ยันตระพูดไปเรื่อย เหตุหนีคดี ยุติธรรมเอียง-สู้ผี

23 ต.ค. 2564 - 09:13 น.

แต่ไม่ยอมให้ตรวจหาดีเอ็นเอ
พิสูจน์สัมพันธ์พ่อกับลูกสาว
ร้องมส.จัดการคดี‘เลียนสงฆ์’

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘ยันตระ’ เปิดใจกลับไทยเพราะคิดถึงลูกศิษย์ อ้างยังถือครองสมณเพศ แต่ไม่สังกัดนิกายใด ระบุช่วงเกิดเรื่องยังไม่ได้เปล่งวาจา ลาสิกขา ไม่ได้ถือว่าขาดจากเป็นพระ ส่วนในอดีตที่ไม่สู้คดีเพราะไม่มั่นใจในกระบวนการ เผยเปิดอาศรมจ.สระแก้ว แสดงธรรมวันตักบาตรเทโว มีทั้งประชาชนและพระเข้าร่วมฟังจำนวนมาก เตรียมเดินทางต่อไปปทุมธานี และกลับสหรัฐวันที่ 27 ต.ค.นี้ ด้านผอ.สำนักพุทธสระแก้ว ยันอาศรมที่ยันตระไปพักขึ้นทะเบียนเป็นมูลนิธิไม่ใช่วัด หรือสำนักสงฆ์ ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องมหาเถรสมาคมเอาผิดยันตระแต่งกายเลียนพระสงฆ์ ให้เร่งดำเนินการก่อนออกนอกประเทศ และให้จัดการกับพระที่ไปกราบไหว้ด้วย

จากกรณีอดีตพระยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ถูก ‘ข่าวสด’ เปิดโปงหลายกรณีอื้อฉาว โดยเฉพาะการมีสัมพันธ์กับหญิงสาวจนมีลูกสาว ทำให้มหาเถรสมาคมเข้ามาตรวจสอบและมีมติให้ยันตระ เจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอ แต่ยันตระไม่ยินยอมพิสูจน์ สุดท้ายเลือกห่มจีวรสีเขียว ก่อนหนีออกจากเมืองไทยไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ล่าสุดเดินทางเดินทางกลับมาเมืองไทย โดยไปที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีบุคคลจำนวนมากรวมถึงพระสงฆ์เดินทางไปต้อนรับและกราบไหว้ และอ้างว่ายังเป็นนักบวชอยู่ ด้วยสภาพสวมชุดเขียว ไว้ผมยาวหนวดเคราเฟิ้ม นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่อาศรม เกพลิตาโพธิวิหาร ต.หนองบอน อ.เมืองสระแก้ว หรือคนในพื้นที่รู้จักกันว่าวัดหลวงพ่อหยกขาว มีบรรดาลูกศิษย์เดินทางไปฟังการแสดงธรรมจากยันตระ ในวันตักบาตรเทโวโรหณะ ภายในศาลาพุทธศรีอริยะเมตไตรย โดยมีพระมหาภาวศุทธิ์เทวะธัมโม เจ้าอาวาสอาศรมวัด เกพลิตาโพธิวิหาร, พระเกริกพงศ์ เตชะธัมโม (พระดร.เอ็กซ์) ที่ติดตามยันตระคอยช่วยเหลือคดีความในต่างประเทศ สำนักวัดป่าธรรมะเย็นใจ จังหวัดนครนายก และพระอาจารย์คล้าย ฐิตธัมโม สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส วังจันทร์ จ.ระยอง โดยอดีตพระยันตระ แสดงธรรมให้กับลูกศิษย์ที่มีทั้งฆราวาสและพระภิกษุสงฆ์ ที่ร่วมฟังการแสดงธรรมมากกว่า 50 คน

อดีตพระยันตระกล่าวว่าหลังจากต้องไปอาศัยอยู่ที่เมืองนอกมานานหลายปี รู้สึกคิดถึงศิษยานุศิษย์จึงเดินทางมาหา พร้อมทั้งยืนยันตัวเองในประเด็นที่สังคมสงสัยว่ายังถือครองสมณเพศ เป็นพระสงฆ์อยู่หรือไม่ หรือสังกัดนิกายใด ซึ่งอดีตพระยันตระกล่าวว่าอาตมาไม่ได้สังกัดนิกายใด และไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขาในขณะนั้น จึงถือว่ายังไม่ขาดจากการเป็นพระ ปฏิบัติตัวแบบพระสงฆ์ เพียงแต่ไม่ได้ปลงผม เพราะในทุกวันนี้ยังคงถือปฏิบัติทั้งศีล 5 และศีล 8 ไม่ได้สังกัดหินยานและมหายาน แต่เดินตามรอยพุทธญาณเป็นหลัก โดยทำใจให้ว่าง และก่อนที่จะว่าง เราก็ต้องวางเสียก่อน

อดีตพระยันตระกล่าวอีกว่า การนุ่งเขียวห่มเขียว โดยส่วนตัวมองเรื่องนี้ว่าไม่จำเป็นต้องห่มสีเหลือง สีแดง แต่ขอให้อย่าเป็นสีฉูดฉาด ส่วนคำถามที่ว่าทำไมผมยาว หนวดเครารุงรัง เพราะอาตมาจำวัดอยู่แต่ในป่าในเขาที่ต่างประเทศ ไม่ได้ไว้ผมยาวแต่มันขึ้นเอง ทำให้ศิษยานุศิษย์ที่นั่งฟังอยู่หัวเราะ พากันปรบมือและกล่าวสาธุพร้อมกัน

ส่วนประเด็นที่สังคมสงสัย ทำไมอดีตพระยันตระถึงไม่ต่อสู้คดีความในขณะนั้น อดีตพระยันตระกล่าวว่าช่วงนั้นไม่มั่นใจในกระบวนการ เหมือนการต่อสู้กับกองทัพผี ที่มองไม่เห็นตัว ตาชั่งสมัยนั้นมันเอียง โดยชั่งเขา ชั่งเรา ชั่งมัน เป็นดีที่สุด ส่วนอื่นๆ ที่สงสัยนั้น ขอให้ถามทางพระดร.เอ็กซ์ เอา

ขณะที่พระเกริกพงษ์ เตชะธรรมโม (พระด๊อกเตอร์เอ็กซ์) จากสำนักวัดป่าธรรมะเย็นใจ จ.นครนายก ดีกรีจบปริญญาเอก ลูกศิษย์ใกล้ชิดที่ช่วยเหลือคดีความให้กับอดีตพระยันตระในต่างประเทศ ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีพระสงฆ์ก้มกราบอดีตพระยันตระ ว่าความบริสุทธิ์ความใกล้ชิดและการรู้จักบุคคลนั้นๆ ของเรา ตัวเราเองย่อมรู้ดีว่า คนในครอบครัวของเราประพฤติปฏิบัติอย่างไร ใครจะโกรธจะเกลียดก็เรื่องของเขา ส่วนกระแสสังคมในขณะนี้อยากจะให้สังคมศึกษาศาสนาให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ผู้ปฏิบัติธรรม เปรียบเหมือนกับคนที่ขับรถไม่เป็น แต่ไปสอนคนขับเป็น ซึ่งถ้าถือว่าผิดก็ผิด แต่ก็สามารถปลงอาบัติได้ ไม่ใช่ความผิดที่รุนแรง

พระเกริกพงษ์กล่าวอีกว่าหลังจากนี้จะพำนักอยู่ที่จังหวัดสระแก้วอีก 1 คืน ก่อนเดินทางไปที่จังหวัดปทุมธานี และจะเดินทางกลับต่างประเทศในวันที่ 27 ต.ค.นี้


นางสาวมาลินี สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัดหลวงพ่อหยกขาว ที่ทางกลุ่มลูกศิษย์จะเรียกกันว่าอาศรมเกพลิตาโพธิวิหาร ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนเป็นสำนักสงฆ์แต่อย่างใด แต่ขึ้นทะเบียนกับทางสำนักพระพุทธศาสนาในนามมูลนิธิ ซึ่งเป็นในสถานที่ส่วนบุคคล ยังไงก็ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนกรณีมีสงฆ์ก้มกราบนายวินัยนั้น รองเจ้าคณะจังหวัดมีความเห็นว่า เป็นเรื่องความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคล ส่วนจะผิดหรือไม่ต้องตรวจสอบต่อไป

ด้านนายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรณีอดีตพระยันตระเข้ามาพบลูกศิษย์ในเมืองไทยนั้น เป็นการดำเนินการโดยองค์กร มูลนิธิทางพระพุทธศาสนา ที่กรมการศาสนาไม่ได้รับรอง ส่วนสถานะของอดีตพระยันตระนั้นจะอ้างว่าเป็นพระสงฆ์ไม่ได้แล้ว เพราะต้องอาบัติปาราชิกเท่ากับว่าไม่สามารถบวชใหม่ได้ แต่อดีตพระยันตระยังอุปโลกน์ตัวเองว่าเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทอยู่ ทั้งที่การที่จะอ้างตัวว่าเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทย หมายถึงการเป็นพระสงฆ์ ต้องผ่านการบวชก่อน แต่อดีตพระ ยันตระเคยต้องอาบัติปาราชิก ไม่สามารถบวชใหม่ได้ เมื่อการบวชไม่เกิดขึ้นจะมาอ้างตัวว่ายังเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทยไม่ได้

วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่าทำหนังสือด่วนร้องเรียนไปยังมหาเถรสมาคม ผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ดำเนินการเอาผิดอดีตพระยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.208 ประกอบ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ม.29 หลักฐานสำคัญในกรณีดังกล่าว คืออดีตพระยันตระให้สัมภาษณ์กับรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ถึงภาพที่ปรากฏออกมาโดยยืนยันว่ายังเป็นพระและนักบวชอยู่ มีแต่รูปแบบภายนอกเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ยังใช้นมัสการเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการยืนยันด้วยตนเองต่อสาธารณะว่ายังเป็นพระอยู่ ทั้งๆ ที่อดีตพระยันตระพ้นจากความเป็นพระไปนานแล้ว และห้ามบวชเข้ามาเป็นพระอีกเพราะต้องสิกขาบทปาราชิก เพราะเสพเมถุน อีกทั้งได้หลบหนีคดีอาญาไปอยู่ต่างประเทศจนหมดอายุความ

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่าการที่อดีตพระ ยันตระยังยืนยันต่อสาธารณะว่ายังเป็นพระอยู่และแต่งกายห่มจีวรสีเขียว อันมีลักษณะคล้ายพระในพุทธศาสนา เพียงแต่มิได้ปลงผมโกนเคราเท่านั้น พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าองค์ประกอบความผิดตาม ปอ.208 โดยชัดเจนที่ว่า “ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี”

“เพื่อมิให้สังคมพุทธศาสนาของไทยถูกกระทำโดยบุคคลนอกรีตอีกต่อไป สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่แอบอ้างตนเป็นพระเสียโดยเร็ว ก่อนที่จะกลับอเมริกา 27 ต.ค.นี้ และขอให้กำหนดมาตรการ หรือออกมติมหาเถรสมาคมเพื่อจัดการพระภิกษุทั้งหลายที่ลดตัวเองไปกราบไหว้พวกอลัชชีดังกล่าว” นายศรีสุวรรณกล่าว

สาธุ – นายวินัย ละอองสุวรรณ หรืออดีตพระยันตระ ทักทายลูกศิษย์ทั้ง พระและฆราวาสที่ยังศรัทธา หลังจากแสดงธรรมวันตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดหลวงพ่อหยกขาว จ.สระแก้ว โดยยังยืนยันเป็นพระถือศีล เมื่อวันที่ 22 ต.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ ยันตระพูดไปเรื่อย เหตุหนีคดี ยุติธรรมเอียง-สู้ผี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง