เรียนออนไซต์ 15พย.
หลังนร.ได้วัคซีนครบ
หมอรพ.จุฬาฯเตือนภัย
อย่ารีบเปิดเมือง-กทม.

สธ.ดีเดย์ 24 กันยาฯ ฉีดเข็ม 3 นอกจากนี้เร่งฉีดอสม. ที่เหลืออีก 3 แสนคน ตายโควิดอีก 188 สลดเด็ก 1 ขวบเสียชีวิต ติดเชื้อเพิ่ม 13,897 ขณะที่หายป่วย 13,527 สลดหญิงวัย 59 เสียชีวิตหลังฉีดเข็ม 2 ได้เพียงวันเดียว ที่อ่างทอง คลัสเตอร์บ้านเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว ติดเชื้อแล้ว 184 คน มีทั้งเด็ก พระ แม่ครัว ชลบุรีคลัสเตอร์ศูนย์ฝึกทหารติดเชื้อเพิ่ม เรือนจำชัยภูมิติดเชื้ออีก 964 ระดมตรวจเชิงรุก ‘อนุทิน’ ยอมรับยังไม่ได้หารือรมว.การท่องเที่ยวฯจับมือกทม.เปิดเมือง 15 ต.ค. ‘หมอธีระ’ ค้านเปิดเมือง ระบุยังมีความเสี่ยงอยู่เยอะ สธ.ระบุไม่ต้องห่วงอาการ ‘ลอง โควิด’ ศึกษาธิการเล็ง 15 พ.ย.เปิดเรียนออนไซต์ 100%

ติดเชื้ออีก 1.3 หมื่น-ตาย 188

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 13,897 ราย ติดเชื้อสะสม 1,434,2372 ราย หายป่วยเพิ่ม 13,527 ราย หายป่วยสะสม 1,290,556 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 188 ราย เสียชีวิตสะสม 14,953 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 128,728 ราย อยู่ในร.พ. 42,709 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 86,019 ราย มีอาการหนัก 3,911 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 788 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 6,939 ราย กทม.และปริมณฑล 5,261 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,294 ราย เรือนจำ 394 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ได้แก่ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา เมียนมา ประเทศละ 1 ราย กัมพูชา 5 ราย และมาเลเซียเข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย

ผู้เสียชีวิต 188 ราย มาจาก 48 จังหวัด ได้แก่ กทม. 40 ราย, สมุทรปราการ 18 ราย, ชลบุรี 13 ราย, ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 7 ราย, สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี จังหวัดละ 6 ราย, นราธิวาส สระบุรี ลพบุรี จังหวัดละ 5 ราย, ยะลา กาญจนบุรี ปราจีนบุรี จังหวัดละ 4 ราย, อุดรธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 3 ราย, นนทบุรี นครพนม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ตาก นครสวรรค์ กำแพงเพชร ระนอง อ่างทอง จันทบุรี สมุทรสงคราม และระยอง จังหวัดละ 2 ราย และหนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี สุรินทร์ ยโสธร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร เชียงราย สุราษฎร์ธานี ปัตตานี พัทลุง และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย

สลดเด็ก 1 ขวบเสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 107 ราย หญิง 81 ราย อายุ 1-93 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 133 ราย คิดเป็น 71% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 40 ราย คิดเป็น 21% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 92% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 14 ราย คิดเป็น 7% และเด็ก 1 ขวบ 1 ราย จ.นราธิวาส พบเชื้อหลังเสียชีวิต ไม่มีโรคประจำตัว คิดเป็น 0.4%

ภาพรวมติดเชื้อเกิน 100 รายมี 30 จังหวัด โดย 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,886 ราย สะสม 334,797 ราย 2.สมุทรปราการ 1,455 ราย สะสม 97,613 ราย 3.ชลบุรี 973 ราย สะสม 76,815 ราย 4.สงขลา 470 ราย สะสม 24,140 ราย 5.ระยอง 445 ราย สะสม 25,167 ราย 6.ราชบุรี 389 ราย สะสม 24,800 ราย 7.ยะลา 376 ราย สะสม 16,102 ราย 8.ปราจีนบุรี 360 ราย สะสม 12,307 ราย 9.สมุทรสาคร 338 ราย สะสม 84,582 ราย และ 10.นนทบุรี 295 ราย สะสม 49,832 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 15 ก.ย. ฉีดได้ 830,413 โดส สะสม 42,477,514 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 28,085,202 ราย คิดเป็น 39% ของประชากร ครบ 2 เข็ม 13,773,184 ราย คิดเป็น 19.1% ของประชากร และเข็มสาม 619,128 ราย

พบหายป่วยเกิดภาวะ‘ลอง โควิด’

ด้านนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มผู้ป่วย โควิด-19 ที่รักษาหายรายวันมีจำนวนเพิ่มขึ้น สูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ อย่างไรก็ตามหลายรายแม้จะหายป่วยและตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว อาจจะยังมีอาการหลงเหลืออยู่ องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกอาการนี้ว่า “ภาวะลอง โควิด” (Long COVID) หรืออาการหลงเหลือของเชื้อโควิด-19 ระยะยาว ซึ่งพบภาวะนี้ได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะมีอาการหลังจากหายป่วยในช่วง 1-3 เดือนแรก พบได้ร้อยละ 30-50 ของ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 จึงไม่ต้องตกใจหรือกังวล

นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กล่าวว่า อาการของภาวะลอง โควิดแสดงออกได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกัน ไม่มีลักษณะตายตัว เช่น ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลง เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยล้า ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ ท้องเสีย เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และบางรายอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล สมาธิสั้นลง หรือซึมเศร้าร่วมด้วย โดยผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีแดงหรือผู้ป่วยอาการรุนแรงจะมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดสูงกว่ากลุ่มที่มีอาการน้อย เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงป่วยโควิด-19 จึงส่งผลต่อเนื่องอาจยาวนาน 3-6 เดือนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะลองโควิดด้วย เช่น อายุโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เรื่องเพศ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหอบหืด และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ที่หายป่วยแล้วไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด

‘บิ๊กตู่’ตรวจแฟคทอรี่ แซนด์บ็อกซ์

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพอใจการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในไทย ซึ่งมีสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มผู้ติดเชื้อใหม่มีจำนวนลดลงทั้งในพี้นที่กรุงเทพฯ และ ทั่วประเทศ ที่สำคัญจำนวนยอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของที่รักษาหายสามารถกลับบ้านได้สถิติสูงกว่ายอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อใหม่รายวันติดต่อกันนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทำให้เห็นว่ามาตรการล็อกดาวน์และการระดมฉีดวัคซีนนั้นเริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการทางสังคม และมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลด้วย ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนของไทยอยู่ที่ 42,857,349 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 28,214,813 ราย ฉีดครบโดส (2 เข็ม) 13,850,965 ราย และฉีดเข็ม 3 แล้ว 790,863 ราย

นายธนกรกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการแฟคทอรี่ แซนด์บ็อกซ์ พร้อมกล่าวมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ก่อนพบปะกับผู้บริหารและนักลงทุนญี่ปุ่นเพื่อหารือแนวโน้มการลงทุนและการส่งออกในวันศุกร์ที่ 17 ก.ย.นี้ นายกฯ และคณะตั้งใจจะไปติดตามโครงการ Factory Sandbox ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการนำร่องในการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ในเฟสแรกดำเนินการไปแล้ว 4 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี

ส่วนเฟสสองขยายต่ออีก 3 จังหวัด คืออยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เป็นมาตรการภาครัฐในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานและเดินหน้าสถานประกอบการ ช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะจ.ชลบุรี มีโรงงานขนาดใหญ่จำนวนมากและมีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ประมาณ 700,000 คน และมีสถานประกอบการ 17 แห่งที่ดำเนินโครงการ ทั้งนี้ โครงการ Factory Sandbox จะนำใช้กับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานมากกว่า 500 คนขึ้นไป เป็นสถานประกอบกิจการที่ผลิตเพื่อการส่งออก ควบคู่กับการดำเนินการบับเบิล แอนด์ ซีล

เล็ง 15 พย.เรียนออนไซต์ 100%

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12-18 ปี ว่า ในวันที่ 25 ก.ย. สถานศึกษานำส่งบัญชี รายชื่อนักเรียนที่ประสงค์รับวัคซีนไฟเซอร์แก่ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือ อาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) แล้วนำส่ง ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) วันที่ 26 ก.ย. ศธจ., ผู้อำนวยการ สพท., อศจ., ผู้แทนหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดประชุมสรุปจำนวนและรายชื่อนักเรียนเพื่อนำส่งสาธารณสุขจังหวัด วันที่ 28-30 ก.ย. สาธารณสุขจังหวัดวางแผนการรับวัคซีนและกำหนดการฉีดวัคซีนรายโรงเรียน วันที่ 1 ต.ค. สถานศึกษารับทราบกำหนดการและจัดเตรียมสถานที่ และจะนัดนักเรียนให้มาฉัดวัคซีนที่สถานศึกษา และวันที่ 4 ต.ค. เริ่มการฉีดวัคซีนแก่นักเรียน

“หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้คือถ้าฉีดเข็มที่ 1 ในสัปดาห์แรกของเดือนต.ค. จะมีเด็กส่วนหนึ่งจะได้รับเข็มที่ 2 ช่วงสิ้นเดือนต.ค. และจะทยอยได้รับการฉีดเข็มที่ 2 ให้ครบหมดภายในวันที่ 15 พ.ย. ซึ่งจะทำให้โรงเรียนบางส่วนในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มสามารถเปิดเรียนแบบออนไซต์ได้ภายในวันที่ 1 พ.ย. และถ้าการฉีดวัคซีนให้เด็กเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในวันที่ 15 พ.ย. สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สามารถเปิดเรียนแบบออนไซต์ได้ 100% ทั้งประเทศ” นายสุภัทรกล่าว

เร่งฉีดอสม.อีก 3 แสนคน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องทำงานรัฐมนตรีชั้น 4 กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมอบนโยบาย “อสม. พร้อมบอกต่อเรื่อง ATK สำหรับประชาชน” ต่อ อสม.ทั่วประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์โรค โควิด-19 ช่วงหลังเริ่มทรงตัว มีแนวโน้มทิศทางดีขึ้น แม้ยังมีการระบาดจำนวนมาก แต่สถานการณ์ของสถานพยาบาล ยา เวชภัณฑ์ ค่อนข้างคลายตัวลงทำให้บริการผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องรักษาในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกทม.

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิดในอสม.ฉีดไปแล้ว 70% เหลืออีก 30% หรือ 3 แสนคน ต้องขออภัยเพราะคิวฉีดยาว เนื่องจากมีการฉีดคนสูงอายุด้วย ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคขอให้ท่านตัดบัญชีส่งวัคซีนให้พี่น้อง อสม.ด้วย ขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม อสม. 3 แสนคนอย่าน้อยใจว่าทำไมไม่อยู่ในกลุ่มแรก อาจเป็นเรื่องโชคดี เพราะช่วงหลังพบสูตรการฉีดซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าห่าง 3 สัปดาห์ แต่ภูมิคุ้มกันสูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม และทัดเทียมกับแอสตร้าฯ 2 เข็มที่ต้องใช้เวลาฉีดนานถึง 3 เดือน จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

ทั้งนี้ อสม.ที่ได้รับวัคซีนจึงมี 3 ประเภทคือ 1.ซิโนแวค 2 เข็ม จะได้กระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ ในเดือนหน้าทั้งหมด 2.แอสตร้าฯ 2 เข็มซึ่งบางส่วนยังต้องรอเข็มสอง และ 3.สูตรไขว้ซิโนแวค-แอสตร้าฯ ถ้าฉีดครบล้านคน อสม.จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองอย่างประสิทธิภาพสูง จากนี้ไม่ต้องกังวล หากผ่านไป 3-5 เดือน ภูมิอาจตกลงก็ไปเติม ไม่มีการฉีด 2 เข็ม แต่จะเติมไปเรื่อยๆ เหมือนเติมน้ำมัน ลดเหลือครึ่งถังก็แวะปั๊มฉีดเข็มเดียว ไม่ยุ่งยาก ซึ่งวันนี้ยุ่งยาก เพราะฉีดแล้วต้องรอเผื่อเข็มสอง

สธ.ดีเดย์ 24 กย.-ฉีดเข็ม 3

นายอนุทินกล่าวถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ประชาชนว่า รัฐบาลพร้อมให้การดูแล ตั้งต้นฉีดกระตุ้นให้คนรับวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็ม ทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม แต่ก็จะมีระยะห่างที่กำหนดอยู่ โดยรอบนี้จะฉีดกระตุ้นให้คนที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่มี.ค.-พ.ค. ซึ่งกรณีมี.ค.ไม่ค่อยมีปัญหา เนื่องจากคนส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์และได้รับวัคซีนกระตุ้นไปแล้ว ส่วนคนฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มที่มีข้อกังวลว่าหากครบระยะเวลาที่ต้องได้รับวัคซีนกระตุ้น กรมควบคุมโรคจะหาวิธีการฉีดอยู่แล้ว ย้ำว่าเราตั้งต้นการฉีดเข็ม 3 ให้กับคนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์มต่างเป็นวัคซีนเชื้อตายเหมือนกัน

“การเริ่มฉีดเข็ม 3 นั้นผมได้รับรายงานจาก นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. ว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 24 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นวันสำคัญในแวดวงสาธารณสุขด้วย คือเป็นวันมหิดล” นายอนุทินกล่าว

‘อนุทิน’ยังไม่ได้หารือเปิดกทม.

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือร่วมกับกทม. เมื่อวันที่ 15 ก.ย. เดินหน้าเปิดเมืองกรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวในวันที่ 15 ต.ค.นี้ว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้ติดต่อไปยังรมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อสอบถามข้อมูล โดยตนยังไม่ได้หารืออะไรกัน

เมื่อถามว่าการเดินทางเข้าประเทศยังต้องคงไว้ ไม่ได้มีแผนยกเลิกใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การฉีดวัคซีนก็แพร่หลายทั่วโลกแล้ว เราต้องหาวิธีการยอมรับการเดินทาง ซึ่งเราประกาศวัคซีนที่เรารองรับแล้ว ส่วนเรื่องการกักตัวต้องดูสถานการณ์ ดูประเทศต้นทางว่าเป็นประเทศที่ระบาดเยอะหรือไม่ ส่วนนี้ต้องให้กรมควบคุมโรคประเมิน หากประเมินว่าอย่างไรหรือให้นำเสนอศบค.อย่างไร เราก็นำเสนอได้

ถามถึงความกังวลของผู้เชี่ยวชาญบางคนที่แนะว่าการเปิดประเทศวันที่ 1 ต.ค. อาจเร็วเกินไป ขอให้รอเวลาต่อไปอีก 1 เดือน นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มีใครบอกว่าจะเปิด ส่วนเรื่อง กทม. ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กทม.มีระบบสาธารณสุขที่บริหารเอง จึงขอให้ไปถามที่ ผู้ว่าฯ กทม. อย่างไรก็ตาม จะเปิดเมืองก็ต้องดูองค์ประกอบหลายด้าน

‘หมอจุฬาฯ’เตือนภัย-รีบเปิดเมือง

ด้านรศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า “สถานการณ์ทั่วโลก 16 ก.ย.64 ทะลุ 227 ล้านไปแล้ว เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 537,933 คน รวมแล้วตอนนี้ 227,190,094 คน ตายเพิ่มอีก 9,761 คน ยอดตายรวม 4,671,892 คน

หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 93.31 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน

สถานการณ์ไทย เมื่อวานจำนวนติดเชื้อใหม่ที่รายงานนั้นยังคงสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก แต่หากรวม ATK ด้วย ก็จะขยับแซงบราซิล ขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลก

ถ้าดูเฉพาะในเอเชีย จำนวนติดเชื้อใหม่ของเราเป็นอันดับ 6 ผลลัพธ์ของนโยบายกล่องทรายและ 7+7 พื้นที่ท่องเที่ยวทั้งภูเก็ต กระบี่ และ สุราษฎร์ฯ รวมถึงใกล้เคียง เช่นนครศรีธรรมราช ล้วนกำลังเผชิญกับการระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น การประเมินผลนโยบายนั้น ไม่ควรทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ด้วยการนำเสนอเฉพาะจำนวนเคสติดเชื้อที่ตรวจพบจากการเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น

ขอเน้นย้ำตามหลักวิชาการอีกครั้ง ดังๆ ชัดๆ ว่านโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดประเทศในจังหวัดต่างๆ ที่วางแผนกันมานั้น จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดหนักตามมา ด้วยปัจจัยเสี่ยง 2 ประการ

หนึ่ง “การที่คนที่เดินทางจากต่างประเทศอาจนำเชื้อเข้ามาในพื้นที่ได้” การมีกฎระเบียบให้ตรวจคัดกรองโรคมาก่อนเดินทางนั้นช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง

การกักตัว และตรวจซ้ำระหว่างกักตัวตามมาตรฐาน 14 วัน ก็จะลดความเสี่ยงได้อีกระดับหนึ่ง

ส่วนการฉีดวัคซีนครบโดสมาก่อนเดินทางนั้น คนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อระหว่างช่วงการเดินทาง ระหว่างพำนักในพื้นที่ และแพร่ให้กับผู้อื่นได้

แต่ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญกว่าอันแรกคือ

สอง “นโยบายเปิดท่องเที่ยวและเปิดประเทศ จะทำให้มีจำนวนคนหมุนเวียนมากขึ้นในพื้นที่ กิจการ กิจกรรมต่างๆ มากขึ้น มีการพบปะติดต่อกัน ค้าขาย บริการ ใกล้ชิดกัน ใช้เวลาร่วมกันนานมากขึ้น” นี่คือปัจจัยเสี่ยงหลักที่เกิดขึ้นจากนโยบาย และส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อติดเชื้อในพื้นที่มากขึ้น เพราะมีการติดเชื้อในชุมชนอยู่

ปัจจัยเสี่ยงทั้งสองประการนั้นคือ ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากนโยบาย และผลลัพธ์คือ จำนวนการติดเชื้อแต่ละพื้นที่ที่สูงขึ้น โดยมักจะเห็นได้ชัดตั้งแต่ 6-8 สัปดาห์เป็นต้นไป

การประเมินผลนโยบายดังกล่าว จึงต้องไม่ประเมินและรายงานให้เข้าใจเพียงว่ามีจำนวนการติดเชื้อจากคนเดินทางมาจากต่างประเทศ แต่ต้องดูจำนวนติดเชื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพราะเป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งสองเรื่อง

ขอให้ตระหนักว่าหากการระบาดภายในประเทศยังมีความรุนแรง กระจายไปทั่ว ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากนโยบายเปิดท่องเที่ยว และเปิดประเทศนั้นย่อมจะทำให้การระบาดในแต่ละพื้นที่รุนแรงขึ้น และเร็วขึ้นแน่นอน

ควรใช้เวลาไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จัดหาวัคซีนที่ดี มีประสิทธิภาพ ให้แก่ประชาชนอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ หากรีบเปิดประเทศ เปิดท่องเที่ยว มองตาไหนบนกระดาน ก็ไม่เห็นตาเดินแห่งชัยชนะ

สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ปลอดภัยต่อการเปิดท่องเที่ยว และเปิดประเทศครับ ชะลอเถิดครับ ด้วยรักและห่วงใย”

โคราชสั่งปิดยาวตลาดสุรนารี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี หรือตลาดสุรนครเมืองใหม่ ริมถนนมิตรภาพ ด้านข้างโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ล่าสุดเชื้อแพร่กระจายเป็นวงที่ 4 กระจายไปยังผู้ค้าในตลาดสดพิมายเมืองใหม่ มีผู้ติดเชื้อในวงที่ 4 จำนวน 51 ราย โดยเชื้อกระจายไป 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครราชสีมา อ.พิมาย อ.ด่านขุนทด อ.สีคิ้ว อ.ขามสะแกแสง อ.ขามทะเลสอ อ.วังน้ำเขียว และ อ.พระทองคำ รวมผู้ติดเชื้อ 260 ราย ต้องเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก พร้อมขอให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดให้ความร่วมมือกับทีมสอบสวนโรค

ทีมสอบสวนโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระดมค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่และกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติขยายเวลาปิดตลาดเพิ่มอีก 10 วัน จากคำสั่งเดิมที่สั่งปิดตั้งแต่วันที่ 12-15 ก.ย. 2564 เวลา 14.00 น. ขยายเวลาปิดเป็นตั้งแต่วันที่ 15-26 ก.ย. 2564 เวลา 14.00 น. โดยมีกำหนดเปิดวันที่ 26 ก.ย.หลังเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป

ที่จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่ 344 ราย ผู้ป่วยสะสม 22,750 ราย รักษาหาย 19,975 ราย ยังรักษาอยู่ 2,614 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 2 ราย เสียชีวิตสะสม 161 ราย จากผู้ติดเชื้อรายใหม่ 344 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในพื้นที่อ.เมือง 124 ราย กว่า 70 % มีประวัติเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ตลาดสุรนารี

คลัสเตอร์คุกชัยภูมิติดเชื้อ 964

ส่วนที่จ.ชัยภูมิ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงสุด 990 ราย ติดเชื้อนอกจังหวัด 12 ราย ติดเชื้อในจังหวัด 14 ราย ในเรือนจำ 964 ราย ผู้ป่วยสะสม 9,865 ราย เสียชีวิตสะสม 82 ราย หายป่วยเพิ่ม 46 ราย หายป่วยสะสม 8,170 ราย กำลังรักษา 1,613 ราย

หลังเกิดคลัสเตอร์ผู้สูงอายุรายหนึ่งในหมู่บ้านโนนจาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ติดโควิด-19 แบบไม่รู้ตัว ตระเวนร่วมงานศพในหมู่บ้าน มารู้ตัวเมื่อมีอาการไม่สบาย มีไข้ ไอ เข้าตรวจ พบติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. และมีญาติ ชาวบ้านผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงต้องรีบนำตัวเข้าตรวจ จนถึงวันนี้มีผู้ติดโควิดสะสมแล้ว 30 ราย สาธารณสุขจ.ชัยภูมิสั่งปิดหมู่บ้านเฉพาะคุ้มที่มีผู้ป่วย 7 วัน เริ่มวันที่ 16 ก.ย.ถึง 22 ก.ย.64

ส่วนผู้ป่วยคลัสเตอร์ในเรือนจำ จ.ชัยภูมิวุ่นหนักต่อเนื่องอีกระลอก หลังในเรือนจำ จ.ชัยภูมิซึ่งมีผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง 3,200 คน ติดโควิดตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.64 จำนวน 41 ราย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจ.ชัยภูมิเข้าไปตรวจเชิงรุกเพิ่ม พบติดเชื้อภายในเรือนจำอีก 964 ราย ยอดติดเชื้อในเรือนจำชัยภูมิสะสม 1,178 ราย และต้องรอผลตรวจผู้ที่อยู่ในเรือนจ.ชัยภูมิอีกกว่าครึ่ง

พร้อมให้เรือนจำชัยภูมิกันพื้นที่ งดให้ญาติกลุ่มเสี่ยงผู้ต้องขังเข้าเยี่ยมทั้งหมด จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยัน

สระแก้วป่วยเพิ่ม 141

นพ.ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยยืนยันใหม่ 141 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่อ.อรัญประเทศ 73 ราย เฉพาะโรงเกลือหลังเปิดตลาด พบ 38 ราย จ.สระแก้วมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 11,299 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 10,268 ราย อาการหนัก 10 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย

ตรวจโควิด – เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อ โควิดกลุ่มเด็กกำพร้าสถานสงเคราะห์เด็กวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พบ ผู้ติดเชื้อแล้ว 184 ราย ทั้งเด็ก พระสงฆ์ แม่ครัว เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

บ้านเด็กกำพร้าอ่างทองติดเชื้อ184

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหอพักสถานสงเคราะห์เด็กวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาลร.พ.ป่าโมก พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอป่าโมกเข้าตรวจคัดกรองเด็กภายในหอพักกว่า 2,000 คน หลังพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

นายกิตติภัทร์ ศรีเตโชภาส สาธารณสุขอำเภอป่าโมก กล่าวว่า เริ่มแรกพบเด็กในหอพักชายป่วย 2 ราย นำไปตรวจรักษาเบื้องต้นที่รพ.สต.บางเสด็จ ซึ่งอยู่ใกล้หอพัก เจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออก จึงเร่งนำเด็กส่งต่อเพื่อรักษาโรงพยาบาลป่าโมก ต่อมาตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงเข้าตรวจเพิ่มเติมเด็กกลุ่มเสี่ยงภายในหอพัก โดยเร่งตรวจเด็กที่มีอาการทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ เป็นหวัดตรวจคัดกรองกว่า 100 คน พบเบื้องต้น 17 คน นำไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลป่าโมก พบผลเป็นบวกอีก 14 คน

สาธารณสุขอำเภอป่าโมกนำชุดตรวจเข้าตรวจคัดกรองเด็กทุกคนที่อยู่ภายในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าและยากจน วัดสระแก้ว รวมทั้งพระสงฆ์ทุกรูป แม่ครัวและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในวัด 334 คน เป็นผลบวก 184 คน และจะนำไปตรวจซ้ำ

ป่วยพุ่ง-ล็อกยะลาถึงสิ้นก.ย.

ส่วนที่จ.ยะลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 376 ราย ติดเชื้อสะสม 16,124 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ที่อ.เมือง 1 ราย อ.กาบัง 1 ราย อ.กรงปินัง 1 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 151 ราย

จากสถานการณ์แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง นายชัยสิทธิ์ พาณิชพงศ์ ผวจ.ยะลา ออกคำสั่ง 4 ฉบับ ประกาศล็อกดาวน์ปิดเมือง ขอความร่วมมืองดเดินทางเข้าออกจ.ยะลา ห้ามจัดกิจกรรม ปิดสถานบริการขยายไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้

‘มหาชัย’ติดเชื้อใหม่ 338

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 338 ราย เป็นคนที่อยู่ในจ.สมุทรสาคร 186 ราย และคนนอกจังหวัดอีก 21 ราย ติดเชื้อสะสม 102,471 ราย รักษาหายเพิ่ม 523 ราย รวมมีผู้กลับบ้านได้แล้ว 92,210 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 9,495 ราย เสียชีวิตรายวัน 6 ราย เสียชีวิตสะสม 766 ราย

ด้านนพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า สำหรับแผนการบูสเตอร์เข็ม 3 ของจ.สมุทรสาคร เบื้องต้นคงต้องจัดลำดับเวลา เพื่อนัดหมายผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่จะต้องได้รับการ บูสเตอร์มาเข้ารับการฉีดตามที่กำหนด ซึ่งจะแจ้งผ่านทาง SMS หรือเจ้าหน้าที่โทร.ไปแจ้งนัดวัน เวลา และสถานที่ ส่วนวันที่ 24 ก.ย.ซึ่งเป็นวันมหิดล จะรณรงค์ฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ล้านโด๊ส จากนั้นจะเดินหน้าบูสต์วัคซีนเข็ม 3 ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมี เป้าหมายระยะแรกกว่า 1 แสนคน

ปราจีนฯติดเชื้ออีก 360

นายโชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 360 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 12,311 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 1 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ 3 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย เสียชีวิตสะสม 102 ราย ขณะนี้ติดตาม ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงมาตรวจหาเชื้อแล้ว

‘บิ๊กตู่’เร่งช่วยกลุ่มศิลปิน-ดารา

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และกลุ่มศิลปิน เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือจากผล กระทบของโควิด-19 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปากร กลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมบันเทิง โรงงานและภาพยนตร์ และภาคเอกชน กว่า 40 องค์กร

โดยนายกฯ แสดงความเห็นใจศิลปินพื้นบ้าน บุคลากรด้านศิลปวัฒนธรรมและผู้อยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ นอกจากนี้ยังห่วงใยกลุ่มศิลปินบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากข้อมูลตกหล่น จึงขอให้กระทรวงวัฒนธรรมเร่งประสาน รวบรวมรายชื่อและจำนวนบุคคลให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อภาครัฐจะได้จัดสรรทั้งวัคซีน รวมทั้งชุดตรวจ ATK ให้เหมาะสม ขณะเดียวกันให้มีการขึ้นทะเบียนเพื่อให้เข้าถึงการเยียวยาของรัฐบาล

โอกาสนี้นายกฯรับข้อเสนอเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อาทิ การเปิดโรงภาพยนตร์ มหรสพ การผ่อนปรนให้กองถ่ายทำภาพยนตร์สามารถถ่ายทำได้ โดยจะมอบหมายให้ศบค. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขพิจารณามาตรการรองรับป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง จะต้องมีท้องถิ่นเข้าดูแลการถ่ายทำในพื้นที่

นอกจากนี้ นายกฯ สั่งให้กระทรวงวัฒนธรรมประสานเครือข่ายกลุ่มศิลปิน เพื่อจัดทำข้อมูลให้ครอบคลุมและชัดเจน และมอบหมายให้กระทรวงการคลังสำนักงบประมาณและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมาตรการลดภาษี การช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงซอฟต์โลน แหล่งเงินทุน จากงบประมาณที่มีเหลืออยู่ จากพ.ร.ก. กู้เงินฯ โดยจะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาต่อไป

สลดหญิง 59 ปีดับหลังฉีด 2 เข็ม

เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.ท.พงศ์วริศ คงบรรทัด รองสว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุหญิงวัย 59 ปีเสียชีวิตภายในห้องเช่า ไม่มีเลขที่ ซอยประเสริฐอิสลาม 3 หมู่ 3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายห้องเช่า พบร่างของนางขัน ประมวลวงศ์ อายุ 59 ปี นอนตะแคงซ้ายบนที่นอน ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 6-8 ช.ม.

นายวิชัย บุญภิรมย์ อายุ 32 ปี บุตรชายกล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ตนพาแม่ไปฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์ม เข็ม 2 ที่เทศบาลนครนนทบุรี โดยเข็มแรกฉีดซิโนฟาร์มเช่นกัน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.64 เมื่อกลับมาที่ห้องแม่ไม่มีอาการอะไร และแม่ไม่มีโรคประจำตัวอื่น กระทั่งเช้านี้น้องโทร.ไปบอกว่าแม่เสียชีวิต ตนมั่นใจว่าเป็นผล กระทบจากการฉีดวัคซีน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน