ยํ้า11ชุมชน-ใน7เขต
ให้ขนของขึ้นบนที่สูง
‘ผู้ว่าฯ อัศวิน’ลงเรือตรวจสถานการณ์น้ำในเจ้าพระยา การันตีไม่ท่วมเหมือนปี 54 แน่ เผยสั่งเตรียมพร้อมระบบป้องกันทุกภาคส่วนแล้ว แต่ 11 ชุมชนนอกคันกั้นน้ำใน 11 ชุมชน 7 เขต แนะให้ยกของขึ้นที่สูงป้องกันไว้ก่อน ด้านปภ.รายงานผล กระทบจากอุทกภัยสูงถึง 2 แสนครัวเรือนแล้ว ชัยภูมิก็เร่งสูบน้ำกันตลอด 24 ช.ม.จนเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนที่ขอนแก่นอ่วมแล้วรับน้ำจากชัยภูมิ เขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำ หลังเหลือพื้นที่รองรับน้ำน้อยจนต้องเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่โคราช เร่งสำรวจความเสียหายที่พักอาศัยหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ถนนมิตรภาพน้ำเริ่มลด แต่นายกเทศมนตรีเทศบาลพิมายสั่งเตรียมพร้อมป้องกันโบราณสถาน รับข่าวพายุลูกใหม่ ญาตินิมนต์พระเชิญวิญญาณคนขับเรือกลับบ้านที่อยุธยา

ฝนแรง – ต้นไม้โค่นล้มทับรถกระบะ บนถนนเส้นทางสะเมิง-บ่อแก้ว ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ คนขับและผู้โดยสารรวม 4 คน บาดเจ็บ คาดสาเหตุจากฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง จนต้นไม้ทานไม่ไหว เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
ปภ.เผยกระทบ 2 แสนครัวเรือน
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-3 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดอุทกภัยขึ้นใน 31 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม รวม 195 อำเภอ 1,001 ตำบล 6,909 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล
ประชาชนได้รับผลกระทบ 264,210 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย สูญหาย 1 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี และกำแพงเพชร
นอกจากนี้ ยังคงมีน้ำท่วมอยู่อีก 17 จังหวัด รวม 81 อำเภอ 488 ตำบล 2,871 หมู่บ้าน ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมรับมือแล้ว พร้อมประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

ยันไม่ท่วม – พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะลงเรือตรวจ ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ น้ำเจ้าพระยา ยืนยัน น้ำไม่ท่วมรุนแรงเท่า ปี 2554 แน่นอน เมื่อ วันที่ 3 ต.ค.
‘อัศวิน’ยันไม่ท่วมเหมือนปี 54
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกทม. ลงเรือตรวจติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือตั้งแต่ใต้สะพานพระราม 7 เขตบางพลัด ไปถึงชุมชนโรงสี เขตยานนาวา พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้นจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ตนยืนยันว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ เหมือนปี 54 เพราะ กทม.เตรียมพร้อมการบริหารจัดการน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมต่างๆ
โดยพร่องน้ำในคลองเพื่อรองรับน้ำ สร้างธนาคารน้ำ, สร้างท่อเร่งระบายน้ำ, ขุดลอกคลอง, ลอกท่อระบายน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ความยาวประมาณ 78.93 กิโลเมตร
ซึ่งหลังจากปี 54 เป็นต้นมาได้เสริมแนวคันกั้นน้ำถาวรขึ้นตลอดแนวที่ระดับ 2.80-3.50 เมตร และเรียงกระสอบทรายเป็นเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) และบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำตามจุดต่างๆ 14 จุด รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 97 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งในช่วงน้ำทะเลขึ้น จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุด และเตรียมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนเคลื่อนที่ ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
สำหรับวันนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาดอยู่ที่ระดับ 1.85 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 1.15 เมตร ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาแต่อย่างใด

แพงรับเจ – ชาวบ้านออกจับจ่ายซื้ออาหาร ที่ศูนย์การค้ารามอินทรา (ตลาด ก.ม.2) เขตบางเขน กทม. พบราคาผักสดปรับสูงขึ้น ผู้ค้าระบุสาเหตุจากน้ำท่วมแหล่งเพาะปลูก ประกอบกับช่วงเทศกาลกินเจ ที่ใช้ผักเป็นหลักในการปรุง เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.นี้
อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ได้แก่ เขตดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา บางกอก น้อย และเขตคลองสาน โดยให้เขตแจ้งเตือนชุมชนเตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง นอกจากนี้ได้สั่งให้จัดเตรียมกำลังเพื่อออกช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉิน คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์สถานการณ์น้ำก็จะคลี่คลาย
เชิญดวงวิญญาณคนขับเรือล่ม
วันเดียวกัน ที่หน่วยนิติพยาธิ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร.พ.ศิริราช ญาติของนายสมชาย ธารกุล อายุ 64 ปี คนขับเรือที่สูญหายจากเหตุเรือล่มที่บริเวณหน้าวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ศพลอยมาติดที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 กทม. ได้นิมนต์ พระสงฆ์ 1 รูป มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณพร้อมรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมที่วัดสามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 3 คืน เริ่มตั้งแต่คืนนี้และพิธีฌาปนกิจในวันที่ 6 ต.ค.นี้
น.ส.จุฑาทิพย์ การกสิขวิธี อายุ 41 ปี ลูกสาวของนายสมชาย เปิดเผยว่า จะนำศพคุณพ่อกลับไปสวดพระอภิธรรมที่วัดสามกอ โดยจะสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน พร้อมกันนี้ยังนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของคุณพ่อกลับบ้านที่อยุธยาด้วย ส่วนนายสมพงษ์ ธารกุล 56 ปี น้องชายของผู้ตาย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ญาติยังรอความหวังว่าจะพบศพพี่สะใภ้ที่ยังสูญหาย เมื่อคืนที่ผ่านมามีข้อความจากบุคคลไม่พึงประสงค์ออกนามส่งเข้ามาว่า ให้กลับไปหาศพของพี่สะใภ้ที่บริเวณจุดพบศพพี่ชายซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน คาดว่าภายในวันนี้ก็น่าจะพบศพ

บรรเทาทุกข์ – นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น มอบถุงยังชีพบรรเทา ความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ชาวบ้าน ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเหตุอุทกภัยที่บ้านโนนกะยอม ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
น้ำจากชัยภูมิบ่าท่วมขอนแก่น
ที่บ้านโนนกะยอม ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำคณะเหล่ากาชาดลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม หลังจากมวลน้ำจากแม่น้ำชีที่ไหลมาจากจ.ชัยภูมิ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ 4 ตำบล รวมกว่า 40 หมู่บ้าน บางส่วนต้องไปอาศัยตามจุดพักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำต้องใช้การสัญจรทางเรือแทนรถยนต์
นายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ขนย้ายลำเลียงสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวในยุ้งฉางออกมาไว้ในพื้นที่จุดพักพิงชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชน ซึ่งก็พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายหลังจากลงไปวางอวนดักปลาและเป็นตะคริว แต่เพราะไปเพียงลำพัง ทำให้ไม่มีผู้พบเห็นและช่วยเหลือได้ทัน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีรายงานสถานการณ์น้ำไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอเพิ่มเติม คือที่อ.บ้านแฮดและบ้านไผ่ ส่วนที่อ.ชุมแพและหนองเรือนั้นสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และติดตามมวลน้ำจากจ.ชัยภูมิเป็นสำคัญ ส่วนทางด้านเขื่อนอุบลรัตน์ก็มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ประมาณ 100 ล้านลบ.ม. ก็คงต้องติดตามเป็นพิเศษเช่นกัน
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมของสถานการณ์ขณะนี้ จะมีน้ำท่วมหนักอยู่ตรงลำน้ำชีที่รับน้ำจาก จ.ชัยภูมิทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจ.ขอนแก่น ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำชีและไหลเข้าสู่ จ.มหาสารคามและร้อยเอ็ด แต่ก็น่าจะใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากปริมาณน้ำในช่วงท้ายน้ำมีปริมาณที่สูงขึ้น
เขื่อนอุบลรัตน์เร่งระบายน้ำ
วันเดียวกัน เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้เพิ่มการระบายน้ำเป็น 18 ล้านลบ.ม. หลังจากที่คณะอนุกรรมการน้ำจังหวัดขอนแก่นมีมติให้เพิ่มการระบายน้ำสูงสุด 35 ล้านลบ.ม. เพราะมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาปริมาณมากจนทำให้เหลือพื้นที่รองรับน้ำได้น้อย นายพิพัทต์ คงสินทวีสุข ผอ.โรงไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ทำให้น้ำในลำน้ำสาขาไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ปริมาณมาก
ตลอดทั้งสัปดาห์มีน้ำไหลเข้ามากกว่า 800 ล้านลบ.ม. จนต้องเร่งระบายออกน้ำออกเพื่อรองรับน้ำที่จะยังไหลเข้าสู่เขื่อนอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีการระบายออก 18 ล้านลบ.ม. ผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง จำนวน 15 ล้านลบ.ม. ล่าสุดเปิดสปิลเวย์เพื่อระบายอีก 3 ล้านลบ.ม. จากนั้นจะเพิ่มการระบายวันละ 3 ล้านลบ.ม.ไปจนกว่าจะถึง 35 ล้านลบ.ม.ต่อวัน
สำหรับน้ำที่ระบายออกไปลำน้ำพองสามารถรองรับน้ำได้ 35-40 ล้านลบ.ม.ต่อวัน คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งสองฝั่งลำน้ำพอง แต่ก็ขอให้ประชาชนอยู่ริมฝั่งลำน้ำพองติดตามปริมาณน้ำด้วย ซึ่งทางโรงไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะคอยแจ้งข่าวไปยังผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทราบเป็นระยะ

ใกล้แห้งแล้ว – รถขนาดเล็กและจยย.วิ่งบนถนนมิตรภาพช่วงบ้านตาชู ต.ตาจั่น อ.โนนสูง ถึงแยกบ้านวัด อ.คง จ.นครราชสีมา ได้แล้ว หลังระดับน้ำจากลำเชียงไกรที่หลากท่วมสูงระยะทางกว่า 4 ก.ม. ลดระดับลง คาดเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
ถนนมิตรภาพน้ำเริ่มลดแล้ว
ที่ จ.นครราชสีมา สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอโนนสูงที่พบว่าปริมาณน้ำจาก ลำเชิงไกรที่ไหลหลากเข้าท่วมถนนมิตรภาพ ตั้งแต่แยกบ้านตาชู ต.ตาจั่น ไปจนถึงแยกบ้านวัด อ.คง ระยะทางประมาณ 4 กม.ระดับน้ำท่วมขังผิวถนนประมาณ 5-10 เซนติเมตร ซึ่งก็ลดลงจากเมื่อวาน รถขนาดเล็กสามารถขับผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะถนนลื่น เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 ได้รายงานระดับน้ำท่วมถนนมิตรภาพเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 1-2 วันสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ
ส่วนสถานการณ์พื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ ลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย ล่าสุดระดับน้ำลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว คงเหลือเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ชาวบ้านหลายรายจึงเริ่มกลับเข้าไปที่พักเพื่อสำรวจความเสียหายและทำความสะอาดฟื้นฟูซ่อมแซมเพื่อเข้าอยู่อาศัยได้ จากการลงพื้นที่บ้านคูเมืองใหม่ ม.18 ต.บัลลังก์ ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยลำเชียงไกร หลังมีมวลน้ำมหาศาลถูกระบายออกจากอ่างเก็บน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านโดยรอบ
โดยนางละเอียด ดุมขุนทด ชาวบ้านบ้านคูเมือง ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้น กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดโรงจอดรถพังลงมาทับรถไถนาที่จอดอยู่ กระแสน้ำยังพัดพื้นไม้กระดานจนโก่งคดผิดรูป ผนังบ้านแตกร้าวออกเป็นแถบๆ ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านอีกหลายสิบครอบครัวได้รับความเดือดร้อนซึ่งไม่รู้จะถามหาความรับผิดชอบได้จากใคร เพราะไม่คาดคิดว่าอ่างเก็บน้ำจะปล่อยน้ำมามากถึงเพียงนี้
ส่วนที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเหลือแค่ 6.1 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่างทั้งหมดคือ 27.7 ล้านลบ.ม. นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ซ่อมแซมทำนบดินที่ชำรุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับยกบานประตูระบายน้ำ 4 ช่องเพื่อระบายน้ำแทนทำนบดินชั่วคราว และสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ได้ แต่ขณะนี้ยังคงมีน้ำจากพื้นที่ด้านบนไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่องด้วย
ด้านน.ส.กรรณิการ์ พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพิมาย ร่วมกับศูนย์ปภ. เขต 5 นครราชสีมา และปภ.สาขาชุมพวง เตรียมพร้อมป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจพิมาย และปราสาทหินพิมายซึ่งเป็นโบราณสถานแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำจากพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาอีกในช่วงวันที่ 7 ต.ค.ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ ได้เร่งนำกระสอบทรายไปอุดจุดน้ำซึมตามท่อระบายน้ำทุกจุดรอบเขตเทศบาล พร้อมวางแนวกระสอบทรายในบริเวณจุดเสี่ยง เช่นบริเวณถนนชายชล สนามแข่งเรือริมน้ำจักราช บริเวณหลังอุทยานปราสาทหินพิมายซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำมูน บริเวณหลังพิพิธ ภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตามจุดเสี่ยง พร้อมจัดชุดสายตรวจเฝ้าระวังสถานการณ์รอบแนวเขตตลอด 24 ช.ม.อีกด้วย
ชัยภูมิน้ำเริ่มแห้ง
ที่จ.ชัยภูมิ นายธีรวรา วิตนากร นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ ได้นำเจ้าหน้าที่เทศบาลออกเร่งสูบน้ำออกจากตัวเมืองตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ล่าสุดถนนหลายสายในตัวเมืองเริ่มกลับมาใช้สัญจรไปมาได้ ยังคงเหลือน้ำท่วมขังอยู่บริเวณถนนบรรณาการด้านหน้าทางเข้าร.พ.ชัยภูมิจนถึงหน้าโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ถนนรอบอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลระดับน้ำลดลงเหลือ 5-10 ซ.ม. คาดว่าไม่เกิน 24 ช.ม. สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีชุมชนหนองบ่อ กุดแคน ขี้เหล็กใหญ่ ที่ยังต้องระบายน้ำอยู่ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ต่ำและน้ำในทุ่งรอบตัวเมืองยัง คงสูง
ด้านนายจักรกฤษณ์ บุญเรืองศรี ผอ.แขวงทางหลวงชัยภูมิ รายงานเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมสายทางในพื้นที่รับผิดชอบ ว่า ยังเหลือเส้นทางถูกน้ำท่วมอีก 1 สาย ที่ทางหลวงหมายเลข 201 ตอนบ้านลี่-สี่แยกโรงต้มยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นช่วงๆ ระดับน้ำ 5 ซ.ม. การจราจรสามารถใช้งานได้ ขณะที่ถนนสาย 201 ชัยภูมิ-แก้งคร้อ ตั้งแต่ช่วงบ้านค่ายหมื่นแผ้วถึง 4 แยกบายพาส หรือแยกโรบินสัน ผิวถนนได้รับความเสียหายเป็นช่วงๆ และยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ช่วงขาเข้าตัวเมืองชัยภูมิ บริเวณทางแยกบ.หนองนาแซง ระดับน้ำ 10-20 ซ.ม. การจราจรสามารถใช้งานได้เช่นกัน

เปิดทุกบาน – เขื่อนยโสธร-พนมไพร (ประตูน้ำชี) อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เปิดประตูน้ำทั้ง 8 บานเร่งระบายน้ำที่มาจากจ.ขอนแก่นและจ.มหาสารคาม และประกาศเตือน 4 อำเภอริมแม่น้ำชี จ.ยโสธร ระวังน้ำล้นตลิ่ง เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
เตือนยโสฯน้ำชีล้น
นายชลธี ยังตรง ผวจ.ยโสธร สั่งกำชับนายอำเภอ 4 อำเภอ ริมแม่น้ำชี อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย อ.ค้อวัง และอ.เมืองยโสธร เตรียมพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่ง ให้อพยพสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ เด็กๆ อยู่ในที่สูงเป็นการชั่วคราว ไปจนกว่ามวลน้ำจะไหลไปสมทบที่แม่น้ำมูน จ.อุบลราชธานี ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม เนื่องจากมวลน้ำจากจ.ชัยภูมิ ได้ไหลหลากล้นตลิ่งลำน้ำชีท่วมในหลายอำเภอของ จ.ขอนแก่น และกำลังไหลตามลำน้ำชีเข้าเขต จ.มหาสารคาม อีก 2-3 วัน คงจะถึงเขต 4 อำเภอ ริมแม่น้ำชี จ.ยโสธร
ล่าสุดโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง สำนักงานชลประทานที่ 7 เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนกั้นน้ำชียโสธร-พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด โดยยกสูงสุดทั้ง 8 บาน ระดับน้ำหน้าเขื่อน +7.80 ซ.ม.ระบายได้ 680 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำลงชีไปอำเภอตอนล่าง
นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองยโสธร ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 3 เครื่อง ไปติดตั้งที่สวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ เตรียมพร้อม ณ จุดรับน้ำริมลำน้ำชีบริเวณถนนเลียบลำชี เพื่อป้องกันน้ำชีทะลักข้ามถนนพนังกั้นน้ำชีเข้าท่วม ชุมชนคุ้มบ้านเหนือ ชุมชน (คุ้มเมืองเก่า) วัดสิงห์ท่า ชุมชนคุ้มบ้านท่าวัดศรีธรรม เป็นชุมชนสองฝั่งถนนเขื่อนธานี เมื่อปี 2554 ชาวบ้านแถบนี้ประสบอุทุกภัยทุกข์หนักมาแล้ว

น้ำมาแล้ว – พระสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันเรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม บริเวณศาลาท่าน้ำวัดศรีรัตนาราม หรือวัดบางพัง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงปริ่มตลิ่งเริ่มทะลักเข้าวัดแล้ว เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
ปากเกร็ดระดมป้องท่วมวัด
สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นอำเภอแรกของจังหวัดที่ต้องรับมวลน้ำต่อจาก จ.ปทุมธานี ภายในวัดศรีรัตนารามหรือวัดบางพัง ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด มวลน้ำได้ล้นปริ่มเขื่อนท่าน้ำของวัดแล้ว เทศบาลนครปากเกร็ดต้องนำทรายพร้อมถุงกระสอบพลาสติกมาลงกองทรายให้ชาวบ้านในชุมชนและพระสงฆ์ระดมช่วยกันบรรจุกระสอบทำคันกั้นน้ำตรงจุดที่เป็นประตูลงท่าเรือต่างๆ
ซึ่งระดับน้ำเมื่อคืนที่ผ่านมาสูงขึ้นพื้นบริเวณท่าเรือประมาณ 50 ซ.ม. ไหลทะลักเข้าบริเวณภายในวัด ทำให้ในวันนี้ชาวบ้านในชุมชนทั้งคนไทยและพม่าช่วยกันบรรจุกระสอบทรายจำนวน 1 พันลูก สร้างแนวป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมวัดและชุมชนในละแวกดังกล่าว เนื่องจากได้รับแจ้งเตือนการปล่อยน้ำที่มากขึ้น รวมทั้งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงพอดี
ส่วนสถานการณ์ที่วัดโพธิ์บ้านอ้อย ที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเช่นเดียวกัน เทศบาลนครปากเกร็ดสร้างแนวคันดินสูงประมาณ 1 เมตร รอบบริเวณวัดเพื่อใช้เป็นคันกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนในชุมชนดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ส่วนที่บริเวณชุมชนหมู่ 1 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด เทศบาลเสริมกระสอบทรายสูงประมาณ 50 ซ.ม. ตามแนวถนนรอบชุมชนจนถึงท่าน้ำปากเกร็ด ที่เป็นคันกั้นน้ำเดิมเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำได้ท่วมล้นถนนเข้าพื้นที่บ้านเรือนประชาชนชั้นใน นอกจากนี้ได้เร่งสูบน้ำที่ล้นเข้าท่วมบางพื้นที่ออก ประกอบกับในช่วงเย็นมีฝนตกหนักทำให้น้ำในพื้นที่ชั้นในเพิ่มปริมาณมากขึ้น ทำให้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ดต้องเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง