ปภ.สรุปพิษ2พายุ
กระทบ13จังหวัด
กรุงเทพฯ ยังมีฝน ขณะ ‘คมปาซุ’ อ่อนกำลัง ‘อัศวิน’ เปิดประตูระบายน้ำ ช่วยปทุมฯดึงลงเจ้าพระยา พร้อมเสริมคันกั้นป้องท่วม ปภ.สรุป 2 พายุ ยังมีอีก 13 จังหวัดถูกท่วมขัง สั่งเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำแล้ว ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น
คมปาซุอ่อนกำลังแต่ฝนยังหนัก
วันที่ 15 ต.ค. 2564 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน พายุ “คมปาซุ’ ฉบับที่ 13 ระบุว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 ต.ค. พายุดีเปรสชันคมปาซุ บริเวณตอนเหนือของเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วในบริเวณดังกล่าว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง
อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้
ทั้งนี้กรมอุตุฯ ยังได้พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
2 พายุทิ้งน้ำขังใน 13 จว.
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุ ‘ไลอ้อนร็อก’ ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. – ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 6 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด 8 อำเภอ 23 ตำบล 127 หมู่บ้าน 5,534 ครัวเรือน ดังนี้ เพชรบูรณ์ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อ.วังโป่ง ระดับน้ำลดลง จันทบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เขาคิชฌกูฏ อ.มะขาม อ.ขลุง อ.เมืองจันทบุรี และอ.แหลมสิงห์ ระดับน้ำลดลง ตราด ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เขาสมิง และอ.เมืองตราด ระดับน้ำลดลง
ส่วนผลกระทบจากพายุ ‘เตี้ยนหมู่’ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-7 ต.ค. ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 33 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด รวม 45 อำเภอ 308 ตำบล 1,683 หมู่บ้าน 86,681 ครัวเรือน ดังนี้
เร่งระบายจากพื้นที่ลุ่มต่ำ
ขอนแก่น มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.แวงน้อย อ.แวงใหญ่ อ.โคกโพธิ์ชัย อ.ชนบท อ.มัญจาคีรี อ.พระยืน อ.บ้านแฮด อ.บ้านไผ่ และอ.เมืองขอนแก่น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง, มหาสารคาม มวลน้ำจากจ.ขอนแก่นไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย และอ.เมืองมหาสารคาม ระดับน้ำทรงตัว, นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.โนนสูง อ.พิมาย อ.คง อ.ประทาย อ.ชุมพวง และอ.เมืองยาง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตร ยังคงมีบางส่วนเป็นบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำลดลง
นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครสวรรค์ อ.พยุหะคีรี และอ.โกรกพระ ระดับน้ำลดลง, ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลพบุรี และอ.บ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง, สุพรรณบุรี ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง ได้ระบายน้ำจากประตูน้ำสําเภาทองลงสู่แม่น้ำท่าจีน ระดับน้ำลดลง, สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และอ.พรหมบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประมาณ 15-25 ซ.ม. บางพื้นที่ประชาชนเริ่มกลับเข้าทำความสะอาดที่พักแล้ว, อ่างทอง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอ่างทอง อ.ไชโย อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และอ.สามโก้ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง ระดับน้ำลดลง
พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.มหาราช อ.นครหลวง อ.บางปะหัน และอ.บางซ้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง,
ปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ริมน้ำ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี และอ.สามโคก ระดับน้ำลดลง
ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ
น้ำยมเอ่อจมพิจิตร
ที่จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า ระดับในแม่น้ำยมทรงตัว แม้ลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 30 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านวัดใหม่ราษฎรบำรุง ต.สามง่าม อ.สามง่าม ระดับท่วมสูงกว่า 1 เมตร
ที่จ.ขอนแก่น สภ.มัญจาคีรี ได้รวบรวมป้ายทะเบียนรถหลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง อีกทั้งปริมาณน้ำที่ไหลแรงเซาะเอาแผ่นป้ายทะเบียนรถที่วิ่งฝ่ากระแสน้ำจนหลุดออกมากับน้ำ โดยชาวบ้าน และตำรวจเก็บได้ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ที่คลี่คลายลง ซึ่งสามารถมารับคืนได้ หากน้ำลดยังไม่มีผู้มารับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาเจ้าของและส่งคืนให้ทางไปรษณีย์
นายพิพัทต์ คงสินทวีสุข ผอ.โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุ ‘โกนเซิน’ และ ‘เตี้ยนหมู่’ รวมทั้งร่องมรสุม ทำให้มีน้ำปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากต่อเนื่องตั้งแต่เดือนก.ย.จนถึงปัจจุบัน โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสูงมากถึง 148 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าหากสถานการณ์น้ำยังเป็นเช่นนี้ระดับน้ำจะขึ้นไปที่ระดับเก็บกักปกติสูงสุด ซึ่งคิดเป็น 100% ของความจุอ่าง ภายในอีกประมาณ 3-4 วันข้างหน้านี้ โดยวันนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ 2,298 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 94% ของความจุอ่างฯ จากความจุน้ำเต็มอ่าง 2,431 ล้านลบ.ม. โดยมีการระบายน้ำ 10 ล้านลบ.ม./วัน
ปราจีนฯ เจอน้ำป่าจากเขาใหญ่
ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากอิทธิพลพายุ ‘คมปาซุ’ ประกอบกับมวลน้ำจากจ.นครราชสีมาที่ไหลมาสมทบลงแม่น้ำมูน ส่งผลให้ระดับน้ำมูนหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดได้เอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎร คอกสัตว์ พื้นที่การเกษตร และถนนหลายหมู่บ้านในพื้นที่ อ.สตึก โดยเฉพาะบ้านโคกกล่องและบ้านสวายสอ ต.นิคม ถนนทางเข้า-ออกถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 1-2 เมตร ขณะเดียวกันทาง อบต.นิคมร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้นำเรือท้องแบนไปช่วยขนย้ายหมูของชาวบ้านในหมู่บ้านที่เลี้ยงไว้กว่า 30 ตัว หลังน้ำเริ่มหลากเข้าท่วมคอกหมูเกือบทั้งหมด ซึ่งก็ต้องขนย้ายกันอย่างทุลักทุเลเพราะมีทั้งหมูพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม และลูกหมูที่กว่าจะไล่ต้อนเข้ากรงได้
ที่ จ.ปราจีนบุรี นายทนงศักดิ์ สุวรรณเตมี หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืน และน้ำป่าจากน้ำตกธารทิพย์ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกหลากลงคลองประจันตคาม ด้านด่านเพกา ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหมู่บ้านใกล้เชิงเขาที่ติดคลองใน 3 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านเขาน้อย หมู่ 13, หมู่บ้านโคกกรวด หมู่ 7 คุ้มเกาะตาม้อย และหมู่บ้านประเถท หมู่ 11 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม เบื้องต้นได้รับรายงานว่าประชาชนบ้านโคกกรวดได้รับผลกระทบประมาณ 42 หลัง คาเรือน นอกจากนั้นยังมีน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ลงคลองตาจันทร์ ไหลผ่านบ้านหนองงูเหลือม หมู่ที่ 9 ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จนเอ่อล้นจากคลองตาจันทร์เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 50-80 ซ.ม.
ดินสไลด์ถล่มวัดที่ตราด
ที่จ.ตราด อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ เขตหนองบอน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุดินสไลด์จากเขาเข้าไปในศาลาการเปรียญของวัดป่าสุทธิธรรม ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ ในที่เกิดเหตุพบมีดินจากภูเขาที่อยู่ด้านหลังจากศาลาการเปรียญวัดป่าสุทธิธรรมไหลเข้าทางหน้าต่างของศาลาการเปรียญทำให้วงกบและหน้าต่างได้รับความเสียหาย และดินได้ไหลเข้าไปในห้องพักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม 2 ห้อง โดยดินไหลไปกองทับอยู่บนเตียง นอกจากนี้ แรงดันของดินยังทำให้ผนังศาลาการเปรียญแตกร้าวด้วย
ที่จ.อ่างทอง นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.อ่างทอง กล่าวถึงแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมว่าตอนนี้เรายึดระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ส่วนที่ประสบปัญหาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย สำรวจตามข้อสั่งการของส่วนกลาง ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เร่งรัดสำรวจความเสียหาย ส่วนฟาร์มสัตว์และสัตว์เลี้ยงต้องรอความชัดเจนจากส่วนกลางก่อน โดยสถานการณ์น้ำท่วมในอ.วิเศษชัยชาญได้รับผลกระทบจากแม่น้ำน้อยเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 13 ตำบล 91 หมู่บ้าน 2,741 ครัวเรือน และพื้นที่ได้รับผลกระทบทางการเกษตร 7 ตำบล 48 หมู่บ้าน แยกเป็นนาข้าว 4,864 ไร่ สวน 159 ไร่ และบ่อปลา 91 ไร่
ตู่เยี่ยมผู้ประสบภัยที่อุบลฯ
วันเดียวกัน ที่จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนสิรินธร ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าทั้งพลังน้ำและโซลาร์เซลล์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า โครงการใช้นวัตกรรม โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดกับพลังน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ รัฐบาลอะไร เจ้าหน้าที่ตอบว่า โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว ในรัฐบาลลุงตู่ ทำให้คณะของพล.อ.ประยุทธ์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นไปตรวจเยี่ยมการบรรเทาภัยและการฟื้นฟูผู้ประสบภัย ที่ศาลาประชาวาริน อ.วารินชําราบ พร้อมกล่าวว่า ห่วงทุกคน วันนี้ก็ห่วงกรุงเทพฯ เหมือนกันโดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทราบดีวันนี้ทุกคนมีความเดือดร้อนในช่วงน้ำท่วมอุทกภัย ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหานี้มานานแล้ว รัฐบาลและ นายกฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด ทำอย่างไรไม่ให้ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจพื้นที่ในเมืองและดูแลพื้นที่ลุ่มต่ำให้ท่วมน้อยที่สุด ประเทศไทยคนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้น้ำเป็นบริบทของประเทศไทย ซึ่งเราต้องระมัดระวังและเตรียมการให้พร้อมโดยรัฐบาลจะแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ตนไม่อยากให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น ขอให้อุทกภัยครั้งนี้คลี่คลายไปโดยเร็วที่สุดรัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด
กทม.ช่วยระบายน้ำจากปทุมฯ
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ล่าสุดได้เปิดประตูระบายน้ำช่วยระบายน้ำจากจ.ปทุมธานี ผ่านเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ จากนั้นจึงใช้อาคารบังคับน้ำที่มีเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ ได้เรียงกระสอบทรายริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันถาวร และบริเวณที่แนวป้องกันมีระดับต่ำทั้งสิ้น 76 จุด ครอบคลุม 17 เขต ความยาว 2,918 เมตร ความสูงประมาณมากกว่า 2.30-2.40 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และพร้อมเข้าตรวจสอบความพร้อมและความมั่นคงแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า เพื่อให้น้ำเหนือหลากและเมื่อน้ำทะเลที่ขึ้นหนุนสูงได้ไหลลงอ่าวไทยได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ได้ประสานกองทัพเรือสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ 12 ลำ ติดตั้งในคลองลัดโพธิ์ โดยเรือผลักดันน้ำเรือ 1 ลำ มีประสิทธิภาพระบายน้ำ 100,000 ลบ.ม./วัน มีประสิทธิภาพระบายน้ำได้ 1,200,000 ลบ.ม./วัน และหากมีฝนตกหนักทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น กองทัพเรือก็จะสนับสนุนเรือผลักดันน้ำเพิ่มเติม การเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำให้สัมพันธ์กับการเปิดปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จนกว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะคลี่คลาย

คูณสอง – แม่น้ำ มูนล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมหลายหมู่บ้าน ในอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จากอิทธิพลของพายุ ‘คมปาซุ’ ประกอบกับมวลน้ำจำนวนมากจากจ.นครราชสีมา ไหลหลากมาสมทบ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

ช่วยท่วม – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค นำส.ส.มหาสารคาม ลุยน้ำมอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนในอ.โกสุมพิสัย และอ.เมือง จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 15 ต.ค.