19องค์กรนศ.ออกโรง
บช.น.ระบุตร.ก็โดนบึ้ม

รุมประณามรัฐกระทำการรุนแรง โหดเหี้ยมป่าเถื่อนต่อชาวบ้านแถมปิดกั้นสื่อนำเสนอข่าว หลังตำรวจคฝ. ลุยไล่จับไปถึง 52 ราย ม็อบทะลุแก๊สในคืนเดียว เผยมีเด็ก-เยาวชนด้วยถึง 9 ราย ศูนย์ทนายฯรายงานทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีข้อหาหนัก ด้านชาวดินแดงวอนตำรวจลดใช้ความรุนแรง เจ้าของร้านข้าวต้มยืนยันมีเด็กถูกถีบตกจากหลังคาจริง ขณะที่‘รองต๊ะ’อ้างน่าจะเป็นข่าวปลอม ระบุจะทำให้ปัญหาหมดไปโดยเร็วที่สุดตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ ‘เบนจา อะปัญ’ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เผยโดนหมายจับคดีชุมนุมแยกอโศกมนตรี

คฝ.ลุยจับรูดกว่าครึ่งร้อย

วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ชุมนุมที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อช่วงค่ำจนถึงดึกวันที่ 11 ก.ย.ว่า มีผู้ถูกจับกุมไปทั้งหมด 52 คน เป็นชาย 40 คน หญิง 12 คน เป็นผู้ใหญ่ 43 คน และเด็กหรือเยาวชนอีก 9 คน ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่ายี่สิบห้าคนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหสถานในเวลา ห้ามโดยผิดกฎหมาย” ทั้งนี้ได้มีการคุมตัวผู้ชุมนุมไว้ที่ บช.ปส.,สน.พหลโยธิน,สน.ดอนเมือง และสน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 12 ก.ย. มีจำนวนผู้ถูกจับรวมอย่างน้อย 78 คน ถูกควบคุมตัวไว้ที่สน.ดินแดง จำนวน 25 คน ส่วนทีมแพทย์อาสานั้นถูกปล่อยตัวโดยไม่แจ้งข้อหาไป ที่สน.พหลโยธิน มีเยาวชนถูกควบคุมไว้ 8 คน, บช.ปส. 19 คน ถูกส่งตัวไปร.พ.ตำรวจ 2 คน รวม 21 คน, สน.ดอนเมือง 23 คน เยาวชน 1 คน รวม 24 คน

บช.น.ซัดม็อบละเมิดกฎหมาย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น.และโฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กรณีนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ วันเดียวกันนี้ คือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ นัดหมายเวลา 17.30-20.30 น. ประกาศยกระดับการปะทะที่สามเหลี่ยมดินแดง และกลุ่มทะลุแก๊ส นัดหมายที่แยกดินแดง จึงขอเตือนว่า กทม.ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุม หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่งด้วย

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 ก.ย. มีการจัดกิจกรรม 2 กลุ่มหลักๆ คือ1.กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ได้มายื่นหนังสือถึงสมเด็จพระสังฆราช ที่วัดราชบพิธฯ ไม่มีเหตุรุนแรง

ส่วนกลุ่มที่ 2. คือกลุ่มทะลุแก๊สที่บริเวณแยกดินแดง เริ่มรวมตัว 17.30 น.พบมีการละเมิดกฎหมายขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดต่างๆ อาทิ ระเบิดแสวงเครื่องที่มีความรุนแรงมากขึ้นบริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก มีการนำแผงเหล็กมาปิดการจราจร จุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ ใต้ทางด่วน

เป็นเหตุให้ประชาชนในละแวกดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน และเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนให้ยุติการกระทำและออกจากพื้นที่หลายครั้ง แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอมเชื่อฟังและยังคงก่อความวุ่นวายต่อเป็นระยะๆ หวังให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย

สรุปจับทั้ง 52 ราย-ตร.เจ็บ 1 นาย

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า กระทั่งเวลาประมาณ 21.15 น.เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายและผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ต้องถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ 1 นาย ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมถูกจับกุมทั้งหมด 52 คน เป็นชาย 40 คน หญิง 12 คน เยาวชน 9 คน และต่างด้าวอีก 2 คน ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิกฯ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยมีอาวุธฯ หรือความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อด้วยว่า ทั้งนี้ทาง บช.น.จะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ความรุนแรงและก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งหากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยเช่นกัน ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 203 คดี ผู้ต้องหาทั้งหมด 754 คน ติดตามจับกุมตัวไปได้แล้ว 509 คน

โต้ข่าวตร.ถีบร่วงทะลุหลังคา

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความรุนแรงบริเวณแฟลตดินแดง ที่มีการอ้างว่าเจ้าหน้าที่ถีบผู้ชุมนุมร่วงลงมาทะลุหลังคานั้น ว่า มีการใช้ภาพเตียงนอนข้างเตียงมีเศษแก้วเศษกระจกสีชาเท่านั้น จากการตรวจสอบไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด กรณีดังกล่าวจะให้บช.สอท.ตรวจสอบกรณีนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จ ตนยืนยันว่าไม่มีเด็กตกลงมาแต่อย่างใด ส่วนที่ว่ามีเด็กตกลงมา 4 คนนั้น เพราะเจ้าของบ้านยืนยันก็ต้องตรวจสอบอีกครั้ง แต่ก็ยังยืนยันว่ามีแค่วัตถุตกมาจากหลังคาเท่านั้น

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อถึงกรณีเจ้าหน้าที่คฝ.บุกเข้าไปยังบริเวณแฟลตดินแดง ว่า ตามข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปแค่ชั้นล่าง ชาวบ้านให้ข้อมูลตำรวจเป็นอย่างดี ทุกคนต่างปิดประตูบ้านและยังผลักดันผู้กระทำผิดออกมาจนทำให้ถูกจับกุมไปหลายคน ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่นั้น ทางผบ.ตร.มีความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บ

โดยเฉพาะส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร์ อายุ 28 ปี สังกัดผบ.หมู่.บก.อคฝ. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกประทัดปาใส่หน้าด้านขวา ทำให้มีแผลฉีกขาดที่บริเวณหน้าและตาขวา พบมีเลือดออกในสมอง, กระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก มีแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้าและตาขวา พร้อมกับเน้นให้เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ป้องกันและยุทธวิธีและการใช้กฎหมาย เพราะอุปกรณ์เป็นเครื่องป้องกันแต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะอาวุธปืนหรือระเบิด อุปกรณ์ป้องกันได้แค่ระดับนึงเท่านั้น

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยันมีจริง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณปากซอยดินแดง 1 บริเวณร้านข้าวต้มพอใจตามที่ปรากฏอยู่ในภาพข่าว น.ส.ศิริรัตนา ศิริวัฒนาวุธ เจ้าของร้านดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อคืนมีการเข้าสลายการชุมนุมของตำรวจ ทำให้มีเด็กวัยรุ่นที่มาร่วมชุมนุมวิ่งหนีไปหลบซ่อนในที่ต่างๆ ทั้งในร้านของตนเองที่กำลังจะปิด และใต้อาคารแฟลตดินแดง ต่อมาตนได้ยินเสียงคนตกเข้าไปในบ้านของตนเอง เมื่อมาดูพบว่ามี เด็กวัยรุ่นที่เข้าร่วมชุมนุมตกลงมาในห้องนอน 2 คน และที่บริเวณหน้าร้านอีก 2 คน ทั้ง 4 คนตกทะลุมาจากหลังคาร้านของตนซึ่งเชื่อมต่อกับแฟลตดินแดง ต่อมามีคนเข้ามาช่วยพาน้องๆ ออกไป

“การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเมื่อคืนนี้มีความรุนแรงกว่าทุกครั้ง มีการใช้กระสุนยางยิงใส่บ้านเรือนประชาชน ยิงแก๊สน้ำตาเข้ามาในที่พัก และไล่ต้อนผู้ชุมนุมจนต้องวิ่งหนีขึ้นไปบนหลังคา จนมาเกิดเหตุกับบ้านของฉัน จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่าขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนมากกว่านี้ เพราะการไล่ต้อนและยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาแบบนี้ ชาวแฟลตดินแดงได้รับผลกระทบอย่างมาก มีทรัพย์สินเสียหาย ที่สำคัญที่บ้านของฉันปกติจะมีลูกอายุ 3 ขวบอยู่ด้วย การทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ลูกตนเองกลัว ต้องพาลูกไปฝากไว้อีกที่หนึ่งเพื่อความปลอดภัย” น.ส.ศิริรัตนากล่าว

แฉคฝ.ระดมยิงมาอย่างหนัก

น.ส.ศิริรัตนากล่าวต่อว่า ต่อจากนี้ก็จะไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาเยียวยาซ่อมแซมบ้านให้ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ก็ยากที่จะหาเงินมาซ่อมบ้าน แต่ยังโชคดีที่วานนี้เพจสำนักข่าวราษฎรได้เข้ามารายงานความเสียหายในบ้านของตน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ติดตามอยู่ช่วยโอนเงินบริจาคซ่อมบ้าน ตอนนี้มีเงินโอนเข้าบัญชีมาแล้วประมาณ 5 พันบาท แต่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐติดต่อมาแต่อย่างใด

ขณะที่น.ส.พลอย เจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ กล่าวว่า ร้านของตนเป็นหลังคาเมทัลชีส ก็มีร่องรอยทะลุจากอะไรไม่ทราบ ตอนที่เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและมีประกายไฟลุกขึ้น ตนเองที่อยู่ที่ร้านพอดีต้องรีบหาน้ำมาดับ เพราะใต้หลังคาเป็นที่เก็บน้ำมันเครื่อง หากดับไม่ทันคงเกิดเพลิงลุกไหม้ร้านเสียหายแน่ เมื่อคืนเห็นเจ้าหน้าที่ระดมยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมและบ้านเรือนประชาชนอย่างหนัก ประตูร้านของตนก็ถูกยิงอยู่หลายครั้ง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยระวังความปลอดภัยของประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่านี้

ไทยไม่ทนฯประณามคฝ.

วันเดียวกัน กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปฏิบัติการปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. มีผู้ร่วมชุมนุมและประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ และเดือดร้อนจากการกระทำอย่างอุกอาจโหดร้ายทารุณ การเข้าสลายการชุมนุมมิได้คำนึงถึงขั้นตอนปฏิบัติตามหลักสากล

มีการบุกรุกเข้าทำร้ายประชาชนถึงในเคหสถาน ไล่ล่าผู้ชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้ตกจากอาคารสูงลงทะลุหลังคาบ้าน รวมถึงการข่มขู่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนด้วยการปิดกั้นการทำหน้าที่ แม้แต่เจ้าหน้าที่อาสาพยาบาลที่เข้าไปดูแลยังถูกจับกุมคุมขังถูกปฏิบัติด้วยวิธีการที่รุนแรง การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เกินกว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไร้ซึ่งสามัญสำนึก ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป

ธนาธรจี้สภาสอบ-ชี้เกินเหตุ

ขณะที่สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ เนื้อหาโดยสรุปว่า ขอประณามความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการข่มขู่และลิดรอนเสรีภาพสื่อ สลายการชุมนุมโดยละเมิดซึ่งหลักการสากล ทำร้ายประชาชนถึงเคหสถาน นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับและไม่อาจให้อภัยได้ การต่อสู้เรียกร้องซึ่งสิทธิเสรีภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ควรถูกขนานนามว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อีกต่อไป

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ “ผมขอเรียกร้องให้รัฐสภา ในฐานะองค์กรสูงสุดที่ทำหน้าที่แทนประชาชน สอบสวนการ กระทำเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ และ การละเมิดเสรีภาพสื่อ ที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมที่ดินแดงเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเร็ว อย่าปล่อยให้รัฐลุแก่อำนาจ กระทำกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศแบบนี้อีก”

สุพิศาลชี้เหิมเพราะประยุทธ์

ด้านพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นคำสั่งเร่งจัดการม็อบให้เรียบร้อยก่อนการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงพื้นที่ หลังจากที่การแต่งตั้งโยกย้ายลงตัว รัฐบาลได้ปูนบำเหน็จต่างๆ เสร็จแล้ว ซึ่งการกระชับพื้นที่และปราบปรามผู้ชุมนุมให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ ก็เพื่อจะได้รับการพิจารณาความชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปหรือไม่ และก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากความวุ่นวายในรัฐบาล จนต้องมีการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรีในทุกองคาพยพ และการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างฉับพลันและรุนแรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีปฏิบัตินั้นหรือไม่

พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยมีความชัดเจนจากกรณีผู้เสียหายไปร้องทุกข์ดำเนินคดี และก็ไม่ได้ติดตามเร่งรัดเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้น จนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเหิมเกริมคิดว่ารัฐบาลเอาอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดูแลได้และอย่างไรพวกเขาก็รอด จึงใช้นโยบายและการปฏิบัติการที่รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงขอเรียกร้องไปยังเพื่อนๆ พี่น้องตำรวจอีกครั้ง จงกลับมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อฟื้นคืนเกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจ

19องค์กรน.ศ.นัดถกกมธ.

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องขอให้ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชนจากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อัน เข้าข่ายเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐ ในวันที่ 15 ก.ย. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ในการนี้ เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบ ได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างครบถ้วนรอบด้าน จึงได้เชิญภาคประชาชน อันได้แก่ ผู้แทนองค์การและสโมสรนิสิตนักศึกษา 19 มหาวิทยาลัย

1.องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3.องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4.สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล 5.สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร

6.สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7.องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ 8.องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 9.องค์การนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง 10.องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

11.องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร 12.สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 13.องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา 14.องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 15.องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

16.องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 17.สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 18.องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ และ 19.องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ ผบ.ตร.และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะเข้าร่วมประชุมกับ กมธ.ในวันและเวลาดังกล่าว

ยืนหยุดขัง – กลุ่มพลเมืองโต้กลับนำโดย ‘พ่อน้องเฌอ’ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดา ‘เพนกวิน-พริษฐ์’ นางยุพิน มณีวงศ์ มารดา ‘ไมค์-ระยอง’ และนายบุญเรือง แกดำ บิดา ‘บอย-ธัชพงศ์’ ร่วมยืนหยุดขัง ที่หน้าศาลฎีกา เมื่อวันที่ 12 ก.ย.

‘พ่อเฌอ’นำยืนหยุดขัง

เวลา 17.00 น. ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือพ่อน้องเฌอ ได้จัดกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 28 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย “ปล่อยเพื่อนเรา” เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม

โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวชั่วคราวให้ออกมาสู้คดี อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า แกนนำราษฎรมูเตลู, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย, นายณัฐชนน ไพโรจน์ หรือ ณัฐ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลฎีกา โดนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน และนางยุพิน มณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ หรือ ไมค์ ระยอง นายบุญเรือง แกดำ บิดาของนายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย เดินทางมารอร่วมกิจกรรมด้วย

ทะลุแก๊ส – กลุ่มม็อบทะลุแก๊สจุดไฟเผายางรถยนต์ จุดพลุไฟ และประทัด ปักหลักชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรีให้ลาออก บริเวณใต้ทางด่วนแยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อค่ำวันที่ 12 ก.ย. หลังคฝ.ใช้กำลังรุนแรงกับผู้ชุมนุมเมื่อวันก่อน

ทะลุแก๊สมาตามนัด

ช่วงเวลาเดียวกันบริเวณแยกดินแดง กลุ่มทะลุแก๊สเริ่มรวมตัวกันบริเวณฝั่งตรงข้ามตึกประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด โดยมีรถจักรยานยนต์กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเข้าพื้นที่ จุดประทัดเป็นระยะๆ ที่ใต้ทางด่วน บริเวณแยกดินแดง

ต่อมาเวลา 19.50 น. กลุ่มของผู้ชุมนุมได้แยกออกเป็น 2 จุด โดยบางส่วนขี่รถจักรยานยนต์จากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มายังหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก ขว้างปาประทัด ระเบิดปิงปอง และยิงพลุไฟเข้าไปภายในกรมดุริยางค์ทหารบก

ขณะที่ฝั่งสามเหลี่ยมดินแดง มีการเผาไหม้ยางและสิ่งของต่างๆ ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ประจำการอยู่ภายในกรมดุริยางค์ทหารบก นำรถจีโน่ออกมาดับไฟ พร้อมกับมีตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 1 กองร้อย ออกมาตั้งแนวแล้วกระชับพื้นที่เข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าด่านดินแดง แล้วดับเพลิงประมาณ 15 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนที่จะกลับเข้าไปประจำการที่จุดเดิม ทั้งนี้ ด่านดินแดงได้ปิดบริการชั่วคราว เนื่องจากมีเหตุเพลิงไหม้ เกรงว่าผู้ใช้รถใช้ถนนจะได้รับอันตรายและเกิดความเดือดร้อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน