ดีเดย์1พย.เปิดเมือง
หัวหิน-ชล-เชียงใหม่

เปิด 5 เมืองท่องเที่ยวพร้อมแล้ว กทม.กับ 4 จังหวัดยอดนิยม เชียงใหม่-ชลบุรี-ประจวบฯ-เพชรบุรี ดีเดย์ 1 พ.ย.ประเดิมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มุ่งเป้าปี 65 ดึงกลับ 15 ล้านคน ฟื้นเศรษฐกิจ 1.5 ล้านล้าน ถ้าไม่พบผู้ป่วยโควิดแบบคลัสเตอร์ใหญ่ รมว.พิพัฒน์รุกต่อ ทัวร์ได้ทั้งจังหวัด ยันนักท่องเที่ยวได้รับวัคซีนครบโดส-ตรวจไม่พบโควิดแล้วทุกคน ยกผลประเมินจากภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์ ไม่พบการแพร่เชื้อระหว่างต่างชาติกับคนไทย ส่วนทราเวล บับเบิล หารือกับหลายประเทศแล้ว โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน มั่นใจปลายปีนี้ เริ่มกับประเทศที่มีชายแดนติดกับไทยได้แน่นอน เชียงใหม่ชวนเที่ยว 14 อุทยาน รับลมหนาวบนดอย

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการคาดการณ์เป้าหมายรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 15 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 6 แสนล้านบาท ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย เกิดการเดินทาง 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 8 แสนล้านบาท ซึ่งหากประเมินในแง่รายได้ของตลาดรวมจะคิดเป็น 50% ของปีปกติก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 หรือปี 2562 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท โดยในปี 2564 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้งเป้ารายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศที่ 8.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 แสนล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศ อยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท

นายพิพัฒน์กล่าวว่า การระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ อาทิ โรงแรม ขนส่ง บริษัทนำเที่ยว นวดสปา ซึ่งคิดเป็น 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ไทย เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวหายไป ทั้งตลาดไทยเที่ยวไทย และตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจากข้อมูลพบว่า การเดินทางของคนไทยหายไป 84.75% ส่วนต่างชาติหายไปกว่า 99.98% กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมกับ ททท. ในการจัดทำแผนขับเคลื่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายเปิดประเทศใน 120 วันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย.นี้ ยืนยันว่าจะเปิดอีก 5 พื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.เชียงใหม่ อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และอ.ดอยเต่า 3.ประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน 4.เพชรบุรี อ.ชะอำ และ 5.ชลบุรี เมืองพัทยา อ.บางละมุง และอ.สัตหีบ ได้แน่นอน แต่เน้นย้ำว่าต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือ ในระหว่างทางก่อนถึงวันที่ 1 พ.ย. จังหวัดที่กำหนดไว้ต้องไม่พบการติดเชื้อโควิดใหม่ ที่เป็นคลัสเตอร์ขนาดใหญ่และมีความรุนแรงจนสร้างความกังวลสูงอีกรอบ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เพราะแม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะนิยมเดินทางไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทะเลหรือภูเขาของประเทศไทย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ ก่อนอย่างน้อยหนึ่งรอบอยู่แล้ว

“การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะถัดไป จะเป็นการเปิดแบบกึ่งปกติ ไม่ได้เปิดแบบแซนด์บ็อกซ์แล้ว เนื่องจากไม่ได้เป็นระยะนำร่องทดลองเหมือน 4 จังหวัดที่เปิดแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุยพลัสโมเดล ที่เป็นการเปิดเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ ในพื้นที่เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ และจ.พังงา พื้นที่เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ ซึ่งวันที่ 1 พ.ย. กระบี่และพังงา จะเปิดรับต่างชาติแบบทั้งจังหวัด ไม่จำกัดเฉพาะในบางที่เหมือนเดิมแล้ว ซึ่งมองว่าไม่ต้องกลัว เพราะทุกคนที่มาเที่ยวเมืองไทยได้รับวัคซีนครบโดส และตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้ามาแล้ว รวมถึงหากประเมินจากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จากจำนวนต่างชาติที่เข้ามาทั้งหมด ไม่พบว่ามีการติดเชื้อโควิดที่แพร่ระหว่างต่างชาติกับคนไทย หรือคนไทยกับต่างชาติเลย” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน (ทราเวล บับเบิล) มีการหารือแบบไม่เป็นทางการระหว่างหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย โดยมั่นใจว่า ปลายปี 2564 จะทำทราเวล บับเบิล กับประเทศที่มีชายแดนติดกับไทยได้แน่นอน ผ่านรูปแบบการทำการค้าระหว่างกัน หรือการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขหลักคือ คนในพื้นที่ต้องได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว รวมถึงคนในต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาก็ต้องได้รับวัคซีนครบโดสด้วยเช่นกัน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เข้าไทย ไม่ต้องกักตัวหากฉีดวัคซีนครบโดส เป็นการปลดล็อกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ภายใน 120 วัน ให้ธุรกิจเดินหน้าได้ สำหรับระยะนำร่องการเปิดประเทศตั้งแต่ เดือนก.ค.2564 ได้เริ่มในพื้นที่ จ.กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก), จ.ภูเก็ต, จ.สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย ,เกาะพะงัน,เกาะเต่า) และจ.พังงา (เขาหลัก เกาะยาว)

ระยะที่ 1 เริ่ม 1-30 พ.ย.2564 นอกจาก กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ประจวบฯ เพชรบุรี แล้ว ยังมี จ.กระบี่ ระนอง ได้แก่ เกาะพยาม, จ.เลย เชียงคาน, จ.หนองคาย อ.เมือง ท่าบ่อ สังคม และศรีเชียงใหม่ และจ.อุดรธานี อ.เมือง นายูง หนองหาน ประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี และบ้านดุง

ระยะที่ 2 เริ่ม 1-31 ธ.ค.2564 เปิดพื้นที่ในจ.ขอนแก่น, เชียงราย, ตรัง, ตราด, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, พัทลุง, เพชรบูรณ์, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ยะลา, ระยอง ,ลำพูน, สงขลา สมุทรปราการ และสุโขทัย

ส่วนระยะที่ 3 เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป เริ่มเปิด จ.กาญจนบุรี, จันทบุรี, ตาก, นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, มุกดาหาร, ราชบุรี, สตูล, สระแก้ว, สุรินทร์ และอุบลราชธานี

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ล่าสุด ททท.ปรับเป้าหมายการทำงานปี 2564 คาดไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 328,758 แสนล้านบาท ลดลง 60% จากปี 2563 ที่มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศจำนวน 815,624 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นปีที่แย่ที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยแล้ว แต่ก็น่าจะเป็นปีที่ไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว นับจากนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยน่าจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 1 แสนคน ลดลง 99% จากปี 2563 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 6.7 ล้านคน สร้างรายได้ 8,258 ล้านบาท หรือรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 98% จากปี 2563 มีรายได้ 3.33 แสนล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2564 จะมีจำนวน 60 ล้านคน/ครั้ง ลดลง 34% จากปีก่อนที่คนไทยเที่ยวไทย จำนวน 90.52 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ 3.2 แสนล้านบาท ลดลง 34% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 4.82 แสนล้านบาท

นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อว่า เบื้องต้น ททท. ได้กำหนดทิศทางการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้การท่องเที่ยวพลิกกลับมาได้ในลักษณะของวีเชฟ (V Shave) หรือการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น ภายใต้แผนลุกให้เร็ว ก้าวให้ไว และวางรากฐานการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และมีมูลค่าสูง โดยเฉพาะในปี2565 ที่รัฐบาลประกาศให้เป็น “ปีท่องเที่ยวไทย 2565 อเมซซิ่ง ยิ่งกว่าเดิม” “หรือ Visit Thailand Year 2022”

ด้านนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ขณะนี้ ททท. เตรียมทำภารกิจ “อันล็อก ไทยแลนด์” (Unlock Thailand) โดยจะร่วมกับสำนักงาน ททท.ในพื้นที่ใต้ความรับผิดชอบเพื่อหาวิธีเร่งด่วนในการดึงนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้จากเอเชียมาเที่ยวประเทศไทยให้มากขึ้น สอดรับกับประกาศล่าสุดของศบค. เรื่องลดวันกักตัวชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว จากเดิม 14 วัน เหลือ 7 วัน ซึ่งมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดช่วยสร้างดีมานด์การเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยได้มากขึ้น

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีการเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ “Open Chiang Mai to The Next Pages” ตามนโยบายการท่องเที่ยว ว่า เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาว ในทุกปีมักมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมสัมผัสอากาศหนาวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางภาคเหนือ อย่างจ.เชียงใหม่ ก็มีความนิยมอย่างยิ่ง

นายธัญญากล่าวอีกว่า การเปิดปิดอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติจะประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดถึงความเหมาะสมตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หากจ.เชียงใหม่ มีความเห็นชอบ และมีความพร้อมจะเปิดการท่องเที่ยว ทางกรมอุทยานฯ ก็เปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้ตามมาตรการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือนิวนอร์มัลอยู่แล้ว สำหรับอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งสิ้น 14 แห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน