บิ๊กป้อมโดนด้วย
เดือดที่ขอนแก่น
พท.บี้ซ้ำคดีบิ๊กติ๊ก
‘บิ๊กตู่’ย้ำอีกไม่ยุบสภา ลุยตรวจน้ำท่วม จ.อุบลฯ วันนี้ จับตาม็อบรอชูป้ายไล่ ‘บิ๊กป้อม’ ตรวจขอนแก่นตำรวจตรึงเข้ม เจอกลุ่มต้านทุกจุด ปะทะเดือดการ์ดผู้ชุมนุมชกรองผบช.ภ.4 โดนรวบเข้าห้องขังทันที ‘พิธา’นำทัพก้าวไกลบุกอีสาน ปราศรัยใหญ่ผ่านออนไลน์ขอนแก่น 16 ต.ค. ชี้จะเป็นนายกฯ ต้องชนะใจคนอีสาน ‘วิษณุ’กางไทม์ไลน์ แก้กฎหมายเลือกตั้ง คาดอีกนานกว่าจะคลอด ‘ศักดิ์สยาม’ยัน ‘พรพิมล’ยังไม่เข้าซบภูมิใจไทย เพื่อไทยข้องใจ‘บิ๊กติ๊ก’ รอดป.ป.ช. คดีซุกบัญชีทรัพย์สิน เตรียมคุ้ยต่อหลักฐานบ้าน-ที่ดิน ฮึ่มยื่นสอบซ้ำ
‘บิ๊กตู่’ย้ำไม่มียุบสภา
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการสร้างความมั่นใจหลังเกิดกระแสข่าวการยุบสภาว่าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนใช่หรือไม่ว่า “ไม่มีๆ ก็ผมพูดย้ำไปหลายครั้งแล้วไงว่าไม่มี”
เมื่อถามถึงกระแสการต่อต้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัว และไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
ลงพื้นที่น้ำท่วมอุบลฯ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการพลังงานทดแทน และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก หนอง นา ที่วัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พร้อมนมัสการพระปัญญาวชิรโมลี และเยี่ยมชมระบบสมาร์ทกริดศรีแสงธรรม ERC Sandbox และการจัดการศึกษาแบบไตรสิกขา (เน้นการพึ่งพาตนเอง) ของโรงเรียนศรีแสงธรรม
จากนั้น ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการพลังงานทดแทน ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก หนอง นา และพบปะเครือข่ายโคก หนอง นา ของวัดป่าศรีแสงธรรม ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพอร์มาคัลเจอร์ ทำหลุม ปลูกป่า ห่มดิน ให้ปุ๋ยแห้ง ปุ๋ยน้ำ อีกทั้งเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ “คนติดดิน” “การสร้างบ้านดินด้วยเทคนิคเอิร์ธแบก” และฐานการเรียนรู้ “คนมีไฟ ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมระบบการเปิด-ปิด ด้วยระบบ IOT เพื่อรดน้ำต้นไม้เป็นสมาร์ทฟาร์มในโคก หนอง นา”
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง โดยจะปลูกต้นไม้รอบศาลาพระราชทาน และเยี่ยมชมแปลงนา กล้าต้นเดียว ฐานคนรักษ์แม่โพสพอีกด้วย ต่อจากนั้น เวลา 12.00 น. นายกฯและคณะเดินทางออกจากวัดป่าศรีแสงธรรม โดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเขื่อนสิรินธร อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของจ.อุบลราชธานี
“นายกฯ ลงพื้นที่ทุกครั้งเพื่อดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งจะได้ติดตามทั้งการต้องรับมือกับทั้งสถานการณ์ โควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ขณะนี้ ที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปแล้ว 8 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ชลบุรี เพชรบุรี ชัยนาท สุโขทัย ชัยภูมิ นนทบุรี นครศรีธรรมราช” นายธนกรกล่าว
ม็อบ 3 นิ้วรอชูป้ายไล่
ที่ห้องประชุมปทุมวรราช ศาลากลางจ.อุบลราชธานี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกฯ เดินทางล่วงหน้าในการมารับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน ในวาระที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี ใน วันที่ 15 ต.ค.และเป็นประธานการประชุม ร่วมกับนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.อุบลราชธานี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผวจ.ศรีสะเกษ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยนายศักดา กาญจนเสน ประธานสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน นำสมาชิกที่ เดือดร้อนจากโครงการสร้างเขื่อนสิรินธร เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ อ่างเก็บน้ำในจ.สุรินทร์ และอุดรธานี กว่า 200 คน ยื่นข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านนายเสกสกล และส่งตัวแทนเข้าพูดคุยกับตัวแทนชลประทาน ที่ดิน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฝ่ายรัฐรับปากนำข้อเสนอของผู้ชุมนุมส่งให้รัฐบาลเร่งรัดตรวจสอบสิทธิของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนคณะอุบลปลดแอกและแนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว คาดจะแยกกันเคลื่อนไหวไปตามรายทางที่ขบวนรถนายกฯ แล่นผ่าน เพื่อชูป้าย ตะโกนขับไล่ระหว่างที่นายกฯ มาพบกับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมในเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้จับตาความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มนี้เป็นพิเศษด้วย
‘บิ๊กป้อม’ลุยขอนแก่น-รปภ.เข้ม
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีกลุ่มคณะราษฎรขอนแก่นและกลุ่มมวลชน ในเขต จ.ขอนแก่น กำหนดจัดกิจกรรมรับลุงป้อม ในจุดต่างๆ ตามตารางการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม เจ้าหน้าที่จึงตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
โดยเวลา 08.00 น. ที่บริเวณโดยรอบศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นำตำรวจชุดควบคุมฝูงชน(คฝ.)หลายกองร้อย กองอาสารักษาดินแดน(อส.) เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบวางกำลัง พร้อมปิดถนนรอบศาลากลางทุกจุด และวางกำลังโดยรอบทุกเส้นทาง ยาวไปจนถึงกองบัญชาการ ตร.ภ.4 และสำนักงานอัยการภาค 4 มีการตรวจสอบรถที่เข้า-ออก ศาลากลางทุกคันตามมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ทำให้สภาพการจราจรติดขัดทุกเส้นทาง ตำรวจจราจรได้จัดระบบการเดินรถในเส้นทางสายรอง และอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติราชการและประชาชนที่มาติดต่อราชการเข้ามาในเขตส่วนราชการได้เท่านั้น
ปะทะเดือด-การ์ดชกตำรวจ
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และเข้ารับฟังการบรรยายสรุปและติดตามสถานการณ์ น้ำท่วม โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ ในจุดที่กำหนดไว้ก่อนจะเชิญออกนอกห้อง และไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในห้องประชุม ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ขณะที่บริเวณด้านหน้าศาลากลาง กลุ่ม ผู้ชุมนุมจำนวนมาก นำโดยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือ เซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และนายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ หรือไนซ์ ดาวดิน นำเครื่องขยายเสียงแบบ พกพามาติดตั้งเพื่อเปิดเวทีปราศรัยโจมตีการลงพื้นที่และต่อว่าการทำงานของรัฐบาล
ด้านพล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4 เข้ามาพูดคุยกับแกนนำเพื่องดใช้เครื่องขยายเสียงเนื่องจากไม่มีการขออนุญาต และการรวมตัวกันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ อีกทั้งผู้ชุมนุมบางคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยจังหวะที่เจรจากันนั้น ได้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น ก่อนที่การ์ดคณะราษฎรขอนแก่นจะต่อยไปที่ พล.ต.ต. ไพศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาเจรจา ทำให้ผู้ชุมนุมกรูเข้ามาหาเจ้าหน้าที่และ พยายามบุกเข้ามาในสถานที่จัดการประชุม พล.ต.ต.ไพศาลจึงสั่งการให้ชุด คฝ. และอส. ตั้งแนวและบังคับใช้ตามมาตรการสูงสุด พร้อมจับตัวการ์ดผู้ชุมนุม 1 คน ที่ก่อเหตุต่อยและทำร้ายร่างกายตำรวจ ส่งตัวเข้าห้องขังทันที
ส่วนบริเวณสี่แยกศาลากลางด้านหน้าสำนักงานอัยการ ภ.4 ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 10 เมตร ผู้ชุมนุมพยายามจะเข้าไปภายในศาลากลางและทวงคืนไมค์ที่ถูกตำรวจยึดไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันจะคืนไมค์ให้แต่ขอให้เหตุการณ์สงบก่อน ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและพยายามยื้อแย่งไมค์และฝ่าวงล้อม จนเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ตำรวจจะกระชับพื้นที่ ผู้ชุมนุมล่าถอยไปอยู่ในจุดที่กำหนด
ส.ส.พลังประชารัฐไม่หวั่นแห่รับ
เวลา 11.30 น. บริเวณด้านหน้าวัดเทพ ปูรณาราม พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย นาย อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค น.ส.นฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น นำ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในหลายจังหวัดลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ในเขต จ.ขอนแก่น และกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมต้อนรับ
ทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น นายวชิรวิทย์ และนายภานุวัฒน์ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมมาปักหลักชุมนุมที่ด้านหน้าทางเข้า พร้อมปลดป้ายต้อนรับรองนายกฯ และพยายามบุกวงล้อมของเจ้าหน้าที่มาขอพบ พล.อ.ประวิตร แต่ชุด คฝ. และอส. ได้ตั้งกำแพงและกำหนดจุดของการชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจพยายามฝ่าวงล้อมผู้ชุมนุมจึงปาถุงสีที่เตรียมมาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนล่าถอยไปอยู่จุดชุมนุมริมถนนมิตรภาพ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับเส้นทางการเดินรถของคณะพล.อ.ประวิตร ใหม่ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย โดยใช้เส้นทางสายรองที่ตัดผ่านหมู่บ้าน ก่อนเข้าสู่ถนนมิตรภาพตามเดิม ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามไล่ตามขบวนรถแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นไว้ทุกจุด
‘พิธา’นำทัพก้าวไกลบุกอีสาน
สำหรับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 15 ต.ค. และวันที่ 16 ต.ค. จัดประชุมสามัญประจำปีและเวทีปราศรัยใหญ่ “ก้าวไกลไปนำแหน่” ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเวทีกิจกรรมครั้งแรกของพรรค นับตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยให้สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคติดตามกิจกรรมทั้งหมดทางเฟซบุ๊กแฟนเพจและยูทูบพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เวลา 13.00 น.
นายพิธากล่าวว่า เมื่อพูดถึงงานในภาคอีสาน งานหลักที่สุดคงหนีไม่พ้นการทำเกษตร หากเรามีรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาภาคการเกษตร จะสามารถยกระดับของอุตสาหกรรมการเกษตรได้มากขึ้น ในสายพานการผลิตสินค้าเกษตรหนึ่งชนิดสามารถแตกยอดได้เป็น 10 อุตสาหกรรม แน่นอนว่าสร้างงานได้จำนวนมาก เยาวชนที่จบใหม่สามารถมีตัวเลือกในการทำงานมากกว่าการเป็นเกษตรกร รวมถึงหากเรามีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ที่จะจัดการปลดล็อกรัฐราชการรวมศูนย์และเสือนอนกินในภาคธุรกิจต่างๆ ก็จะสามารถปลดล็อกโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับประชาชน ทั้งที่อยู่ในภาคอีสานและภาคอื่นๆ ในประเทศอีกมาก
“จะเป็นนายกฯ ของประเทศไทยต้องชนะใจคนอีสาน หากไม่สามารถชนะใจคนอีสานก็เป็นนายกฯ ไม่ได้ ที่สำคัญหากยังไม่สามารถเปลี่ยนภาคอีสานได้ เราก็เปลี่ยนประเทศไทยไม่ได้เช่นเดียวกัน” นายพิธากล่าว
‘วิษณุ’เปิดไทม์ไลน์แก้พ.ร.ป.เลือกตั้ง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.)ว่าได้ข้อสรุปว่า 1.ทางกกต.จะเป็นผู้จัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เพื่อเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการทูลเกล้าฯ ถวายขึ้นไปแล้วอย่างน้อย 1 ฉบับ คือกฎหมายเลือกตั้ง
ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ดูแล้วยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญยังไม่ได้พาดพิงไปถึง แต่ดำริที่จะแก้ไขนั้น มีของมันอยู่เป็นเอกเทศก่อนแล้ว ฉะนั้นจะมีความเห็นจาก กกต.ชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หากเห็นว่าควรต้องแก้ไขทั้งสองฉบับไปในคราวเดียวกันก็จะเสนอมา แต่ถ้าจะเอาเฉพาะที่เร่งด่วน ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนก็จะมีฉบับเดียว
สำหรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ทางสำนักงานกกต.ได้ยกร่างขึ้นมาเสร็จแล้ว มีประมาณ 30 มาตรา ซึ่งเป็นเรื่องการกาบัตร 2 ใบ รวมถึงวิธีการนับคะแนน ซึ่งจะนับอย่างไรนั้น ตนไม่รู้เพราะยังไม่ได้เห็นร่างดังกล่าว เพราะต้องนำเสนอกกต.ใหญ่ก่อน จากนั้นจึงจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ และเมื่อกกต.ใหญ่เห็นชอบแล้วจะมีการรับฟังความเห็นในส่วนกลาง คือฟังจากพรรคการเมือง และประชาชน จากนั้นจะส่งร่างไปให้กกต.จังหวัดทุกจังหวัด เพื่อรับฟังความเห็นในจังหวัดนั้นๆ อีกครั้งหนึ่ง แต่สมัยนี้รับฟังความเห็นออนไลน์กันได้ เชื่อว่าจะเร็ว ก่อนรวบรวมความเห็นกลับเข้ามาที่ส่วนกลางเพื่อปรับปรุง
จากนั้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 และเมื่อครม.เห็นชอบจะส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกา ตรวจสอบอีกครั้ง แล้วจะเตรียมส่งร่างดังกล่าวให้รัฐสภา ที่ต้องใช้คำว่าเตรียมเพราะว่ายัง ไม่ได้ส่ง เนื่องจากตราบใดที่ยังไม่มีการลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในราชกิจจานุเบกษาก็จะยังไม่ส่งไปรัฐสภา
กกต.ยกร่างแล้ว 30 มาตรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้เห็น 30 มาตราแล้ว แล้วยังสามารถแก้ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะการให้ติชม ก็เพื่อที่จะแก้ไข ไม่ว่าใครก็สามารถติชมได้ ทั้งครม.หรือแม้แต่ประชาชน และพรรคการเมือง ซึ่งพรรค การเมืองต้องทำอยู่แล้ว ส่วนที่หลายพรรคกำลังทำอยู่นั้น ก็มีสิทธิเสนอได้เพราะผู้ที่จะเสนอได้ คือ ครม.ตามข้อเสนอเเนะของ กกต.หรือส.ส. 1 ใน 10 ประมาณ 50 คน ก็สามารถทำได้ แต่ส.ส.คงยังไม่เสนอร่างของตัวเองต่อสภาจนกว่าจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน
ถ้ามีหลายฉบับก็จะไปรวมพิจารณากันโดยเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาและต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน เมื่อรัฐสภาพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งกลับไปให้กกต.อีกภายใน 15 วัน เพื่อดูว่าการที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) นำไปแก้นั้นผิดไปจากเจตนารมณ์ของ กกต.หรือไม่ โดยกกต.จะต้องตอบกลับมาภายใน 10 วัน จากนั้นสภาจะทำการแก้ไขให้เสร็จภายใน 30 วัน จึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ
‘พรพิมล’อึกอักเข้าซบภท.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าว น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่ถูกขับออกจากพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยหัวเราะและกล่าวว่า ยังๆ
ด้านนางพรพิมลกล่าวว่า ขณะนี้ตนยังรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทยก่อน ในส่วนของพรรคใหม่ยอมรับว่ามีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการไว้บ้างแล้ว เพราะตนเป็นคนมีพรรคมีพวก ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ได้ร่วมกิจกรรมของ พรรคเพื่อไทยมาสักระยะหนึ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าได้ตัดสินไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นางพรพิมลกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และคนอื่นๆ ในพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ตัดสินใจว่าไปร่วมกิจกรรมกับพรรคใด เพราะยังมีเวลา 30 วันในการตัดสิน ยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวลใดๆ มั่นใจว่ามีพรรคสังกัดแน่นอน
‘ศรัณย์วุฒิ’เลื่อนแถลงอีก
ด้านนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ที่พรรคเพื่อไทยมีมติขับเช่นกัน และนายศรัณย์วุฒิได้แจ้งสื่อมวลชนว่าจะแถลงข่าวถึงท่าทีต่อกรณีดังกล่าว รวมถึงความคืบหน้าในการหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 15.00 น. ที่อาคารรัฐสภา แต่ล่าสุดนายศรัณย์วุฒิแจ้งขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อนเป็นวันที่ 15 ต.ค. เวลา 10.00 น. โดยอ้างกำลังรอเรื่องบางอย่างที่สำคัญมากก่อน ถ้ายังไม่มีมาแสดงต่อสื่อมวลชนก็ยังไม่สามารถออกมาแถลงข่าวได้
เมื่อถามว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคใดนายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ยังไม่อยากพูดถึงตอนนี้ รอให้ทุกคนทราบพร้อมกันในวันที่ 15 ต.ค.
พท.ซัดป.ป.ช.ตีตกคดี‘บิ๊กติ๊ก’
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 8 ต่อ 1 เสียง ตีตกไม่เอาผิด พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จในส่วนของรายการบ้านและที่ดิน จ.พิษณุโลก โดยให้เหตุผลว่าขาดเจตนาจงใจปกปิด เนื่องจากขณะนั้นบ้านหลังดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ จึงเข้าใจผิดว่า ยังไม่ต้องแจ้งต่อป.ป.ช. และเมื่อดูทรัพย์สินทั้งหมดแล้วไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินงอกเงยผิดปกติ ว่า อยากตั้งคำถามว่าการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในช่วง “รัฐบาลคนดีของพล.อ.ประยุทธ์” ทั้งที่ควรเป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่ตรวจสอบและปกป้องผลประโยชน์แทนประชาชน แต่ดูเหมือน ป.ป.ช.จะกลายเป็นองค์กรอิสระ ที่อิสระแต่ชื่อใช่หรือไม่ หรือเป็นเพียง เครื่องมือที่ไว้ใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นใช่หรือไม่
เมื่อเทียบกรณีของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อ 28 พ.ค.58 ป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมากชี้มูลความผิดจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงกรณีครอบครองบ้านพักที่ จ.อ่างทอง มูลค่า 16 ล้านบาท
การทำงานของ ป.ป.ช.ควรมีมาตรฐาน อย่าให้ประชาชนเกิดคำถามมากไปกว่านี้ ท่านอาจจะแสดงเหตุผลว่าบ้านสร้างไม่เสร็จ แต่ที่ดินมีอยู่ก่อนหน้าหรือไม่ ดังนั้นเราจะรวบรวมหลักฐานและหากมีมูลความผิดจะยื่นต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติมต่อไป

ไปขอนแก่น- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินทางไปตรวจสถาน การณ์น้ำท่วม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นตำรวจ จนเกิด กระทบกระทั่งกัน มี ผู้บาดเจ็บและถูกจับกุม เมื่อวันที่ 14 ต.ค.

สกัดม็อบ – กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามฝ่า แนวกั้นตำรวจคฝ. เข้าไปยังจุดที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรวจน้ำท่วม อ.เมือง จ.ขอนแก่น เกิดกระทบกระทั่งกัน มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บและ ถูกจับกุม เมื่อวันที่ 14 ต.ค.