แต่แรมโบ้-โผล่
โร่ไปแจ้งตร.อีก

‘เต้น-บก.ลายจุด’รอด หมายจับ เพราะศาลยกคำร้อง ให้พนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อออกหมายเรียกแทน ด้าน‘ณัฐวุฒิ’ ประกาศทันทีนัดชุมนุมคาร์ม็อบ-มอเตอร์ไซค์ม็อบวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ย. หัวขบวนอโศกท้ายขบวนรัชดาฯ ส่วน‘แรมโบ้’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำประยุทธ์โผล่รุดแจ้งจับอีกสารพัดข้อหา 3 แกนนำ หนึ่งในนั้นคือมาตรา 116 อ้างปลุกปั่นยุยงให้ประชาชนล้มรัฐบาล ขู่ฟ่อเตรียมข้อมูลแจ้งจับเต้นเพิ่มในคดี 112 ด้วย อ้างดำเนินการด้วยตัวเอง รัฐบาลไม่ได้สั่งให้ทำ

วันที่ 8 ก.ย. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ประสานเครือข่ายไล่ประยุทธ์ อ.ห.ต. โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศยุติเวทีชุมนุมบริเวณแยกอโศก หลังมีกระแสข่าวการออกหมายจับ พร้อมกับ บก.ลายจุด โดยมีรายละเอียดว่า วันนี้น่าจะเป็นช่วงบ่ายตำรวจจะไปยื่นขอหมายจับ ศาลอนุมัติหรือไม่ คงทราบใกล้เวลานัดที่อโศก 4 โมงเย็น ถ้าหมายจับออกคงจับกันที่เวที ยืนยันว่าการชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะดำเนินคดี ผมพร้อมเข้ากระบวนการ แต่การควบคุมตัวกลางที่ชุมนุมคือการสร้างเงื่อนไขเผชิญหน้า เราไม่เล่นเกมนี้

นายณัฐวุฒิระบุต่อว่า ขอยกเลิกนัดหมายชุมนุมที่แยกอโศกในวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์หมายจับให้แน่ชัด ถ้าออกหมาย ตนกับ บก.ลายจุด จะไปมอบตัวทันที หากศาลไม่อนุมัติหมายจับโปรดติดตามนัดหมายครั้งต่อไป รู้ว่าเขามีอำนาจ แต่เขาก็ต้องรู้ว่าเรามีหัวใจ และหัวใจนี้ยังสู้เสมอ

ส่วนนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก็โพสต์ เฟซบุ๊กระบุในลักษณะเดียวกัน โดยประกาศว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หมายจับจากศาล ตนจะขอไปมอบตัวด้วยตนเอง และไม่ต้องแห่กันมาจับ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวปลอม 1 กรณีคือ กรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า “17.45 น. สามเหลี่ยมดินแดง คฝ เจตนาขับรถกระบะพุ่งเข้าชนผู้ชุมนุม น้องที่ได้รับบาดเจ็บอายุประมาณ 14 ปี น้องมีปอดข้างเดียว หายใจไม่ออก ผมพยายามเจรจาว่าอย่าเพิ่งควบคุบตัวน้องแต่เจ้าหน้าที่ยังดึงดันใช้กําลังควบคุมตัว“ ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับบก.สส.บช.น.ยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ

กรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชนได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อกระชับพื้นที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ในการเข้าจับกุมนั้น เจ้าหน้าที่ตํารวจเพียงใช้รถกระบะขวางการหลบหนีของกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้มีการพุ่งชน เเละจากการจับกุมไม่มีผู้ถูกจับกุมรายใดเป็นเด็กอายุ 14 ปี ที่มีปอดข้างเดียวเเต่อย่างใด ซึ่งในการเข้าจับกุมมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงรายเดียว เป็นชายอายุ 45 ปี

จากการตรวจรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลตำรวจ พบว่าไหปลาร้าหลุด อาการไม่หนัก และผู้บาดเจ็บมีสิทธิ์รักษาที่โรงพยาบาลบางพลี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลกังกล่าว และจากการตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่พบเด็ก อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการจับกุมเข้ารักษาตัวแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดควบคุมฝูงชนได้เข้าแจ้งความดําเนินคดีกับ ผู้ปล่อยข่าวปลอมดังกล่าวแล้ว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยกรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่าวันที่ 8 ก.ย. มีกลุ่มทะลุแก๊สนัดหมายรวมตัวเวลา 18.00 น. ที่บริเวณแยกดินแดง บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทางบช.น.ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว

ส่วนการชุมนุมบริเวณแยกดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊สในวันที่ 7 ก.ย.นั้น พล.ต.ต.ปิยะระบุว่ามีการขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจุดไฟเผารถจักรยานยนต์ตำรวจ

ทั้งนี้มีการจับกุมผู้กระทำผิด 15 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นระเบิดปิงปอง ระเบิดแสวงเครื่อง ลูกแก้วจำนวนหลายลูก นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเยาวชนกระทำผิด 5 ราย

ขณะนี้ได้ออกหมายเรียก ผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม 195 คน เป็นกลุ่มแกนนำ 31 หมาย และกลุ่มผู้ชุมนุม 164 หมาย และผู้ปกครองจำนวน 8 ราย สอบสวนถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนว่ายินยอมให้เด็กกระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลแขวงพระนครใต้ มีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นคำร้องขอหมายจับนาย ณัฐวุฒิและนายสมบัติ ซึ่งจัดชุมนุมกันที่บริเวณแยกอโศกมนตรี ซึ่งมีรายงานว่าศาลได้ยกคำร้องขอหมายจับของพนักงานสอบสวนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าคดี ดังกล่าวมีอัตราโทษไม่เกินสามปี เห็นควร ให้ออกหมายเรียกก่อนที่จะขอออกหมายจับ ให้ยกคำร้อง

วันเดียวกัน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผช.รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ, นายสมบัติ และนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย กรณีเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมบริเวณแยกอโศกมนตรี ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ในฐานความผิดชักชวน โฆษณา ให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม

ซึ่งเข้าข่ายความผิด ป.วิอาญา มาตรา 87 เล็งเห็นผลว่าการกระทำว่าอาจจะเกิดการใช้ความรุนแรง มาตรา 113 ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมเพื่อการใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ และมาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น

เนื่องจากพฤติกรรมของทั้ง 3 คน เล็งเห็นผลได้ว่าให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมโดยมีการสะสมอาวุธ เผาทำลายทรัพย์สินทางราชการ และมีความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัฐบาล และล้มล้างรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ยังมีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ โดยการแจ้งความในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีคาร์ม็อบที่เคยแจ้งความเอาผิดไว้ที่กองบังคับการปราบปราม

นายเสกสกลยังเปิดเผยด้วยว่า เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานที่จะเอาผิดนายณัฐวุฒิ และนายสมบัติ ในความผิดมาตรา 112 หลังพบว่าเคยขึ้นปราศรัยเวทีเดียวกับไฮโซลูกนัท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. บริเวณแยกเกษตร และเวทีสี่แยกอโศกมนตรี ส่วนลูกนัทนั้นถูกกลุ่มปกป้องสถาบันแจ้งความดำเนินคดีในมาตรา 112 ที่ สน.สำราญราษฎร์แล้ว พร้อมยืนยันว่าการเข้าแจ้งความครั้งนี้มาในนามส่วนตัวไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลแต่อย่างใด

กม.อุ้มหาย – เครือข่ายญาติผู้เสียหายจากการทรมานและอุ้มหาย เครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนและตัวแทนภาคประชาชน ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สภาเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ทรมานและอุ้มหาย ในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 ก.ย.

ที่รัฐสภา แอมเนสตี้ ประเทศไทย พร้อมภาคประชาสังคมและเครือข่ายญาติผู้เสียหายจากการทรมาน-อุ้มหาย นำโดย น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียริ ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม พร้อมน.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร

น.ส.พรเพ็ญกล่าวว่า ด้วยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…. ยังไม่ได้เข้าสู่วาระแรก จึงทำให้เราไม่ได้มีกฎหมายด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ที่ถูกจับ ควบคุมตัว ถูกดำเนินคดีและอาจจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการซ่อนศพ หรือทำลายศพ ซึ่งทำให้กลายเป็นการบังคับให้เป็นบุคคลสูญหาย

วันนี้เราจึงมาขอให้นายชวนพิจารณาให้ร่างฉบับนี้ขึ้นสู่วาระการพิจารณาเร่งด่วน นั่นคือขอให้ทันภายในวันนี้หรือในวาระที่มีการประชุมเรื่องกฎหมาย ด้วยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยก่อนเรื่องนี้เคยบรรจุในวาระแล้วแต่ก็มีเหตุที่ต้องดึงออกไป ดังนั้นการมาของเราในวันนี้เราอยากได้คำมั่นของสภา ว่าจะช่วยกันทำให้สถาบันนิติบัญญัติแห่งนี้เป็นที่พึ่งของประชาชน

ด้าน นายสมบูรณ์กล่าวว่า ในตอนนี้มีการเสนอร่างกฎหมายจำนวน 3 ร่างเข้ามาบรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ขณะเดียวกันมีร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นร่างพ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหายฯ เดิมบรรจุอยู่ในลำดับที่ 9 แต่ในช่วงเช้ามีการเลื่อนลำดับการพิจารณาเป็นเรื่องด่วนลำดับที่ 4

ซึ่งหลังจากที่พิจารณาพ.ร.บ.พืชกระท่อมเสร็จก็จะมีการพิจารณา 3 เรื่องด่วนที่ค้าง ก็ขอให้ทางผู้ที่มายื่นได้ติดตาม ซึ่งเชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวที่ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นเรื่องเร่งด่วนน่าจะมีการพิจารณาเสร็จโดยเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่กฎหมายที่ถูกเสนอโดยครม. สภาจะหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน และจะนำเรื่องไปแจ้งนายชวนเพื่อพิจารณาต่อไป

หลังจากทราบว่าศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ออกหมายจับ นายณัฐวุฒิได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการแสดงพลัง ทั้งการชุมนุมใหญ่และการชุมนุมยืดเยื้อสะสมกำลัง มวลชนต่างจังหวัดยังเคลื่อนเข้ากรุงเทพฯไม่ได้ คนกรุงเทพฯสนใจสถานการณ์ แต่ส่วนใหญ่กังวลโรคระบาดไม่พร้อมลงถนน

รูปแบบที่ทรงประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่สุดยังเป็นการเคลื่อนขบวนรถ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แต่ต้องออกแบบสัญลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวกัน กำหนดวาระสำคัญในการแสดงพลัง เวทีอโศกให้คำตอบว่าคาร์ม็อบคือก้าวต่อไป กลับสู่จุดแข็งเพื่อพุ่งไปข้างหน้าดุจลูกธนูถูกน้าวขึ้นสาย 19 กันยายน เคลื่อนขบวนคาร์ม็อบกลางกรุงเทพฯ หัวขบวนแยกอโศกท้ายแถวรัชดาภิเษก พบกัน 14.00 น. เส้นทางและรายละเอียดกิจกรรม ติดตามตอนต่อไป

15 ปีรัฐประหาร 2549 กระชากสังคมไทยสู่หุบเหวและถูกทำซ้ำโดยประยุทธ์กับพวกจนเสียหายย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ ลบรอยรถถังเผด็จการ ด้วยขบวนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ประกาศอำนาจประชาชน 19 กันยายน ประชาชนสู้ด้วยกัน

ทะลุเดือด – กลุ่มทะลุแก๊สจุดพลุดอกไม้ไฟและประทัดตอบโต้ตำรวจคฝ.ที่ตั้งแถวเรียงหน้ากระดานเข้าสลายการชุมนุม โดยระดมยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเปิดทาง ที่สามเหลี่ยมดินแดง กทม. เมื่อค่ำวันที่ 8 ก.ย.

สำหรับสถานการณ์ที่แยกดินแดง เมื่อเวลา 19.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการปะทะกันระหว่างทางเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและกลุ่มมวลชน ภายในซอยราชวิถี 2 (ใต้ทางด่วน) ติดกับสำนักงานป.ป.ส.ดินแดง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่ามีการตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว จึงรวมกลุ่มเดินเท้ามาจากแยกดินแดง เมื่อถึงที่หมายกลุ่มมวลชนจึงจุดพลุดอกไม้ไฟ พร้อมโยนประทัดใส่ในทันที เจ้าหน้าที่ได้ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งตอบโต้ด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตาจนกลุ่มมวลชนถอยร่นกลับไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้แม่ค้าร้านส้มตำที่กำลังขายของอยู่บริเวณหน้าปากซอย พากันวิ่งหนีทิ้งร้านในทันที เนื่องจากทนพิษกลิ่นแก๊สน้ำตาไม่ไหว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน