ครม.อนุมัติ-ได้ต้นปี65 รมว.ถกผู้ว่าเปิดกรุงเทพ ชะลอซิโนฟาร์มฉีดเด็ก มหาชัยวันเดียวป่วย 542

ถกผู้ว่าฯ กทม. จ่อเปิดเที่ยวกรุง ลุยแจก ‘เอทีเค’ 2 ล้านชุดให้คนกรุงเทพฯ รับได้ 2 ช่องทาง อย. ขอเอกสารเพิ่ม ก่อนอนุมัติซิโนฟาร์มฉีด 3 ขวบ สธ.ย้ำให้ยึดมาตรการเข้ม ป้องระบาดซ้ำต.ค. ศบค.เผยเหลือผู้ป่วยไม่ถึง 1.3 แสน หลังพบป่วยเพิ่ม 11,786 ราย เสียชีวิต 136

เหลือรักษาโควิดไม่ถึง 1.3 แสน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เผยสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 11,786 ราย สะสม 1,406,542 ราย หายป่วย 14,738 ราย สะสม 1,262,896 ราย เสียชีวิต 136 ราย สะสม 14,621 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 129,025 ราย อยู่ในร.พ. 37,283 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 91,742 ราย มีอาการหนัก 4,080 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 818 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 5,873 ราย กทม.และปริมณฑล 4,860 ราย (เฉพาะกทม. 2,788 ราย) 4 จังหวัดภาคใต้ 777 ราย เรือนจำ 271 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 5 ราย ได้แก่ ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย และลาว ประเทศละ 1 ราย และกัมพูชา เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย ผู้เสียชีวิต 136 ราย เป็นชาย 78 ราย หญิง 58 ราย อายุ 14-98 ปี ค่ากลางอายุ 68 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 96 ราย คิดเป็น 71% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 28 ราย คิดเป็น 21% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 92% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 12 ราย คิดเป็น 8% ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 13 ก.ย. ฉีดได้ 676,669 โดส สะสม 40,953,025 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 27,540,743 ราย คิดเป็น 38.2% ของประชากร ครบ 2 เข็ม 12,795,707 ราย คิดเป็น 17.8% ของประชากร และเข็มสาม 616,575 ราย

ญี่ปุ่นให้แอสตร้า 2 แสนโดส

นายโทชิมิตสุ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นบริจาควัคซีน โควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเพิ่มให้ชาติเอเชียอีก 1.3 ล้านโดส แบ่งออกเป็นไต้หวัน 500,000 โดส, เวียดนาม 400,000 โดส, ไทย 300,000 โดส และบรูไน 100,000 โดส วัคซีนชุดนี้ผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยจะเริ่มส่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ปัจจุบันญี่ปุ่นบริจาควัคซีนให้กับชาติอื่นแล้วกว่า 23 ล้านโดส นอกจากนี้ยังบริจาคเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 ล้านบาท และวัคซีนอีกราว 30 ล้านโดส ให้กับโครงการโคแวกซ์ด้วย ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.อนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น 946.31 ล้านบาทให้กับสภากาชาดไทย สำหรับใช้ในโครงการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 โมเดอร์นา ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งทางบริษัท ชิลลิค ฟาร์มา จำกัด ที่เป็นตัวแทนในการจัดหาและกระจายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย เพื่อให้สามารถส่งมอบวัคซีนงวดแรกได้ในต้นปี 2565 นอกจากนั้นสภากาชาดไทยยังได้จัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาเองอีกส่วนหนึ่ง โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร่วมดำเนินการด้วย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 เป็นต้นไป

อย.ยังห้าม 3 ขวบฉีดซิโนฟาร์ม

วันเดียวกัน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.ยังไม่ได้อนุญาตให้ใช้วัคซีนซิโนฟาร์มฉีดให้เด็กในกลุ่มอายุ 3 ปีขึ้นไป เพราะยังต้องให้เขาส่งข้อมูลสำคัญการวิจัยเฟส 3 มาเพิ่มเติมทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพ รวมถึงปริมาณการใช้วัคซีนในเด็กเล็ก ส่วนที่หน่วยงานต่างๆ จะฉีดในลักษณะการวิจัยนั้นสามารถทำได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก อย. แต่หากเป็นการผลิตวัคซีนใหม่ในประเทศเลยจะต้องขออนุญาตวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมของ อย.ด้วย ขณะที่เพจ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราช วิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยแพร่รายละเอียดถึงการลงนามสัญญากับซิลลิค ฟาร์มานำเข้าวัคซีน โควิด-19 “โมเดอร์นา” 8 ล้านโดส ใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปี 2565 โดยศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีแผนที่จะจัดสรรและกระจายวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นาให้แก่กลุ่มองค์กรนิติบุคคล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสถานพยาบาล ตลอดจนกลุ่มเปราะบางทางสังคมที่เคยได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นกลุ่มแรกก่อน เนื่องจากประชาชนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.เป็นต้นมา โดยเป็นทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่จะใช้วัคซีน โมเดอร์นาเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และฉีดเพียง 1 เข็ม (ปริมาณ 50 ไมโครกรัม) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งจัดเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น โดยจะเปิดให้ยื่นจองในช่วงเดือนต.ค. เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการกำหนดราคาขาย พร้อมประกันภัยคุ้มครองผลกระทบจากการฉีด วัคซีนโมเดอร์นาในราคาเดียวกันทั่วประเทศต่อไป และคาดว่าการจัดส่งครั้งแรกจะส่งมอบวัคซีนได้ในช่วงปลายเดือนก.พ.ถึงต้นมี.ค. ปีหน้า

4 ต.ค.ดีเดย์ฉีดเข็มแรกน.ร.

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า วันที่ 15 ก.ย.นี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงปฏิทินขั้นตอนการดำเนินการฉีดวัคซีนนักเรียนอายุ 12-17 ปี ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจให้กับเด็กและผู้ปกครอง จากนั้น ผู้ปกครองจะต้องแจ้งยินยอมให้ฉีดวัคซีน ซึ่งการฉีดครั้งนี้จะเป็นความสมัครใจไม่ใช่การบังคับ เมื่อผู้ปกครองแจ้งความประสงค์เรียบร้อยแล้ว โรงเรียนจะรวบรวมข้อมูล ส่งให้เขตพื้นที่ฯ เพื่อส่งต่อไปยังศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทำแผนจัดสรรวัคซีน โดยจะเริ่มฉีดใน 29 จังหวัดสีแดงเข้มก่อน จากนั้นค่อยกระจายไปยังจังหวัดอื่น หากไม่มีปัญหาคาดว่าจะเริ่มฉีดเข็มแรกให้นักเรียนได้วันที่ 4 ต.ค.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขของไทยแสดงให้เห็นว่าเรามีศักยภาพฉีดได้วันละ 9 แสนโดสต่อวัน ทำให้เกิดภูมิต้านทานที่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อก็ไม่มีอาการหนักไม่เสียชีวิต เมื่อเราคิดทุกอย่างเป็นบวกก็จะกล้าตัดสินใจทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับส่วนรวม ส่วนการฉีดวัคซีนให้นักเรียน วันที่ 29 ก.ย.นี้ วัคซีนไฟเซอร์จะมาเพิ่มและ จะทยอยมาจนครบ 30 ล้านโดสในปีนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ฉีดให้เสร็จ เพื่อให้กระทรวงศึกษาฯ เปิดได้ตามกำหนด โดยมีแผนฉีดให้เด็กนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปถึงในโรงเรียนแล้ว สำหรับการผ่อนคลายมาตรการต่างๆให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ต้องดูสถานการณ์ หากมีช่องทางก็ไม่เคยช้า

สธ.ย้ำต.ค.อาจติดเชื้อพุ่งอีก

นพ.เฉวตรสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ในเด็ก ว่า ได้จัดสรรวัคซีนลงไป ช่วง ต.ค. สัปดาห์แรก 1 ล้านโดส สัปดาห์ที่ 2 อีก 1 ล้านโดส และสัปดาห์ที่ 3 อีก 2 ล้านโดส ส่วนนี้จะเป็นเข็มที่ 1 สำหรับนักเรียน และสัปดาห์ที่ 4 จะเป็น 1 ล้านโดส จากนั้นเป็นแผนของเดือน พ.ย. ส่วนข้อกังวลกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังการฉีดวัคซีน mRNA น้อยมาก ประเทศไทยฉีดรวม 9 แสนโดสแรกพบเพียง 1 ราย เด็กชายอายุ 13 ปี มีอาการเรื่องแน่นหน้าอกวันที่ 2 หลังการฉีด รักษาอาการดีขึ้นและหายดี ไม่น่ากังวล เปรียบเทียบความเสี่ยงกับประโยชน์แล้ว ประโยชน์ถือว่าคุ้มมากควรที่จะฉีดและอย่าได้ลังเล นพ.เฉวตรสรรกล่าวอีกว่า สถานการณ์ โควิด-19 ในเดือนตุลาคม ว่า หากพิจารณาจำนวนผู้ติดเชื้ออาการหนักหรือปอดอักเสบ แนวโน้มภาพรวมรายจังหวัดก็ลดลง แต่ภาคใต้ 4 จังหวัดอาจไม่ชัดเจน มีการแกว่งตัวอยู่บ้าง ปทุมธานีก็ยังไม่เห็นการลดลงชัดเจนอยู่ในระดับ 119-130 ราย จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญในการติดตาม จากการติดตามสถานการณ์ จุดสูงสุดประมาณกลาง ส.ค. แนวโน้มยังลดลงต่อเนื่อง แต่ให้ระมัดระวัง เพราะจากการคาดประมาณการหลังจากประชาชนผ่อนคลายมาตรการเปิดกิจกรรมต่างๆ อาจสัมผัสเชื้อได้ ซึ่งข้อเท็จจริงก็เจอกลุ่มก้อนเล็กๆ อย่างการรับประทานหมูกระทะ วงอาหารที่รับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้น อย่าเพิ่งวางใจเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากยังพบผู้ป่วยที่ไม่ทราบติดเชื้อจากไหน ดังนั้น มาตรการป้องกันโรคครอบจักรวาลต้องเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ช่วงล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ทำให้ห่างไกลกัน เมื่อมีการผ่อนคลายก็อยากไปพบเจอ จึงขอว่าอย่าเพิ่งทำ เพราะหลายประเทศยังพบการติดเชื้อ

ช่วยแรงงาน – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคจากภาคเอกชน นำไปช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผล กระทบจากโควิด เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

ถกอัศวิน-จ่อเปิดกทม.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมครม. เต็มคณะ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงแนวทางการเปิดประเทศ โดยระบุว่าแนวทางการเปิดประเทศจะพิจารณาเปิดเป็นรายจังหวัด และอยากจะให้เปิดในวันที่ 1 ต.ค. รวมถึงต้องการจะเปิดกทม. เนื่องจากในพื้นที่ กทม.มีการฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว โดยในเวลา 15.00 น.วันที่ 15 ก.ย. จะเดินทางไปพบพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิดกทม.ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะเราได้เห็นจาก จ.ภูเก็ต ว่าเป็นไปด้วยดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดเชื้อน้อย

ขยายปิด‘พีพี’อีก 7 วัน

วันเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ประกาศฉบับที่ 61/2564 ขยายเวลาปิดพื้นที่เกาะพีพี หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 8 ต.อ่าวนาง อ.เมือง ออกไปอีก 7 วัน ตั้งแต่ วันที่ 18-24 ก.ย. 2564 และกำหนดมาตรการการเข้าพื้นที่เกาะพีพี ดังนี้ 1.นักท่องเที่ยวต่างชาติจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 สามารถเข้าพื้นที่ได้หลังจากอยู่จังหวัดภูเก็ตครบ 7 วัน จึงสามารถเข้าเกาะพีพีได้ในช่วงของวันที่ 8 ถึงวันที่ 14 และต้องแสดงผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครบ 2 เข็ม และเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลกหรือกระทรวงสาธารณสุขรับรองครบตามจำนวน และมีเอกสารยืนยันไม่พบเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลการตรวจไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งแรกวันที่ 0 ตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 6 และผลการตรวจไม่พบเชื้อ 2.นักท่องเที่ยวกลุ่มแซนด์บ็อกซ์ที่อยู่ในประเทศไทยเกิน 14 วัน ต้องมีเอกสารยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลการตรวจไม่พบเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง 3.ไม่อนุญาตให้บุคคลในกลุ่มอื่นๆเข้าพื้นที่เกาะพีพีโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ส่วนมาตรการการออกจากพื้นที่เกาะพีพี โดยดำเนินการดังนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 สามารถออกจากพื้นที่ได้ในวันที่ 8 ของการพำนักในแซนด์บ็อกซ์ ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ครั้งที่ 3 ผลการตรวจไม่พบเชื้อ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่นๆ ที่มีเที่ยวบินออกนอกประเทศสามารถออกจากพื้นที่ได้ มีเอกสารยืนยันไม่พบเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ ATK Antigen Test Kit ผลการตรวจไม่พบเชื้อไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางแสดงต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ไม่อนุญาตให้บุคคลในกลุ่มอื่นๆ ออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุญาตเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ และให้มีด่านตรวจที่ท่าเทียบเรือเกาะพีพีและมีเจ้าหน้าที่คัดกรอง การตรวจเอกสารต่างๆ อย่างเคร่งครัด หากไม่มีเอกสารยืนยันก็จะไม่อนุญาตเข้าออกพื้นที่เกาะพีพีโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ประกาศฉบับดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีผู้ที่ติดเชื้อจากแคมป์คนงานก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่เกาะพีพีล่าสุดอยู่ที่ 62 ราย รอผลการตรวจอีก 177 รายและมีแนวโน้มว่าจะมีตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้นอีก

ผวจ.สั่งล็อกดาวน์กระบี่

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กระบี่ ออกประกาศฉบับที่ 60/2564 ลงวันที่ 12 ก.ย.64 เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีข้อบังคับ และการขอความร่วมมือสำคัญ ประกอบด้วย ผู้ที่จะเดินทางเข้าจ.กระบี่ จะต้องมีเอกสารยืนยันว่าได้รับวัคซีนครบตามจำนวน หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม มาไม่น้อยกว่า 14 วัน และต้องมีเอกสารยืนยันผลการตรวจหาเชื้อไม่เกิน 7 วัน ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า-ออก จ.กระบี่ ให้ นอภ.ทุกพื้นที่ตั้งด่านชุมชนคัดกรองการเดินทาง ส่วนร้านอาหารทุกประเภท อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ร้าน ห้ามดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน งดใช้เครื่องปรับอากาศ และให้เปิดร้านได้แค่เวลา 20.00 น. เฉพาะพื้นที่ อ.คลองท่อม และอ.เหนือคลอง ห้ามนั่งรับประทานในร้าน ห้างสรรพสินค้า เปิดได้ไม่เกินเวลา 20.00 น. ห้ามจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ ร้านสะดวกซื้อ เปิดได้ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น. ร้านเกม อินเตอร์เน็ต ร้านนวด ร้านฟิตเนส ยิม สนามกีฬา ให้ปิดให้บริการ สถานศึกษาให้เรียนแบบออนไลน์เท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะให้บริการได้ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. งดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 5 คน ห้ามออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.นี้ ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของ จ.กระบี่ ล่าสุดพบติดเชื้อเพิ่มวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พบติดเชื้อรวม 43 ราย รวมยอดผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ตอนนี้ 842 ราย กลุ่มคลัสเตอร์ที่ยังน่าจับตา ยังคงเป็นกลุ่มตลาดนัด ซึ่งระบาดหนักในพื้นที่ อ.คลองท่อม และ อ.เหนือคลอง ส่วนคลัสเตอร์เกาะพีพี มีผู้ติดเชื้อเพิ่มช่วง 2 วันที่ผ่านมา 22 ราย ทำให้มี ผู้ติดเชื้อรวมจากกลุ่มนี้ 62 ราย ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์งานศพวัดแก้วโกรวาราม จนท.ตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง 407 ราย ที่อาคารโรงเรียนเทศบาล 3 เทศบาลเมืองกระบี่ ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจากกลุ่มนี้ ติดเพิ่มมาเพียง 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อจากกลุ่มนี้ 41 ราย

สั่งคุมเข้มคลัสเตอร์หัวหิน

ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต รายงานสถานการณ์โควิด ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในภูเก็ต 249 ราย รายละเอียดผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 2 ราย รวมผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม 7,353 ราย ผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัดสะสม 10 ราย ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศสะสม 23 ราย ผู้ติดเชื้อจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สะสม 91 ราย ผู้ติดเชื้อจากโครงการรับผู้ป่วยกลับบ้าน 42 ราย ที่จ.สงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลา พบผู้ป่วยใหม่ 272 ราย ยอดสะสม 24,465 ราย จากกลุ่มสัมผัส ผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่ 155 ราย กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงใน 6 โรงงาน 46 คน กลุ่มสัมผัสเสี่ยงในตลาด 16 ราย กลุ่มสัมผัสเสี่ยงในชุมชนเมือง 16 รายและกลุ่มการสอบสวนโรค 31 ราย ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 91 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน โดยประชุมกำชับให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคพื้นที่จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกตรวจกิจการที่จังหวัดมีคำสั่งผ่อนคลายมาตรการ โดยเฉพาะร้านอาหารพบว่าหลายแห่งยังจัดโต๊ะที่นั่งไม่เป็นไปตามหลักการเว้นระยะห่าง รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุมเน้นย้ำให้ศปก.หัวหิน ควบคุมคลัสเตอร์การแพร่ระบาดในสวนสัตว์หัวหิน ซาฟารี โดยเพิ่มความเข้มงวดไม่ให้มีปัญหาระบาดขยายวงกว้างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนการเปิดเมืองตามโครงการหัวหิน รีชาร์จในวันที่ 1 ต.ค.นี้

โคราชเจออีก 2 คลัสเตอร์

ที่จ.นครราชสีมา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา โดยทีมสอบสวนโรคฯ รายงานว่า พบคลัสเตอร์ใหม่ร้านก๋วยเตี๋ยวและโลตัส อ.บัวใหญ่ มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว 14 ราย โดยคลัสเตอร์ร้านก๋วยเตี๋ยววาริน เชื่อมโยงกับพนักงานห้างโลตัส อ.บัวใหญ่ คลัสเตอร์นี้อยู่ในระยะการสอบสวนโรค ยังไม่ยืนยันว่าใครเป็นผู้นำเชื้อรายแรก โดยเริ่มจากเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบเชื้อวันที่ 10 ก.ย. 64 จึงค้นหากลุ่มเสี่ยงในร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะเดียวกันมีพนักงานหญิงห้างโลตัสตรวจพบเชื้อวันที่ 10 ก.ย. 64 เช่นเดียวกัน จึงค้นหาเชิงรุกในห้างโลตัส ทำให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดในร้านก๋วยเตี๋ยว 9 ราย คือ สามีของผู้ป่วยรายแรก ลูกชาย หลานสาว และพนักงานร้าน นอกจากนี้ยังมีการแพร่เชื้อเป็นวงที่ 2 ซึ่งเป็นแฟนของพนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวอีก 1 ราย ส่วนที่โลตัส ติดเชื้อ 3 ราย นอกจากนี้พนักงานโลตัสยังแพร่เชื้อเป็นวงที่ 2 ทำให้สามีที่ทำงานศูนย์จำหน่ายรถฟอร์ด อ.พิมาย ติดเชื้อไปด้วย คลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 14 ราย ทางอำเภอบัวใหญ่ และศปก.อ.บัวใหญ่ ดำเนินการควบคุมโรค สั่งปิด ทำความสะอาด ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต่อไป ที่จ.มหาสารคาม นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ สสจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 37 ราย เป็นผู้ป่วยที่ขอกลับมารับการรักษา 13 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยงสูงอยู่ระหว่างกักตัว 10 ราย และป่วยจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันและตรวจเฝ้าระวังอื่นๆ 14 ราย ล่าสุดในพื้นที่อ.พยัคฆภูมิพิสัย เกิดคลัสเตอร์ใหม่ เป็นคลัสเตอร์แขกขายสินค้าเงินผ่อน ชาวอินเดีย ติดเชื้อโควิด โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 7 คน เป็นกลุ่มญาติพี่น้องที่พักอาศัยอยู่ร่วมกัน และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องกักตัว 14 วัน อีก 12 คน

คุกชัยภูมิติด 173 ราย

ที่จ.ชัยภูมิ นพ.วชิระ บถพิบูลย์ สสจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า พบมีผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่มรวมอีก 173 ราย รวมทำให้ที่ผ่านมาเพียง 2 วัน ภายในเรือนจำชัยภูมิมีผู้ติดเชื้อแล้วรวม 214 ราย และยังต้องมีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ลงไปสอบสวนโรคตรวจหาเชื้อผู้ที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำทั้งหมด และมีผู้ต้องขังรวมอีกกว่า 1,800 คน เพิ่มเติมและต้องรอผลตรวจยืนยันอีกต่อเนื่อง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า การแพร่ระบาดภายในเรือนจำชัยภูมิ ขณะนี้ได้มีการเร่งดำเนินการตรวจสอบที่มาที่ไปของโรคเบื้องต้นอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนโรค คาดว่าน่าจะมาจากผู้ฝึกสอนอาชีพจากจ.ขอนแก่น ที่มาฝึกอาชีพให้กับนักโทษหรือผู้ต้องขังภายในเรือนจำชัยภูมิ ขณะที่โรงงาน ที่จ.ขอนแก่น ก็มีคนงานติดเชื้อโควิดแล้วมากกว่า 100 ราย

‘ชล-ปราจีน’รง.ยังหนัก

ที่จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย วรพันธุ์ สุวรรณณุสส์ ผวจ.ปราจีนบุรี ประกาศจังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง ขอความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด หลังพบพนักงานของ บริษัท สุรพลนิชิเรฟิดส์ จำกัด อ.กบินทร์บุรี และบริษัท สุรพลซูพรีมฟู้ดส์ จำกัด อ.กบินทร์บุรี ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) เป็นจำนวนมาก โดยนายอุดม แนวสุข นายกเทศมนตรีเมืองหนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ได้เตรียมร.พ.สนามเพื่อรองรับหนุ่มสาวโรงงาน และประชาชนในพื้นที่เพิ่มแล้ว ส่วนโรงงานต่างๆ ในพื้นที่ต่างสั่งเพิ่มมาตรการป้องกันภายในโรงงานของตัวเองอย่างเร่งด่วน ที่จ.ชลบุรี สสจ.ชลบุรี รายงานว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 955 ราย ส่วนการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ ยังมาจากในสถานประกอบการ 72 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อวันนี้ก็มาจากเชื้อภายในครอบครัว 330 ราย จากสถานที่ทำงาน 186 ราย บุคคลใกล้ชิด 31 ราย ร่วมสังสรรค์ 4 ราย ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มีภารกิจตรวจราชการจังหวัดชลบุรี โดยเวลา 10.00 น. จะเดินทางไปที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินโครงการ Factory Sandbox ของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานและในฐานะส.ส.ชลบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโครงการ Factory Sandbox ก่อนพบปะหารือร่วมกับนายกสมาคมนักลงทุนชาวญี่ปุ่นและผู้บริหารสมาคมในพื้นที่จ.ชลบุรีและระยอง

กทม.พร้อมแจกเอทีเค 2 ล.ชุด

ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าวความพร้อมการแจกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit (ATK) ให้แก่ชาวกรุงเทพฯ เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อโควิดด้วยตนเอง โดยนพ.จเด็จ กล่าวว่า สปสช.ได้จัดสรร ATK 2,026,000 ชุด ให้สำนักอนามัย กระจายแก่ประชาชนที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ ผ่านคลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกเอกชน คลินิกการแพทย์ และร้านยา ขณะเดียวกันยังได้จัดระบบรองรับการรักษาสำหรับประชาชนที่มีผลตรวจติดเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชน พร้อมส่งต่อในกรณีที่เจ็บป่วยรุนแรง เพื่อให้เข้าถึงการรักษาได้อย่างครอบคลุม พล.ต.ท.โสภณกล่าวว่า นอกจากจะแจกชุดตรวจ ATK ผ่านหน่วยบริการแล้ว ยังเน้นการกระจายไปที่ชุมชนต่างๆ และสถานประกอบการที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ประกอบด้วย กลุ่มตลาด 410,000 ชุด กลุ่มร้านเสริมสวย 20,000 ชุด กลุ่มร้านนวด สปา 56,000 ชุด กลุ่มครู อาจารย์ 300,000 ชุด กลุ่มชุมชนอีก 420,000 ชุด นอกจากนี้จะแจกในกลุ่มขนส่งสาธารณะ 440,000 ชุด ด้วยเช่นกัน โดยจะเริ่มแจกวันที่ 16 ก.ย.นี้ สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯสามารถรับชุดตรวจ ATK ฟรี ประกอบด้วย 1.ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค 2.ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ (มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบ หายใจลำบาก) 3.ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อโควิด 4.ผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน

แจงขั้นตอนรับ 2 วิธี

พล.ต.ท.โสภณกล่าวต่อว่า โดยจะแจกให้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจกในพื้นที่ โดยสำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุขพื้นที่ จะประสานอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพ มหานคร (อสส.) สำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและบริหารจัดการการแจกจ่าย พร้อมให้คำแนะนำการใช้และการติดต่อหากผลเป็นบวก และ 2. แจกผ่านหน่วยบริการ (โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ) โดยกรณีประชาชนมีสมาร์ตโฟน ให้ประเมินความเสี่ยงผ่านแอพ ‘เป๋าตังค์’ ตอบคำถาม 3 ข้อ และไปรับชุด ATK ได้ที่คลินิกและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยสังเกตสัญลักษณ์ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ “จุดแจกชุดตรวจโควิด ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง” กรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟน สามารถไปขอรับได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่จะคัดกรองและยืนยันตัวตนให้ ทั้งนี้ประชาชนจะได้รับคนละ 2 ชุด และต้องตรวจห่างกัน 5 วัน ส่วนของประชาชนที่มีผลตรวจด้วยชุด ATK เป็นบวก สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษาได้ 4 ช่องทาง ดังนี้ 1.ติดต่อหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อสส. หรือร้านขายยาซึ่งไปรับชุดตรวจ โดยเมื่อไปรับชุดตรวจเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลการปฏิบัติตนให้ทราบ 2.ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 กด 14 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 3.เข้าลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.nhso.go.th และ 4. แจ้งช่องทาง Line@nhso ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 ที่จ.สมุทรสาคร สสจ.สมุทรสาคร รายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 542 ราย จำแนกเป็นผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 52 ราย เข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 392 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 23 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่อยู่ในกลุ่ม Bubble & Sealed ของโรงงานอุตสาหกรรมอีก 98 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 101,729 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,015 ราย รวมมีผู้กลับบ้านได้แล้ว 85,004 ราย อยู่ระหว่างการรักษาอีก 15,971 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายวันจำนวน 5 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 754 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน