น้ำเหนือบ่า-ปะทะทะเลหนุน
‘อัศวิน’สั่ง7เขต-ระวัง24ชม.
จับตาพายุ’ไลอ้อนร็อก’จ่อ
พบอีกลูกก่อตัวใกล้ไทย

ลุ้นพายุ 2 ลูกจ่อเข้าไทย ‘ไลอ้อนร็อก’ และ ‘คมปาซุ’ ลูกหลังส่อฟางหางซ้ำเติมลุ่มน้ำป่าสัก กอนช.เตือนน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาไหลออกอ่าวไทยวันที่ 7-10 ต.ค.แต่น้ำทะเลหนุนสูงพอดี คาดแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มพรวดครึ่งเมตร กทม.สั่งจับตาเฝ้าระวัง 24 ช.ม. นนทบุรีระดมกระสอบทรายอุดช่วงโหว่ริมแม่น้ำ ออมสินพักหนี้ทั้งต้น-ดอกช่วยท่วม กรมศิลป์วางแนวป้องวัดไชยฯ หวั่นซ้ำรอยพนังพังซ้ำปี 54 น้ำป่าสักถล่มสระบุรี-ตลาดไทยญวนจมมิดหลังคา

บิ๊กตู่ล่องใต้ตรวจน้ำนครฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงสถานการณ์น้ำที่จะมีพายุเข้าระหว่างวันที่ 8-10 ต.ค. ว่า เราระมัดระวังอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ขณะนี้อธิบดีกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 50 เซนติเมตร สำหรับพายุที่มีการแจ้งเตือนว่าจะเข้ามาทางด้านเหนือเป็นผลดีกับเราที่จะเข้ามาทางด้านเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ จะได้รับน้ำเก็บไว้ ขณะที่ภาคกลางจะได้รับอิทธิพลแค่หางๆ ไม่เท่าไหร่ ทั้งนี้เราแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

ปล่อยเรือ – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วยน.ส.รัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ ภริยา ในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริษัท ซีเครสท์มารีน จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.

ออมสินพักหนี้ช่วยท่วม

วันเดียวกัน นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสร้างความเสียหายต่อลูกค้าและประชาชนเป็น วงกว้างจึงออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม สำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคาร

โดยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน (ยกเว้นสินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท) ที่มีที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน หรือสถานประกอบธุรกิจอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและมีประกาศของทางราชการให้เป็นพื้นที่ประสบภัย รวมถึงลูกค้าที่พักชำระหนี้ มาตรการอื่นๆ ของธนาคารอยู่แล้ว และได้รับผลกระทบน้ำท่วมครั้งนี้ สามารถขอเข้ามาตรการดังกล่าวนี้ได้ โดยให้ติดต่อสาขาธนาคารออมสินที่มีบัญชีสินเชื่ออยู่ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.

ทั้งนี้ หลังครบกําหนดผ่อนผันพักชำระหนี้ 3 เดือนแล้ว ให้ชําระเงินงวดตามสัญญาเดิม หากยังไม่สามารถชำระหนี้ต่อได้ ขอให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อขอปรับปรุงโครง สร้างหนี้ หรือเข้ามาตรการอื่นที่ธนาคารมีอยู่ได้ ซึ่งธนาคารได้มีการผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ต่างๆ ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการแพร่ระบาดของโควิด-19

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินออกมาตรการสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วมดังกล่าวแล้ว โดยให้กู้ฉุกเฉินที่มีหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ผ่อนปรน อัตราดอกเบี้ยต่ำและปลอดชำระหนี้ 3 เดือน สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซื้อสิ่งของจำเป็น โดยลูกค้าหรือ ผู้ประสบภัยติดต่อขอสินเชื่อได้ที่สาขาธนาคารออมสินในพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร. 1115

ลุ้นพายุ 2 ลูกจ่อเข้าไทย

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมกรุ๊ป ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องเฝ้าจับตาพายุที่จะพัดเข้ามในประเทศไทยอีก 2 ลูก ในช่วงเดือนต.ค.

ลูกแรกจะเข้ามาช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. ชื่อพายุไลอ้อนร็อก พัดมาจากฟิลิปปินส์ผ่านไหหลำ เข้าเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม เข้าไทยพื้นที่จังหวัดอีสานเหนือ ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ อุดรธานี สกลนครบางพื้นที่ และเลย ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำที่ระบายช้า พื้นที่อยู่ติดแม่น้ำโขงไม่น่าห่วง เพราะระบายลงแม่น้ำโขงได้ แต่พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสงครามและท่าอุเทน จะท่วมนาน ส่วนอ.เมืองนครพนม และจ.บึงกาฬ ระบายน้ำลงแม่น้ำโขงได้ ส่วนหนองคายอาจระบายช้า เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่จ.อุดรธานี ต้องระมัดระวังตัวเมืองระบายน้ำไม่ทัน

อีกลูกชื่อ คมปาซุ ช่วงวันที่ 13-16 ต.ค. จะผ่านเข้าประเทศไทยทางจังหวัดอีสานเหนือ แต่อาจไม่ถึง จ.เพชรบูรณ์ และจ.ลพบุรี ต้องรอดดูผลกระทบที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่ารุนแรงแค่ไหน หากรุนแรงจะมาถึงลุ่มแม่น้ำป่าสัก จ.พระนครศรีอยุธยา ซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิม

น้ำชีซัด – น้ำจากลำน้ำชีไหลหลากซัดถนนสายขอนแก่น-พระยืน ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จนขาดไม่สามารถสัญจรได้ กระแสน้ำทะลักท่วมบ้านเรือนและไร่นาในอ.เมือง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น เป็นบริเวณกว้าง เมื่อ 5 ต.ค.

น้ำชีพังสะพานขอนแก่น

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี ในเขตพื้นที่ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และเส้นทางสายบ้านหนองบัวดีหมี ไป อ.พระยืน ระยะทาง 15 กิโลเมตรว่า มวลน้ำจากแม่น้ำชีไหลเข้าท่วมทุ่งนาและบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำชีทั้งหมดแล้ว มวลน้ำที่พัดมาด้วยความเร็วและความแรงพัดถนนเชื่อมกับคอสะพานขาดช่วงรอยต่อ ต.ท่าพระ อ.เมือง กับต.หนองแวง อ.พระยืน รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจร ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากเนื่องจากเป็นถนนเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างถ.มิตรภาพไปยังอ.พระยืน และกลุ่มพื้นที่อำเภอทางด้านทิศใต้ของจังหวัด นอกจากนี้ มวลน้ำยังคงไหลท่วมถนนเส้นทางสายหนองบัวดีหมีไปพระยืนสูงกว่า 50 ซ.ม. และมีเสาไฟฟ้า ข้างทางหักโค่นหลายจุด

มหาสารคามปักธงแดง

นายสรายุทธ ช่วยชาติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานมหาสารคามเผยว่า สถานการณ์ในแม่น้ำชีที่ไหลผ่าน จ.มหาสารคาม มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องรับน้ำเหนือจากจ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบล รัตน์ จ.ขอนแก่น ที่ปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นแบบขั้นบันได

ล่าสุดเขื่อนมหาสารคามต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 6 บาน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 858 ลบ.ม.ต่อวินาที คิดเป็น 73.13 ล้านลบ.ม.ต่อวันเจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนธงสีเหลืองเป็นสีแดงแจ้งเตือนประชาชนว่าระดับน้ำอยู่ในระดับวิกฤตพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตบ้านโคกกลาง ต.เขวาไร่ และบ้านดอนจำปา ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย เป็นพื้นที่แรกๆ ที่จะได้รับผลกระทบ

ยังหนัก – ภาพมุมสูงน้ำจากอ่างลำเชียงไกรท่วมถนนสายพิมาย-โนนแดง บริเวณบ้านตลาดประดู่ ต.กระชอน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บางช่วงสูงถึง 50 ซ.ม. ขณะที่หลายพื้นที่ใน จ.นครราชสีมาน้ำยังท่วมหนัก เมื่อ 5 ต.ค.

เตือนอ่างห้วยบ้านยางล้น

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วย บ้านยาง ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ว่า ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ต.โคกกรวด ต.สุรนารี และต.บ้านใหม่ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำภายในอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 6.519 ล้านลบ.ม. จากความจุของอ่าง 6.52 ล้านลบ.ม. หรือเต็มความจุอ่าง

ถือว่ามีปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี โครงการชลประทานนครราชสีมา แจ้งว่า มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างอย่างต่อเนื่อง จนระดับน้ำเหนืออ่างใกล้ถึงระดับเก็บกัก และอาจจะไหลล้นผ่านอาคารระบายน้ำล้น ลงสู่คลองธรรมชาติ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองยาง

เสริมพนังวัดไชยฯ 2.5 ม.

ที่วัดไชยวัฒนาราม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา นำเจ้าหน้าที่เร่งเสริมกระสอบทรายแนวป้องกันน้ำท่วมด้านข้างวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อปี 2554 แนวป้องกันน้ำท่วมพังทลายทำให้น้ำไหลเข้ามาท่วมโบราณสถาน ล่าสุดระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องเสริมบังเกอร์ขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ยาวตลอด 150 เมตร จากเดิมตั้งพนังมีความสูงอยู่ที่ 2 เมตร รวมความสูง 2.50 เมตร ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำ 1.10 เมตร

กระแสน้ำในแม่น้ำป่าสักทะลักขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร่งระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน ส่งผลบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนในพื้นที่จ.สระบุรี รวม 4 อำเภอ ได้แก่ แก่งคอย เฉลิมพระ เกียรติ เมืองสระบุรี และเสาไห้ ได้รับผลกระทบจำนวนมาก มวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักเข้าไหลทะลักท่วมตลาดน้ำโบราณบ้านต้นตาล ม.4 ต.พระยาทด อ.เสาไห้ ตลาดเก่าแก่และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สัมผัสวิถีเอกลักษณ์ชีวิตวัฒนธรรม ไทยญวน ริมแม่น้ำป่าสัก บางจุดน้ำสูง 3-4 เมตร ร้านค้าจมมิดหลังคาสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ท่วมถนน – กระแสน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลเอ่อท่วมถนนสายบ้านหมอ-บ้านครัว ต.บ้านครัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ขณะที่หลายจังหวัดท้ายเขื่อนป่าสักและริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายพื้นที่น้ำล้นตลิ่งแล้ว เมื่อวันที่ 5 ต.ค.

เตือนน้ำทะเลหนุน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ ฉบับที่ 19/2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ระบุว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย.2564 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างประกอบกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง ทำให้มีปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามากขึ้น ส่งผล กระทบให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

สถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักพบว่าเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,775-2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที และเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ปริมาณน้ำหลากสูงสุดจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกสูงสุดในอัตรา 762 ลบ.ม.ต่อวินาที

คาดว่าในวันที่ 5 ต.ค. ปริมาณน้ำจะไหลหลากรวมกันผ่าน อ.บางไทร จ.พระนคร ศรีอยุธยา ในเกณฑ์สูงสุด 3,050-3,150 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะไหลออกสู่อ่าวไทย ในช่วงวันที่ 7-10 ต.ค. ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 30-50 เซนติเมตร

โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ประกอบด้วย 1.จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 2.กรุงเทพฯ บริเวณพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผล กระทบให้ระดับน้ำล้นคันป้องกันน้ำริมแม่น้ำของกรุงเทพฯ ยกเว้นบริเวณที่ไม่มีระบบคันป้องกันริมแม่น้ำ

กทม.เฝ้าจับตา 24 ช.ม.

ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เผยถึงประกาศเตือน ของกอนช. ว่า ขอให้ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ประกอบด้วย 1.เขตดุสิต ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19 ช่วงปลาย), ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน), ชุมชนปลายซอยบิตตาคาม (ซอยสามเสน 13 ช่วงปลาย) 2.เขตพระนคร ชุมชนท่าวัง

3.เขตสัมพันธวงศ์ ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี), ชุมชนตลาดน้อย 4.เขตบางคอแหลม ชุมชนหลัง ร.พ.เจริญกรุง ประชารักษ์, ชุมชนวัดบางโคล่ นอก 5.เขตยานนาวา ชุมชนโรงสี ถนนพระราม 3 6.เขตบางกอกน้อย ชุมชนดุสิต นิมิตรใหม่ และ 7.เขตคลองสาน ชุมชนเจริญนคร ซอย 29/2 ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กทม. เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำโดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุด เครื่องสูบน้ำสำรอง เรือผลักดันน้ำ วัสดุอุปกรณ์ กระสอบทราย และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมปฏิบัติการและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม ตลอด 24 ชั่วโมง

‘นนท์’เร่งกั้นจุดโหว่

นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการสรุปแนวทางการป้องกันน้ำท่วม จากน้ำเหนือที่ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำทะเลหนุนรวมทั้งน้ำฝนที่ตกภายในพื้นที่ โดยในที่ประชุมได้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการให้เจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้ยกแนวกระสอบทรายให้สูงหรือระดับ 2.8 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.)หลังจากเมื่อคืนระดับน้ำได้ขึ้นสูงสุดที่ 2.42 ม.รทก.

เบื้องต้นวางแนวกระสอบทรายในพื้นที่ ลุ่มต่ำ ที่เป็นจุดโหว่ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา 10 กิโลเมตร ใช้กระสอบทรายไปแล้วประมาณ 80,000 ใบ ยังเหลือกระสอบทรายอีกประมาณ 20,000 ใบ และสั่งกระสอบทรายเข้ามาเพิ่มอีก 100,000 ใบ พร้อมทั้งได้ให้สำรวจและเร่งวางแนวกระสอบทรายให้สูงขึ้นให้อยู่ในระดับ 2.8 ม.รทก. ทั้งนี้ระดับน้ำที่ขึ้นสูงในช่วงน้ำทะเลหนุน 2.42 ม.รทก.จะมีผลกระทบกับบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ประมาณ 5,000 หลังคาเรือน

ปิดยูเทิร์นสะพานปทุม

ท่าเรือสวนเทพปทุม อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ปทุมธานี ลงเรือตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมเผยว่า ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สามโคก

พบว่าระดับน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลายหลังคาได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ วัด โรงเรียน ถูกน้ำเข้าท่วมบางส่วนเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความเป็นอยู่และมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้เฝ้าระวังการประกาศเตือนถึงสถานการณ์การระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้ระวังดูแลบุตรหลานจากอันตรายทางน้ำ

วันเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนโดยเฉพาะชุมชนใกล้เคียงสะพานปทุมธานี 1 ที่มีพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำ เช่นชุมชนวัดหงษ์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี น้ำท่วมเกือบถึงพื้นบ้าน บางหลังต้องสร้างสะพานเพื่อเข้าออกบ้าน บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานปทุมธานี 1 ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย ได้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ใช้เส้นทางอื่นเพื่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน