชื้อโควิดเข้ารับการรักษาในอาคารเดียวกัน ด้วย โดยทั้งคู่อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว

ด้านน.ส.บุญประเสริฐ มหินชัย ผอ.ศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยแกรนด์แมสซาจ อ.หัวหิน พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบกิจการนวดแผนไทยและสปา ในพื้นที่ อ.หัวหิน เดินทางมาศาลากลางจังหวัดเพื่อร้องขอความช่วยเหลือกรณีได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 โดยน.ส.บุญประเสริฐ กล่าวว่า ต้องการให้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ผู้ประกอบกิจการนวดแผนไทยและสปา ให้เปิดกิจการได้ พร้อมทั้งขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐรายละ 30,000 บาท และเงินเยียวยาให้แก่พนักงานคนละ 5,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ที่สสจ.สมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 983 ราย จากค้นหาเชิงรุก 34 ราย และจากการเข้ารับการตรวจในร.พ.อีก 676 ราย รวมป่วยสะสม 92,074 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 70,303 ราย

นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นพ.สสจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครครั้งล่าสุดมีมติเห็นชอบให้เปิดบริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มคนทั่วไปแบบวอล์กอินได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ย. ใน 11 จุดที่ให้บริการฉีดวัคซีนทั้งของร.พ.รัฐและเอกชน ให้กับกลุ่มปกติอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งที่มีทะเบียนในจ.สมุทรสาคร และคนต่างทะเบียนแต่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในสมุทรสาคร โดยฉีดสูตรไขว้เข็ม 1 ซิโนแวค และเข็ม 2 แอสตร้าเซนเนก้า

ฉีดถึงบ้าน – เจ้าหน้าที่ร.พ.เลย พร้อมด้วยอสม. เข้าเคาะประตูบ้านเพื่อบริการฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มแรก ให้กลุ่มผู้สูงอายุถึงบ้าน ในพื้นที่บ้านติว ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย เมื่อวันที่ 31 ส.ค.

สาวนนท์วอนช่วยติดยกบ้าน

ที่จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากครอบครัวผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ซึ่งต้องกักตัวอยู่ในบ้านจำนวน 6 คนว่ากำลังขาดแคลนอาหารและเครื่องใช้จำเป็นแล้ว เนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาด ไทยเป็นยารักษาเพียงอย่างเดียว ทำให้ทางครอบครัวหวั่นใจว่า อาหารแห้งที่มีอยู่จำนวนจำกัดจะหมดลง ไม่พอเพียงต่อการกักตัว โดยเฉพาะนมกล่องที่ต้องให้เด็กเล็กในบ้านบริโภค

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 24/8 หมู่บ้านบ้านสวนภูมิฐาน ถ.บ้านกล้วยไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งบ้านเดี่ยว 2 ชั้น โดยพบกับ น.ส.ศิรินทร คำแพง อายุ 25 ปี กล่าวว่า ที่บ้านของตน ซึ่งมีคนพักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 คน แม่ติดโควิด เข้ารักษาตัวที่ร.พ.โรงพยาบาลสนาม จากนั้นตนได้ชุดตรวจเอทีเคมา พบที่เหลือในบ้านทั้ง 6 คน ผลตรวจออกมาเป็นบวก จึงต้องกักตัวและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีทางสภากาชาดไทยนำยารักษาพร้อมอาหารแห้งบางส่วนมาช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง

น.ส.ศิรินทรกล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์ของครอบครัวตนในตอนนี้ มีน้องสาวตนอาการหนัก น่าเป็นห่วงกว่าทุกคน เพราะค่าออกซิเจนเริ่มต่ำลง อยากได้ถังออกซิเจนมาช่วยเหลือน้องสาว รวมทั้งนมกล่อง แพมเพอร์ส และข้าวสารอาหารแห้งด้วย เพื่อให้เด็กๆ ได้ดื่มกินกัน

นายกอบต.บางเลนดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 03.00 น. นายธีรชัย ดาวเจริญ หรือ “นายกตุ๊” อายุ 75 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม เสียชีวิตลงอย่างสงบที่ร.พ.นครปฐม หลังจากเข้ารับการรักษาโรคโควิดตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. “นายกตุ๊” เป็นอดีตกำนันตำบลบางเลน ลงสมัครเลือกตั้งนายกอบต. บางเลน เมื่อปี 2554 เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านรัก และได้ชื่อว่าเป็นนายกนักพัฒนา

ด้านจ.สุพรรณบุรี รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 83 ราย พบในจังหวัด 55 ราย มาจากต่างจังหวัด 28 ราย รักษาอยู่ 1,632 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย รวมเสียชีวิต 156 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 3 ราย อายุ 53 ปี อยู่อ.เมือง อายุ 85 ปี อ.บางปลาม้า อายุ 59 ปี อ.อู่ทอง และหญิง อายุ 74 ปี อ.เมือง มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 40 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรายใหม่ 151 ราย การเฝ้าระวังค้นหาเชิงรุก 189 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน