เผยปีหน้าเด็ก3-11ขวบได้วัคซีน
ป่วยใหม่ต่ำหมื่น-ตายต่ำร้อย
ห่วงคลายล็อก-ติดเชื้อตีกลับ

คิกออฟฉีดไฟเซอร์นักเรียน 12-18 ปีวันแรก 15 จังหวัดคึกคัก กทม.เปิด 6 จุดฉีดให้นักเรียนวันแรก ‘บิ๊กตู่’ให้กำลังใจน.ร.โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ห้วยขวาง สธ.ระบุ ไฟเซอร์ล็อตแรกมา 2 ล้านโดสส่งถึงโรงเรียนแล้ว แต่ไม่ครบ เหตุมีความประสงค์ขอฉีด 4 ล้านคน เผย 6 ต.ค.ไฟเซอร์จะมาอีก 1.5 ล้านโดส จากนั้นอาทิตย์หน้าได้รับเพิ่มอีก 1.5 ล้าน สธ.วางแผนสิ้นปีนี้ฉีดเกือบ 120 ล้านโดส ส่วนปี 65 ฉีดอีก 86 ล้านโดส พร้อมเริ่มฉีดเด็ก 3-11 ขวบด้วย ไทยติดเชื้อรายใหม่ 9,930 เสียชีวิต 97 ศบค.ห่วงหลังผ่อนล็อกอาจติดเชื้อเกินหมื่นอีก

ติดเชื้อต่ำกว่าหมื่น-ตาย 97

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,930 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,561 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,954 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 607 ราย มาจากเรือนจำ 362 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,647,362 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 12,336 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,520,503 ราย อยู่ระหว่างรักษา 109,748 ราย อาการหนัก 3,071 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 719 ราย

เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 97 ราย เป็นชาย 57 ราย หญิง 40 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 64 ราย มีโรคเรื้อรัง 23 ราย พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ในกทม. 27 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 17,111 ราย

ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 281,070 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ทั้งสิ้น 55,150,481 โดส

ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 235,718,694 ราย เสียชีวิตสะสม 4,815,893 ราย

ห่วง 4 จว.ใต้ยังติดเชื้อพุ่ง

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 4 ต.ค. ได้แก่ กทม. 1,137 ราย ยะลา 764 ราย ชลบุรี 594 ราย สงขลา 484 ราย ปัตตานี 406 ราย สมุทรปราการ 382 ราย นราธิวาส 314 ราย นครศรีธรรมราช 313 ราย ราชบุรี 300 ราย ระยอง 297 ราย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของทั้งประเทศถือว่าตัวเลขลดลง แต่พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเพิ่มขึ้น ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 1,968 ราย คิดเป็นร้อยละ 21 ของทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่มีผู้ติดเชื้อร้อยละ 17 ของทั้งประเทศ และมีจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ถึง 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้ออยู่ใน 10 อันดับแรกที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดของวันนี้ ที่สำคัญขณะนี้พบรายงานการติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน คลัสเตอร์ และโรงงาน ตอนนี้เมื่อมีการนำเชื้อไปยังคนในครอบครัว ขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดเข้มข้นมาตรการ นอกจากนี้ยังมีการรายงานด้วยว่า พื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบร้านอาหารเปิดเกินเวลา และลักลอบดื่มแอลกอฮอล์โดยใส่ในแก้วพลาสติก จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับมาตรการ

“ส่วนสถานการณ์การฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ตั้งเป้าหมายฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรังให้ได้ร้อยละ 70 ภายในเดือนก.ย. แต่พบว่าทั้ง 4 จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าดังกล่าว ทั้งที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) และมีวัคซีนเพียงพอ จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการฉีดวัคซีน รวมถึงติดต่อคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายให้มาฉีดวัคซีนโดยเร็ว ขณะที่การฉีดวัคซีนในจ.ภูเก็ต เป้าหมายที่วางไว้ คือ 460,000 คน มีผู้ฉีดเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 435,623 คน หรือร้อยละ 93 เข็มที่สอง 397,506 คน หรือร้อยละ 85 เข็มที่สาม 193,754 คน หรือร้อยละ 41 สาเหตุที่ฉีดได้เร็ว เพราะเป็นการฉีดใต้ผิวหนังแทนการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ส่วนการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่เริ่มคิกออฟวันเดียวกันนี้เมื่อช่วงเช้า ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 3.5 ล้านคน โดยเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉีดไป 943 คน”

คลัสเตอร์คุกพัทลุงติดเชื้อ 117

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับการแพร่ระบาดที่เป็นคลัสเตอร์ ยังพบการแพร่ระบาดในโรงงานที่จ.ชลบุรี สงขลา สมุทรปราการ ส่วนที่จ.พัทลุง ที่มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 117 ราย เป็นการติดเชื้อจากเรือนจำ ขณะที่ กทม. พบการติดเชื้อในแคมป์คนงานที่กทม.ฝั่งเหนือ และฝั่งตะวันออก หลังจากนี้จะสุ่มตรวจแคมป์ คนงานเป็นระยะ รวมถึงจะมีการสุ่มตรวจในพื้นที่ตลาด ที่ล่าสุดมีการสุ่มตรวจไป 5 แห่ง พบผู้ติดเชื้อ 75 ราย หรือร้อยละ 5 อย่างไรก็ตาม พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค. (ศปก.ศบค.) เน้นย้ำมาตรการที่ออกมาต้องทำความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ด้วยข้อมูลที่สั้นกระชับ ปฏิบัติได้ เพื่อจะได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ออกท่าทาง – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกท่า ออกทาง เรียกนักเรียนและคณะครูมาร่วมถ่ายรูปด้วย ระหว่างคิกออฟ ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนสร้างภูมิคุ้มกันรองรับเปิดภาคเรียน ที่ร.ร.พิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 4 ต.ค.

ศบค.ห่วงติดเชื้อเกินหมื่นอีก

“วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,930 ราย คงทำให้หลายคนรู้สึกสบายใจ แต่เราเพิ่งประกาศตามข้อกำหนดฉบับที่ 34 มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่อนคลายกิจการกิจกรรมมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่าอาจจะมีการติดเชื้อสูงขึ้นเกินหมื่นรายได้ แต่ถ้ายังแตะอยู่ที่หมื่นนิดๆ ยังเป็นในทิศทางที่สาธารณสุขยอมรับได้ เพราะเมื่อเราผ่อนคลายเปิดกิจการให้ดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติมากขึ้น แม้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ถ้าอยู่ในภาวะที่ระบบสาธารณสุขยอมรับได้ก็เป็นในทิศทางที่เป็นไปได้ ส่วนเสียชีวิตวันนี้ต่ำกว่าร้อย คือ 97 ราย รักษาหาย 12,336 ราย ยังรักษา 109,748 ราย อาการหนัก 3,071 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 719 ราย”

‘บิ๊กตู่’คิกออฟฉีดไฟเซอร์นร.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธี “คิกออฟสร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” ซึ่งเป็นวันแรกของการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน อายุ 12-18 ปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและรองรับการเปิดภาคเรียน

โดยวันนี้จะฉีดวัคซีนเข็มแรกพร้อมกัน 15 จังหวัด ใน 13 เขตสุขภาพ มีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และผู้บริหารระดับสูง ของศธ.และสธ. ร่วมพิธี

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี หรือระดับม.1-6 หรือเทียบเท่า ประมาณ 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ ระยะแรกจัดสรรวัคซีน 2 ล้านโดส ในต้นเดือนต.ค.นี้ โดยบูรณาการกับงานอนามัยโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้เข้าถึงวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการเปิดเรียนต้นเดือนพ.ย.นี้

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่มาติดตามเด็กทุกคนหลังรับวัคซีนก็ปลอดภัยดีอยู่ โดยทุกคนเมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจะต้องพักคอยเป็นเวลา 30 นาที ซึ่งไม่มีอาการอะไรที่ผิดปกติเนื่องจากเด็กทุกคนมีความแข็งแรง สิ่งสำคัญและได้เตือนไปคือเด็กทุกคนจำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากยิ่งขึ้น เพราะจะส่งผลกระทบกับทุกอย่างโดยเฉพาะการทำให้ร่างกายแข็งแรงสติปัญญาแจ่มใส ซึ่งคาดหวังว่าการฉีดวัคซีนในวันนี้จะทำให้สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตลดลง หรือไม่เกิดขึ้นเลยโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน อีกทั้งวันนี้มีวัคซีนเพียงยี่ห้อเดียว ที่รัฐบาลนำเข้ามาเพื่อฉีดให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลก ซึ่งรัฐจำเป็นต้องดูถึงความปลอดภัย แต่ก็ต้องมีความเสี่ยงบ้าง

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดด้วยความสมัครใจของทุกคน รัฐบาลและนายกฯ ก็ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรทั้งสิ้น ส่วนหลังจากนี้จะมีวัคซีนยี่ห้ออื่นเข้ามาหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาและรอการขึ้นทะเบียน เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนใหม่ เรื่องนี้ทุกอย่างกระทรวงสาธารณสุขติดตามอยู่ แม้วัคซีนบางยี่ห้อในปีหน้า ถ้ามีการผลิตใหม่ขึ้นมาที่ดีกว่าเดิม เราก็มีสัญญากันไว้ว่าสามารถจะสั่งเข้ามาทดแทนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ พล.อประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกำหนด ในเรื่องของวัคซีนยืนยันว่า เรามีวัคซีนที่เพียงพอปัญหาคือเราต้องฉีดให้พอและทัน ทุกวันนี้ฉีดวันละหลายแสนเข็มแล้ว

ประเดิมวันแรกฉีด 15 จว.

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า วันนี้ดำเนินการฉีดให้กับนักเรียน ใน 13 เขตสุขภาพ กระจายไป 15 จังหวัด โดยสธ.จะเป็นผู้จัดสรรโซนการฉีดวัคซีนโดยตรง ส่วนภาพรวมที่ผู้ปกครองและนักเรียนแจ้งความประสงค์ยินยอมรับวัคซีนมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีผู้ปกครองแจ้งความประสงค์มามากกว่า 80% แล้ว คาดว่าจะมีผู้ปกครองทยอยแจ้งความประสงค์ให้นักเรียนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมานั้น ศธ.จะประสานกับสธ.อีกครั้งเพื่อดำเนินการฉีดวัคซีนรอบเก็บตกให้นักเรียนต่อไป ส่วนโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์มีนักเรียนที่มีสิทธิรับวัคซีนทั้งหมด 799 ราย แสดงความประสงค์ฉีดวัคซีน 695 ราย วันนี้จะเริ่มฉีดให้นักเรียน 200 รายก่อน

“หากนักเรียนได้รับวัคซีนครบหมด ก็จะเปิดเทอม 2 ในวันที่ 1 พ.ย.แน่นอน” น.ส.ตรีนุชกล่าว

คาดปลายพ.ย.ฉีดนร.ครบ 2 เข็ม

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนตั้งแต่อายุ 12-18 ปีว่า ขณะนี้มี ผู้ปกครองยินยอมให้ลูกหลานฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นกว่าแสนคนแล้ว เป็นกว่า 3.7 ล้านคน จากเดิม 3.61 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไฟเซอร์เข้ามาอีก 3 ล้านโดส

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กอายุ 12-18 ปีว่า การฉีดวัคซีนในเด็กมีความสำคัญมาก เนื่องจากการปิดเทอมเรียนออนไลน์ เป็นเวลานานส่งผลต่อการศึกษาและพัฒนาการ ดังนั้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะฉีดให้กับทุกคนในประเทศไทยที่มีความสมัครใจ สาเหตุที่ฉีดวัคซีนในเด็กค่อนข้างช้ากว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยวัคซีนที่ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่อย.ขึ้นทะเบียนและนำมาใช้ได้ขณะนี้มีตัวเดียวในไทย คือวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์ ส่วนของโมเดอร์นายังไม่เข้ามาและไม่ใช่วัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหา

นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์มาถึงไทยวันที่ 29 ก.ย. หลังจากตรวจสอบคุณภาพแล้ววันที่ 30 ก.ย. ก็กระจายไปที่แต่ละอำเภอ โดยกระทรวงศึกษาธิการรวบรวมข้อมูลเด็กนักเรียนที่เข้าเกณฑ์การรับวัคซีนประมาณ 5 ล้านคน สำรวจความประสงค์ของผู้ปกครองพบกว่า 80% อนุญาตให้เด็กฉีดวัคซีน ราว 4 ล้านคน จังหวัดกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจึงร่วมกันวางจุดฉีดวัคซีน ระบบติดตามหลังการฉีด โดยส่วนกลางจะส่งวัคซีนไป ซึ่งหากเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะมีอายุประมาณ 30 วัน โดยล็อตแรกที่ส่งไป 2 ล้านโดส ส่วนใหญ่ถึงที่โรงเรียนแล้ว แต่ไม่ทุกโรงเรียน เพราะนักเรียนมีประมาณ 4 ล้านคน โดยวันที่ 6 ต.ค. จะเข้ามาเพิ่มอีก 1.5 ล้านโดส สัปดาห์ถัดไปมาอีก 1.5 ล้านโดส ก็จะเร่งกระจายออกไป ฉะนั้นอีก 2 สัปดาห์จะมีวัคซีนกระจายไปครบตามจำนวนนักเรียนที่ฉีด

กทม.ฉีดให้ชั้นม.ปลายก่อน

วันเดียวกัน ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการวัคซีนนักเรียน มีนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกทม.ผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้บริหารสำนักการแพทย์ ผู้บริหารสำนักการศึกษา ผู้บริหารสำนักงานเขตจตุจักร และ ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดให้เด็กนักเรียนอายุระหว่าง 12-18 ปี เป็นวันแรก ซึ่งเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกสังกัดมีทั้งหมดมากกว่า 400,000 คน เบื้องต้นได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์มาทั้งหมด 135,000 โดส จึงกำหนดฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมปลาย ทุกสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯก่อน ส่วนระดับมัธยมต้นเมื่อได้รับวัคซีนเพิ่มเติมจึงจะจัดฉีดวัคซีนให้ต่อไป คาดว่าภายในเดือนต.ค.นี้ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดให้เด็กนักเรียนอายุ 12-15 ปีเพิ่มเติมและสามารถฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนได้ครบทุกคนทั่วประเทศภายในเดือนนี้

“เด็กที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกในวันนี้จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สองในอีก 3 สัปดาห์ คือวันที่ 25 ต.ค. 64 โดยเด็กนักเรียนที่รับการฉีดวัคซีนแล้วให้งดออกกำลังกาย 7 วัน และยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกัน โควิด-19 เหมือนเดิม เนื่องจากถึงแม้ว่าจะรับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็ตามยังสามารถติดเชื้อโควิด-19 ได้ ส่วนการเปิดภาคเรียนนั้นจะอยู่ในการพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร”

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า สำหรับกทม.มีนักเรียนในสังกัดระดับม. 1-6 ทั้งหมด 37,466 คน มีผู้ประสงค์รับวัคซีนไฟเซอร์ 33,048 คน คิดเป็น 88.21% ซึ่งได้รับความยินยอมจาก ผู้ปกครอง ส่วนที่หายไปประมาณ 12% นั้น อาจเกิดจากความไม่พร้อมหรือผู้ปกครองอาจจะยังไม่มั่นใจเลยยังไม่ยินยอมให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าอายุ 12-15 ปี ทั่วประเทศ คาดว่ากระทรวงสาธารณสุขจะจัดสรรวัคซีนให้และสามารถฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มภายในเดือนต.ค.นี้ โดยตามแผนจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนระดับชั้นม.4-6 ในเดือนต.ค. 64 มีโรงเรียนในสังกัดที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 แห่ง ได้แก่โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา โรงเรียน นาหลวง เขตทุ่งครุ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ เขตประเวศ และโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ เขตสวนหลวง และมีนักเรียน ม.4-6 ประสงค์ฉีดวัคซีนรวม 3,796 คน แบ่งเป็น ระดับชั้น ม.4 จำนวน 1,473 คน ระดับชั้น ม.5 จำนวน 1,286 คน ระดับชั้น ม.6 จำนวน 1,037 คน

บริการฉีด 6 จุดทั่วกรุง

ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย วันนี้ ดำเนินการในรูปแบบ School-based โดยจัดรถฉุกเฉินประจำตามโรงเรียนที่เป็นจุดฉีดวัคซีน 6 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน ให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม 429 คน จุดที่ 2 โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ ให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ 584 คน และให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนวิชูทิศ 272 คน จุดที่ 3 โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส ให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมปุรณาวาส 400 คน จุดที่ 4 โรงเรียนนาหลวง ให้บริการสำหรับให้นักเรียนโรงเรียนนาหลวง 531 คน จุดที่ 5 โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ 632 คน และจุดที่ 6 โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ให้บริการสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ 493 คน และนักเรียนโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ 145 คน และให้บริการนักเรียนโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ 310 คน

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีนักเรียนระดับม.1-6 ทุกสังกัดทั้งหมด 458,257 คน มีเด็กนักเรียนสมัครใจรับวัคซีนไฟเซอร์ 356,871 คน เป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นม.4-6 จำนวน 136,855 คน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของการให้วัคซีนโควิด-19 กับเด็กนักเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสังกัดอื่นในพื้นที่กรุงเทพฯจะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อจับคู่กับโรงเรียนในการให้บริการวัคซีนแก่เด็กนักเรียนแต่ละแห่งแล้วแจ้งยอดนักเรียนที่รับวัคซีนมายังกทม. จากนั้นกทม.จะจัดสรรวัคซีนที่ได้รับให้แก่โรงพยาบาลตามจำนวนเด็กนักเรียนที่ขอรับวัคซีน

โคราชได้ไฟเซอร์ฉีดนร.ครึ่งเดียว

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า วัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดให้กับนักเรียนและเยาวชน อายุ 12-17 ปี จังหวัดนครราชสีมาได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ล็อตแรกจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว 74,400 โดส โดยมีเด็กนักเรียนที่แจ้งความประสงค์จะฉีดวัคซีนมาแล้ว 140,000 คน หรือร้อยละ 50 ของจำนวนนักเรียนที่แจ้งความประสงค์จะฉีดวัคซีน โดยวัคซีนล็อตแรกนี้จะแบ่งไปตามอำเภอต่างๆ ทั้ง 32 อำเภอ โดยอ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่มีนักเรียนมากที่สุด จะแบ่งให้ในล็อตแรก 34,200 โดส และอีก 31 อำเภอ แบ่งให้อำเภอละ 1,296 โดส ซึ่งล็อตแรกคาดว่าจะเริ่มฉีดให้กับเด็กนักเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.64 เป็นต้นไป ส่วนจะใช้สถานที่ใดฉีดนั้นต้องพิจารณาอีกครั้ง ส่วนจำนวนเข็มที่จะฉีดให้นักเรียนนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าจะฉีดคนละ 1 หรือ 2 เข็ม ต้องรอทางกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ สรุปชัดเจนอีกครั้ง

วัคซีนน.ร. – บรรยากาศ ‘คิกออฟสร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม’ ประเดิมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนอายุ 12-18 ปี ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ลาดพร้าว กทม. นำร่องพร้อมกัน 15 จังหวัดก่อน เมื่อ 4 ต.ค.

ขอนแก่นคึกคักฉีดไฟเซอร์นร.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมนพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 7 ร่วมเปิดกิจกรรมคิกออฟสร้างเกราะด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม พร้อมกันกับสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ให้บริการวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนและเยาวชนกลุ่มอายุ 12-18 ปี เข็มที่ 1 ไฟเซอร์ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกวันนี้ 78 คน

นพ.ชาตรีกล่าวว่า วันแรกของการให้บริการวัคซีนในกลุ่มเด็กพิเศษภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ศูนย์อนามัยที่ 7 สามารถให้บริการวัคซีนให้กับประชาชนได้วันละ 600 คน ดังนั้น การให้บริการวัคซีนในกลุ่มเด็กนักเรียนจึงเป็นแผนงานที่สำคัญที่ต้องทำทันทีคู่ขนานกับการให้บริการวัคซีนในกลุ่ม เป้าหมาย 608 และประชาชนทั่วไป

เชียงใหม่คึกคักฉีดไฟเซอร์นร.

ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” มีนพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยและโรงเรียนขาลสุวรรณอนุสรณ์ เข้าร่วม

สำหรับจ.เชียงใหม่ มีนักเรียนนักศึกษาอายุ 12-18 ปี 138,623 คน ประสงค์ฉีดวัคซีนโดยผู้ปกครองยินยอม 94,746 คน เริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันนี้ 104 คน

‘มหาชัย’ติดเชื้ออีก 145

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) หรือโรงเรียนเทศบาล 8 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าฯสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการ Kick Off การสร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีนในเด็กนักเรียน เพื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนที่มีอายุ 12-18 ปี โดยนำเด็กนักเรียนของโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย 909 คนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันแรกและเป็นโรงเรียนนำร่องแห่งแรกของจ.สมุทรสาครที่ฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน

นายประกิจ สาระเทพ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า มี ผู้ปกครองมีความประสงค์ให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีน 27,000 คน จากเด็กนักเรียนกลุ่มอายุ 12-18 ปี ทั้งหมด 33,000 คน

ด้านนายรณรงค์กล่าวว่า การฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กนักเรียนนี้จะทำให้สมุทรสาครพร้อมกลับมาเปิดเทอมกันอีกครั้งในรูปแบบออนไซต์ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 145 ราย ติดเชื้อสะสม 107,184 ราย รักษาหายเพิ่ม 173 ราย รวมมีผู้กลับบ้านได้แล้วสะสม 98,925 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 7,148 ราย ผู้เสียชีวิตรายวัน 2 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 1,111 ราย

พท.จี้เร่งจองยาโมลนูพิราเวียร์

เมื่อเวลา 11.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพท. กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกก้าวข้ามเรื่องวัคซีน ไปที่การผลิตคิดค้นยาเม็ดสำหรับกินป้องกันโควิดแล้ว อย่างยาโมลนูพิราเวียร์ที่สหรัฐอยู่ในช่วงทดลองประสิทธิภาพในขั้นสุดท้าย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง ป้องกันโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ และหากผ่านอย.ของสหรัฐ ก็เตรียมผลิตออกจำหน่ายภายในเดือนนี้ จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมการให้พร้อม ทั้งการเร่งสั่งจองซื้อยาทันทีก่อนที่การทดลองจะเสร็จ เพื่อป้องกันราคาที่จะเพิ่มสูงขึ้นหลังผ่านการรับรอง ขณะเดียวกันองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ควรวางแผนเจรจากับผู้ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ในการซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตในประเทศ อย่าปล่อยให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ตกขบวนซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ

น.ส.อรุณีกล่าวต่อว่า ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนที่ประชาชนควักเงินจ่ายเองอย่างโมเดอร์นานั้นยังพบความผิดปกติ เพราะการสั่งซื้อผ่าน 2 หน่วยงานมีราคาที่แตกต่างกันมาก โดยอภ.ซึ่งเป็นตัวแทนซื้อโมเดอร์นาให้โรงพยาบาลเอกชนรวม 9 ล้านโดส ราคา โดสละ 1,100 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยรายบุคคล ขณะที่การจัดซื้อโมเดอร์นาของสภากาชาดไทย 1 ล้านโดส ราคาอยู่ที่โดสละ 966.75 บาท รวมค่าขนส่งอย่างเดียว ราคาต่างกันถึงโดสละ 133 บาท คิดเป็นเงินส่วนต่างเกือบ 1,200 ล้านบาท เหตุใดการจัดซื้อผ่านตัวแทนหน่วยงานของรัฐ จึงบวกค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ เป็นการบีบให้ประชาชนจนมุม ไม่มีทางเลือก มีหน้าที่อย่างเดียวคือจ่ายเงินเพื่อแลกกับวัคซีนที่ดีให้กับตัวเองหรือ อภ.ควรออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ด้วย ในความเป็นจริง ประชาชนไม่ควรเสียเงินค่าวัคซีนเองด้วยซ้ำ

วางแผนสิ้นปีนี้ฉีดได้ 120 ล.โดส

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 และการฉีดวัคซีนในนักเรียนว่า ขณะนี้ยอด ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทยเริ่มลดน้อยลง วันนี้ต่ำกว่าหมื่นราย คือ 9,978 ราย ผู้หายป่วยมากกว่าติดเชื้อ คือ 12,336 ราย และ ผู้เสียชีวิตต่ำกว่าร้อยราย คือ 97 ราย ซึ่งวัคซีนเป็นเครื่องมือทำให้การป่วยและเสียชีวิตลดน้อยลง ขณะนี้ผู้ป่วยปอดอักเสบก็ลดลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ฯลฯ แต่มาตรการต่างๆ ยังสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการป้องกันส่วนบุคคลภาพรวมประเทศแนวโน้มเป็นขาลงแบบช้าๆ ไม่ชันขึ้นโดยเฉพาะต่างจังหวัด แต่ที่ชัด คือกทม.และปริมณฑลยังลงต่อเนื่อง โดย กทม.ติดเชื้อวันนี้แค่พันเศษๆ แต่ที่กำลังสนใจตัวฉุดที่ทำให้ตัวเลขสูงขึ้น คือชายแดนใต้ พบสัดส่วน 21% ของทั้งประเทศ

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เดิมสิ้นก.ย.มีเป้าหมายฉีด 40 ล้านโดส ขณะนี้ข้อมูลถึงวันที่ 3 ต.ค. ฉีดแล้ว 55 ล้านโดส จะเห็นว่าได้มากกว่าแผนเยอะ โดยเฉพาะเข็มหนึ่งฉีดแล้ว 32.9 ล้านราย คิดเป็น 46% จะพยายามฉีด 3 เดือนนี้ให้มากที่สุด โดยยึดหลักความสมัครใจ ส่วนเข็มสองฉีด 20.6 ล้านราย คิดเป็น 28.7% ตัวเลขจะเพิ่มเรื่อยๆ ตามลำดับ ทั้งนี้ ปี 2564 เดิมมีแผนฉีด 70 ล้านโดส เพิ่มมาเป็น 100 ล้านโดส ขณะนี้วางแผนเป็น 120 ล้านโดส คาดว่าสิ้นปีจะฉีดเข็มหนึ่งได้ 60 ล้านโดส เข็มสอง 52 ล้านโดส และเข็มสาม 7 ล้านโดส รวม 119 ล้านโดส โดยเฉพาะเข็ม 3 พบว่าไม่ว่าจะเป็นสูตรซิโนแวค 2 เข็ม หรือแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม เมื่อเวลาผ่านไปภูมิคุ้มกันจะลดลง การฉีดเข็ม 3 หรือบูสเตอร์โดสมีความจำเป็นและสำคัญ

ปีหน้าฉีดเด็ก 3-11 ขวบ

“ส่วนปี 2565 จะฉีดรวม 86 ล้านโดส ได้แก่ เข็ม 1 สำหรับคนที่ตกค้างในปี 2564 โดยเฉพาะอายุ 3-11 ขวบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนตัวใดที่อย.รับรองให้ฉีดได้ แต่คาดว่าจะมีการรับรองวัคซีนในเร็วๆ นี้ จะวางแผนปี 2565 ว่าเด็กอีก 6 ล้านคนหรือตกค้างจะได้รับเข็มหนึ่ง และต้องฉีดเข็มสองต่อเนื่องจะมีอีก 14 ล้านคน (ผู้ที่ยังไม่ได้เข็ม 2 ในปี 2564 ประมาณ 8 ล้านคน และเข็มสองในเด็ก 3-11 ขวบอีก 6 ล้านคน) และเข็มสามคาด 66 ล้านโดส รัฐบาลจึงให้กรมควบคุมโรคไปจัดหาวัคซีน ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วเซ็นสัญญาแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส ส่วนที่เหลือกำลังทยอยทำสัญญาต่อเนื่องไป เพื่อให้มีวัคซีนเพียงพอแก่ประชาชนในปี 2565”

“วัคซีนล็อตแรก 2 ล้านโดสปลายเดือนก.ย. พอตรวจคุณภาพก็กระจายไป วันนี้จึงฉีดได้ในหลายจุดของประเทศ และวันพุธที่ 6 ต.ค. จะมีวัคซีนมาอีก 1.5 ล้านโดส และจะกระจายทันทีหลังตรวจคุณภาพ และสัปดาห์ถัดไปอีก 1.5 ล้านโดส ดังนั้น 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีวัคซีนทั้งหมด 5 ล้านโดสกระจายไปให้เพียงพอกับความต้องการการฉีด” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามถึงการฉีดวัคซีนอายุ 3-11 ขวบ ในปี 2565 จะเป็นวัคซีนตัวไหน นพ.โอภาสกล่าวว่า ขึ้นกับวัคซีนที่ผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยการฉีดในเด็กจาก อย. ซึ่งมีหลายตัวที่กำลังรวบรวมข้อมูลยื่นให้ อย.พิจารณา ส่วนตัวเชื่อว่าวัคซีนที่ฉีดหลายชนิดมีความปลอดภัยในเด็ก แต่รอข้อมูลทางการ คาดว่าไม่เกินปีหน้าที่จะมีวัคซีนมาฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป

วัคซีนน.ร. – เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.พะเยา ระดมฉีดซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนอายุตั้งแต่ 12-18 ปี เป็นวันแรก ที่ศาลา
ประชาคมจังหวัดพะเยา โดยนำร่องใน 15 จังหวัดทั่วประเทศก่อน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเทอมหน้า เมื่อวันที่ 4 ต.ค.

เยอรมันมอบยารักษาโควิด

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทย คู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเก-ออร์ค ชมิท เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในพิธีรับมอบยารักษาโควิด-19 (Casirivimab/Imdevimab) จำนวน 2,000 ยูนิต จากรัฐบาลเยอรมนี เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการน้อยถึงปานกลาง ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักลง

นายกฯกล่าวขอบคุณในไมตรีจิตและความห่วงใยที่มีให้ประเทศไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด สะท้อนถึงความเป็นมิตรประเทศระหว่างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จนนำมาสู่การพิธีการมอบยาให้แก่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเยอรมนีบริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ไทย 346,100 โดส และอยู่ระหว่างเตรียมการขนส่งวัคซีนคาดว่าจะถึงไทยในช่วงกลางเดือนต.ค.นี้

เริ่มขายชุดตรวจเอทีเค 18 ตค.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันนี้ มีผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 9,930 คน และหายป่วยกลับบ้าน 12,336 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 จำนวน 1,618,499 ราย และยอดหายป่วยสะสม 1,493,077 ราย และมีผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 100 ราย ต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน สะท้อนว่าการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล และความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี และยังเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียน อายุ 12-18 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในเดือนพ.ย. ด้านองค์การเภสัชกรรม เตรียมขายชุดตรวจ ATK สำหรับประชาชน ในราคา 40 บาท เริ่ม 18 ต.ค.นี้ ผ่านร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม 8 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ระยะแรก 2 ล้านชุด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจเร็ว ATK ในราคาที่เหมาะสม

เผยสัดส่วนจัดสรรโมเดอร์นา

ด้านนพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวถึงวัคซีนโมเดอร์นา 2 ล้านโดสที่จะเข้ามาในไตรมาส 4 นี้ว่า วัคซีนที่มีการสั่งซื้อและนำเข้ามานี้ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เลื่อนไปแค่ 10 กว่าวันเท่านั้น และยังอยู่ในกรอบเวลาเดิมคือไตรมาสที่ 4 การแบ่งสัดส่วนวัคซีนให้กับผู้ที่มีการสั่งซื้อ จะใช้สัดส่วนร้อยละ 40 ทุกสถานพยาบาลที่มีการจองเข้ามา ส่วนของประชาชนที่จองกับร.พ. ก็เป็นเรื่องที่แต่ละร.พ.จะทำข้อตกลง สำหรับประชาชนที่มีคิวนัดฉีดวัคซีนเข็ม 3 ระหว่างนี้ หากได้รับการนัดฉีด ช่วงต้นต.ค. ก็สามารถรับวัคซีนได้ก่อน ไม่ต้องรอวัคซีนโมเดอร์นา เนื่องจากวัคซีนที่จองไว้สามารถเลื่อนไปฉีดในอีก 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งก็สอดคล้องกับอายุของวัคซีนโมเดอร์นาที่มีอายุ 7 เดือน

“สำหรับวัคซีนโมเดอร์นารุ่น 1 ที่ใช้กันอยู่นี้มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันเชื้อเดลตาได้ และปลายปีการผลิตวัคซีนในรุ่นที่ 2 ที่จะออกมาก็สามารถป้องกันเชื้อเบตาได้ แต่ระหว่างนี้อยากให้ประชาชน อย่าเพิ่งประมาทหรือวางใจลดการป้องกันตนเอง ทั้งจากข้อมูลตัวเลขการติดเชื้อที่เหมือนจะลดลง แต่ความจริงยังไม่ได้นับรวมผู้ป่วยติดเชื้อที่ตรวจได้จาก ATK หากนับรวมคนป่วยที่ติดเชื้อและอยู่ HI ก็ยังหลักหมื่นอยู่ดี และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปิดเมือง การได้รับวัคซีนไปแล้ว ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีไม่ติดเชื้อ ยังต้องร่วมกับมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลด้วยจึงจะปลอดภัย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน