ใช้วิธีลาออก-บีบเลือกใหม่
ตู่ปิดห้องถกกลุ่มสามมิตร
ป้อมไฟเขียว-เขี่ยธรรมนัส

ศึกในพลังประชารัฐปะทุอีก ‘บิ๊กตู่’ ปิดห้องหารือ 6 รมต.-กลุ่มสามมิตร ก่อนบุกไปเจรจากับ ‘3 ป.’พร้อมหน้า เบื้องหลังเตรียมเดินเกมลุยปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่ใช้วิธีให้กก.บห.พรรคทยอยลาออกเกินครึ่ง เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ยกชุด เป้าหมายดาบสอง เขี่ย ‘ธรรมนัส’ พ้นอำนาจในพรรค ‘บิ๊กป้อม’ ปัด ไม่รู้เรื่อง พปชร.ทำโพลประเมินส.ส. บอกยังไม่เลือกตั้งจะทำทำไม ยันส.ส.เก่าต้องได้สิทธิ์ลงสมัคร ‘ชัยวุฒิ’ โต้ข่าวส.ส.ใต้ส่วนใหญ่ไม่ผ่านประเมิน ด้านปชป. ‘นิพนธ์’ อ้างเคลียร์ ‘นิพิฏฐ์’ จบแล้ว ปมผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง ‘จุรินทร์’ ก็บอกไม่มีอะไร ยันว่าที่ผู้สมัครไม่ใช่หวยล็อก

ปชป.กั๊กตัวชิงผู้ว่าฯ กทม.

วันที่ 25 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ข้อสรุปแล้วหรือไม่ว่า ได้ตัวแล้ว เมื่อถามว่าเป็นคนในหรือคนนอก นายจุรินทร์กล่าวว่า ถ้าเขามาลงสมัครในนามพรรคก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไม่อย่างนั้นจะลงสมัครในนามพรรคไม่ได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะแจ้งให้ทราบว่าเป็นใคร แต่ตอนนี้ทุกคนในพรรคทราบเป็นการภายในหมดแล้ว

เมื่อถามว่านายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ยังเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามปชป. ใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอไม่ตอบ เพราะได้คุยกันว่าแล้วจะเปิดตัวชัดเจนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในการบอกกล่าวกับสาธารณชน

อู๊ดด้ามั่นใจพรรคกระแสดีขึ้น

ส่วนความมั่นใจกรณี ปชป.กระแสดีขึ้นนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคดูจากการลง พื้นที่และการทำงาน เทียบกับ 2 ปีที่แล้วตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น มีเสียงตอบรับในทางที่ดีขึ้น มีผู้สนใจลงสมัครส.ส.ในนามพรรคมากขึ้น และชักชวนคนให้มาลงสมัครส.ส.ได้ง่ายขึ้น ในกรุงเทพฯ มีผู้สมัครเกือบครบแล้ว และภาคใต้แย่งกันลงสมัครหลายคน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ความผิดของใคร

ส่วนภาคอีสานมีคนรุ่นใหม่และอดีตส.ส. ที่มีศักยภาพเดินเข้ามาในพรรคหลายคน และเราทยอยเปิดตัว ถ้ามีหลายคนพรรคก็ต้องใช้เกณฑ์กติกาพิจารณา สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค เราเจอมาหลายยุคหลายสมัยเวลาพรรคมีกระแสที่ดีขึ้นมากๆ คนจะสนใจมากเป็นเงาตามตัว เมื่อถามคาดว่าจะได้ส.ส.มากขึ้นแค่ไหน นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่คาด เอาเป็นว่าเรามั่นใจว่าเราดีขึ้นกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทำให้พรรคกลับมาตั้งหลักใหม่ เมื่อมาถึง วันนี้ตนมั่นใจหลายอย่างเสถียรขึ้น ชัดเจนมากขึ้น คือเน้นการทำงานและลดการให้ความเห็นทางการเมือง

เคลียร์แล้วปมผู้สมัครซ้อน

เมื่อถามว่าจะมีกรณีเลือดไหลออกอีกหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้ เป็นสภาวะทางการเมืองที่ทุกพรรคต้องมีทั้งนั้น ย้อนดูทุกพรรคได้ที่มีทั้งคนเข้าและคนออก เมื่อถามว่ามีการทำความเข้าใจในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในการวางตัวผู้สมัครแล้วหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีอะไรแล้ว และทุกคนเข้าใจกระบวนการ เราผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก

เมื่อถามกรณีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.หลายเขตแล้ว ต้องนำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นประธาน อีกหรือไม่ นาย จุรินทร์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกฎหมายพรรคการ เมืองและกฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่จะกำหนดขั้นตอนและกติกาอย่างไร รวมถึงข้อบังคับพรรคว่าอย่างไร แล้วนำมาผสมกัน

เมื่อถามว่าแสดงว่ารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เหล่านั้นยังไม่ได้เป็นผลสรุปทางการใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องนำมาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค ส่วนต้องทำไพรมารีโหวตก่อนหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องดูกฎหมายใหม่ ถ้ามีก็ต้องทำตามนั้น แต่ถ้าไม่มีพรรคก็มีแนวทางปฏิบัติอีกอย่าง แต่ต้องทำตามกฎหมาย

โต้ล็อกผู้สมัครล่วงหน้า

เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคหลายคนสงสัยตอนนี้เป็นเวลาที่ควรทำไพรมารีโหวตแล้วหรือไม่ เพราะมีการเปิดตัวผู้สมัครก่อนทำตามขั้นตอนดังกล่าว และมีอดีตส.ส.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ทราบเรื่อง หรือไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการคัดคนจนเกิดความไม่พอใจ นายจุรินทร์กล่าวว่า มันอยู่ที่แต่ละกรณี ตนไม่ขอพูดรายละเอียด เดี๋ยวจะกลายเป็นการกระทบกระทั่งและเกิดเหตุโดยไม่จำเป็น ยืนยันว่าพรรคมีหลักอยู่แล้ว คือการทำตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค โดยต้องรอทำตามกฎหมายใหม่

เมื่อถามว่ารายชื่อว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคจะถูกว่าเป็นหวยล็อกล่วงหน้าหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า มันไม่มีหวยล็อกหรือไม่ล็อก เพราะทุกอย่างต้องยุติที่กฎหมายกำหนด เมื่อถามว่ากรณีมีเสียงสนับสนุนว่านายจุรินทร์เหมาะสมเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดตรงนี้

นิพนธ์ยันเคลียร์นิพิฏฐ์แล้ว

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้า ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความขัดแย้งภายใน กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง ไม่พอใจการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 2 พัทลุง ว่า ตนคิดว่าจบแล้ว หลังจากนี้จะได้คุยกันต่อไป เป็นเรื่องภายในพรรค ภายในครอบครัว มีอะไรก็คุยกัน

ป้อมไม่รู้โพล ‘พปชร.’

ที่ทำเนียบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำโพลของพรรคว่า ยังไม่ได้ทำอะไร ยังไม่ได้สั่งให้ทำ แค่คิดไว้ว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

เมื่อถามว่าทำโพลเพื่อประเมินการทำงานของ ส.ส. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ ยังไม่ได้เลือกตั้งจะไปทำโพลทำไม คนไหนทำให้ไปถามคนนั้น เมื่อถามว่าสามารถทำโพลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนไว้ก่อนล่วงหน้าได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่ได้ทำ ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าส.ส.ใต้ผ่านประเมินแค่ 4 คนจาก 14 คน พล.อ.ประวิตร ย้อนว่า สื่อเอามาจากไหน เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเป็นความเคลื่อนไหวของคนในพรรค พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใครเคลื่อนไหว ให้ไปถามคนที่เคลื่อนไหว

ยันส.ส.เก่าได้ลงป้องกันแชมป์

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร. เป็นผู้จัดทำโพล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ทำ ใครทำ ผมไม่ได้สั่งใครจะทำ” เมื่อถามว่าพรรคจำเป็นต้องทำโพลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไว้ใกล้ๆ จะไปทำก่อนทำไม แต่เวลานี้ส.ส.เก่าต้องได้ลง เมื่อถามย้ำว่าพปชร.ให้ความสำคัญกับส.ส.เก่าเป็นลำดับแรก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ เมื่อถามว่าหากไม่ให้ส.ส.เก่าลงสมัคร แสดงว่าส.ส.คนนั้นบกพร่อง พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ เลี่ยงเข้าร่วมประชุมครม.

ส.ส.ไม่ผ่านประเมิน-ข้อมูลเท็จ

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวถึงข่าวพรรคทำโพล ประเมินส.ส.ใต้ มีส.สไม่ลงพื้นที่และจะไม่ส่งลงสมัครว่า ยืนยันในพรรคยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง ปกติถ้าใกล้เลือกตั้งจะมีการคัดเลือกผู้สมัคร ใครเสียงไม่ดี ประชาชนไม่นิยมก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ และถ้าจะดูว่าขณะนี้ใครเป็นอย่างไรคงไม่ถึงขั้นทำโพล พูดคุยและถามคนในพื้นที่ก็ได้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวส.ส.ใต้ หลายคน ไม่ผ่านการประเมิน นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบว่าสื่อไปเอาข้อมูลจากไหน อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เมื่อถามเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครในภาคใต้ถ้าไม่ผ่านเช่นเดียวกับกทม.ที่ไม่ผ่านบางคน นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง และการจะส่ง ผู้สมัครต้องดูว่ามีใครมาขอลงในนามพรรคบ้าง จากนั้นเป็นขั้นตอนคัดเลือกหรือไพรมารีโหวต ซึ่งต้องทำตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

‘ตู่’ถกลับ‘สามมิตร’

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบว่า หลังการประชุมครม.เสร็จสิ้น โดยเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้เรียก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า

การหารือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่รัฐมนตรีทั้งหมดจะออกจากตึกไทย คู่ฟ้า โดยไม่มีใครยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ทำให้มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งการหารือเรื่องภายในพปชร. การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. การทำพื้นที่ และการประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีการพิจารณากฎหมายสำคัญ วันที่ 9 ต.ค.

ถก 3ป. รุกปรับโครงสร้างพรรค

รายงานข่าวแจ้งว่า การหารือกับนายกฯ มีการพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพปชร. ทั้งกรณี ร.อ.ธรรมนัส ทำโพลภายในที่ทำให้ส.ส.หลายคนอึดอัดและไม่พอใจ และเห็นว่าหากปล่อยให้มีปัญหาแบบนี้ต่อไปอาจทำให้มีปัญหามากขึ้น ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเพื่อยุติปัญหาดังกล่าวจะปรับโครงสร้างพรรคอีกครั้ง โดยใช้วิธีให้ กก.บห.พรรค ที่มีอยู่ 26 คน ลาออกเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้มีการจัดประชุมเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ โดยจะดำเนินการยื่นหนังสือลาออกในวันที่ 26 ต.ค.นี้

และภายหลังการหารือดังกล่าวแล้ว 6 รัฐมนตรีของพปชร. ยกเว้น นายสุพัฒนพงษ์ ได้เดินทางไปพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ เพื่อหารือเรื่องการปรับโครงการพรรคกันต่อ โดยมีการหยิบยกเรื่องจำนวน กก.บห.พรรคที่อาจมีปัญหาลาออกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งพล.อ.ประวิตร ระบุว่าเรื่องเสียงไม่มีปัญหา เดี๋ยวจะเป็นคนไปจัดการเอง

บีบล้มกระดานเลือกกก.บห.ใหม่

โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า วันที่ 26 ต.ค.นี้จะเริ่มดำเนินการเรื่องดังกล่าว และจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใน พปชร. อย่างไรก็ตาม วันที่ 26 ต.ค.นี้ แกนนำพรรคในสาย ร.อ.ธรรมนัสก็ได้นัดหารือกันอย่างไม่เป็นทางการที่รัฐสภา คาดจะมีการพูดคุยถึงบทบาทการขับเคลื่อนพรรคจะเป็นอย่างไรต่อไป และยังมี ส.ส.ของพรรคอีกส่วนหนึ่งนัดพูดคุยปรึกษาถึงทิศทางต่อไปของพรรคเช่นเดียวกัน ที่รัฐสภา หลังบรรยากาศภายในพรรคอยู่ในช่วงเกิดความไม่ชัดเจนหลายอย่างว่าจะเดินไปในทิศทางไหนอย่างไร

ขณะเดียวกัน วันที่ 26 ต.ค.นี้ เวลา 16.00 น. ยังมีการนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรค ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ซึ่งเป็นกำหนดการเดิมที่นัดกันไว้ก่อนหน้านี้

วธ.เด้งรับ-รีเมกเพลงปลุกใจ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมครม.เป็นอีกสัปดาห์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยังคงเดินทักทายรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ทั้งก่อนและหลังประชุม ครม.เหมือนเช่นเดิม ช่วงหนึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หยิบประเด็นที่มีภาคเอกชนนำเพลงปลุกใจในอดีตมาทำเวอร์ชั่นใหม่

ซึ่งรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนงบประมาณจัดทำ แต่อยากเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรมมาดูเรื่องนี้ เผื่อรัฐบาลจะได้ทำเพลงแบบนี้บ้าง ขณะที่นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ระบุว่า ทางกระทรวงกำลังทำโครงการนำเพลงปลุกใจยุคเก่ามาทำใหม่เหมือนกัน

ระหว่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ฮัมเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงดุจบิดามารดรว่า “รักชาติยอมสละแม้ชีวี” พร้อมถามที่ประชุม ครม.ว่า รู้หรือไม่ว่าชื่อเพลงอะไร นายอิทธิพล จึงค้นหาชื่อเพลงในสมาร์ตโฟนและแจ้งว่าเป็นเพลงดุจบิดามารดร เพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ครม.สัญจรกระบี่ 15-16 พ.ย.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า การประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2564 จากเดิมจะจัดประชุม ครม.สัญจรครั้งที่ 1/2564 วันที่ 8-9 พ.ย. แต่เนื่องจากวันที่ 9 พ.ย. มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครม.จึงรับทราบว่าจะมีการจัดประชุมครม.สัญจรครั้งที่ 1/2564 วันที่ 15-16 พ.ย. จะมีการตรวจราชการในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและประชุมครม.วันที่ 16 พ.ย. ที่จ.กระบี่

อนุมัติร่างพรฎ.คุมธุรกิจออนไลน์

วันที่ 25 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิตอลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. …. เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งป้องกันความเสียหายแก่สาธารณชนหรือประชาชนที่ใช้บริการ

สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิตอล ต้องแจ้ง ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและการให้บริการแพลตฟอร์มฯ ให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับทราบก่อนการประกอบธุรกิจ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิตอล ให้บริการภายใต้ มาตรฐานเดียวกัน บนพื้นฐานของความโปร่งใสและเป็นธรรม สำหรับผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มฯ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ จะได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็น เช่น เงื่อนไขการให้บริการ ช่องทางการร้องเรียน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการแพลตฟอร์มฯ และหน่วยงานภาครัฐมีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับใช้ในการดูแลความเสี่ยงในการให้บริการ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจบริการนั้น รวมทั้งมีข้อมูลที่จะใช้ ในการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลต่อไป

ร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภคภายในประเทศ ทั้งที่ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มฯ จะอยู่ในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร ขณะที่สพธอ. มีหน้าที่ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มฯ จัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแล เช่น การระบุหรือพิสูจน์ทราบตัวตนของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

และจัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนกลาง เพื่อให้ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มฯ สามารถใช้เป็นช่องทางร้องเรียนปัญหาที่เกิดจากการให้บริการโดยแพลตฟอร์มฯ ขนาดเล็ก ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิตอล มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มฯ ที่ประกอบธุรกิจก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ จะมีระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 30 วันเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้ รวมเป็นเวลาทั้งหมด 210 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน