คาร์ม็อบกระหึ่มอีกวันนี้ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นัด สตาร์ตเครื่องเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำพ้นเรือนจำ เริ่มต้นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สิ้นสุดหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตร.จ่อหมายจับอีก 3 ราย ผู้สนับสนุนกลุ่มทะลุแก๊สดินแดง ยังไม่พบมีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้อง ประสานผู้เกี่ยวข้องจุดสามเหลี่ยมดินแดงปูพรมปิดพื้นที่อุดช่องโหว่ ล็อกพื้นที่ จบเรื่องจบเหตุในสัปดาห์หน้า บก.น.1 รายงานผลจับกุมผู้ต้องหา ก่อเหตุฉีกแลเผา ทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อ 7 ก.ย.
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. กล่าวว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันเดียวกัน จะมีการรวมตัวกันของกลุ่มหลักๆ ดังนี้ กลุ่มทะลุแก๊สนัดหมายรวมตัวที่แยกดินแดง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป บช.น. ขอเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 31 ส.ค.2564 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทางบช.น.ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว
ส่วนจากการชุมนุมในวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา บริเวณแยกดินแดงนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กลุ่มทะลุแก๊สและมีกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนมาร่วมสนับสนุน ได้ทุบทำลาย ขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะๆ และจุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ ใต้ทางด่วน เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณ ประโยชน์เสียหายจำนวนหนึ่ง ทำให้ประชาชนผ่านไปผ่านมาได้รับความเสียหาย โดยทาง บช.น. จะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งตัวการและผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดทุกรายต่อไป หากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดและได้รับโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ อีกด้วย ส่วนผู้ใดที่นำเข้า ส่งต่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนเพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด และอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย จะเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ส่วนผลสรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนก.ค. 2564 ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 190 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 699 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 454 คน
ส่วนข้อความกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายสื่อ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุละเมิดกฎหมายมาโดยตลอด มีการข่มขู่พี่น้องประชาชนชาวแฟลตดินแดง คุกคามสื่อมวลชน บช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล โดยขอให้กลุ่มสื่อมวลชนระมัดระวังในการถูกทำร้ายเพื่อให้เป็นประเด็น จากการข่าวยืนยันว่ามีการสร้างสถานการณ์ โดยมีบุคคลปลอมตัวเป็น นักข่าว บุคลากรทางการแพทย์ ขอให้ข้อมูลข่าวสาร ผลักดันผู้ปลอมตัวออกมา อาจจะทำร้ายสื่อมวลชน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ประเด็นคุกคามสื่อนั้น สื่อมวลชนต้องแบ่งไปอยู่ในพื้นที่ทั้งฝั่งตำรวจและกลุ่ม ผู้ชุมนุม บริเวณใดสุ่มเสียงต้องระมัดระวัง แต่หากถูกคุกคามขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกคุกคาม ทั้งนี้ ตำรวจได้ตรวจยึดรถกลุ่ม ผู้ชุมนุมมาแล้วกว่า 200 คัน ทั้งรถขยายเสียงและรถจักรยานยนต์ ส่วนจะมีการปิดล้อมทุกพื้นที่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากอยู่ระหว่างประสานงาน ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อดำเนินการ หากเป็นไปได้ สัปดาห์หน้าจะจบเรื่องดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ส่วนผู้นำอาวุธสนับสนุนให้มาก่อเหตุนั้น มีข้อมูลอยู่แล้วโดยนำอาวุธมาส่งมาจำหน่าย บางกลุ่มนำเอามาใช้ด้วย ก็จะเป็น ผู้สนับสนุน ผู้มาส่งอาวุธที่นำมาก่อเหตุมากระทำผิดร่วมก่อเหตุด้วย ก็จะถือเป็นตัวการร่วม ตำรวจมีข้อมูลในระดับหนึ่ง คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าออกหมายจับผู้สนับสนุน 3 ราย ทั้งนี้ ยังไม่พบกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องถึงขั้นดำเนินคดีได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน. ดินแดง ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 รายเพิ่มคือ 1.น.ส.มาริษา หรือแบ๋ม มะโนสา อายุ 22 ปี ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1473/64 ข้อหา ร่วมกันกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 216 และ 2.นายกษิดิ์เดช หรือซา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัว ที่ 29/64 ข้อหา ร่วมกันกระทำผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ, มั่วสุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215,216
จากการสอบถาม นายกษิดิ์เดช คบหาเป็นแฟนกับ น.ส.มาริษา มาประมาณ 1 เดือน อาศัยอยู่กับฝ่ายหญิงที่ซอยประเสริฐมนูกิจ 20 โดยนายกษิดิ์เดช หรือซา ให้การว่า เคยเข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2563 โดยในกลุ่มมีประมาณ 20 คน และเคยก่อเหตุ แขวนป้ายผ้า ที่บริเวณบางซื่อ สะพานควาย และหน้ารัฐสภา ส่วนน.ส.มาริษามาเข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. เหตุที่เข้าร่วมการชุมนุมเพราะถูกนายกษิดิ์เดช ชักชวน โดยเป็นคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเหตุการณ์ขณะนายกษิดิ์เดชฉีกและเผาทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านลุ่มทะลุแก๊สนัดรวมพลแสดงพลังขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง เวลา 18.00 น. วันเดียวกัน จากนั้นเวลา 18.30 น. อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลวัยรุ่นชาย 2 ราย ซึ่งมีผู้ให้ข้อมูลว่า ถูกยิงด้วยกระสุนยางจากบริเวณด้านหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก เข้าที่กลางหน้าผาก แผลกว้าง 1-2 เซนติเมตร ส่วนอีกรายถูกยิงเข้าที่กลางหลัง จากนั้นได้นำตัวทั้งหมดส่งรักษาที่โรงพยาบาล
ต่อมาเวลา 20.30 น. กลุ่มของผู้ชุมนุมบางส่วนขับรถจักรยานยนต์จากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมายังหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก จากนั้น ได้ขว้างปาประทัด ระเบิดปิงปอง และยิงพลุไฟเข้าไปภายในกองดุริยางค์ทหารบก ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ยิงกระสุนยางตอบโต้เป็นระยะๆ โดยที่ยังไม่มีการวางแนว คฝ. ออกมาที่ถนนวิภาวดีฯ แต่อย่างใด ส่วนบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีการจุดไฟเผายางบนถนน
ด้านเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นัดชุมนุมวันที่ 10 ก.ย. ในรูปแบบคาร์ม็อบ เรียกร้องปล่อยตัวแกนนำออกจากเรือนจำ โดยเริ่มเวลา 11.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี สะพานพระราม 7 อุโมงค์รัชดาภิเษก-ลาดพร้าว ศาลอาญา และสิ้นสุดที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทะลุเดือด – กลุ่มทะลุแก๊สขับขี่รถจักรยานยนต์จากสามเหลี่ยมดินแดงไปรวมตัวหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ก่อนถูกเจ้าหน้าที่คฝ.ยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม เมื่อค่ำวันที่ 9 ก.ย.