กย.นี้มาเพิ่ม15ล้านโดส
ป่วยอีก1.4หมื่น-ตาย271
‘สาวท้อง’ติดเชื้อ-ดับพุ่ง

สธ.ยึด 3 สูตรฉีดวัคซีน เผย ซิโนแวค-แอสตร้าฯ เป็นสูตรหลัก ส่วนแอสตร้าฯ-ไฟเซอร์เริ่มฉีดเดือนหน้า ขณะที่คนฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ต้องบูสต์เข็ม 3 ด้วย แอสตร้าฯ ชะลอสั่งซิโนแวคเพิ่ม จนกว่ามีฉีดในเด็กหรือเป็นรุ่นใหม่ เดือนก.ย.นี้ จะมีวัคซีน มาเพิ่มอีก 15 ล้านโดส ไทยติดเชื้อรายใหม่ 14,653 ตายอีก 271 พบหญิงท้องป่วยโควิดพุ่ง แค่ส.ค.เดือนเดียวกว่า 1.5 พัน แม่ท้องตายพร้อมลูกสูงถึง 50% ราชบุรีเผาทวด 5 แผ่นดิน อายุ 101 ปีเสียชีวิตจากโควิด กาญจน์ป่วยอีก 239 ตายอีก 3 ผวาคลัสเตอร์ใหม่ แคมป์คนงาน ก่อสร้างร.พ.ที่ท่าม่วง บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 2 แฉโรงแรมดังกลางกรุงได้สิทธิฉีดไฟเซอร์ยกโรงแรมนับร้อยคน ตั้งแต่ผอ.ยันคนครัว

ติดเชื้ออีก 1.4 หมื่น-ตาย 271

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,653 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,395 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,160 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,235 ราย และมาจากเรือนจำ 256 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,249,140 ราย หายป่วยเพิ่ม 18,262 ราย ยอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,049,540 ราย อยู่ระหว่างรักษา 159,800 ราย อาการหนัก 4,740 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,011 ราย

เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 271 ราย เป็นชาย 134 ราย หญิง 137 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 167 ราย มีโรคเรื้อรัง 76 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่จ.นราธิวาส เสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่ง 3 ราย ผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ใน กทม. 79 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 12,280 ราย

ส่วนผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อ วันที่ 2 ก.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 865,074 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. รวม 34,292,537 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 219,956,335 ราย เสียชีวิตสะสม 4,557,084 ราย

ห่วงแรงงานหมุนเวียนแพร่เชื้อ

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 3 ก.ย. ได้แก่ กทม. 3,428 ราย สมุทรปราการ 1,237 ราย สมุทรสาคร 859 ราย ชลบุรี 822 ราย ระยอง 541 ราย นราธิวาส 465 ราย ราชบุรี 340 ราย นครราชสีมา 283 ราย สงขลา 279 ราย นนทบุรี 278 ราย ขอสื่อสารไปยังประชาชนว่า สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว แต่ติดเชื้อระหว่างยังไม่ได้ฉีดเข็มที่สอง ขอว่าเมื่อหายแล้วอย่าเพิ่งฉีดวัคซีนเข็มที่สอง แต่ให้เว้น 12 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยมารับวัคซีนเข็มที่สอง เนื่องจากโควิด-19 ไม่ใช่โรคอีสุกอีใส หรือโรคหัด ที่เป็นการติดเชื้อตามธรรมชาติแล้วจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองตามธรรมชาติตลอดชีวิต แต่ที่ยังต้องรับวัคซีนเข็มสองอยู่แม้ติดเชื้อแล้ว เพราะยังไม่มีข้อมูลแน่นอนว่ากรณีโควิด-19 เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันธรรมชาติตลอดชีวิต

“กรมควบคุมโรคได้รายงานศบค.ชุดเล็กว่า มีข้อมูลผู้ป่วยวอล์กอินเข้าตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาล พบว่าตรวจเชื้อ 10 คน ผลเป็นบวก 2 คน หรือ 20% ขณะที่กทม.ตรวจเชื้อ 10 คน ผลเป็นบวก 3 คน หรือ 30% ในทางการแพทย์ถือว่าสูงทีเดียว จึงขอให้โรงพยาบาลยังต้องตรวจ RT-PCR ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ มีไข้ก่อน นอกจากนี้ เรื่องการตรวจ ATK ในกทม.ยังพบคนที่มีผลบวกในปริมาณสูง จึงเน้นย้ำว่า การตรวจ ATK อาจพบผลลบลวงได้ 10% ดังนั้น ถ้าตรวจ ATK แล้วผลเป็นลบ แต่ยังต้องกักตัว”

เร่งฉีดสาวท้องเกิน 12 สัปดาห์

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผอ.สำนักส่งเสริม สุขภาพ กรมอนามัยเสนอข้อมูลต่อศบค. ชุดเล็กว่าในเดือนส.ค.เพียงเดือนเดียว อัตราหญิง ตั้งครรภ์ติดเชื้อแบบก้าวกระโดดถึง 1,506 ราย โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-28 ส.ค. พบการแพร่ระบาดในหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลัง คลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,878 ราย จำนวนนี้มีทารกติดเชื้อ 141 ราย และมีมารดาเสียชีวิต 69 ราย ทารกเสียชีวิต 29 ราย มีทารกเสียชีวิตพร้อมแม่ คิดเป็น 50% และอีก 50% สามารถช่วยทารกได้ แต่มารดาเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่ามีการติดเชื้อหลังคลอด และระหว่างให้นมลูกอีกด้วย ขอให้ทุกโรงพยาบาลที่รับฝากครรภ์ หากพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ให้ติดตามมารับวัคซีน และหากคลอดกลับบ้านไปแล้วก็ขอให้โรงพยาบาลไปตามกลับมาฉีดวัคซีน รวมถึงระหว่างที่ให้นมลูกด้วย

ส่วนกรณีพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ ให้ โรงพยาบาลที่รับฝากครรภ์ดูแลผู้ป่วย แต่หากเป็นศูนย์อนามัยที่ไม่พร้อม ขอให้ส่งต่อตามระบบผู้ป่วยโควิด-19 กรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นน้ำเดิน ตกเลือด เลือดออกทางช่องคลอด ครรภ์เป็นพิษ หรือเด็กดิ้นน้อยลง หรือเจ็บครรภ์ ให้ทุกโรงพยาบาลรับเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องรับวัคซีน มีเป้าหมาย 5 แสนราย แต่ได้รับวัคซีนเข็ม ที่หนึ่งเพียง 45,437 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.1 เข็มที่สอง 4,983 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.0

“วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อ 14,653 ราย หายป่วย 18,262 ราย เป็นทิศทางต่อเนื่อง ที่หายป่วยมากกว่าติดเชื้อ ซึ่งหายป่วยสะสมเกินล้านคนแล้ว คนที่เคยติดเชื้อล้านคนถือว่ามีภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติ แต่ถ้าติดเชื้อหลังรับวัคซีนเข็มหนึ่งไป ครบกำหนดเข็มสองต้องไปฉีดไหม สธ.มีคำตอบ คือ หลังฉีดแล้วติดเชื้อ ไม่ต้องไปฉีดเข็มสอง ให้ฉีดซ้ำเข็มสองหลังวันทราบผลติดเชื้อไปอีก 3 เดือน คือ 12 สัปดาห์ เป็นหลักการที่องค์การอนามัยโลกยอมรับ เพราะเรายังไม่มีความรู้เข้าใจโรค โควิด-19 ชัดเจนแบบ โรคอีสุกอีใส หัดไทย หัดเยอรมัน ติดเชื้อโดยธรรมชาติ เกิดภูมิ ธรรมชาติตลอดชีวิต โรคโควิด-19 ยังไม่มีข้อมูลแน่นอน เป็นหลักการแม้ติดเชื้อไปแล้วหลัง 3 เดือนให้มารับวัคซีน”

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ภายในเดือนก.ย. มีเป้าหมายฉีด วัคซีนให้กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้น กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง และตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ให้ครอบคลุม 70% นอกจากนี้ ในที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก อธิบดีกรมการแพทย์ได้หารือเรื่องการฉีดวัคซีน โดยขอให้ทางจังหวัดเตรียมความพร้อมและตรวจสอบข้อมูล กรณีประชาชนในต่างจังหวัด ที่เข้ามารับวัคซีนเข็มแรกที่สถานีกลางบางซื่อ แล้วต้องการจะกลับไปฉีดเข็มที่สองที่ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ขอให้แจ้งความจำนงกับทางจังหวัด โดยกรมการแพทย์พร้อมให้ความช่วยเหลือถ้าจังหวัดต้องการข้อมูล เพราะข้อมูล ผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกอยู่ที่กรมการแพทย์ หรือกรณีทำงานอยู่ กทม. แต่ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งในต่างจังหวัดไปแล้ว และต้องการฉีดเข็มที่สองที่สถานีกลางบางซื่อ ขอให้แจ้งความจำนงกับทางจังหวัดก่อน เพื่อให้ทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อม เนื่องจากกรมควบคุมโรคจัดสรรจำนวนวัคซีนให้แต่ละจังหวัด รวมไปถึงสถานีกลางบางซื่อในยอดที่เป็นปกติ ดังนั้น ขอให้แจ้งเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

ขยายรถสาธารณะวิ่งได้ถึง 4 ทุ่ม

ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวว่า หลังจากประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 32 ให้ประชาชนใช้บริการร้านอาหาร ตัดผม หรือเดินห้าง แต่พบว่าการรอรถขนส่งสาธารณะมีความแออัด ขอให้กำชับมาตรการไม่ให้มีความเสี่ยงติดเชื้อ ซึ่งเราอนุญาตให้มีผู้โดยสาร 75% ถ้ามีผู้โดยสารยืนแสดงว่าเกิน 100% จึงให้กระทรวงคมนาคมเพิ่มจำนวนรถให้เพียงพอต่อจำนวนประชาชน นอกจากนี้กรณีร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ต้องปิดในเวลา 20.00 น. แต่พนักงานยังต้องปิดร้าน ทำความสะอาด อาจกลับบ้านไม่ทัน ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก จึงอนุญาตขยายเวลาเดินรถได้ถึงเวลา 22.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. แต่ยังไม่ใช่เป็นการผ่อนคลาย ประชาชนทั่วไปขอให้วางแผนการเดินทาง อย่าไปแออัดพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าเราร่วมมือกันดำเนินการมาตรการเข้มข้น ในอีก 2 สัปดาห์แล้วตัวเลขไม่เพิ่ม การผ่อนคลาย ก็จะเกิดขึ้นแน่นอน

สธ.ไฟเขียว 3 สูตรวัคซีนโควิด

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้ว่า วันที่ 2 ก.ย. ประเทศไทยฉีดวัคซีน 34,292,537 โดส เป็นเข็มแรก 24,524,140 ราย คิดเป็น 34% ของประชากร รับครบ 2 เข็ม 9,152,799 ราย คิดเป็น 12% ของประชากร เมื่อวานวันเดียวฉีด 865,074 โดส ระยะนี้ ส่วนใหญ่เป็นเข็ม 2 เนื่องจากครบกำหนดรับแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสอง หลังจากฉีดมาตั้งแต่มิ.ย. จะเห็นว่าการรับวัคซีนช่วงนี้มีอัตราฉีดเร็ว ประชาชนร่วมมืออย่างดี ทำให้สร้างภูมิ คุ้มกันได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการฉีดสูตรไขว้ วันนี้การประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 (ศปก.สธ.) ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาศัยคำแนะนำจากคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ที่ประชุมวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และอาศัยข้อมูลวิชาการใหม่ๆ ผลศึกษาวิจัยในต่างประเทศ และในประเทศไทยได้อนุมัติสูตรการฉีดวัคซีน โควิด-19 ของประเทศไทย ดังนี้

1.ซิโนแวค ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ห่าง 3-4 สัปดาห์ เป็นสูตรหลักของประเทศไทยระยะนี้ กลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป

2.แอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ ห่าง 4-12 สัปดาห์ สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป จะมีการใช้แพร่หลายในเดือนต.ค. เมื่อมีวัคซีน ไฟเซอร์ ซึ่งเราสั่งซื้อถึงกำหนดส่งมอบปลายเดือนนี้ และจะเข้าต.ค.-ธ.ค.ประมาณเดือนละ 10 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม สูตรนี้มีการใช้บ้าง เนื่องจากมีไฟเซอร์เหลือจำนวนหนึ่งไม่มากหลังฉีดบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าแล้ว มาให้กับกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ โรคประจำตัวเรื้อรัง ที่ฉีดแอสตร้าฯ เข็มแรกเมื่อมิ.ย. และเริ่มครบกำหนดฉีดเข็มสอง มาถึงร.พ.ที่มีไฟเซอร์ สามารถฉีดแทนแอสตร้าฯ ได้

และ 3.กรณีซิโนแวค 2 เข็ม รับกระตุ้นด้วย แอสตร้าฯ เข็ม 3 ระยะห่าง 4 สัปดาห์หลังฉีดซิโนแวคเข็มสอง ซึ่งตรงนี้อาศัยข้อมูลวิชาการและพิจารณาจำนวนวัคซีนที่มีในแต่ละระยะเพื่อมาแนะนำในการฉีด การออกสูตรวันนี้เพื่อเป็นแนวทางให้ร.พ.ต่างๆ นำไปใช้ในทิศทาง เดียวกัน เกิดความมั่นใจประสิทธิภาพป้องกันโรคได้ดี

สูตรฉีดไขว้ป้องกันเดลตา

สำหรับสูตรซิโนแวค-แอสตร้าฯ ข้อมูลศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และศูนย์เชี่ยวชาญไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองภูมิคุ้มกันมีความสอดคล้องกันคือภูมิคุ้มกันสูงสู้เดลตาได้ในระยะเวลารวดเร็ว

ส่วนกรณีคนที่เคยติดเชื้อ หรือหายป่วยจากโควิด-19 แล้วหลายแสนคน คณะกรรมการ เห็นตรงกันว่า หลังจากหายป่วยแล้ว 1-3 เดือน ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้น 1 เข็มให้เกิดภูมิสูงขึ้นป้องกันติดเชื้อซ้ำ แนะนำฉีดด้วยแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์ หากเกิน 3 เดือนให้ฉีดโดยเร็ว รวมถึงกลุ่มที่ติดเชื้อแต่ยังไม่เคยรับวัคซีน หรือรับไม่ครบ 2 เข็ม หรือรับ 2 เข็ม แต่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ถือว่าภูมิยังไม่ขึ้น ก็ให้ฉีดกระตุ้นด้วย ส่วนคนที่ฉีด 2 เข็มเกิน 2 สัปดาห์แล้วติดเชื้ออาการน้อยไม่ต้องฉีดกระตุ้น

ก.ย.นี้มีวัคซีนเพิ่ม 15 ล.โดส

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวย้ำว่า ผลการวิจัยวัคซีนสูตรไขว้นั้น มีความปลอดภัย และทำภูมิคุ้มกันขึ้นสูง ที่สำคัญหญิงตั้งครรภ์ก็สามารถฉีดได้

นพ.โสภณกล่าวว่า ส่วนการนำเข้าวัคซีนในประเทศไทย ยืนยันว่าในสิ้นปีนี้จะมีวัคซีนทั้งหมดรวม 140 ล้านโดส คือแอสตร้าฯ 61 ล้านโดส ซิโนแวค 31.5 ล้านโดส ไฟเซอร์ 31.5 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 11 ล้านโดส และโมเดอร์นา 5 ล้านโดส ซึ่งจะทำให้ในสิ้นปีนี้ วัคซีนแอสตร้าฯ กับไฟเซอร์มีมากสุดในประเทศไทย และกรณีการส่งมอบวัคซีน แอสตร้าฯ นั้น ล่าสุด ทางซีอีโอแอสตร้าฯ ยืนยันว่าจะจัดส่งให้ไทยได้ 61 ล้านโดส ตามเอกสารที่ได้มีการเผยแพร่กันก่อนหน้านี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจเรื่องวัคซีน โดยเฉพาะในเดือนก.ย.นี้ ที่ประเทศไทยจะมีวัคซีนให้ฉีดประมาณ 15 ล้านโดส จากซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้าฯ 7 ล้านโดส และไฟเซอร์ 2 ล้านโดส

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า การจัดหาวัคซีน ก.ย.-ธ.ค.2564 ไทยมีเป้าหมายฉีด 70% ของประชากร แต่การระบาดของเดลตามีการติดเชื้อ ได้มาก 1 รายอาจแพร่ 7-8 ราย ภูมิคุ้มกันหมู่ 70% อาจไม่พอ ถ้าเรามีคนยังไม่ได้รับวัคซีน หรือยังไม่เคยติดเชื้อเหลือเท่าไร พยายามฉีดให้หมด น่าจะขยับได้มากกว่า 70% สธ.ต้อง เตรียมวัคซีนให้พอ จากนี้จะมีวัคซีนหลัก 3 ตัว คือซิโนแวค ก.ย.-ต.ค.เดือนละ 6 ล้านโดส แอสตร้าฯ ส่งมอบมากขึ้น ก.ย. 7.3 ล้านโดส และบริษัทบอกว่าอาจถึง 8 ล้านโดสได้ ต.ค.-ธ.ค. คือ 10, 13, 13 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ครบถ้วน 61 ล้านโดส ส่วนไฟเซอร์ ต.ค.ถึงธ.ค.เดือนละ 8-10 ล้านโดส ทำให้แอสตร้าฯ และไฟเซอร์มีจำนวนมากสุดในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้านี้

จ่อเคาะฉีดเข็ม 3 ให้ประชาชน

นพ.โสภณ กล่าวว่า การฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ประชาชนอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะได้ ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ น่าจะเริ่มจากคนที่อาจติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ถ้าเรียงตามระบบเดิม คนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม เมื่อมี.ค.-พ.ค. ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงคือผู้มีโรคประจำตัว อาจจะมีบ้างที่เป็นผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่ ในช่วงนั้นผู้สูงอายุฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ

เมื่อถามว่าจากแผนการจัดหาวัคซีน มีการสั่งซื้อซิโนแวคเพิ่มแค่ 2 เดือน เดือนละ 6 ล้านโดส เพื่อฉีดสูตรไขว้ หากหมดจากนี้ จะเหลือเพียงสูตรไขว้แอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ใช่หรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ใช่ แต่การฉีดหลังจากนั้นจะมีอยู่ 3 แบบคือ 1.แอสตร้าฯ 2 เข็ม 2.ไฟเซอร์ 2 เข็ม และ 3.ฉีดไขว้ด้วยแอสตร้าฯ ตามด้วยไฟเซอร์ ทั้งนี้การชะลอการสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ยังไม่มีแผนจะซื้อเพิ่ม เว้นแต่ จะมีข้อมูลการพัฒนาว่าสามารถฉีดในเด็กได้ เพราะการฉีดในเด็กต้องเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย คือวัคซีนเชื้อตาย วัคซีน mRNA ก็ฉีดได้เพียงแต่ผลในระยะยาวเรายังไม่ทราบ นอกจากนี้ การชะลอซื้อซิโนแวค เพราะต้องรอดูวัคซีนรุ่นใหม่ของเขาที่เจาะจงกับสายพันธุ์ ปีนี้ ซึ่งวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันเป็นวัคซีนที่พัฒนา มาจากเชื้ออู่ฮั่น

ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวคและแอสตร้าฯ จะสามารถป้องกันได้หรือไม่ว่า ทางคณะแพทย์ กำลังพิจารณาการฉีดวัคซีนเข็มสาม โดยเข็มแรกต้องฉีดให้เร็วที่สุด และต่อด้วยเข็มสอง การฉีดวัคซีนต้องใช้เวลาห่างกันทำให้ต้องใช้วัคซีนสูตรไขว้ จากการใช้สูตรนี้และจากการประเมินของแพทย์ก็ได้ผล เราต้องเชื่อมั่นสาธารณสุขของเรา

เร่งฉีดกลุ่มร้านอาหาร

ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกลุ่มสมาคมภัตตาคารไทยว่า ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อจากการประกอบอาชีพ สธ.ได้รับการประสานจากสมาคมภัตตาคารไทยขอจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มนี้ ซึ่งฉีดไปแล้ว 3 หมื่นคน ยังเหลืออีก 6 หมื่นคนจะทยอยฉีดให้ครบ เฉลี่ยวันละ 5 พันคน ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยฉีดสูตรไขว้ ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูงรับมือกับสายพันธุ์เดลตาได้ เพื่อสร้างมั่นใจและปลอดภัย

ส่วนกรณีแรงงานต่างด้าวนอกระบบที่ทำงาน ในร้านอาหาร ขณะนี้สธ.เตรียมหารือกับกระทรวงแรงงาน และฝ่ายความมั่นคง ร่วมกัน สำรวจจำนวนที่ชัดเจนอีกครั้ง ย้ำว่าทุกคน ที่อยู่ในไทยจะได้รับวัคซีน

‘อนุทิน’ชี้แอสตร้าฯบูสต์เข็ม 3

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม 3 ล้านคนจะได้รับการฉีดบูสต์เตอร์เข็มที่ 3 แน่นอน คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ช่วงปลายก.ย.หรือต้นต.ค.นี้ โดยฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก ขณะนี้กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างจัดทำแผนการฉีดว่าจะเป็น ไปในรูปแบบใด จะให้วอล์กอินหรือนัด ผ่านระบบหมอพร้อม โดยอำนวยความสะดวกฉีดใกล้บ้านผ่านสถานพยาบาล รพ.สต. ร.พ.ชุมชน

“ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 12-18 ปี ได้เตรียมการไว้แล้ว โดยกันวัคซีน ไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในต.ค.จำนวน 5 ล้านโดสรองรับ ขณะนี้กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ อยู่ระหว่างจัดทำแผนว่าจะฉีดอย่างไร เบื้องต้นจะฉีดในสถานศึกษานั้นๆ เพื่อลดการเคลื่อนย้าย การเดินทาง”

แฉโรงแรมดังได้สิทธิ์ฉีดไฟเซอร์

วันเดียวกัน เพจ CSI LA แชร์เอกสารจำนวนหนึ่งซึ่งระบุว่า เป็นเอกสารหลุดจากโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีพนักงานนับร้อยคน เข้ารับการฉีดไฟเซอร์ ทั้งที่บางจังหวัดยังไม่สามารถฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ตามข้อตกลงที่เกิดขึ้น

โดยเอกสารดังกล่าวมีชื่อและตำแหน่งของผู้ฉีด พร้อมระบุว่า เป็นการฉีดวัคซีนเข็ม 3 และข้อความจากไลน์ ที่ระบุว่า ห้ามนำเอกสาร ดังกล่าวโพสต์ลงเฟซบุ๊กเด็ดขาด

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เอกสารหลุด พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนวิทยุ ได้ฉีด ไฟเซอร์กันหมดทุกคนเลยครับ ขณะที่ด่านหน้า ยังได้กันไม่ครบ แต่มีกลุ่มใหม่มาอีกแล้ว อาทิตย์นี้น่าจะมีอีก 100 กว่าคน แถมมีการ สั่งห้ามเอาข้อมูลการฉีดมาลง Facebook”

แม่เฒ่า 5 แผ่นดินดับเซ่นโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกลางคลองข่อย หมู่ที่ 3 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีพิธีฌาปนกิจนางม้วน ศรีวิจิตร หรือคุณยายม้วน อายุ 101 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม “คุณยาย 5 แผ่นดิน” เพราะเกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แต่ป่วยด้วยอาการติดเชื้อโควิค-19 จนเสียชีวิตที่ร.พ.เจ็ดเสมียน

ด้านลูกสาวของคุณยายม้วนกล่าวว่า แม่มีร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี อัธยาศัยดี ส่วนการติดเชื้อนั้นติดมาจากญาติที่ไปทำงานอยู่ จ.นครปฐม ทำให้ภายในบ้านทั้ง 6 คนติดเชื้อด้วย ส่วนตนอยู่บ้านสามีที่ต่างจังหวัด หลังแม่ ติดเชื้อ นำตัวคุณแม่มารักษาที่ร.พ.เจ็ดเสมียน และเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเช้ามืดวันที่ 2 ก.ย. ส่วนที่เหลืออีก 5 คน ภายในบ้านได้รักษาและกักตัวอยู่ที่บ้าน

กาญจน์ป่วยเพิ่ม 239-ดับอีก 3

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 239 ราย ป่วยสะสม 13,212 ราย หายป่วยเพิ่ม 84 ราย หายป่วย สะสม 8,424 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาล 4,673 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 115 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มก้อนที่ติดเชื้อมากที่สุดคือคลัสเตอร์ชาวต.หนองลู อ.สังขละบุรี จำนวน 62 ราย และพบคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างแฟลตร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 อ.ท่าม่วง 12 ราย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ของร.พ.ไทรโยค อ.ไทรโยค ติดเชื้อ 2 คน

เชียงใหม่ติดเชื้ออีก 27

ส่วนจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัดทั้งหมด ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท 419 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 37 ราย

ระยองป่วยอีก 596

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เปิดเผย ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 596 คน เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 19,272 คน เสียชีวิตสะสม 90 ราย

ร้อยเอ็ดติดเชื้ออีก 80

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.ร.พ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 80 ราย ติดเชื้อสะสม 10,872 ราย รักษาหายเพิ่ม 149 ราย กำลัง รักษาอยู่ 1,376 ราย เสียชีวิตสะสม 94 ราย

สงขลาป่วยโควิดเพิ่ม 279

ส่วนจ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 279 ราย ยอดสะสม 21,081 ราย รักษาหายแล้ว 17,687 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 3,276 ราย เสียชีวิตสะสม 118 ราย โดยผู้ป่วยจากการ คัดกรองเชิงรุกพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม 6 โรง 49 ราย กลุ่มผู้ป่วยจากการตรงคัดกรองบริษัท/ร้านค้า ชุมชน ตลาด 30 ราย และกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในอำเภอต่างๆ 166 ราย

ให้ละหมาดในมัสยิดได้

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สำนักจุฬาราชมนตรีประกาศงดใช้มัสยิดในการประกอบศาสนกิจชั่วคราวมาเกือบ 2 เดือน โดยให้ละหมาดที่บ้านแทนเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิดนั้น

ล่าสุด สำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศลงวันที่ 2 ก.ย. ผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจ ที่มัสยิดได้แล้ว ทั้งละหมาดญะมาอะห์หรือละหมาดประจำวัน 5 เวลา และละหมาดวันศุกร์ หรือละหมาดญุมอะห์ ผ่อนปรนให้เฉพาะมัสยิด ที่ประชากรที่อยู่ในชุมชนมีอัตราการได้รับการฉีดวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือในพื้นที่ที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาร่วมกับผู้ว่าฯ แล้วสามารถผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจ

คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและ ผู้มาปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด ทั้งละหมาด ญะมาอะห์ และละหมาดวันศุกร์ควรได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ใช้เวลาในการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดญะมาอะห์ไม่เกิน 30 นาที และละหมาดวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่อะซานจนกระทั่งเสร็จสิ้นการละหมาด ไม่เกิน 45 นาที และต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขและประกาศจุฬาราชมนตรีด้วยความเคร่งครัด

ปัตตานีละหมาดที่มัสยิดวันแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากจุฬาราชมนตรีมีคำสั่งผ่อนปรนให้ละหมาดญะมาอะห์ หรือการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดได้ ภายใต้มาตรการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างเคร่งครัด ทำให้มัสยิดในจ.ปัตตานีซึ่งปิดมาหลายเดือน มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมเดินทางมาละหมาดวันศุกร์เป็นวันแรกกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่มัสยิดรายอ ต.จะบังติกอ อ.เมือง มีการจัดเจลล้างมือ บริเวณประตูทางเข้าทุกประตู พร้อมตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ และทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วยกันทุกคน แต่มีเพียงบางมัสยิดที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จังหวัดยังไม่อนุญาตให้ละหมาด วันศุกร์ที่มัสยิดได้ เช่นมัสยิดกลางจ.ปัตตานี และมัสยิดอื่นๆ อีก

จ.ปัตตานี พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 121 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย ป่วยสะสม 15,937 รายแล้ว รักษาหาย 11,738 ราย เสียชีวิตสะสม 245 ราย

ร.พ.สนาม – พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานกมธ.แรงงาน วุฒิสภา ส่งมอบ โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยนครพนม แห่งที่ 2 จำนวน 280 เตียง ที่โรงยิม คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 3 ก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน