จับตาทำเนียบจัดห้อง
เพิ่มรองนายกฯคนที่7
ปปช.ฟันสส.เพื่อไทย
เจ้าตัวโต้ตบทรัพย์5ล.

โฆษกรัฐบาลแจงคลิป ‘บิ๊กตู่’ ตบหัว รปภ.บนเรือ ระหว่างตรวจน้ำท่วมนนทบุรี แค่แหย่เล่น เพราะเอ็นดูเหมือนครอบครัว สะพัดอีก จ่อปรับครม. เพิ่มรองนายกฯ คนที่ 7 ‘บิ๊กป้อม’ รูดซิปหลังมีข่าวไฟเขียว พปชร.หนุน ‘บิ๊กตู่’ ชิงนายกฯ อีกสมัย ภูมิใจไทยลั่นชู ‘อนุทิน’ ประกบชิงดำ ตั้งเป้าอัพไซซ์พรรคกวาดส.ส. 80-100 ที่นั่ง ‘จุรินทร์’ ชี้ปชป.ยังไม่ประกาศเป้าหมาย ระบุยามนี้ต้องช่วยประชาชนที่เดือดร้อนก่อน โฆษกปชป.ซัด ‘ประวิตร’ ยึด 4 กรมในก.เกษตรฯ เพื่อใคร ลั่นแบบนี้ไม่ราบรื่นแน่ ป.ป.ช.ชี้มูลฟันอาญา ‘อนุรักษ์’ ส.ส.มุกดาหาร เพื่อไทย กล่าวหา ตบทรัพย์ 5 ล้าน แลกผ่านงบกรมทรัพยากร น้ำบาดาล เจ้าตัวแถลงโต้ทันควัน

โฆษกรัฐแจง‘บิ๊กตู่’แหย่เล่นรปภ.

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลังมีการเผยแพร่คลิปภาพข่าวที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้ฝ่ามือตบศีรษะทีมรักษาความปลอดภัย ระหว่างอยู่บนเรือในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ว่า ถือเป็นความสนิทสนมระหว่างนายกับลูกน้อง เพราะทีมงานใกล้ชิดนายกฯ ทุกคน ทั้ง รปภ. ลูกน้อง ผู้ร่วมงานอยู่กับนายกฯ ซึ่งท่านเอ็นดูเหมือนครอบครัว บางครั้งก็จะมีการแหย่เล่นกันบ้าง

“ขนาดผมเป็นโฆษกรัฐบาล ยังถูกท่านแกล้งตบหลัง ชกท้องเบาๆ หลายครั้ง ซึ่งเป็นธรรมดาของทหารเก่า จะมีการหยอกกันกับลูกน้องบ้าง ขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตามการทำงานของท่านนายกฯ มาตลอด”นายธนกรกล่าว

สะพัดปรับครม.เพิ่มรองนายกฯ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ภายหลังนายกฯ ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นรมช.แรงงาน เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวต่อเนื่องถึงการปรับครม.ช่วงเดือนต.ค.นี้ ประกอบกับมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุและถูกจับตาว่าจะเข้ามาสู่แวดวงการเมือง อาทิ ‘ปลัดฉิ่ง’ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่ได้สำรวจห้องต่างๆ บนตึกบัญชาการ 1 โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้ นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง จัดเตรียมห้องเพื่อรองรับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ อย่างเร่งด่วน

ปัจจุบันมีรองนายกฯ 6 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายวิษณุ เครืองาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน

‘ศุภชัย’ ยันไม่มีใครทาบทาม

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกฯ และที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ กล่าวว่า ขอชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการจัดเตรียมห้องที่ตึกบัญชาการ 1 เนื่องจากวันที่ 30 ก.ย. มีผู้เกษียณและมีการเปลี่ยนย้ายตำแหน่งผู้รับผิดชอบด้านสถานที่ จึงต้องทำความสะอาดห้องที่ย้ายออกไป และเตรียมสำหรับผู้ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ เช่น ที่ปรึกษานายกฯ ตามการหมุนเวียนปกติ ไม่ได้รับแจ้งให้จัดเตรียมรองรับการปรับ ครม.

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บุตรชายของนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกฯ และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก กล่าวถึงกระแสข่าวนายศุภชัยจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.พลังงาน แทนนายสุพัฒนพงษ์ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการทาบทาม และนายศุภชัยยังสนับสนุนใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างเต็มที่ ยังเป็นมันสมองและเป็นกุนซือด้านเศรษฐกิจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ บิดาของตนได้เห็นข่าวนี้แล้ว และได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

‘บิ๊กป้อม’ รูดซิปส่ง ‘ตู่’ ชิงนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีมีรายงานข่าวว่าเรียกประชุมหัวหน้าภาคของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 9 ภาค เมื่อวันที่ 30 ก.ย. รวมถึงกรณี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของพล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะย้ายไปอยู่พรรคของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยอาจมีส.ส.ใต้บางส่วนไปร่วมงานด้วย

เมื่อถามว่ามีรายงานว่าการเลือกตั้งสมัยหน้า พล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อพล.อ. ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต นายกฯ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามและมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนเดินฝ่าวงผู้สื่อข่าวที่รอสัมภาษณ์ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

ภท.พร้อมสู้ศึก-ชู‘อนุทิน’ชิงดำ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐชูพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย และตั้งเป้าเลือกตั้ง ครั้งหน้าได้ส.ส. 150-200 ที่นั่งว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ต่อเนื่องมาโดยตลอด หากมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่พรรคก็พร้อมทุกอย่าง และชูนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เพียงคนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวปรับครม. นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามพล.อ.ประยุทธ์ แต่หากมีการปรับจริงคงไม่เกี่ยวกับเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ถ้าปรับกคงเป็นในส่วนของพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ส่วนกระแสข่าวลือยุบสภานั้น นายกฯ ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการยุบสภาแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลา

ส่วนกรณีที่มีคนโห่ไล่นายกฯ ช่วงที่มีการลงพื้นที่นั้น เชื่อว่านายกฯ ยังคงสามารถทำงานได้ปกติ เพราะท่านเป็นคนทำงาน และมีความขยัน โดยเฉพาะการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน การที่มีมวลชนมาโห่ไล่ ตนเข้าใจนายกฯ เพราะครั้งหนึ่งพรรคภูมิใจไทยก็เคยถูกโห่ไล่ ดังนั้น ทุกคนควรยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยว่าการทำแบบนั้นเกินไปหรือไม่

ขออัพไซซ์พรรค-ฉะม็อบจัดตั้ง

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีเป้าหมายขออัพไซซ์เป็นพรรคขนาดกลาง คาดหวังจะได้ส.ส.80-100 ที่นั่ง จากครั้งที่ผ่านมาได้ 52 ที่นั่ง อีกทั้งยังคงเสนอนายอนุทิน เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวของพรรค เราไม่ชูคนข้างนอก เพราะอยากได้นายกฯ มาจากระบบการเลือกตั้ง และมองว่านายกฯ ควรเป็นส.ส.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้นายกฯ ลงพื้นที่ ไหนเริ่มมีคนมาโห่ไล่ด่าทอ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่มีประชาชนออกมา ขับไล่ เพราะคนเหล่านั้นเป็นมวลชนหรือม็อบจัดตั้งของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อแสดงออกและเลียนแบบกัน แต่ก็มีกองเชียร์จำนวนไม่น้อย ตอนนี้รัฐบาลเหลือวาระการทำงาน 1 ปี 6 เดือน ก่อนครบวาระมีการช่วงชิงความได้เปรียบของฝ่ายค้านที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของ นายกฯ แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะสะวิงกลับไปหาพรรคฝ่ายค้านเอง เพราะนายกฯ ลงพื้นที่เพื่อต้องการช่วยแก้ไขปัญหา แต่กลับมีการมาด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงถือว่าไม่เหมาะสม

‘จุรินทร์’มั่นใจเลือกตั้งได้ส.ส.เพิ่ม

ที่ จ.สุโขทัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ปราโมช ลงพื้นที่ออนทัวร์ภาคเหนือวันที่สอง เพื่อมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์ของมูลนิธิ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมพบปะสมาคมไหหลำและพ่อค้าในพื้นที่ โดยกำชับให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัยของพรรค คือ นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล และนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีตส.ส.จ.สุโขทัย เร่งติดตาม ประสานงานหน่วยงานราชการในการให้ความช่วยเหลือประชาชน

นายจุรินทร์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่นครสวรรค์-กำแพงเพชร ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนจะให้ความไว้วางใจให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งส.ส. เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ภาคเหนือได้ ส.ส.เพียงคนเดียวคือ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก

ไม่สนพปชร.ตั้งเป้า 150-200 ที่นั่ง

นายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ จัดทัพเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง พร้อมตั้งเป้าจะได้ ส.ส.150-200 ที่นั่ง และประกาศชู พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัยว่า เป็นสิทธิ์ที่แต่ละพรรคจะตั้งเป้า และทุกพรรคมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้จะเป็นนายกฯ ได้เพราะรัฐธรรมนูญบังคับ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียนว่ายังไม่จำเป็นต้องประกาศเป้าหมายตอนนี้

“สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นไม่ใช่การตั้งเป้าของพรรคการเมืองว่าจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ แต่เขาอยากเห็นผลงานเป็นรูปธรรมในการลงไปแก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะยามนี้ต้องยอมรับว่าประชาชนประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ โควิด-19 และการเมืองประดังเข้ามา คือสิ่งที่ผมคิดว่าพรรคการเมืองต้องคิดก่อนเป็นลำดับแรก” นายจุรินทร์กล่าว

ส่วนนายกฯ ควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีความเห็น อยู่ที่ นายกฯ จะพิจารณาว่าจะเข้าสังกัดพรรคหรือไม่

ปชป.เดือดปมยึด 4 กรม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐแสดงความเห็นเรื่องที่ครม.มอบให้ พล.อ.ประวิตรคุม 4 กรม ของกระทรวงเกษตรฯ ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ดูตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่า การดูแลงานกระทรวงเกษตรฯ มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ และนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ควบคุมดูแลในฐานะรองนายกฯ ซึ่งเป็นไปตามหลักบริหารราชการแผ่นดินชัดเจนตามสายงาน

การที่ ครม.มอบให้ พล.อ.ประวิตรเข้ามาดู 4 กรมคือ พัฒนาที่ดิน, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ที่เดิม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ เป็นผู้ดูแลอยู่ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คำสั่งรวบงานดังกล่าว ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ยังออกมาพูดจาในลักษณะที่บิดเบี้ยวไปจาก ข้อเท็จจริงอีก ที่บอกว่าต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงและความต้องการของประชาชนร่วมกันด้วย ถือเป็นการพูดที่ไม่สมเหตุสมผล

“การรวบไป 4 กรม เพื่อประชาชนหรือเพื่อใคร หลักการบริหารราชการแผ่นดินให้กลับไปศึกษาให้ดี ความคิดของคน ถ้าคิดดีทำดีไม่เป็นปัญหาแน่ ถ้านายจุรินทร์จะขอดูกรมในกระทรวงที่พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐมนตรีว่าการบ้าง ส.ส.พลังประชารัฐ จะคิดอย่างไร เราทำงานร่วมกันควรให้เกียรติกัน ทุกพรรคมีศักดิ์ศรี ถ้าคิดกันแบบนี้ ทำกันแบบนี้ จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร อย่าคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ พรรคจะตอบประชาชนอย่างไร เรื่องนี้เชื่อว่าหากยังเป็นอยู่เช่นนี้ยากที่จะ ราบรื่น” นายราเมศกล่าว

พท.ขู่เปิดซักฟอกไม่ลงมติ

ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้แก้ไขอะไรนอกจากแก้ต่าง พูดเอาดีใส่ตัวแล้วโยนให้ข้าราชการประจำบ้าง ในส่วนของตนโดยเฉพาะ 2 กระทรวงที่มีการพูดไป คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ (พม.) และเรื่องทรัพยากรน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จนถึงวันนี้ตนเรียกเอกสารโดยกรรมาธิการ (กมธ.) ไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ก็เพิ่งเซ็นหนังสือออกไปเป็นการเรียกครั้งที่ 3

“ผมจะรอถึงวันที่ 5 ต.ค. ซึ่งผมได้ส่งหนังสือถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นครั้งที่ 3 หากไม่มาก็ขออนุญาตใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากเป็นเรื่องสาธารณะและเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ทั้งหมดที่เราทำงานกันช่วงปิดสมัยประชุมจะนำไปสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติในสมัยประชุมหน้า” นายจิรายุกล่าว

ป.ป.ช.ฟันอาญาส.ส.มุกดาหาร

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. แถลงถึงข้อกล่าวหาที่สืบเนื่องจาก นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวในที่ประชุมอนุกมธ. แผนบูรณาการ 2 ในกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ที่มีการพิจารณางบแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมทรัพยากรน้ำ ว่ามีอนุกมธ.บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบ ซึ่งป.ป.ช.สั่งตั้งอนุกรรมการไต่สวน นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และนางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์

จากการไต่สวน นายศักดิ์ดา ให้ข้อมูลว่านายอนุรักษ์ เรียกรับเงินทางโทรศัพท์ โดยมีนางนันทนาเป็นผู้โทรศัพท์ประสานงาน การเช็กข้อมูลจากโทรศัพท์ช่วงที่มีการโทร.เจือสมพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่านายอนุรักษ์เรียกรับเงินจากนายศักดิ์ดาจริง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ประกอบพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/5 ฐานเรียกรับ ยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อตัวเองโดยไม่ชอบ และเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ส่วนความผิดวินัย ป.ป.ช.จะยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกาโดยตรง ส่วนคดีอาญาจะยื่นคำร้องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ส่วนข้อกล่าวหานางนันทนาไม่มีมูลว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินดังกล่าว แต่ได้แจ้งข้อสังเกตไปยังสภา เรื่องที่โทร.ประสานงานทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่

‘อนุรักษ์’โต้ตบทรัพย์-โวยไม่เป็นธรรม

นายอนุรักษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นเรื่องที่เร็วมาก ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ยื่นแก้ข้อกล่าวหาไปแล้ว และมีพยานบุคคล แต่ ป.ป.ช.กลับไม่เรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้อง เหมือนเป็นการฟังความฝ่ายเดียวแล้วชี้มูล ดังนั้นตนจะนำประเด็นนี้ไปร้องต่ออัยการ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไต่สวน ของ ป.ป.ช.

“ยอมรับว่าเบอร์โทรศัพท์ ที่ถูกใช้เป็นหลักฐานว่านำไปโทร.หาอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้น เป็นเบอร์ของผมจริง แต่ไม่ใช่เสียงของผม ผมไม่ได้เรียกเงินเขา มี ส.ส. คนหนึ่งนำโทรศัพท์ไปใช้โทร.พูดคุยกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต่อ หลังจากที่ผมได้คุยเรื่องเอกสาร ถ้ามีหลักฐานว่าผมเรียกรับเงินจริง ควรเอาคลิปเสียงมาเปิด ตอนนี้ผมยังไม่เคยเห็นคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างด้วยซ้ำ อยู่ๆ ก็มีชี้มูลผม ถ้าไม่มีหลักฐานแล้ว ป.ป.ช. ชี้มูลถือว่าไม่เป็นธรรม” นายอนุรักษ์กล่าว

ส่วนประเด็นที่ว่าตนเรียกรับเงินแลกกับการผ่านงบนั้น ขอถามกลับว่าตนมีอำนาจ ตัดงบได้อย่างไร เพราะการพิจารณางบเป็นอำนาจของสภา ต้องใช้มติในสภา ไม่ใช่อำนาจของอนุกมธ. เมื่อตนไม่มีอำนาจจะอ้างว่าไปเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการผ่านงบได้อย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน