ข้อหายุยงปลุกปั่น
สภาได้คลิปยิงเด็ก15
ปอท.บุกบ้านพักนักศึกษา รวบน.ศ.สาวแอดมินเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และ การชุมนุมแจ้งข้อหามาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมยึดอุปกรณ์โน้ตบุ๊ก มือถือ และนำตัวส่งฝากขังค้านประกันด้วย ด้านณัฐวุฒิเปิดแผนคาร์ม็อบ 19 ก.ย.ขับรถยนต์ชนรถถัง นัดรวมตัวที่แยกอโศกจากนั้นจะมุ่งหน้าไปแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต้านรัฐประหาร ชูลุงนวมทองนักประชาธิปไตยที่ขับแท็กซี่ชนรถถัง ด้านกมธ.เปิดผลสอบคดียิงเด็กหน้าโรงพักดินแดง พบกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ไม้-ปืนไล่จัดการม็อบตลอดเวลา 8 นาที ชี้อาจเกี่ยวข้องกับตำรวจด้วย ผบช.น.ลงพื้นที่ดินแดงหารือพูดคุยกับประชาชนชาวแฟลตหลังม็อบชุมนุมนานนับเดือน

ชนรถถัง – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) แถลงกิจกรรม ‘คาร์ม็อบ 19 กันยา ขับรถยนต์ชนรถถัง’ แสดงพลังไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากนายกฯ ที่สถานีโทรทัศน์ยูดีดี นิวส์ จ.นนทบุรี เมื่อ 17 ก.ย.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่สำนักงานสถานีโทรทัศน์ยูดีดี นิวส์ แยกแคราย จ.นนทบุรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ประสานเครือข่ายไล่ประยุทธ์ อ.ห.ต. แถลงรายละเอียดกิจกรรม “คาร์ม็อบ 19 กันยา ขับรถยนต์ชนรถถัง” ว่า กิจกรรมคาร์ม็อบไม่ใช่การแสดงพลังต่อต้านรัฐประหารเท่านั้น แต่เป็นการแสดงให้ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตลอด 15 ปี ทั้งผู้ที่ต้องลี้ภัยหรือถูกอุ้มหายได้ทราบว่ายังมีพลังฝ่ายประชาธิปไตยที่ต่อสู้อยู่ แม้จะยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรคอันตราย โดยจะมีการจัดเวทีออนไลน์เช่นเดียวกับคาร์ ม็อบ 2 ครั้งที่ผ่านมา จะเชิญวิทยากรร่วมสนทนาอีกหลายคน ทั้ง นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว อดีตเอกอัคร ราชทูตไทยในหลายประเทศ และนักวิชาการอีกหลายคน รวมถึงเยาวชนหนุ่มสาวด้วย
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า จะมีการรวมตัวพร้อมกันที่แยกอโศก เวลา 14.00 น. ก่อนที่เวลา 15.00 น. จะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าพระราม 4 เลี้ยวขวาแยกคลองเตย ไปยังสะพานกรุงเทพฯ จุดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ คลุมถุงดำ ทั้งนี้ ท้ายขบวนอาจยาวถึงรัชดาภิเษก แต่คาดว่ากิจกรรมจะยุติได้ราว 18.00 น. และแยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีความรุนแรง เน้นหลีกเลี่ยงพื้นที่เปราะบางไม่ให้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ หรือสถานที่ราชการ นอกจากการแสดงพลังต่อต้านอำนาจเผด็จการ
สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมจะมีสติ๊กเกอร์ “#ไล่ประยุทธ์” ติดตามรถต่างๆ มีทั้งรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ เพื่อรำลึกถึงลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ขับรถแท็กซี่ชนรถถังเมื่อครั้งรัฐประหารในปี 2549 ทำให้ลุงนวมทองถือเป็นบุคคลที่ริเริ่มคาร์ ม็อบ
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า แม้ที่ผ่านมาตนจะมีคดีความ แต่ก็พร้อมต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายไม่หลบหนี ทั้งนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างรอบคอบ ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง ไม่ใช่เห็นใครเข้าใกล้ผู้จัดงานก็หาชื่อไปออกหมายเรียก ไม่ใช่พฤติกรรมสร้างสรรค์
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นาย ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกมธ. และ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะทำงานศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง แถลงรายงานผลการศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมวันที่ 16 ส.ค. 2564 ซึ่งส่งผลให้เยาวชน 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ได้แก่ ด.ช.ธนพล (สงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี ถูกยิงหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 กระสุนเข้าบริเวณหัวไหล่ด้านหลังทะลุออกด้านหน้า ปัจจุบันปลอดภัยและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และ ด.ช.วาฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี ถูกยิงบนถนนฝั่งตรงข้าม สน.ดินแดง กระสุนเข้าบริเวณคอ และฝังอยู่ใกล้แกนสมอง ปัจจุบันยังอยู่ในอาการโคม่า
พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวว่า คณะทำงานได้รวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด 54 ตัว บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ และสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ด.ช.ธนพล และด.ช.วาฤทธิ์ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิด กรุงเทพมหานคร บริเวณแยกโรงกรองน้ำ ในเวลาประมาณ 20.34 น. จับภาพกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ประมาณ 12 คน ในชุดไปรเวต จอดรถที่ปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 และตรงเข้าทำร้ายผู้ชุมนุมที่รวมกลุ่มอยู่บริเวณดังกล่าว และแม้ผู้ชุมนุมจะหนีไปแล้ว คนกลุ่มนี้ก็ยังคงปักหลักทำร้ายคนผ่านไปมา โดยเฉพาะชายเสื้อสีอ่อน กางเกงขาสั้น สะพายเป้เฉียงข้าง มือหนึ่งถือปืน อีกมือใช้ไม้ไล่ฟาดประชาชนที่ผ่านไปมาด้วยท่าทีคุกคาม ต่อมาเวลา 20.38 น. ปรากฏภาพชายชุดดำ วิ่งพร้อมเล็งปืนยิงไปทางกลุ่มคนริมถนน คาดว่าชายคนนี้คือ ผู้ที่ยิงด.ช.ธนพล ซึ่งสอดคล้องกับคําให้การของ ด.ช. ธนพล ที่บอกว่าขณะขับรถมอเตอร์ไซค์ไปรับเพื่อนที่ไปร่วมชุมนุม มีกลุ่มชายฉกรรจ์ถือไม้และปืนคล้ายลูกโม่หรือรีวอลโว่ดักอยู่กลางถนน จึงตัดสินใจทิ้งรถแล้ววิ่งหนี แต่ถูกไล่ตามและถูกไม้ฟาดอย่างแรง ซึ่งมารู้ตัวว่าถูกยิงในภายหลัง คาดว่าอาจเป็นช่วงชุลมุนระหว่างถูกรุมตี
พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวว่า จากนั้นเวลา 20.42 น. กล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าซอยประชาสงเคราะห์ 21 ตรงไปยังด้านหลัง สน.ดินแดง และในเวลาไล่เลี่ยกัน ประชาชนบนแฟลตดินแดงได้ถ่ายคลิปวิดีโอที่เห็นชายหลายคนวิ่งอยู่ในซอยหน้าสน.ดินแดง มุ่งหน้าถนนมิตรไมตรี ยิงปืนไปทางถนนมิตรไมตรีอย่างน้อย 15 นัด ซึ่งเสียงปืนจริง ต่อมาเวลา 20.44 น. ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพด.ช.วาฤทธิ์ วิ่งอยู่บนถนนมิตรไมตรีมุ่งหน้าแยกโรงกรองน้ำ ก่อนถูกยิงล้มลง ซึ่งมีรอยกระสุนอีกนัดที่กำแพง ระบุทิศทางการยิงว่ายิงตรงมาจากซอยหน้า สน.ดินแดง ซึ่งไม่มี ผู้ชุมนุมอยู่ เนื่องจากปากซอยถูกตำรวจกั้นรั้วกีดขวางกันผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมเผาสิ่งของบริเวณรั้วเป็นกองไฟกองใหญ่
นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดยังจับภาพชายเสื้อสีอ่อน กางเกงขาสั้น สะพายเป้เฉียงข้าง ยืนอยู่ปากซอยหน้าสน.ดินแดง โดยทิศทางที่กระสุนถูกยิงไปยัง ด.ช.วาฤทธิ์ นั้น ชายคนดังกล่าวมีลักษณะการแต่งกายใกล้เคียงกับชายที่ปรากฏในเหตุการณ์ยิง ด.ช.ธนพล เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หลังเหตุการณ์คลี่คลายในเวลา 21.00 น. ในไลฟ์รายงานเหตุการณ์ของผู้สื่อข่าวยังปรากฏภาพชายเสื้อขาวและเสื้อดำยืนอยู่หน้าสน.ดินแดง ซึ่งเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชุมนุม แต่ต่อมาระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่
พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวต่อว่า คณะทำงานตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุกระทำการอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งพกปืนและไม้ไล่ตีประชาชนนานถึง 8 นาที ซึ่งในจุดที่ด.ช.ธนพลถูกยิง อาจเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่อยู่หน้าสน.ดินแดงหลังเหตุการณ์คลี่คลาย ราวกับว่าคนกลุ่มนี้มั่นใจว่าจะไม่ถูกจับกุม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ใส่ใจหาความจริงในเรื่องนี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีความเกี่ยวข้องกับตำรวจ
ด้าน นายณัฐชากล่าวว่า จากการทำงานของคณะทำงานสามารถสืบหาหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ามีการใช้ความรุนแรงในบริเวณจุดเกิดเหตุจริง แต่ผ่านมา 1 เดือนหลังจากวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะอ้างว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของตำรวจ โดยรายงานของคณะทำงานฉบับนี้ พร้อมคลิปหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทวงถามคำตอบจากตำรวจ และจะใช้ในการประกอบการดำเนินคดีที่มารดาของ ด.ช.วาฤทธิ์ แจ้งความไว้ที่สน.ดินแดง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี
ด้าน มารดาของด.ช.วาฤทธิ์ กล่าวด้วย น้ำเสียงสั่นเครือว่า วันนี้น้องยังอยู่ที่โรงพยาบาลและตนยังไม่ได้รับความคืบหน้าของคดี ไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบเหมือนคดีที่ผ่านๆ มา เพราะคิดว่าทั้ง 2 คดีนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจกับครอบครัวของผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าตำรวจคงพยายามหาหลักฐาน จากที่เห็นในคลิปวันนี้ พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนที่จะทำให้คดีกระจ่างภายในเร็ววัน ขณะนี้มีเสียงแตกมากเหลือเกินว่าเป็นคู่อริหรือเจ้าหน้าที่ จึงขอให้พยายามทำคดีให้กระจ่าง เพื่อที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้ไม่ตกเป็นจำเลยของสังคม
ที่สน.ดินแดง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ปฏิบัติราชการบช.น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุชาวแฟลตดินแดงร้องเรียน จากกลุ่มชาวแฟลตดินแดง อาคารรอบ สน.ดินแดง ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการรวมกลุ่มชุมนุมและเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงต่อเนื่องแฟลตดินแดงเป็นเวลานานร่วมเดือน หลายครั้งได้รับความเสียหายจากกลุ่มวัยรุ่นที่วิ่งหลบหนีการจับกุมของตำรวจเข้าในพื้นที่แฟลต ไปจนถึงมีชาวแฟลตได้รับบาดเจ็บโดยไม่ได้ร่วมชุมนุม แต่คดีความ การเอาผิดไม่คืบหน้า
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า หลังรับฟังปัญหา ยอมรับว่า ตำรวจมีปัญหามีข้อจำกัดในทางปฏิบัติคือการแยกตัวผู้กระทำผิด เพราะผู้ก่อเหตุมักหลบหนีเข้าไปในเคหสถานใกล้เคียงหรือเข้าปะปนกับชาวแฟลต – ชาวบ้าน แต่จะพยายามหาทางออกร่วมกัน ซึ่งได้นัดหารือกันร่วมกันแล้ว อย่างไรก็ตาม หลักการเบื้องต้น คืออาศัยความร่วมมือกับชาวบ้านทำงานร่วมกันกับตำรวจชุดปฏิบัติการ โดยเฉพาะการแบ่งแยกชาวบ้านออกจากผู้ชุมนุมไปจนถึงชาวแฟลตอาจจะรวมกลุ่มเป็นอาสาสมัครเพื่อคัดกรองบุคคลที่ไม่ใช่คนพักอาศัยใน แฟลตหรือในพื้นที่ห้ามเข้าในอาณาเขตบริเวณเคหสถาน เป็นต้น
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เวลา 20.20 น. มีชายต้องสงสัยเข้าไปในบริเวณแยกข้างสวนป่า ถนนมิตรไมตรี 1 ระหว่างชาวแฟลตดินแดงกำลังรวมตัวกันเพื่อแสดงความ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มทะลุแก๊ส ประชาชนจึงช่วยกันตรวจสอบ พบว่ามีวัตถุ
ระเบิดแสวงเครื่องไว้ในครอบครอง จำนวน 5 ลูก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้จับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวไว้จำนวน 1 ราย ดำเนินคดีในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม ได้จับกุมผู้ทำความผิด ตามหมายจับ 3 ราย โดยได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเป็นผู้ที่เผารถยกตำรวจเมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 จับกุมตัวได้ที่บริเวณซอยมอเตอร์เวย์ 14 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ส่วนความคืบหน้าคดียิงเด็ก 14-15 ปีนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า มีพยานหลักฐานในระดับหนึ่งหาความเชื่อมโยง ของกลาง รายงานจากแพทย์ การทำสำนวนการสอบสวนเหมือนต่อจิ๊กซอว์ ได้ครบทำได้เร็ว ขาดไปต้องหา พยายามทำอยู่ให้เกิดความรวดเร็ว
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง น.ส.นิราภร อ่อนขาว อายุ 20 ปี น.ศ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายนพดล พรหมภาสิต ผู้กล่าวหาได้ทำการตรวจสอบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ“ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อ้างว่าเพจ เฟซบุ๊กดังกล่าวปลุกระดมและโพสต์ข้อความให้ผู้คนออกไปประท้วงเดินชุมนุม เพื่อขับไล่รัฐบาลซึ่งในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังเห็นว่ากลุ่ม ผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมโดยสันติวิธีและสงบตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกับพนักงานสอบสวนกก. 3 บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาจากการสืบสวนทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลพบว่าน.ส.นิราภร มีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวข้างต้นและพบว่าก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการชุมนุมภายในมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกลุ่มแกนนำแนวร่วมกลุ่มอื่นๆ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าดำเนินการกับแกนนำของกลุ่ม อีกทั้งยังพบว่าผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) หรือผู้ใช้บัญชีเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีอนุมัติหมายค้น และรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
พนักงานสอบสวนยังสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากจะต้องสอบพยานจำนวน 10 ปาก, รอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วันท้ายคำร้องยังระบุว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ภายหลังศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหายื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยตีราคาประกัน 2.5 หมื่นบาท

แนวร่วมม็อบ – ตำรวจบก.ปอท.แสดงหมายศาลธัญบุรี ตรวจค้นบ้านพักใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับตัวน.ส.นิราภร อ่อนขาว แอดมินเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แจ้งความผิด ม.116-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.