ราชทัณฑ์โต้วุ่น ข่าวผู้คุมรุมผลักเพนกวินหัวคะมำกับพื้นจนได้รับบาดเจ็บ แจงแค่พยายามคุมตัวส่งกลับเรือนจำธัญบุรี แต่ ผู้ต้องขังขัดขืนจึงต้องใช้เจ้าหน้าที่ช่วยกันควบคุม ยันไม่ได้ทำร้ายถึงขั้นได้รับอันตราย และได้พบกับทนายความที่ขอเข้าเยี่ยมระหว่างส่งตัวกลับ ด้านเครือข่ายประชาธิปไตยจัดคาร์ม็อบขับตระเวนไปศาลอาญา ยื่นร้องอธิบดีขอให้ผู้ต้องหาคดีการเมืองได้รับการประกันตัว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 10 ก.ย. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ประกอบด้วย เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ทะลุฟ้า, 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเฟมินิสต์ปลดแอก จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ยื่นหยุดขัง เดินทางมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาถึงศาลอาญา รัชดา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง โดยเจ้าหน้าที่ภายในศาลได้มีการปิดประตูรั้วศาลอาญา มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.จำนวนหนึ่ง และรถน้ำแรงดันสูงเพื่อรับมือ

ยื่นหยุดขัง – กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ‘ยื่นหยุดขัง’ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน มายังศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ยื่นเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

ขณะที่กลุ่มคาร์ม็อบมาถึงศาลอาญา ได้มีโปรยกระดาษมีข้อความต่างๆ ลงมาจากสะพานลอยหน้าศาลอาญา อาทิ เธอไม่ต้องกลัวเธอไม่ผิด ชีวิตของคนช่างหมานหมอง ความอธรรมขังได้แต่กายเธอ แต่หัวใจของเธอจะโบยบิน, ปล่อยเพื่อนเรา, มาหาเพื่อนคิดถึงเพื่อน จากนั้นตัวแทนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ที่หน้าประตูศาลอาญา

หลังจากยื่นหนังสือที่ศาลอาญาเสร็จ กลุ่มคาร์ม็อบได้เดินทางต่อไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในขณะที่มีฝนโปรยปรายลงมา เมื่อถึงเรือนจำที่มีกลุ่มของนายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรือ อาเล็ก และเพื่อน มีการขึงผ้าใบตั้งเครื่องขยายเสียงไว้ต้อนรับ

จากนั้นตัวแทนกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ปล่อยนกพิราบ 7 ตัว เพื่อที่จะให้เพื่อนทั้ง 7 คนได้รับอิสรภาพเหมือนนกทั้ง 7 ตัว พร้อมทั้งตีกลองเพื่อให้เพื่อนๆ ที่ถูกคุมขังอยู่ได้ยิน

วันเดียวกัน นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อโซเชี่ยลว่า เพนกวิน-นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ถูกผู้คุมกว่าสิบคนผลักล้มหัวฟาดพื้น ระหว่างที่จะพาตัวออกจากโรงพยาบาลในช่วงที่ทนายกำลังจะเข้าเยี่ยม เพนกวินจึงขอรอพบทนายก่อน แต่ผู้คุมไม่ยอม โดยผู้คุมกว่าสิบคนเข้ามาล็อกตัวและพยายามลากออกไป ทั้งยังผลักจนล้มหัวฟาดพื้น และบอย-นายธัชพงศ์ แกดำ ที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย แต่กลับโดนผู้คุมใช้กำลังพร้อมกับด่าว่า “อย่าเสือก” นั้น

นายธวัชชัย กล่าวว่ากรณีดังกล่าวกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่า ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ ทีมแพทย์และพยาบาลของทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกายผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายชาติชาย แกดำ โดยอาการทั่วไปปกติดี และแพทย์ได้ลงความเห็นว่าหายจากการติดเชื้อ โควิด-19 แล้ว จากนั้น นายพริษฐ์และเพื่อนได้โต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ แสดงออกถึงความไม่ต้องการที่จะถูกส่งตัวกลับไปยังเรือนจำปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดถึงความจำเป็นและนำรถเข็นมารับ แต่นายพริษฐ์ก็ยังใช้กำลังขัดขืน ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานเรือนจำจึงได้ช่วยกันคุมตัวขึ้นรถเข็น โดยไม่มีการทำร้ายร่างกายตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งต่อมานายพริษฐ์ได้เข้าพบทนายตามปกติ

โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวต่อว่า จากนั้นในเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ส่งตัวกลับไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่แดน 2 ห้องควบคุมที่ได้ฆ่าเชื้อทำความสะอาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ซึ่งเป็นห้องเดียวกับนายพรหมศร ธรรมจารี โดยทั้งหมดต้องถูกแยกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อสังเกตอาการผู้ที่หายจากการติดเชื้อตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดพร้อมมีทีมแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องขังทั้งหมดมีสุขภาพร่างกายปกติดี มิได้เกิดเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว และไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดผลักให้นายพริษฐ์ล้มศีรษะฟาดพื้นตามที่กลุ่มทางการเมืองสร้างกระแสข่าวแต่ อย่างใด จึงขอเตือนพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน พร้อมทั้งขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 10 ก.ย. มีการรวมตัวกันของกลุ่มหลักๆ ดังนี้ 1.กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นัดหมายทำกิจกรรมคาร์ม็อบ เริ่มเวลา 11.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ศาลอาญา ไปสิ้นสุดที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 2.กลุ่มทะลุแก๊ส เริ่มนัดหมายรวมตัวเวลา 17.00 น. ที่แยกดินแดง บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพ มหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทาง บช.น. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 9 ก.ย.บริเวณแยกดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ส และมีกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนมาร่วมสนับสนุนว่า ผู้ก่อเหตุได้มีการขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดแสวงเครื่อง ไปป์บอมบ์ต่างๆ หน้ากรมดุริยางค์ทหารบก และจุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ บริเวณใต้ทางด่วน เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณประโยชน์เสียหายจำนวนหนึ่ง และมีประชาชนในละแวกดังกล่าวได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ผลักดันกลุ่มดังกล่าวออกจากพื้นที่

ทั้งนี้ บช.น. จะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งตัวการและผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดทุกรายต่อไป และหากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดและได้รับโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ อีกด้วย ส่วนสรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนก.ค. มาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 199 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 701 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 456 คน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวน 107 หมาย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เวลา 18.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ที่สามแยกดินแดง เริ่มมีกลุ่มทะลุแก๊สเข้าพื้นที่มาประปราย เพื่อทำกิจกรรม มีการขับขี่รถจยย.วนไปมาอยู่ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ในกรมดุริยางค์ทหารบก ยังไม่มีความเคลื่อนไหวออกมา

ขณะที่กลุ่มทะลุแก๊สบางส่วนที่อยู่แยกดินแดง ได้ขึ้นไปทุบทำลายกล้องวงจรปิด แล้วเอามาเผา จากนั้นก็มีเสียงประทัด พลุไฟ และระเบิดปิงปองดังเป็นระยะ

เมื่อเวลา 20.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำไฟลุกไหม้ ที่บริเวณถนนวิภาวดีฯ ฝั่งขาเข้า ช่องทางด่วน ก่อนถึงด่านดินแดงประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ.ที่ประจำการอยู่ภายในกรมดุริยางค์ทหารบกได้นำรถจีโน่ออกมาฉีดน้ำดับเพื่อดับไฟ นอกจากนี้ ยังมีผู้ติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงเร่งปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือ เบื้องต้นคนเจ็บถูกนำตัวออกจากรถและนำส่งร.พ.ใกล้เคียง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงระบุว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากการที่รถผู้เสียหายหักหลบรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่วิ่งตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวปาประทัดยักษ์ใส่เจ้าหน้าที่ที่บริเวณดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้พากันกลับไปรวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง

กลางม็อบ – รถยนต์เก๋งของประชาชนหักหลบกะทันหันจนพลิกคว่ำ ได้รับความเสียหาย ขณะขับผ่านถนน วิภาวดีรังสิต ขณะที่เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมกลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง กทม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ย.

ยื่นหยุดขัง – กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ‘ยื่นหยุดขัง’ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน มายังศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ยื่นเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัว นักกิจกรรมทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน