ยอมรับทำเองคนเดียว
แต่ยันยังไม่ปรับครม.
ผู้กองดังโชว์ใบลาออก
อ้างเตรียมไว้ก่อนแล้ว
โหวตรธน.วาระ3วันนี้
ปลดฟ้าผ่า ‘ธรรมนัส-นฤมล’ พ้นรัฐมนตรี ราชกิจจาฯประกาศมีผลตั้งแต่ 8 ก.ย. ‘บิ๊กตู่’ ยอมรับ ทำเองคนเดียว แต่ยันยังไม่ปรับครม.ตอนนี้ ‘ธรรมนัส’ แถลงแก้เกี้ยว โชว์ใบลาออก อ้างเคยหารือ ‘บิ๊กป้อม’ ไว้แล้วก่อนหน้า อยากทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่คอยรับใช้ใคร ไม่สบายใจปัญหาศึกซักฟอกไม่จบ แย้มอาจไปสร้างบ้านหลังใหม่ ‘บิ๊กป้อม’ ปัดโยกนั่งมท.1 แทน อนุพงษ์ ปฏิเสธมีดีลเพื่อไทย โหวตผ่านร่างแก้รธน.วาระ 3 ด้านส.ว.ยันเปิดฟรีโหวต-ไม่มีใบสั่ง นายกฯ ขู่ฟ้องคนขยี้ปมแจกกล้วยส.ส.

โปรดเกล้าฯ‘ธรรมนัส-นฤมล’พ้นรมต.
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ บัดนี้ นายกฯ ได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีดังต่อไปนี้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ย.2564
‘ธรรมนัส’แก้เกี้ยว-ขอลาออก
เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรรมนัส แถลงว่า วันนี้ตนขอใช้เวทีรัฐสภาแถลงข่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่สบายใจ และนอนคิดมาหลายเดือนแล้ว นั่นคือตำแหน่งรมช.เกษตรฯ ที่พล.อ.ประยุทธ์ให้เกียรติตนได้ทำงานเพื่อประชาชนมา 2 ปีกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ เนื่องจากตนตั้งมั่นมาโดยตลอดว่าหากวันหนึ่งได้มีโอกาสมารับใช้ประชาชน ตนยึดมั่นว่าจะทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติและบ้านเมือง แต่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งมา บรรยากาศการบริหารช่วยราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ และตนอยากกลับไปอยู่จุดเดิมของตน นั่นคือการเป็นส.ส. เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน
ตนต้องการทำงานอื่นที่เข้มแข็งเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่คอยรับใช้ใครหรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม ที่ผ่านมาปรึกษาครอบครัวมาหลายวันแล้ว โดยได้ข้อยุติว่าจะลาออกจากรมช.เกษตรฯ ซึ่งได้ลงนามไว้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. และตั้งใจว่าจะยื่นเอกสารตั้งแต่ 8 ก.ย.แล้ว แต่เลขานุการของตนเข้าใจผิดว่าจะยื่นวันที่ 9 ก.ย.
“วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกเส้นทางการเดินของผมใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น ผมขอกราบขอโทษพี่น้องประชาชน ที่วันนี้ผมไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่ผมรับรับปาก ผมตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะกลับไปตั้งต้นที่ จ.พะเยา ทำงานให้พี่น้องชาวพะเยา และจังหวัดอื่นๆ หากผมกลับไปมีอำนาจอีกครั้ง มีวาสนาอีกครั้ง ผมตั้งมั่นว่าจะทำงานเพื่อบ้านเมือง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
อ้างปัญหาไม่จบ-ไม่สบายใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้มาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ผ่านมาหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก่อนโหวตเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ตนได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้ว ว่าจะตัดสินใจลาออกตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. แต่พล.อ.ประวิตรได้ห้ามไว้ ตนก็เชื่อ แต่เมื่อมาไตร่ตรองดูพบว่าทางเดินชีวิตที่จะทำเพื่อประชาชนจะต้องเดินไปอีกไกล จึงตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง
ต่อข้อถามว่า แสดงว่าจากการที่ได้พูดคุย และขอโทษนายกฯ ก่อนหน้านี้ปัญหายังไม่จบใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่จบ เพราะตนไม่สบายใจ เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำไป หมายความว่า ถ้าเราพูดด้วยเหตุผลแล้วไม่เกิดประโยชน์ วิธีการที่ดีที่สุด คือต้องตัดสินใจด้วยตนเอง
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนไม่ชอบบรรยากาศบ้านเมืองที่มีความแตกแยก และมองไม่เห็นอนาคต ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ส่วนบรรยากาศในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ร้ายยิ่งกว่า แต่ตนไม่ขอพูดรายละเอียด เพราะเราออกมาแล้ว สำหรับแรงกระเพื่อมทางการเมืองหลังจากนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่มาจากตน จะไม่ทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย
แย้มอาจสร้างบ้านหลังใหม่
ส่วนความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร ยังเหมือนเดิม ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าอีกสองคนแตกหักเลยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้แตกหัก แต่ตนเลือกเดินเส้นทางของตน ซึ่งอาจจะสร้างบ้านหลังใหม่ ส่วนจะมีคนอื่นไปด้วยหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบแทนคนอื่นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทย (พท.) อยู่ในตัวเลือกด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “มีพรรคมาจีบผมเยอะแยะ และไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นพรรคพะเยา หรือพรรคพลังพะเยา หรืออาจจะเป็น อีสานล้านนนาก็ได้ ทุกอย่างผมเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆ นี้จะได้เห็นโฉมหน้าแน่ๆ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกลับไปที่ทำการพรรคพลังประชารัฐอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ไปเหยียบตรงนั้น ไม่ชอบ ไม่อยากฝืนใจตัวเอง ต่อข้อถามว่า มีปัญหากับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าและผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นเจ้าของตึกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีกับนายสันติ แต่ตึก นั้นฮวงจุ้ยไม่ดี เป็นอาคารแปลกๆ เมื่อถามว่ายังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังเป็นอยู่ ยังไม่ได้ลาออก แต่หลังจากนี้ตนจะลงพื้นที่ถี่กว่าตอนเป็นรัฐมนตรี และจะลงพื้นที่ในช่วงที่มีการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เวลา 16.30 น. มีรถบรรทุก รถตู้ไม่น้อย 3-4 คัน เข้ามาขนของในห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กระทรวงเกษตรฯ แต่เข้าห้องไม่ได้ เพราะคนถือกุญแจยังเดินทางมาไม่ถึง จึงขนเอกสารและของสำคัญของทีมงานออกไปก่อน
‘บิ๊กตู่’ลั่นทุกอย่างอยู่ที่ผม
เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยมีรายงานว่าไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร จากนั้นเวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์มาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามสําหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง (ICU) โครงการลมหายใจเดียวกัน ของกลุ่ม ปตท. ที่โรงพยาบาลปิยะเวท ขณะที่รับฟังรายงานจากโรงพยาบาลสนามฯ มีคณะทำงานโทรศัพท์แจ้งพล.อ.ประยุทธ์ ว่าร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้านิ่งๆ
เวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล พ้นจากตำแหน่งว่า ได้ข่าวเมื่อกี้นี้รัฐมนตรีลาออก เขาก็เคยพูดไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ออกไปเป็นส.ส ก็สามารถช่วยประชาชนได้ เดี๋ยวคงเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐจะไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีหยุดยั้ง มีคนทำงานให้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าถือเป็นการลาออกหรือปลดออกจากตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เขาลาออก ผู้สื่อข่าวถามว่ามีราชกิจจานุเบกษาประกาศให้พ้นตำแหน่ง นายกฯ กล่าวว่า “เอาแหละ ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ” ผู้สื่อข่าวถามว่าเนื้อหาในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกฯ เป็นผู้กราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่ง เท่ากับปลดออกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเลี่ยงว่า “ของผม ทำของผม” ต่อข้อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล มาลาออกกับนายกฯ ก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น มันอยู่ที่ตน ตนทำของตน ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเหตุผลอะไร นายกฯ กล่าวว่า “เหตุผลของผม ก็คือเหตุผลของผมสิ เอ้อ”
ยันยังไม่ปรับครม.
ต่อข้อถามว่าเป็นการทำงานไม่ได้เป้าหรือเปล่า นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของตน เมื่อถามว่าการทำงานในฐานะรัฐมนตรีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประชาชนก็ดูเอาแล้วกัน เมื่อถามว่าเป็นผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ที่จะโค่นล้ม นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งหมดข่าวก็มาจากสื่อทั้งนั้น โอเคนะ ขอบพระคุณนะจ๊ะ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ระบุจะไม่ปรับครม. แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจะปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวคอยดู คอยฟังข่าว ต่อข้อถามว่าจะปรับกี่ตำแหน่ง นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ปรับใครในตอนนี้ เมื่อมีรัฐมนตรีลาออกก็ทำให้มีตำแหน่งว่าง ตนยังไม่ปรับคนเข้า
ผู้สื่อข่าวถามว่าร.อ.ธรรมนัสถือเป็นทายาท 3 ป.ทางการเมือง ตอนนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 ป.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันมีเกณฑ์อะไรนักหนา เมื่อถามว่าสรุปการลาออกของ 2 รัฐมนตรีเป็นผลจากการอภิปรายหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการอภิปราย แล้วเอามือตบหน้าอกกล่าวว่า “ทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อการบริหารงาน ไม่ต้องยืนยันนอนยันอะไรทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องของนายกฯ”
‘วิษณุ’ชี้ชัด 2 รมช.ถูกปลด
เมื่อเวลา 17.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่ นายกฯ ถวายคําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ นั่นหมายถึงตั้งแต่เวลา 01.00 น.ของวันที่ 8 ก.ย.64 อย่างไรก็ตามตนเพิ่งทราบข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสแถลงข่าวได้ทำจดหมายลาออก ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไร แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้ต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น รัฐธรรมนูญระบุไว้เพียงแค่ให้มีรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 36 คน ดังนั้น จะปล่อยให้ทิ้งว่างก็ได้ เนื่องจากทั้งสองตำแหน่งนี้เป็น รมช. ไม่ใช่ รมว. ส่วนงานในหน้าที่ของสองรัฐมนตรีจะต้องกลับคืนสู่ รมว. เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีใครคิดหรอก มีแต่สื่อที่คิด ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล
เปิดปม-นายกฯถูกหักหลังก่อน
รายงานข่าว เปิดเผยว่า สำหรับปมแตกหักจนมีการปลดร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล เรื่องหนึ่งมาจากหลังการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคะแนนไว้วางใจรองบ๊วย และมีคะแนนไม่ไว้วางใจมากที่สุด จนถึงกับปรารภกับคนใกล้ชิดว่า “มีคนหักหลัง ให้ไปดูหน่อย”
ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จากนี้ต้องจับตาว่าจะมีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หรือไม่ โดยเฉพาะเก้าอี้เลขาธิการพรรคที่ร.อ.ธรรมนัส นั่งอยู่ เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนตอนหนึ่งว่าจะขอเลือกเส้นทางเดินใหม่ และอาจจะสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรคและ ผู้อำนวยการพรรค เป็นแคนดิเดตเลขาธิการพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสันติได้แยกตัวออกจากกลุ่ม 4 ช. และประกาศตัวสนับสนุนนายกฯ อย่างชัดเจน
‘บิ๊กป้อม’ปัดโยกนั่งมท.1
เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับครม. ให้พล.อ.ประวิตร ไปเป็นรมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณเป็นรมช.มหาดไทยว่า ใครให้ข่าว แล้วใครอยากจะไป เพราะพล.อ.ประยุทธ์ บอกแล้วว่าไม่มีการปรับครม. สื่อจะมาถามอะไรกันอีก ผู้สื่อข่าวถามว่า 3 ป. ยังกลมเกลียวและยังอยู่ตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เออ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้วพรรคจะนัดส.ส.ทานข้าวกระชับความสัมพันธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ผมไม่หิวอะ” ต่อข้อถามว่า ลำบากใจหรือไม่กับสถานการณ์ภายในพรรค พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีลำบากใจเลย ไม่มี ก็เป็นไปตามที่ตนบอกแล้ว สื่อจะมาถามกันทำไม ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐยังเป็นหลายกลุ่มหลายก๊ก พล.อ.ประวิตรปฏิเสธเสียงสูงว่า “ไม่มีหรอก อยู่กลุ่มผมนั้นแหละ ผมก็ดูแลอยู่เห็นไหมละ” ส่วนกระแสข่าวการย้ายที่ทำการ ย่านถนนรัชดา กทม. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่คิดจะย้าย ยังไม่คิด”
ปัดดีลเพื่อไทยโหวตผ่านรธน.
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ ในการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่…) พ.ศ…. (แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง) วาระ 3 ในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 10 ก.ย. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่สมาชิกพรรค เพราะเป็นสิทธิของเขา ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวอยากให้เป็นทิศทางใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีส่วนตัว เดี๋ยวจะมาถามกันอีก
ต่อข้อถามว่ากังวลในส่วนของพรรคเล็กหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กังวลแล้วแต่ ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนส.ว.กังวลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เป็นสิทธิของเขา เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต พล.อ.ประวิตร มีการเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ตอบแล้ว เดี๋ยวจะเขียนไปกันอย่างอื่น”
วิปรัฐบาลลุ้นเสียงส.ว.ชี้ชะตา
เวลา 13.15 น.ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวก่อนประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ถึงแนวโน้มเสียงของส.ว.ว่า แนวโน้มไปตอบแทนกันไม่ได้ แต่ของพวกเราตอบได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เช็กเสียงว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระ 3 หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ต้องไปถามส.ว. แต่คิดว่าในวาระแรกเขาให้มาแล้ว 200 เสียง วาระที่สอง 180 เสียง ส่วนวาระสามก็ขอเกิน 83 เสียง
เมื่อถามว่าเสียงในพรรคพลังประชารัฐไม่ห่วง แต่ห่วงเสียงส.ว.ใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ใช่ มีแต่เสียงส.ว. ส่วนเสียงพรรคร่วมก็ให้เขาแสดงท่าทีและเขาแจ้งกลับมานานแล้ว มีที่งดออกเสียงและโหวตไม่รับ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ตนโทร.ไปหาพล.อ.ประวิตร เพื่อรับมอบนโยบายเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตรให้แจ้งต่อที่ประชุมพรรคให้สนับสนุนการแก้ไข โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตนจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เพื่อให้เป็นความเห็นร่วมกันของส.ส.และเป็นแนวทางปฏิบัติของพรรคว่าเราเห็นร่วมกัน โดยการชี้แนะตามนโยบายของหัวหน้าพรรค ดังนั้นส.ส.พรรคจะโหวตในทิศทางเดียวกันให้เป็นเอกภาพ
ปชป.หนุนชัวร์-ภท.งดออกเสียง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวกรณีกระแสข่าวว่าส.ว. อาจไม่ผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่า จะผ่านหรือไม่ผ่านเกินกำลังพรรคประชาธิปัตย์ จะกำหนดหรือดำเนินการอะไรให้ครบถ้วนทั้งหมดได้ แต่อย่างน้อยที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันในการทำหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ และการประชุมส.ส. พรรควันที่ 8 ก.ย. ได้ข้อยุติแล้ว ทุกคนมีความเห็นร่วมกันว่าจะลงมติไปในทางเดียวกัน คือจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3
ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้ใส่พานไปให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าดูประโยชน์ของพรรคการเมืองก็มีได้มีเสียทุกพรรค หากเอาประโยชน์ของพรรคการเมืองเป็นที่ตั้งคงแก้ไขไม่ได้เลย รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขจะผ่านได้ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งสามส่วน หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งรัฐธรรรมนูญก็ไม่ผ่าน ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมและร่วมมือกัน ขอให้ยึดหลักประโยชน์การสร้างพรรคการเมืองในอนาคตให้เข็มแข็งได้หรือไม่ เพราะเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงยืนยันในจุดยืนของพรรคเหมือนเดิม คือ ส.ส.ทุกคนจะงดออกเสียง เพราะเรางดออกเสียงมาตั้งแต่วาระ 1 และ 2 เนื่องจากเห็นว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นการดำเนินการเพื่อพรรคการเมืองและนักการเมืองเท่านั้น อีกทั้งพรรคไม่มีความเห็นเรื่องบัตรเลือกตั้งเพราะจะเป็นใบเดียวหรือ 2 ใบ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมทุกแบบ
พท.เชื่อผ่านหรือไม่ขึ้นกับ‘บิ๊กตู่’
ด้านนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การตัดสินโดยการลงมติของรัฐสภา รัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือ 84 เสียง ดังนั้นจะผ่านหรือไม่จึงอยู่ที่ ส.ว. และขอเรียกร้องให้ ส.ว.และผู้มีอำนาจ คิดถึงพี่น้องประชาชนบ้าง วันนี้สถานการณ์ต่างๆ ของประเทศที่วิกฤต การแก้ปัญหาล่าช้า พี่น้องประชาชนต้องยากลำบากในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้เสถียรภาพที่มาจากรัฐธรรมนูญนี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด อย่าขัดขวางการสร้างประชาธิปไตย คืนโอกาสให้พี่น้องประชาชน ฉวยโอกาสคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต่ออายุรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้อยู่ในอำนาจต่อไป
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระ 3 ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จะส่งสัญญาณอย่างไร ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด เพราะพล.อ.ประยุทธ์ คุมเกมในสภา สามารถสั่งบุคคลในเครือข่ายคสช.ได้ว่าต้องการให้โหวตแบบไหน
ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส. พิษณุโลก พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงว่า การลงมติครั้งนี้หลักใหญ่อยู่ที่ ส.ว. คงต้องคิดหนักว่าจะโหวตอย่างไร หากมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะคว่ำกติกานี้เพราะหลายคนไม่เห็นด้วย โจทย์หนักจะอยู่ที่ ส.ว. ซึ่งพรรคก้าวไกลจะประชุมก่อนมีมติอีกครั้งเช้าวันที่ 10 ก.ย. ว่าจะงดออกเสียง หรือโหวตคว่ำ
ส.ว.ยันฟรีโหวต-ไม่มีใบสั่ง
พล.อ.นพดล อินทปัญญา ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.ฟรีโหวต ไม่มีใบสั่งให้คว่ำหรือให้หงาย เพราะแต่ละคนล้วนมีเหตุผลและใช้ดุลพินิจส่วนตัวพิจารณา ส่วนตนพิจารณาผ่านความเห็นชอบตั้งแต่วาระที่ 1 และ 2 ในวาระ 3 ก็จะให้ผ่านเช่นกัน
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยและจะยกมือรับผ่านวาระ 3 เเน่นอน
ด้านพล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ส.ว. กล่าวว่า เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 60 ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ และต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น เกิดพรรคขนาดเล็กจำนวนมาก ปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ผ่านมาคือการคิดคำนวณส.ส.พึงมี ดังนั้น การเสนอแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่จึงผิดโจทย์ ต้องแก้ที่พ.ร.ป.หรือกฎหมายลูก
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. โพสต์ เฟซบุ๊กว่า ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็น MMM บัตร 2 ใบ 400:100 คู่ขนาน มองว่ามีผลกระทบต่อการเมือง คือ ตัดโอกาสพรรคเล็ก ตัดโอกาสพรรคทางเลือก ตัดโอกาสพรรคเกิดใหม่ให้เหลือน้อยลง และอาจทำให้สภาผู้แทนราษฎรขาดความหลากหลายเท่าที่ควร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ก.ย. ค่อนข้างชัดเจนว่าจะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 3 ซึ่งในส่วนส.ส.ที่มีอยู่ทั้งหมด 480 เสียงนั้น มีเสียงสนับสนุนหลักจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชา ธิปัตย์ ที่เอาด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และเมื่อรวมกับเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนาแล้วจะมีเสียงสนับสนุนประมาณ 300 เสียงต้นๆ มากกว่าฝ่ายที่ไม่เอาด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่ประกอบด้วยพรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย และพรรคเล็ก ที่มีเสียงรวมกันประมาณ 170 เสียง
ขณะที่เสียงส.ว.ที่มีอยู่ 250 เสียง ปรากฏว่ามีเสียงก้ำกึ่งสูสีกัน โดยส.ว.ที่จะลงมติไม่รับร่างและงดออกเสียง มีประมาณ 100-130 เสียง เนื่องจากเกรงว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้เกิดเผด็จการเสียงข้างมากในรัฐสภา และเปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยของอดีตนายกฯกลับมามีอำนาจในการเลือกตั้งสมัยหน้า ขณะที่ส.ว.ฝ่ายที่สนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เกิน 84 เสียง เมื่อรวมเสียงส.ส.และส.ว.แล้ว จะได้เสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือเกิน 365 เสียง จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ขณะนี้ทั้งหมด 730 คน
‘บิ๊กตู่’ขู่ฟ้องคนขยี้ปม5ล้าน
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งสภาผู้แทนราษฎรที่ 22/2564 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการกล่าวอ้างมีการแจกจ่ายเงินบริเวณชั้น 3 อาคารรัฐสภา อาศัยข้อบังคับข้อ 9 (3) และ (5) ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 5 คน มีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภา เป็นประธาน ให้ตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประธานกรรมการรับทราบคำสั่ง พร้อมทั้งให้นำเสนอสำนวนการตรวจสอบต่อประธานสภาพิจารณาต่อไป คำสั่งลงวันที่ 4 ก.ย.64
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากคำสั่งแต่งตั้ง ดังกล่าวได้ประชุมครั้งแรกไปแล้วช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ย. และนัดประชุมอีกครั้งเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน โดยจะเชิญนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าให้ข้อมูล และจะเชิญคนอื่นๆ ต่อไป
นายชวนกล่าวว่า ระหว่างนายวิสารอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ตนเป็นประธานอยู่ ได้เขียนหนังสือไปถึงเลขาธิการสำนักสภาให้ช่วยเก็บกล้องวงจรปิด อย่าให้ใครไปลบหรือทำลาย พอเสร็จการประชุมได้ลงมาดูด้วยตนเอง ทราบว่าหน้าห้องรับรองนายกฯ ด้านหน้าในห้องทำงานทั่วไป หรือแม้แต่หน้าห้องทำงานของตนไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องการเก็บกล้องวงจรปิดจึงไม่มีปัญหา
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ กรณีการจ่ายเงินส.ส.เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนก่อนลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อ้างพบหลักฐานเชื่อมโยงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า ยืนยันว่านายกฯ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่ทำเรื่องเช่นนี้เด็ดขาด และนายกฯ ได้ชี้แจงแล้วว่ามี ส.ส.มาเข้าพบเพื่อให้กำลังใจ ไม่ได้มีการแจกเงินทั้งสิ้น ในห้องของนายกฯ มีแต่กระเป๋าเอกสารซึ่งเปิดให้สื่อมวลชนดูแล้ว หากมีความพยายามทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นการเมือง พูดเท็จจนทำให้ นายกฯ เสียหาย นายกฯ ก็จำเป็นต้องมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สั่งปลด – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมร.พ.สนามที่ร.พ.ปิยะเวท กทม. ถึงกรณีสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรฯ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากตำแหน่งรมช.แรงงาน เมื่อวันที่ 9 ก.ย.

ออกหรือปลด – ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เปิดแถลงพร้อมโชว์ใบลาออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรฯ ที่รัฐสภา ขณะที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ก.ย.