ธรรมนัสลุยเอง
จัดทัพในพปชร.

‘วิษณุ’ ชี้ไม่แปลก พรรคเล็กยึด ‘ไพบูลย์โมเดล’ แต่ต้องทำให้เหมือน ‘พิเชษฐ’ เผยนอกจาก ประชาธรรมไทย และประชาชนปฏิรูป ยังมีประชานิยมที่ยุบรวมพปชร.แล้ว ส่วนไทรักธรรม-ครูไทยเพื่อประชาชน ยันไม่เดินตามรอย ปชป.ใต้ระอุ แย่งลงสมัครส.ส.เขต 2 พัทลุง ‘นิพิฏฐ์’ ขู่ทิ้งพรรคโวยไม่ให้เกียรติ ‘นิพนธ์’ แจงวุ่น ‘ชวน’ รีบโทร.เคลียร์ บอกมีอะไรให้คุยกัน ‘มาร์ค’ ก็โทร.ให้กำลังใจ ‘นิพิฏฐ์’ ‘ราเมศ’ วืด ลงชิงเขตใหม่พังงา เหตุ ‘จุรินทร์’ ล็อกคนไว้แล้ว พื้นที่กระบี่-นครศรีฯ-ปัตตานี ก็วุ่น ส.ส.ต่างดันคนของตัวเองลงสมัคร

‘บิ๊กป้อม’ลุยโคราชรอบสอง

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมลงพื้นที่จ.นครราชสีมา ในวันที่ 23 ต.ค. โดยมีกำหนดการเดินทางไปยังโรงพยาบาลมหาราช เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มอบสิ่งของให้ผู้แทนโรงพยาบาล และตรวจบริเวณเขื่อนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล

จากนั้นไปเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วม 2 จุด ที่ชุมชนมหาชัยอุดมพร เขตเทศบาลนครราชสีมา และที่วัดหมื่นไวย ต.ในเมือง พร้อมมอบถุงยังชีพจุดละ 100 ชุด ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยพล.อ. ประวิตร ลงพื้นที่จ.นครราชสีมา นับเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

‘วิษณุ’ชี้ไม่แปลก‘ไพบูลย์โมเดล’

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่สิ้นสมาชิกภาพ ส.ส. หลังยุบพรรคประชาชนปฏิรูป แล้วไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากไม่มีข้อร้องเรียนใดขัดรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นโมเดลให้พรรคเล็กอื่นๆ ทำตามหรือไม่ว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดคำวินิจฉัยทั้งหมด เห็นแต่ตัวฉบับย่อที่ออกมา ถ้าทำได้ไม่ผิดคนอื่นก็ทำได้ไม่แปลก แต่ถ้าจะทำตามก็ทำให้เหมือน เพราะถ้าทำไม่เหมือนอาจจะแปลความเป็นคนละอย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลเสียงเดียวมี 9 พรรค ได้แก่ พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชานิยม พรรคประชาธรรมไทย พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคพลังธรรมใหม่

‘พิเชษฐ’เผยมี 3 พรรคยุบแล้ว

ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาธรรมไทย มีมติยุบพรรคไปเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติแล้ว เมื่อวันที่ 9 ส.ค.64 อยู่ระหว่างการรอประกาศเรื่องการยุบพรรคอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาก็จะมีผลสมบูรณ์ จากนั้นจะมีเวลา 60 วัน ไปอยู่พรรคใหม่ โดยได้พูดคุยตกลงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค แล้ว บอกว่า ยินดีต้อนรับตนเข้าพรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคเล็กที่เคยร่วมรัฐบาลกันมา จะไม่ทิ้งกัน

สาเหตุที่ยุบพรรคประชาธรรมไทยคือ 1.แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกติกาเลือกตั้งที่ไปใช้บัตร 2ใบ ทำให้พรรคเล็กไปต่อไม่ได้ 2.นโยบายพรรคประชาธรรมไทยไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในหลายเรื่อง จึงต้องอาศัยพรรคใหญ่ขับเคลื่อน 3.กรรมการบริหารพรรคหลายคนลาออก เพราะต้องการไปประกอบธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ที่มีข้อห้ามการเป็นกรรมการบริหารพรรค และเท่าที่ทราบขณะนี้มี 3 พรรคเล็ก ที่ยุบพรรคไปแล้ว ได้แก่ พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคประชานิยมของพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยุบพรรคไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐก่อนหน้านี้ และพรรคประชาธรรมไทย

ไทรักธรรม-ครูไทยฯไม่ตามรอย

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า ส่วนตัวไม่คิดย้ายพรรคหรือยุบพรรค คงไม่เอาแบบอย่าง แม้เป็นพรรคเล็ก แต่ไม่คิดจะไปยุบพรรคร่วมกับใคร ตนพร้อมเดินให้เป็นหนึ่งในพรรคทางเลือก และจะทำให้ดีที่สุด เพราะเมื่อทราบว่าจะมีการแก้เป็นบัตรเลือกตั้งเป็นสองใบ ตนก็หันไปลงเขตในนามพรรคเดิม เพราะการลงเขตทำพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ไม่ต้องวิ่งไปทั่วประเทศเหมือนการลงบัญชีรายชื่อ และการลงสมัครแบบเขต มองว่าไม่ได้อยู่ที่ชื่อพรรค แต่อยู่ที่ตัวเราว่าจะทำให้ประชาชนรู้จักมากน้อยแค่ไหน

ด้านนายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้แต่ละพรรคก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ส่วนจะทำให้พรรคเล็กทำตามไพบูลย์โมเดลหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่ เพราะขึ้นอยู่กับมติของแต่ละพรรค ทุกพรรคตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชน ส่วนจะได้ส.ส.มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับนโยบายที่จะนำเสนอ พรรคครูไทยเพื่อประชาชนยังยืนยันที่จะทำพรรคของเราต่อไป ไม่ยุบ ไม่รวม

‘โรม’ซัดเป็นตัวอย่างไม่ดี

นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้มันเหนื่อยและเข้าใจว่าคนทั้งประเทศก็เหนื่อยใจจริงๆ แต่เป็นคำวินิจฉัยของศาลที่ไม่น่าจะวิจารณ์อะไรได้ แต่ผลที่ตามมาคือจะมีพรรคที่มี ส.ส. คนเดียว และได้เป็นส.ส.จากการปัดเศษด้วยคะแนนที่มีวิธีคิดแบบพิสดารมากๆ อีกหลายพรรค คงมีแนวโน้มที่จะทำตามไพบูลย์โมเดลค่อนข้างแน่นอน แต่พรรคเสรีรวมไทยคงไม่คิดทำเช่นนี้ ประชาชนที่เลือกเรามาคงรู้สึกแย่ เพราะเขาไม่คิดจะให้เราไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวว่า กรณีของนายไพบูลย์ หากเทียบกับพรรคอนาคตใหม่ นายไพบูลย์ได้คะแนนน้อยกว่า ส.ส.ของเรา 1 คนแน่นอน นายไพบูลย์เข้ามาคะแนนก็มีปัญหาแล้ว และเมื่อเข้ามาแล้วก็ไปเลิกพรรคตัวเอง ประชาชนจึงเกิดคำถามว่าแบบนี้แค่ตั้งพรรคให้ได้คะแนนพอหอมปากหอมคอแล้วก็เลิกพรรคไปเข้ากับพรรคใหญ่ เป็นสิ่งที่เราอยากเห็นในการเมืองจริงๆ หรือ และสมมติวันหนึ่งนายไพบูลย์หลุดจากตำแหน่งลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะจัดการกันอย่างไร เป็นปัญหาแน่นอน

“ส่วนตัวรู้สึกว่าการทำแบบที่นายไพบูลย์ทำ ไม่ใช่เพราะมีความคิดทางการเมืองเปลี่ยนไป แต่คุณวางแผนมาตั้งแต่ต้นว่าจะหาช่องทางแบบนี้ เพื่อจะเข้ามาและมายุบรวมกันทีหลัง ปัญหาใหญ่คือคนที่ออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้คิดรอบคอบหรือไม่ แต่ผมคิดว่าไม่เก่งเอาเสียเลย ทำให้เกิดความวุ่นวายในระบบการเมืองเต็มไปหมด เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคืออะไรกันแน่ หากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับพรรคอื่น” นายรังสิมันต์กล่าว

‘วิษณุ’แจงกางไทม์ไลน์แก้กม.ลูก

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอไทม์ไลน์การร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เดือน ก.ค.65 แต่พรรคการเมืองระบุสามารถทำให้เร็วกว่านั้น

นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ระยะเวลาที่ตนแจ้งต่อครม. เป็นการคิดให้เต็มที่ทุกอย่างทั้งหมด ซึ่งอาจสั้นลงกว่านั้นได้ อย่างระยะเวลาการทูลเกล้าฯ กฎหมายต้องคิดให้เต็มไว้ก่อนเพราะไม่รู้ว่าลงเมื่อใด แต่ที่รู้คือการเสนอกฎหมายลูกต่อสภา ซึ่งมีการกำหนดไว้ว่าเมื่อสภาพิจารณาแล้วเสร็จต้องส่งให้กกต.ดูใน 15 วัน แล้วต้องส่งกลับสภาภายใน 10 วัน เพื่อพิจารณาต่อ ขั้นตอนเหล่านี้ที่พรรคการเมืองบอกทำเร็วได้นั้นสามารถทำได้โดยการย่นเวลาเหล่านี้

เมื่อถามถึงข้อสังเกตการเปิดไทม์ไลน์เพื่อเบี่ยงประเด็นคนที่จะขับไล่รัฐบาล นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน สิ่งที่ตนรายงานครม.เป็นเรื่องที่ได้หารือกับ กกต.จำเป็นต้องรายงาน อีกทั้งตนยังได้รายงานเกี่ยวกับประเด็นจุดเสี่ยงในเดือน ส.ค.65 ที่จะครบ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หากจะนับการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 57 ไว้ด้วย ดังนั้น เรื่องคนจะไล่รัฐบาลหรือพรรคการเมืองจะคิดอย่างไร ไม่เกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่ตนเสนอครม.

‘ชวน’นัดวิป2ฝ่ายถกเปิดสภา

นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวต่อกรณีการนำร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่….) พ.ศ…. ซึ่งเสนอโดยภาคประชาชน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กับประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง 1.35 แสนคน เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า ในขั้นตอนหลังจากที่เปิดรับฟังความเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ระหว่างวันที่ 24 ส.ค.-5 ต.ค.64 แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะประมวลความคิดเห็นและจัดทำรายละเอียดเพื่อประกอบการนำเสนอต่อสภา ซึ่งในวันที่ 1 พ.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในฐานะประธานรัฐสภา จะเชิญตัวแทนของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้านหารือถึงการประชุมสภาวันที่ 3-5 พ.ย. เบื้องต้นจะนัดประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 พ.ย.เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างในวาระ

ส่วนจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 พ.ย.หรือไม่ ต้องรอการพิจารณาในกระบวนการให้แล้วเสร็จ ทั้งการประมวลผลการรับฟังความเห็น ที่มีผู้แสดงความเห็นรวม 185 ความคิดเห็น หากแล้วเสร็จอาจนำเข้าสู่การหารือของวิปทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันพิจารณาอีกครั้ง

พท.กั๊กยื่นซักฟอก-ก.ก.เอาแน่

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแบบไม่ลงมติ ในสมัยประชุมหน้าว่า ต้องให้เปิดประชุมไปก่อน หากเห็นว่าเรื่องใดที่จำเป็นจึงจะหารือกันเปิดอภิปราย แต่ตอนนี้ยังไม่มี

ต่อข้อถามถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย นายสุทินกล่าวว่า “ยังไม่รู้เลย จริงๆ” เมื่อถามว่าจะเปิดตัวช่วงไหน นายสุทินกล่าวว่า คงใกล้ๆ ช่วงเลือกตั้ง ส่วนวันที่ 28 ต.ค.นี้ที่จะมีการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยน่าจะไม่มีการเปิดตัว

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ ว่าเดิมนายชวน แบ่งวันประชุมสภาว่า ให้วันพุธเป็นวันพิจารณากฎหมาย และวันพฤหัสบดีเป็นวันพิจารณาญัตติอื่นๆ ในสมัยประชุมสภาที่จะเกิดขึ้น จึงอยากเสนอหารือกับนายชวน ให้มีการประชุมสภา เพิ่มอีก 1 วัน คือ วันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ให้เป็นวันพิจารณากฎหมายของส.ส.อย่างเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่ค้างอยู่

ส่วนการยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญนั้น พรรคก้าวไกลเตรียมที่จะยื่นเช่นกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาเราจะจัดแถลงข่าวในเร็วๆ นี้ว่า เหตุผลที่จะยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมตินั้น มีเหตุจำเป็นอย่างไร และจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่ต้อง หารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นเอกภาพ

สะพัด‘ธรรมนัส’ทำโพลกดดันส.ส.

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตั้งแต่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแต่งตั้งพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เมื่อกลางเดือนก.ย.64 ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำยุทธศาสตร์การเลือกตั้งครั้งต่อไป และกำลังเตรียมการคัดสรรผู้สมัครส.ส. โดยในส่วนของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และแกนนำในกลุ่มได้จัดทำโพลประเมินความนิ ยม ส.ส.ของพรรคแต่ละภาค โดยมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ ด้านการศึกษา และหน่วยงานความมั่นคง ดำเนินการ

โดยให้น้ำหนักพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ เป็นพิเศษ เพราะมองว่า ส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับเลือกมาจากกระแสของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยไม่มีฐานเสียงเป็นของตัวเอง ต่างจากภาคเหนือและอีสาน ที่ส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มร.อ.ธรรมนัส ถูกมองว่าเป็น ส.ส. ด้วยปัจจัยอื่นที่นอกจากกระแสพล.อ.ประยุทธ์ สนับสนุน

สำหรับผลโพลที่พรรคทำในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีส.ส.ของพรรคทั้งหมด 14 คน พบว่าผู้ที่ผ่านเกณฑ์ อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา และนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ขณะที่ส.ส.หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาและความแม่นยำของการทำโพลว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ส่งส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมลงเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ เนื่องจากส.ส.หลายคน ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส และการทำโพลนี้จะถูกใช้เป็นเงื่อนไขกดดันให้มาขึ้นตรงกับกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส เพื่อจะได้รับเลือกลงสมัครในครั้งต่อไปหรือไม่

‘อู๊ดด้า’วางเกณฑ์ส่งอดีตส.ส.สู้ศึก

ที่ จ.พัทลุง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง และเลขานุการ รมช.สาธารณสุข พร้อมคณะเข้าพบนายอะห์มัด อิสัน ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพัทลุง และรองประธานสมาพันธ์กรรมการอิสลาม 15 จังหวัดภาคใต้ ที่โรงแรมศิวา รอยัล อ.เมือง ระหว่างทำกิจกรรม “จุรินทร์ ออนทัวร์” จ.สตูล พัทลุง และตรัง ระหว่าง 20-21 ต.ค.

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปแล้วบางจังหวัด ต้องทำไพรมารีโหวตและผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ว่า ต้องรอดู พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่จะเป็นตัวชี้ว่าในการอนุมัติผู้สมัครมีขั้นตอนอะไรบ้าง สำหรับกฎหมายปัจจุบันต้องทำไพรมารีโหวต ซึ่งในอนาคตยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายใหม่ที่ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการวางตัวอดีตส.ส.ของพรรค เป็นผู้สมัคร นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับอดีตส.ส.ถือหลักว่าพรรคจะสนับสนุนให้ลงสมัคร แต่การพิจารณาต้องดูความประพฤติทางการเมืองประกอบด้วย ซึ่ง ผู้บริหารต้องเป็นผู้ตัดสินใจตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป

ทีมใต้ผนึกกำลังทวงคืนเก้าอี้

ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการหารือของ ส.ส.ภาคใต้ กับนายจุรินทร์ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เกี่ยวกับการจัดทัพเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เพราะทุกคนมุ่งมั่นจะช่วยพรรค ผลักดันพรรค หัวหน้าพรรคให้ประสบความสำเร็จให้ได้ และมีประเด็นที่เห็นพ้องกันใน 3 เรื่อง

1.ขอให้พรรคจัดทำนโยบายแก้ไขปัญหาและพัฒนาภาคใต้โดยเร็วที่สุด พรรคมี นโยบายและมีผลงาน การปรับนโยบายใหม่เพื่อใช้เลือกตั้งครั้งหน้าจึงสำคัญและจำเป็น ซึ่งการทำนโยบายพรรคจะจัดเวทีให้ประชาชนมีส่วนร่วม 3 เวที ได้แก่ ภาคใต้ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง

2.ส.ส.ภาคใต้ ปัจจุบันมี 22 คน จะร่วมมือกันเพื่อทวงคืนจำนวน ส.ส.ของพรรคกลับมาให้ได้มากที่สุด และมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้ส.ส.มากกว่าเดิม

3.เห็นพ้องต้องกันว่า หัวหน้าพรรค เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ และส.ส.ทุกคนพร้อมสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ พรรคจะทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ

‘นิพิฏฐ์’โวยแหลก-ครูลาออก

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์หลายข้อความผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะที่แสดงความไม่พอใจต่อคนในพรรคบางส่วนไม่ให้เกียรตินั้น มีรายงานข่าวว่า สาเหตุมาจากปัญหาเรื่องที่พรรควางตัวบุตรชายของนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง ที่เป็นน้าชายของ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีตส.ส.พัทลุง เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของนายนิพิฏฐ์ โดยเมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค. นายจุรินทร์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ตามภารกิจและภาคใต้ ได้นัดรับประทานอาหารพร้อมพบปะหารือกับคณะส.ส.และอดีตส.ส.ภาคใต้ของพรรค ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง

ช่วงก่อนที่นายจุรินทร์ยังไม่เข้ามาในงานนั้น นายนิพนธ์ได้แจ้งในวงหารือว่า เมื่อหัวหน้าพรรคมาทำกิจกรรมที่ จ.พัทลุง อยากจะให้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ที่ว่างอยู่ ทำให้นายนิพิฏฐ์ที่นั่งอยู่ในงาน กล่าวทันทีว่า แบบนี้แสดงว่าพรรคไม่ต้องการให้ตนลง สมัครส.ส.อีกแล้วใช่หรือไม่ ทั้งที่ตนเคยพูดคุยกับ น.ส.สุพัชรี และนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง เขต 3 แล้วว่าได้วางตัวคนพร้อมลงส.ส.แทนแล้ว กรณีถ้าตนไม่ลงสมัคร ส.ส.อีก ซึ่ง น.ส.สุพัชรีและนายนริศยังเห็นชอบกับตัวบุคคลที่ตนวางไว้ และพรรคไม่เคยมาพูดคุยกับตนถึงเรื่องส่งคนลงสมัครใน เขตนี้ ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ตนไม่ใช่คนทรยศพรรค เมื่อพรรคไม่เอาตนแล้ว ตนก็มีความชอบธรรมที่จะออกไปอยู่ที่อื่น และได้เดินออกจากที่ประชุมไป

ขณะที่ส.ส.ภาคใต้จำนวนหนึ่งจับกลุ่มคุยกันว่าถ้านายนิพิฏฐ์ไปอยู่พรรคอื่น จะมีส.ส.หลายคนพร้อมตามไปร่วมงานด้วย ขณะเดียวกันกำลังดูแนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค หากมีการตั้งพรรคการเมือง ก็อาจจะไปร่วมงานกับนายอภิสิทธิ์ด้วย

‘ชวน’โทร.เคลียร์’-‘มาร์ค’ให้กำลังใจ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายนิพิฏฐ์ได้โทรศัพท์หารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ แล้ว ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจนายนิพิฏฐ์ เช่นกัน

นายนิพนธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่านายนิพิฏฐ์ เป็นผู้อาวุโสของพรรค เป็นผู้ใหญ่ของพรรค เมื่อลาออกจากรองหัวหน้าพรรค ก็บอกให้พรรคหาบุคคลมาลงสมัครส.ส.เขต เพราะเขาไม่ลง โดยเปิดทางให้พรรคหาตัวผู้สมัคร พรรคก็พยายามทาบทามคน ที่จริงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นจักรเฟืองสำคัญในการดูแลพื้นที่พัทลุง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะการสื่อสารไม่เข้าใจกันนิดหน่อย แต่คนในครอบครัวก็คุยกันได้ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนายชวนโทรศัพท์มาพูดคุย ว่ามีอะไรให้พูดคุยกัน ซึ่งนายชวนโทรศัพท์พูดคุยกัฐตนเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเขต 2 พัทลุง พรรคยังไม่มีมติส่งใครลงสมัคร คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนลูกของนายก อบจ.พัทลุง เป็นหนึ่งที่ทาบทามเท่านั้น

‘ราเมศ’แห้วพังงา-หน.ล็อกตัวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกิดขึ้นที่จ.พังงาด้วย เพราะหากการเลือกตั้งครั้งหน้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จ.พังงาจะมีเขตเลือกตั้งเพิ่มอีก 1 เขต ทำให้นายราเมศ รัตนธเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความประสงค์ขอลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตใหม่นี้ เนื่องจากเป็นชาวพังงา แต่นายจุรินทร์ กลับสนับสนุนให้นายบำรุง ปิยนามวาณิช อดีต นายกอบจ.พังงา และมีความสนิทสนมกับนาย จุรินทร์มานาน ให้ลงสมัคร แล้วเสนอให้นายราเมศไปลงสมัคร ส.ส.เขตในพื้นที่กรุงเทพฯ แทน ซึ่งนายราเมศ อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะให้คำตอบแก่หัวหน้าพรรคอย่างไร

ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายพื้นที่ อาทิ จ.กระบี่ 2 ส.ส.ของพรรค ทั้งนายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และน.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันสนับสนุนให้นายธนวัช ภูเก้าล้วน บุตรชายของนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 แทนนายสุชีน เอ่งฉ้วน อดีตส.ส.กระบี่ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายอาคม เอ่งฉ้วน อดีตส.ส.กระบี่ หลายสมัย แต่นายจุรินทร์ ยังต้องการให้นายสุชีนลง สมัครส.ส.อีกครั้ง เพราะเกรงใจนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ที่สนับสนุนนายสุชีน

กระบี่-นครศรีฯ-ปัตตานีก็วุ่น

นอกจากจ.กระบี่แล้ว ที่จ.นครศรีธรรมราช เกิดกรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดประชุมเลือกตัวแทนพรรคเขต 1 นครศรีธรรมราช ซึ่งนายชัยชนะให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าผู้ร่วมประชุมส่วนใหญ่สนับสนุนนายพิทักษ์เดช เดชเดโช น้องชายของตัวเอง ขณะที่น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ อดีตส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช ไม่ทราบว่ามีการประชุมดังกล่าว ทำให้ส.ส.และอดีตส.ส.หลายคนไม่พอใจ เพราะเห็นว่าคณะ ผู้บริหารพรรคยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการให้สมาชิกพรรคแต่ละพื้นที่จัดประชุมลักษณะนี้

ส่วนจ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว การออนทัวร์ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายจุรินทร์ และนายนิพนธ์ ได้เชิญกลุ่มอดีตส.ส. กลุ่มผู้เสนอตัวขอลงสมัคร ส.ส. และผู้ที่เสนอตัวจะลงแข่งกับนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ไปพบ ยกเว้นนายอันวาร์ ที่ระบุว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมด้วย เพราะไม่มีการประสานงานมา ส่วนตัวจะลงสมัครส.ส.อีกหรือไม่ อยู่ที่ประชาชน เพราะยังมีเวลา แต่ที่แน่ๆ เกิดความปั่นป่วนมากใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะคนไม่พอใจแน่นอน

นายอันวาร์กล่าวว่า สำหรับตนมี 2 ทาง คือเลิกเล่นการเมืองแล้วไปทำอย่างอื่น หรือถ้าประชาชนให้ลงสมัครส.ส.อีกเพื่อสานงานต่อ มอบหมายภารกิจให้ ขอให้บอกว่าตนควรไปอยู่พรรคไหน การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ตนให้ประชาชนตัดสินใจแทนทั้งหมด และไม่ต้องกลัวว่าตนจะไปรอดได้หรือไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของตน ตนต้องกลับมาเข้าเป็นส.ส.เอง

‘ตระกูลเกียรติก้องชูชัย’เข้าชทพ.

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ต้อนรับ นพ.บัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย ส.จ.ชัยภูมิ ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค สำหรับ นพ.บัณฑูรย์ เคยเป็นส.ว.ชัยภูมิ และเป็นอดีตคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคชาติไทย ซึ่งตระกูลเกียรติก้อง ชูชัยถือเป็นครอบครัวนักการเมืองในพื้นที่ชัยภูมิมานาน และยังมีผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอีกหลายคน อาทิ ส.อ.คิมหันต์ ตลับนาค อดีตผู้ช่วยโฆษกพรรคประชาภิวัฒน์ นายปิยวิทย์ โกฏเพชร ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายญาณทัศน์ หาญสุข นักธุรกิจ จ.พะเยา นายฐิตวัฒน์ นิธิผดุงวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของโรงเรียนอนุบาลแสงเรืองศึกษา เขตสาธร กรุงเทพฯ

นายวราวุธกล่าวว่า ขอบคุณที่ทุกคนให้เกียรติมาร่วมงาน ผ่านมาหลาย 10 ปีแล้วพรรคเรายังอยู่ โดยยึดหลักการทำงานตามที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยพูดไว้ คือ สร้างมิตร ไม่มีศัตรูทางการเมือง ทำให้ทุกพรรคไว้วางใจ การผสมผสานรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ทำให้พรรคแตกต่างจากพรรคอื่น แล้วเราจะจูงมือกัน เข้าสภา เชื่อว่าอีก 1 ปีกว่าจะเลือกตั้ง แต่ต้องไม่ประมาท เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

‘ส.ส.เต้’มอบตัวที่สภ.บุรีรัมย์

จากกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทย ศรีวิไลย์ ถูกออกหมายจับโดยศาลแขวงบุรีรัมย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ในระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความเมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 กรณีโพสต์พาดพิงกล่าวหาเกี่ยวกับต้นเหตุคลัสเตอร์โควิด-19 ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ

เวลา 14.00 น. นายมงคลกิตติ์พร้อมทนายความและผู้สนับสนุน เดินทางมาพบ พ.ต.ท.ไชยา สระโสม สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ตามหมายจับที่ จ.231 /2564 และให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องปกติทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องโดนดำเนินคดีบ้าง ส่วนตัวตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเก่งเลยโดนหนักไปหน่อย คดีนี้เป็นคดีเด็กๆ สิวๆ แต่ตนไลฟ์ 17 เม.ย. ทำไมหมายเรียกออก 10 เม.ย. ก่อนที่จะไลฟ์สดอีก มองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ซึ่งได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แล้ว

“รมต.ศักดิ์สยาม หรือพี่โอ๋ เสิร์ฟคดีหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพ์ให้ผม แต่ผมเสิร์ฟคดี พ.ร.บ.ฮั้ว ตามที่อภิปรายในสภา ดังนั้น พี่โอ๋ โดนกว่าผมเยอะ นักชกเวลาต่อกันต้องมีแผล ก็ต้องให้เขาสวนบ้างสมัยหน้าผมจะปักธง ส.ส.ในพื้นที่บุรีรัมย์อย่างน้อย 2 ที่นั่ง ไม่เชื่อลองดู” นายมงคลกิตติ์กล่าว

โดนตำรวจแจ้งอีกข้อหา

ล่าสุด ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ มอบหมายพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา นายมงคลกิตติ์ เพิ่มอีก 1 ข้อหาฐานหมิ่นประมาท เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงการทำหน้าที่ของตำรวจและศาลจังหวัด

พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า กรณีนายมงคลกิตติ์ ติดใจเกี่ยวกับการออกหมายเรียกลงวันที่ 10 เม.ย.นั้น เกิดจากแบบฟอร์มในระบบคอมพิวเตอร์ผิดพลาด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยกเลิกหมายเรียกดังกล่าวไปแล้ว และ แจ้งให้นายมงคลกิตติ์ทราบด้วย จากนั้นได้ออกหมายเรียกใหม่ โดยหมายเรียกครั้งที่ 1 ออก 2 พ.ค.64 ให้มาพบ 7 ต.ค. แต่นายมงคลกิตติ์ ขอเลื่อน จากนั้นออกหมายเรียกครั้งที่ 2 วันที่ 8 พ.ค.64 ให้มาพบ 17 พ.ค.64 แต่นายมงคลกิตติ์ ไม่เข้ามาพบ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับถึง 4 ครั้ง และ เมื่อ 20 ต.ค. ศาลได้อนุมัติ

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ใช้เงินเดือน 40,000 บาท ขอประกันในชั้นพนักงานสอบสวน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน