ตร.ล่า-ชี้ฝีมือทะลุแก๊ส
ไมค์นอนคุกอีก-ม.112

ฮือเผา-ทุบทำลายป้อมตำรวจจราจรกรุง คืนเดียววอด-พังเละรวม 9 แห่ง ในท้องที่ 4 สน. ด้านผบ.ตร.สั่งผบช.น.เร่งติดตามหาตัวกลุ่ม ผู้กระทำความผิด พร้อมหามาตรการป้องกัน ตำรวจเชื่อเป็นกลุ่มม็อบทะลุแก๊สตระเวนลงมือตอบโต้ที่โดนปราบบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ‘ไมค์ ระยอง’ ไม่รอด อัยการสั่งฟ้องอีกคดีมาตรา 112 ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ระบุอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงว่า จะไปทำผิดซ้ำ

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 23 ก.ย. ร.ต.อ.สุรพงษ์ ประทุมวัน รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รุดเข้า ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจร สี่แยกสะพานควาย ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท และเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจร ที่สี่แยกประดิพัทธ์ ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.19 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ป้อมจราจร สี่แยกสะพานควาย และสี่แยกประดิพัทธ์ ได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถควบคุมสัญญาณไฟจราจรได้

นอกจากนี้ เวลา 02.41 น. ยังมีป้อมจราจร สี่แยกอุรุพงษ์ ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท และสี่แยกมิตรสัมพันธ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ก็ถูกเพลิงไหม้ เสียหายเช่นกัน รวมทั้งป้อมจราจรในพื้นที่ กทม.อีกหลายแห่งถูกทุบทำลายกระจกแตกได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุเพลิงไหม้ ดังกล่าว เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจยย. ซึ่งเป็นกลุ่มทะลุแก๊ส ที่เคยปะทะกับตำรวจคฝ.บริเวณถนนดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิต เป็นผู้ก่อเหตุตระเวนก่อเหตุเผาทำลายป้อมจราจร ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรวบรวม พยานหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีการก่อเหตุเผาป้อมจราจรหลายจุด ในกรุงเทพมาหนครว่า ได้รับรายงาน เรื่องดังกล่าวแล้ว ก็ต้องปรับยุทธวิธีกันไป ต้องประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำกว่านี้ จะเห็นว่ามีการกระจายตัวยกระดับความรุนแรง ตำรวจต้องปรับยุทธวิธีการใช้กำลัง การบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องการข่าว ตำรวจไม่ได้ วิ่งตามม็อบ แต่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจจะเป็นเส้นเบลอๆ ระหว่างม็อบกับผู้ที่ก่อเหตุ เพราะเขาต้องการให้เป็นแบบนั้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวอีกว่า การกระทำแบบนี้ ไม่ใช่อาชญากรทั่วไป จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมผู้ก่อเหตุกว่า 400 ราย ทุกครั้งที่จับจะมีความรู้เทคนิค ข้อกฎหมายต่างๆ มากขึ้น เห็นจากมีฝ่ายกฎหมาย ที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พอมีคนโดนจับจะมาทันที

เมื่อสอบถามว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเผาป้อมจราจร มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดิมๆ หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เขาลงมือกระทำเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย กระทบต่อภาพลักษณ์ในเรื่องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกพี่น้องประชาชน และหวังผลทางการเมือง ส่วนจะมีพัฒนาการที่รุนแรง กว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดการของตำรวจ ซึ่งต้องจัดการให้ได้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กมธ.ด้านพัฒนาการเมือง พร้อมผู้ปกครองเยาวชน 2 คน ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณพื้นที่การชุมนุมใกล้ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 16 ส.ค.พร้อมด้วยนางนิภาพร สมน้อย และผู้ปกครองของ 2 เยาวชนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.โสภณ แย้มชมชื่น รอง ผกก.สส.(สอบสวน) สน.ดินแดง พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด และรายงานของ คณะกรรมาธิการมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อเป็นเบาะแสในการทำคดี เพื่อติดตามคนร้าย โดยรวบรวมหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุกว่า 54 ตัวด้วยกัน ซึ่งหลักฐานดังกล่าว เป็นการรวบรวมจากทีมงานคณะกรรมาธิการ เป็นหลักฐานข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ก่อนหน้านี้ได้นำหลักฐานดังกล่าวไปยื่นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลให้ติดตามคนร้าย แต่เห็นว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า จึงนำหลักฐาน ดังกล่าวมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนโดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการทำคดี

นางนิภาพร เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อนำไปประกอบสำนวนในการติดตามตัวคนร้าย เพราะเวลาล่วงเลยมา 1 เดือนแล้ว แต่คดี ยังไม่มีความคืบหน้า จึงหวังให้ตำรวจช่วยทำคดี เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

พ.ต.ท.โสภณ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน ยังเดินหน้าทำคดีอย่างต่อเนื่อง ต้องรอข้อมูลพยานหลักฐานจากฝ่ายสืบสวนเพื่อนำมาประกอบสำนวน จึงทำให้มีความล่าช้าไปบ้าง แต่ก็ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสนใจและกำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่ามีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีกลุ่มหลักมีการนัดหมายรวมตัวกันในห้วง 23-26 ก.ย. 2564 ดังนี้ ในวันที่ 23-26 ก.ย.กลุ่มทะลุแก๊สรวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง ส่วนวันที่ 25 ก.ย. กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดหมายรวมตัว โดยยังไม่มีการระบุเวลาและสถานที่ ส่วนวันที่ 26 ก.ย. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายเวลา 16.00-19.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งบช.น. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 22 ก.ย. กลุ่มทะลุแก๊ส ที่แยกดินแดง เวลา 18.20 น. เริ่มนำยางรถจักรยานยนต์ มาเผาบริเวณบน ถ.วิภาวดีฯ ขาออก และมีการ นำป้ายมาผูกขวางถนนบริเวณใต้ทางด่วน เวลา 20.30 น. มีการนำแผงเหล็กปิดกั้นการจราจร และจุดไฟเผาทรัพย์สินบริเวณใต้ทางด่วน ทำให้กีดขวางการจราจร และประชาชนในละแวก ได้รับความเดือดร้อน เวลา 21.20-23.00 น. มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก พลุไฟ ระเบิดต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อยั่วยุ เจ้าหน้าที่บริเวณฝั่งถนนมิตรไมตรีและหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก เวลา 23.20 น. กลุ่ม ผู้ก่อความวุ่นวายดังกล่าวบางส่วนฉีดสีสเปรย์ใส่เกาะกลางถนนวิภาวดีฯขาเข้าเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณประโยชน์เสียหาย นอกจากนั้น ตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืน ตั้งแต่เวลา 00.30-02.40 น. มีการตระเวนทุบทำลายและเผาป้อมจราจร อีกจำนวน 6 จุด ได้แก่ สน.บางซื่อ 3 จุด ที่แยกสะพานควาย, แยกประดิพัทธ์ และด่วนระนอง สน.ลุมพินี 1 จุด ที่แยก ราชประสงค์ และสน.พญาไท 1 แห่ง คือ แยกอุรุพงษ์ และ สน.มักกะสัน 1 จุด ที่แยกมิตรสัมพันธ์ ซึ่งจะได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ประมาณ 15 คัน ผู้ก่อเหตุประมาณ 30 คน การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ (ป.อาญา ม.215), เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุม เลิกแล้วไม่เลิก (ม.216), วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น (ม.217), ทำให้เสียทรัพย์ (ม.358), ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม (21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น) และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ด้านพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงกรณีมีผู้ก่อเหตุเผาป้อมจราจรตำรวจ จำนวน 6 จุดว่ารูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มที่ก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เน้นการเผาทำลาย ทรัพย์สินทางราชการ และของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยใช้พื้นที่แฟลตดินแดงหลบซ่อนตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการปรับยุทธวิธีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อระงับเหตุ ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และยังคงเน้นปกป้องสถานที่ราชการ ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

“คำถามคือการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าวว่ามีจุดประสงค์ใด เนื่องจากทรัพย์ทางราชการที่เผาทำลาย ก็มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ส่วนการก่อเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้จะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเป็นปกติของผู้ที่ก่อเหตุที่พยายามหาโอกาส ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะยกระดับมาตรการทางกฎหมายให้เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ หาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งได้หารือร่วมกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งภายหลังจาก ที่ลงพื้นที่แฟลตดินแดง เพื่อทำความเข้าใจ กับประชาชนในแฟลต ส่วนหนึ่งประชาชนให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี” ผบช.น.กล่าว

สำหรับการเผา ทุบ ทำลายป้อมตำรวจ ในพื้นที่รับผิดชอบของ บช.น. มีทั้งสิ้นจำนวน 9 จุด ดังนี้ ท้องที่ สน.พญาไท 4 แห่ง ได้แก่ ทุบทำลายป้อมจราจร แยกประตูน้ำ เผาป้อมจราจร แยกศรีอยุธยา เผาป้อมจราจร แยกอุรุพงษ์ เผาป้อมจราจร แยกเพชรพระราม

ท้องที่สน.บางซื่อ 3 แห่ง ได้แก่ เผาป้อมจราจร แยกสะพานควาย เผาป้อมจราจร แยกประดิพัทธ์ เผาป้อมจราจร แยกระนอง ท้องที่ สน.มักกะสัน 1 แห่ง เผาทำลาย ป้อมจราจร แยกมิตรสัมพันธ์ และสน.ลุมพินี 1 แห่ง มีการ ทุบทำลายป้อมจราจร แยกราชประสงค์ (ตั้งอยู่ ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน)

ที่สน.ลุมพินี กลุ่มนักกิจกรรมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกอบด้วย นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย นายพชร ธรรมมล หรือฟลุ้ค ศิลปินนักร้องชื่อดัง นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นายชนินทร์ วงษ์ศรี นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือ แก้วใส น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา และนายทรงพล สนธิรักษ์ เดินทางมารับทราบ ข้อกล่าวหา จากการจัดชุมนุมวันที่ 3 ก.ย.บริเวณ ถนนราชดำริ-แยกราชประสงค์

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นข้อหาหลักคือ ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ และจะทำเป็นเอกสาร หนังสือคำให้การ เพิ่มเติมภายใน 20 วัน ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่ต้องประกันตัว เนื่องจากเข้ารายงานตัวตามหมายเรียก

วันเดียวกัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า เป็นผู้ต้องหาอีกครั้งข้อหาร่วมกันจัดคาร์ม็อบ ได้รับหมายเรียก ผู้ต้องหาครั้งที่ 2 หลังจากโทรศัพท์คุย รองผกก. เมื่อรับหมายเรียกครั้งแรกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ส.ส. และจะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ นางอมรัตน์ได้แนบหมายเรียกของ สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมติดแฮชแท็ก#คาร์ม็อบ ด้วย

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก อายุ 25 ปี แกนนำม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8 ซึ่งในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลากลางคืน ถึงวันที่ 7 ธ.ค.2563 จำเลยซึ่งเป็น เจ้าของเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อบัญชี “ภาณุพงศ์ จาดนอก” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 9 หมื่นคน ได้โพสต์ ข้อความลักษณะหมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณจักร โดยการโพสต์ของจำเลยดังกล่าว ทำให้บุคคลทั่วไป ที่พบเห็นเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 25 ม.ค.2563 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบและสอบสวนแล้ว ปรากฏว่าจำเลยให้การปฏิเสธ

อย่างไรก็ตาม ท้ายคำฟ้อง ยังระบุว่า นายภาณุพงศ์ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1668/2564 ของศาลอาญา, จำเลยในคดี อ.1061/2564 ของศาลจังหวัดระยอง, และ จำเลยที่ 3 คดี อ.708/2564 ของศาลแขวงดุสิต ขอให้ศาล นับโทษจำคุกของจำเลยคดีนี้ต่อจากคดีดังกล่าว ด้วย หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

เบื้องต้นศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.2380/2564 เพื่อจะนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานต่อไป ภายหลังฝ่ายจำเลยได้ยื่นเงินสด 200,000 บาท ขอประกันตัว ศาลอาญาพิจารณาแล้วให้ยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากศาลพิเคราะห์ แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง และมีอัตราโทษสูง หากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลย อาจจะไปกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาอีก หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง จึงไม่อนุญาต

เผาป้อม – เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบป้อมตำรวจจราจร สี่แยกสะพานควาย ถนนพหลโยธิน เขตบางซื่อ ถูกลอบเผากลางดึก โดยช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีป้อมตำรวจถูกลอบเผารวม 9 จุดทั่วกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

มอบคลิป – ผู้ปกครองเยาวชนถูกยิงบาดเจ็บที่สามเหลี่ยมดินแดง พร้อมนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.ก้าวไกล นำคลิปจากวงจรปิดไปมอบให้ตำรวจสน.ดินแดง เป็นหลักฐานติดตามคนร้าย หลังผ่านไป 1 เดือนคดีไม่คืบหน้า เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน