ที่ครม.โอนป้อมดูแล
‘ปลัดฉิ่ง’ลุย-ตั้งพรรค
ฝ่ายค้านบุกปปช.4ตค.
ยื่นฟันตู่ -คณะรัฐบาล

‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่ชัยภูมิ ส.ส.พปชร.แห่ต้อนรับคึกคัก‘จุรินทร์-ส.ส. ปชป.’ โวย มติครม.ให้ ‘บิ๊กป้อม’ คุม 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ ไม่ให้เกียรติ-ไร้มารยาท เตือนแก้ปัญหาใน พปชร.แล้วกระทบพรรคอื่น ระวังเป็นเรื่อง เผยคุยนายกฯ แล้ว เชื่อคลี่คลายได้ ‘ปลัดฉิ่ง’ ปลัดมหาดไทย เริ่มขยับพรรคเศรษฐกิจไทย ‘เพื่อนบิ๊กตู่’ อำลาพลังประชารัฐเข้าซบ ฝ่ายค้านยังไม่ยื่นศาลรธน. ตีความปมนายกฯ 8 ปี หวั่นถูกตีตกเพราะเหตุยังไม่เกิด ดีเดย์ 4 ต.ค.ร้องป.ป.ช.เอาผิดดาบสอง ‘ครม.- บิ๊กตู่-อนุทิน-เฉลิมชัย’

‘บิ๊กตู่’ขอบคุณวุฒิสภา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่รัฐสภา วุฒิสภาจัดสัมมนาการดำเนินโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2564 “ครบรอบ 2 ปี ส.ว.พบประชาชน ประชาชนได้อะไร?” มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิด และมีรองประธานวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา และผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ส่งคลิปวิดีโอกล่าวขอบคุณวุฒิสภาที่ดำเนินโครงการดังกล่าวมาตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาแม้จะมีกลไกต่างๆ ของรัฐในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนแต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ที่วุฒิสภาเข้ามามีส่วน ถือเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้ชาติ และเป็นจุดร่วมระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานว่า ตนไม่ได้มาจากพรรคการเมือง แต่มาทำงานการเมือง ยืนยันว่าตนทำงานเหมือนราชการ ทำงานตามเวลาทุกวัน แต่ช่วงหลังเมื่อทำงานร่วมกับพรรคการเมืองก็ได้รู้ว่าเราอ่อนด้อยในเรื่องสำคัญคือการใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ขณะที่พรรคการเมืองทำงานใกล้ชิดพี่น้องประชาชน

“ผมไม่ค่อยลงพื้นที่ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยเวลาลงพื้นที่แต่ละครั้งต้องเป็นคณะใหญ่ ใช้งบจำนวนมาก แม้จะเคยขอให้ลง พื้นที่เป็นคณะเล็ก แต่กระทรวงยืนยันว่าไม่สามารถทำได้เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ยืนยันว่าทำงานหนักมาตลอด

นายกฯ ของพวกคุณสั่งงานผมทุกวัน ไม่เว้นแม้วันหยุดราชการ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 งาน ผมก็ต้องอาศัยข้าราชการด้วยเพราะเรื่องบางอย่างลึกเกินไป ดังนั้น ใช้วิธีการลงพื้นที่พร้อมกับนายกฯ เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมข้อมูลเพียงแค่ครั้งเดียว” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

นั่งฮ.ดูน้ำ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทางอากาศ ระหว่างตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบอุทกภัย ที่จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.

‘2 ป.’ไปชัยภูมิ-พปชร.รับพรึบ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 1 ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร จากเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่จ.ชัยภูมิ

คณะนายกฯ ที่ร่วมลงพื้นที่ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนายบุญธรรม เลิศสุขเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

สำหรับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่มาต้อนรับนายกฯ ตามจุดต่างๆ ได้แก่ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 3 นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2, ส.ส.นครราชสีมา 6 คน นายเกษม ศุภรานนท์ เขต 1 นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 4 นาย อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 6 นางทัศนียา รัตนเศรษฐ เขต 7 นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ เขต 8 และนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เขต 11 ,ส.ส.ขอนแก่น 2 คน นายวัฒนา ช่างเหลา เขต 2 และนายสมศักดิ์ คุณเงิน เขต 7

รวมทั้ง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม., นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 ,นายมานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 ,นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2, นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1, นาย ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ในส่วนของส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายเอกราช ช่างเหลา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร

อ้อนชาวบ้าน‘ไอเลิฟยู’

เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์มาถึงตลาดคลองพุดซา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ และกล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลและนายกฯ พร้อมแก้ปัญหาและทำงานให้ ขอเพียงอย่าสร้างความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ใครจะรักใครจะชอบไม่ว่า แต่อยากให้รักประเทศและผืนแผ่นดิน วันนี้มีปัญหาอะไรความเดือดร้อนอะไรก็ให้เข้าหาส่วนราชการ ใครอยู่ใกล้ตรงไหนก็ไปหาตรงนั้น เชื่อว่าข้าราชการทุกคนเต็มใจทำให้ทุกคน

“ชัยภูมิรับรองยังไงผมก็ทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นบ้านของคุณแม่ผม แต่ผมไปเกิดโคราช แม่ผมเป็นคนชัยภูมิ ความรักอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันรักแค่จังหวัดนี้ไม่ได้อีก ผมรักอีก 76 จังหวัด นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาลและนายกฯ เป็นความรับผิดชอบของคนไทย ทุกคนช่วยกันให้ประเทศก้าวผ่านอุปสรรคนี้ให้ได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีรายได้ สูงขึ้นในอนาคต ดังนั้นต้องฟังและหาทางแก้ปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ด้านชาวบ้านที่มาต้อนรับต่างตะโกน “นายกฯ สู้ๆ ลุงตู่สู้ๆ” นายกฯ กล่าวตอบว่า “สู้กับปัญหาให้พวกเรา การเปลี่ยนแปลงอะไรต้องใช้เวลาทั้งหมด ถ้าเราร่วมมือก็จะเร็วขึ้น ขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง” ก่อนที่นายกฯ จะชูมือเป็นสัญลักษณ์ ไอเลิฟยู และชูกำปั้นมาทุบที่หน้าอก

ช่วงหนึ่งประชาชนบอกให้สู้ๆ นายกฯ จึงหันไปถามว่า “ให้ผมสู้ต่อเหรอ ขอบใจนะ เราต้องสู้ไปด้วยกัน ใช่แล้วเพราะงานยังไม่เสร็จ งานทุกอย่างต้องใช้เวลา จะให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยไม่ได้” ยันดูแลทุกพื้นที่ให้ใกล้เคียงกัน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรโรงพยาบาลชัยภูมิและมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาล เสร็จแล้วเดินทางด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ ของปภ. เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังวัดชัยชนะวิหาร (วัดบ้านละหาน) ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ

ระหว่างนั่งรถมีประชาชนตะโกนถามว่า “นายกฯ เว้าอีสานได้บ่ กินข้าวเหนียวแล้วบ่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เว้าอีหยั่ง ข้าวเหนียว ปลาแดก กินเป็นทั้งนั้น เพราะเป็นลูกอีสาน เกิดโคราช แม่อยู่ชัยภูมิ วันนี้เราดูแลทุกพื้นที่ให้ใกล้เคียงกัน”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ลาที แต่ไม่ใช่ ลาก่อน โอกาสหน้าจะมาใหม่ เอาหัวใจชาวกรุงเทพฯ และทุกจังหวัดมาให้ชาวชัยภูมิ” ขณะที่ประชาชนบางส่วนตะโกนให้กำลังใจว่า “ลุงตู่สู้ๆ รักคุณลุง จะเป็นกำลังใจให้ อย่าท้อๆ สู้มัน สู้มัน”

จุรินทร์ออนทัวร์ภาคเหนือ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีกำหนดการลงพื้นที่ “จุรินทร์ออนทัวร์” ในภาคเหนือ ประกอบด้วย นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย และเพชรบูรณ์ เพื่อพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์ พร้อมติดตามโครงการประกันรายได้ โดยจะพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าว ทั้งที่นครสวรรค์ กำแพงเพชร และสุโขทัย และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก่เกษตรกร จ.สุโขทัย ด้วย

ตั้งแต่เริ่มสถานการณ์น้ำท่วมทั้งภาคเหนือ อีสาน และกลาง นายจุรินทร์สั่งการอย่างเร่งด่วนให้บุคลากรของพรรค กรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี ส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีต ส.ส. ตัวแทนพรรค สาขาพรรค เฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลือ ให้ตั้งศูนย์ติดตามและประสานงานเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในทุกเขตพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมประสานการทำงานส่วนกลางอย่างเป็นระบบ เก็บรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนเสียหาย และผลกระทบหลังจากน้ำลดจะได้ช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาต่อไป ส่วนข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมได้จะเป็นส่วนสำคัญให้พรรคใช้วางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ติงให้‘บิ๊กป้อม’คุม 4 กรม-ก.เกษตรฯ

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ กรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ซึ่งเดิมเป็นงาน ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ จากเดิมนายจุรินทร์เป็นผู้ดูแล ว่า

ขอพูดโดยรวมว่าเห็นใจพรรคพลังประชารัฐที่ต้องแก้ไขปัญหาภายในพรรค ซึ่งให้กำลังใจมาโดยตลอด เพียงแต่การแก้ไขปัญหาควรจะยุติ ไม่ควรกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งตนสื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯ แล้ว และนายกฯ ก็รับทราบ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายไปได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าในทางการเมือง พล.อ. ประวิตรอาจเข้ามายึดกระทรวงเกษตรฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน เป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งยังไม่เกิดเรื่องขึ้น

กลุ่มไลน์ส.ส.ฉะยับ-ไม่ให้เกียรติ

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ เฟซบุ๊กว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทุกคนแปลกใจกับคำสั่งดังกล่าว และมีความรู้สึกไม่สบายใจ เสมือนการไม่ให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการแสดงความเห็นในกลุ่มไลน์ของ ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 160 คน กันหลายคน

ตนเห็นด้วยกับความเห็นของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ว่า คิดว่าคำสั่งให้รองนายกฯ กำกับราชการกรม ซึ่งมิใช่กระทรวงน่าจะไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11(2) บัญญัติถึงอำนาจนายกฯ ไว้ว่า มอบหมายให้รองนายกฯ กำกับการบริหารราชการของกระทรวง หรือทบวงหนึ่ง หรือหลายกระทรวงหลายทบวง ส่วน (3) บัญญัติว่า บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ในลักษณะเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ส่วนรัฐมนตรีว่าการกกระทรวง มาตรา 20 บัญญัติว่า กระทรวงหนึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชา และจะให้มี รัฐมนตรีช่วยฯ เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการมอบหมาย จะเห็นว่า การมอบรองนายกฯ กำกับหน่วยงานระดับกรมกระทำมิได้ เพราะกรมขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คำสั่งเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน และไม่น่าถูกต้องทั้งกฎหมาย และมารยาทการร่วมรัฐบาลผสม

เพื่อนตู่ทิ้งพปชร.-ซบพรรคปลัดฉิ่ง

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กกลุ่มสีขาวบริสุทธิ์ หยุดสีเทา โดยทีมงานของ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความว่า ความสำเร็จในครั้งที่ผ่านมาของการเลือกตั้งส.ส.แห่งภาคใต้ ภายใต้การนำทัพของพ.อ.สุชาติ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน การมาใหม่ในครั้งนี้ เสียงปี่เสียงกลอง ดั่งลั่นแน่นอน กวาด ส.ส.ในภาคใต้เพิ่มขึ้น

พร้อมลงข้อความประกอบภาพพ.อ.สุชาติระบุว่า “ต้นเดือนต.ค.น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องพรรคใหม่ที่สื่อเสนอกันมาตลอดว่า มี ‘ปลัดฉิ่ง’ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.ผลักดัน ส่วนผมไม่ได้ช่วยงานพรรคพลังประชารัฐแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้า และวันที่ 30 ก.ย. จะเรียกทีมงานหารือวางแผนการทำงานในพื้นที่ ส่วนส.ส.พรรคพลังประชารัฐในภาคใต้ที่ได้รับเลือกมา 13 คน เพราะกระแสความนิยมในตัวของนายกฯ ผมยังมั่นใจว่า ในภาคใต้ความนิยมในตัว นายกฯ ไม่ได้ลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สุชาติเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียม 12 กับพล.อ.ประยุทธ์ และเป็น 1 ในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยมีรายงานว่า พรรคใหม่อาจใช้ชื่อ “พรรคเศรษฐกิจไทย” ได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

ปัดไม่ใช่พรรคสำรอง

พ.อ.สุชาติให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้พูดคุยกับผู้บริหารการเลือกตั้งปี 2562 ในส่วนของภาคใต้ เบื้องต้นประมาณ 9 คน ที่จะไปร่วมงานด้วยกันกับพรรคใหม่ อาทิ นายทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง อดีตนายกอบจ.พัทลุง ส่วนบางคนเป็นส.ว.และมีตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่ขอเปิดเผย พรรคใหม่ที่จะไปสังกัดอยู่นั้นมีนายฉัตรชัยเป็นผู้ดำเนินการด้านธุรการ คาดว่าจะชัดเจนภายในเดือนต.ค.นี้ ส่วนชื่อพรรคใหม่เบื้องต้นคือเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่ทราบจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯ ในฐานะเพื่อนหรือไม่ พ.อ.สุชาติกล่าวว่า เคยคุยกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยตนระบุว่าจะไม่ขออยู่กับพรรคพลังประชารัฐแล้ว และได้รับ คำตอบกลับมาว่าถ้าไม่อยู่ ก็หาพรรคใหม่สังกัด ซึ่งเป็นการพูดคุยกันตามปกติด้วยความเข้าใจ แต่ตนไม่ได้คุยกับพล.อ.ประวิตร ไม่ได้คุยกันมานานแล้ว

ต่อข้อถามว่าเป็นการแยกวงเพื่อถ่วงดุลพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พ.อ.สุชาติกล่าวว่า พรรคใหม่ที่ไป ไม่ใช่เป็นพรรคสำรองอย่างที่มีข้อสังเกต ถ้าดูให้ดี หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การจะไปเป็นพรรคสำรองให้ใครคงทำไม่ได้ เพราะถ้าตั้งเป็นพรรคขนาดเล็กก็ตาย ถ้าเป็นพรรคขนาดกลาง ก็ลุ้นได้ส.ส.ห้าสิบห้าสิบ ดังนั้นพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ จะต้องเป็นพรรคขนาดใหญ่สถานเดียว คนเป็นหัวหน้าพรรค และ ผู้บริหารพรรคจะต้องขายได้ เป็นที่ยอมรับ เพราะถ้าชาวบ้านไม่เชื่อถือก็จบเหมือนกัน

‘ทิพานัน’ฉะฝ่ายค้านเขย่านายกฯ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยกรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุ “นายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง” มาขยายประเด็นเพื่อลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ฝ่ายค้านถนัดและดิ้นรนจะทำ เพราะไม่สามารถหาจุดบกพร่องในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ได้ จึงต้องไปเอากฎหมายมาตีความกระท่อนกระแท่น

ถ้าอ่านมาตรา 158 และมาตรา 264 ทั้งมาตราจะเข้าใจได้ว่า การนับอายุดำรงตำแหน่งนายกฯ เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรคสอง ที่บุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภา

อยากให้ฝ่ายค้านหยุดบิดเบือนการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อปลุกปั่นกระแสสังคมและลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งการคาดการณ์มาตรา 158 แบบล่วงหน้าของฝ่ายค้านจนสังคมสับสนนั้น มีเหตุผลเดียวคือ กลัวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีประชาชนเลือกพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นพล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ สิ่งเดียวที่ฝ่ายค้านควรทำคือ ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนทำงาน และต้องมีจิตใจช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากใจจริง เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามชี้นำประเด็นมาตรา 158 ก็ยังมาไม่ถึง จงทำปัจจุบันให้ที่สุดจะดีกว่า

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบโต้และสงวนสิทธิการแสดงความเห็น แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคการเมืองที่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯ ก็ตาม มองว่าเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกฯ นั้น เป็นเรื่องที่นายกฯ จะใช้ดุลพินิจพิจารณาและถามความเห็นของฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายค้านจ่อชงป.ป.ช.ฟันครม.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประมาณ 2 ชั่วโมง และร่วมกันแถลงข่าว โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า 1.สืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติลงนามในญัตติที่จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 4 ต.ค. เวลา 10.00 น. ยื่นทั้งหมด 4 ชุด ชุดแรก เป็นครม.ทั้งคณะ ชุดที่ 2 เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชุดที่ 3 เป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ชุดที่ 4 เป็นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์

ส่วนประเด็นที่จะยื่นเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัคซีนทั้งหมด 3 เรื่อง เช่น การไม่เข้าโครงการโคแว็กซ์ การผูกขาดเอื้อประโยชน์วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า การทุจริตจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK และการบริหารจัดการวัคซีนที่ผิดพลาด จัดซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพให้คนไทย ส่วนกรณียางพาราเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการออกมติ ครม.ที่ขัดต่อกฎหมาย เอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตสต๊อกยางพารา ส่งผลให้เกิดการขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เอื้อเอกชนรายเดียว ผิดกฎหมายการยางเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ทำราคายางลดต่ำเพราะมีการทุ่มราคา

2.กรณีวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ที่ประชุมมีความเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 158 เขียนไว้ชัดเจนว่า นายกฯ มีวาระในการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดอำนาจนานเกินไป และเป็นประเด็นในอนาคตอาจต้องมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 158 เขียนชัดว่านายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ฝ่ายค้านแทบจะไม่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพราะชัดเจนในตัวมันเองแล้ว ถ้าตีความแบบฝ่ายค้านต้องนับตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2557 และบทเฉพาะกาลมาตรา 264 ในรัฐธรรมนูญยังระบุว่า ครม.ที่เป็น ครม.อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในการยื่นร้อง ถ้าไม่มีเหตุเกิดขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญคงจะไม่รับไว้ จึงจะไม่ยื่นในขณะนี้ เราจะพิจารณาเรื่องนี้เมื่อมีเหตุที่เหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน